“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาปไสยเวท“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง
ภาพในฝันก่อนหน้าที่เธออยู่ในความมืดตอนนี้เห็นชัดว่าตัวเธอถูกบัวที่บอกว่าเป็นครูคนใหม่อุ้มออกไปนอกโรงเรียน เธอลืมตาสะลึมสะลือขึ้นมองไปรอบๆ ก็เห็นว่าตนอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยจึงร้องหาพ่อกับแม่
“พ่อจ๋า แม่จ๋า”
“แม่อยู่นี่ไงลูก” บัวที่อุ้มเธอก็เอ่ยเสียงเบามือกระชับแขนอุ้มกอดแน่นขึ้น
พอเงยมองหน้าเห็นว่าไม่ใช่แม่อันวาดก็พยายามร้องและดิ้นให้หลุดจากการถูกอุ้มจึงถูกตีและขู่ว่าจะเย็บปากถ้ายังร้องเธอจึงเงียบเสียง
จึงถูกอุ้มมาถึงบ้านหลังเล็กท้ายตึกข้างในมีเด็กผู้ชายสองคน เนื้อตัวมีร่องรอยฟกช้ำตัวผอมโกรกเหมือนมีแค่หนังหุ้มกระดูก
เมื่อเธอพยายามหนีออกจากบ้านอีกครั้งจึงถูกตีแรงฉุดดึงทำให้อันวาดล้มลงบัวรวบตัวแล้วบีบเข้าที่คออันวาด ก่อนเฮือกสุดท้ายที่จะขาดอากาศหายใจ เหมือนมีแรงฮึดบางอย่างที่เกิดจากในอกมือเท้าเตะตะกายไปมาไม่รู้ว่าคว้าอะไรไว้ในมือแต่เหมือนจะเป็นแขนสักข้างของใครสักคน แล้วสมองที่เริ่มขาวโพลนกลับนึกถึงคาถาบทหนึ่งขึ้นมา
“สิ เส อะหฺริ ชาตะ สิ เส อะหฺริ อาสัญ สิ เส อะหฺริ สปฺน” อันวาดในวัยเพียงสี่ห้าขวบท่องถาคาบทนั้นจบลงชั่วพริบตาต่อมาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของบัวแล้วมือที่บีบคอก็ผละหลุด
“กรี๊ด…ลูกแม่ ลูกแม่เป็นอะไรลูก มึงทำอะไรลูกกู” บัวกรีดร้องแล้วขยับตัวไปช้อนอุ้มร่างเด็กชายที่สิ้นสติปาก จมูก และหูมีเลือดไหลซึมออกมาดวงตาเหลือกเบิกโพลงไร้ลมหายใจ
อันวาดยืนมองภาพตรงหน้าตัวสั่นเทิ้มทั้งตกใจแล้วกลัวสุดขีด ส่วนเด็กชายอีกคนกลับมองมาที่เธอนิ่งๆ สลับกับมองไปทางแม่ของตน
“มึง มึงฆ่าลูกกู” บัวปล่อยร่างลูกชายลงแล้วปรี่เข้าหาอันวาดด้วยท่าทางดุดัน แต่ก่อนจะถึงตัวกลับถูกลูกชายอีกคนดึงไว้เสียก่อน
“อย่าแม่ อย่าทำน้อง” เด็กชายรั้งแม่ไว้แล้วหันมายิ้มให้อันวาด “น้องไม่ต้องกลัวนะ พี่ชื่อสายลมพี่อยากมีน้องสาวมานานแล้ว มาเป็นน้องสาวพี่นะ”
เด็กชายขยับตัวเข้ามาใกล้อันวาดแต่เธอกลับถอยหลังหนี ส่วนบัวที่น้ำหูน้ำตาไหลยังสะอื้นมองลูกชายและส่งดวงตาเคียดแค้นมายังอันวาดไม่ขาดสาย
“ไม่ ไม่ อย่าเข้ามา” เมื่อเด็กชายเข้ามาใกล้อันวาดก็ถอยหนีพูดเสียงสั่นอย่างหวาดๆ พอจะหันวิ่งออกไปนอกบ้านกลับถูกคว้าตัวเอาไว้และมีบางอย่างตีเข้ามากลางหลัง
อันวาดล้มคะมำหน้าแล้วถูกผลิกตัวกลับมาเจอเด็กชายที่ถือท่อนไม้คล้ายฝืนกำลังจะทุบลงมาอีกครั้งแต่มือถูกยั้งด้วยเสียงของบัว
“อย่าลูก เดี๋ยวมันตาย” บัวรีบดึงตัวลูกชายแล้วมองอันวาดที่ยังล้มนอนกองอยู่กับพื้น
“ให้มันช่วยเราได้ไหมแม่ ให้มันท่องคาถาทำให้พ่อตายเหมือนที่มันท่องทำให้พี่แสงเหนือตาย” เด็กชายหันไปพูดกับแม่ใบหน้ายังจับมองอันวาดดวงตาเป็นประกาย
อันวาดตะเกียกตะกายน้ำตาเอ่อคลอกระถดตัวมองไปยังร่างจมกองเลือดของเด็กชายที่นิ่งสนิทอยู่กับพื้น มองไปยังบัวและสุดท้ายก็เด็กผู้ชายตรงหน้าพลางส่ายหน้าไปมา
“น้องชื่ออะไร น้องจะช่วยพี่ไหม ช่วยพี่นะ” เด็กชายร่างผอมนั่งยองๆ มองหน้าอันวาดในมือยังมีไม้อยู่
“ไม่ ไม่ หนูกลัว อย่าทำอะไรหนูเลย” อันวาดสะบัดหน้าร้องไห้ออกมา กลัวจับใจเพราะสายตาของเด็กชายนั้นน่ากลัวมากถึงจะยกยิ้มอยู่ก็ตาม
“ถ้าน้องไม่ช่วย ก็ตายตามพี่แสงเหนือไปแล้วกัน” เด็กชายเอ่ยเสียงเหี้ยมง้างมือเตรียมฟาดไม้ใส่อันวาด ในนาทีที่รู้สึกว่าทุกอย่างเหมือนสิ้นหวังอันวาดหลับตาลงน้ำตาไหลพรากแผดเสียงร้องจนไม่ได้ยินเสียงใดนอกจากเสียงร้องไห้ของตัวเอง
“ฮือ…พ่อจ๋า แม่จ๋า” อันวาดสะอื้นร้องไห้กอดตัวเองกลมนึกถึงพ่อกับแม่ ผ่านไปหลายอึดใจกลับไม่มีไม้ที่ตีลงมา ร่างเล็กๆ สั่นเทิ้มถูกรวบกอดไว้สร้างความอบอุ่นรู้สึกปลอดภัย ได้ยินเสียงปลอบโยนแผ่วเบาข้างหูพร้อมกันนั้นแผ่นหลัังก็ถูกลูบช้าๆ
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแล้ว ปลอดภัยไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ”
“ฮึก…ฮือ แม่จ๋า พ่อจ๋า ฮือ…” อันวาดยังแผดเสียงร้องไม่หยุด ทั้งร่างสั่นระริกแต่สองแขนเล็กกอดคอคนเบื้องหน้าไว้แน่นทั้งที่ยังไม่กล้าลืมตาขึ้น
“ชู่ว…ไม่ร้องนะ ไม่เป็นไรแล้ว” เสียงปลอบยังคงดังอยู่ตลอด
อันวาดลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งที่เห็นคือใบหน้าของพี่ชายคนหนึ่งที่โตกว่าเธอมากและกำลังยิ้มให้พร้อมทั้งเกลี่ยเช็ดน้ำตาให้เธอไปด้วย พอมองผ่านไปไหล่ของพี่ชายที่กำลังนั่งปลอบ เธอก็เห็นบัวและเด็กชายที่จะตีเธอเมื่อครู่นอนอยู่ที่พื้นและร่างเจิ่งเลือดของเด็กชายคนที่เธอพลั้งมือทำร้าย
“ฮือ…หนู หนูไม่ได้ตั้งใจ หนูไม่ได้ตั้งใจ”
“อย่ามอง มาพี่จะพาไปส่งบ้านนะ” เสียงอ่อนโยนพร้อมอ้อมแขนอบอุ่นพาอันวาดออกจากบ้าน
“หนูไม่ได้ตั้งใจ หนูไม่ใช่คนไม่ดี หนูไม่ได้ตั้งใจหนู ฮึก…” อันวาดที่ถูกจูงเดินออกมายังร้องไห้ไม่หยุด ปากพึมพำไม่หยุดยังสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ใช่น้องเป็นคนดี เลิกร้องได้แล้วนะน้องคนดี” เด็กหนุ่มที่จูงก็ยังคอยปลอบ “ไม่เป็นไรแล้วนะน้องคนดี”
ดวงตากลมโตเงยมองหน้าคนที่ปลอบโยนตัวเองอยู่ พี่ชายตรงหน้ายิ้มให้เธอพร้อมชลอฝีเท้ารอให้เธอก้าวตามทันเขา
“ปลอดภัยแล้วนะน้องคนดี” เห็นการเดินของเด็กหญิงที่เท้ากะเผลกก็ยอบตัวลงนั่ง
“เจ็บขาใช่ไหม มาให้พี่อุ้มดีไหม เดี๋ยวพี่อุ้มไปส่งนะน้องคนดี”
“อือ” แขนเล็กๆ อ้ากอดคอเด็กหนุ่มที่ช้อนอุ้มตัวเธอเอาไว้ ยังสะอึกเป็นระยะสองแก้มถูกนิ้วเรียวปาดน้ำตาให้
“บ้านน้องอยู่…”
‘อันลูก อันได้ยินพ่อกับแม่ไหม’
ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้ถามว่าบ้านของเด็กหญิงอยู่ไหนก็ได้ยินเสียงเรียกดังแว่วมาจากด้านหน้าซอยใกล้เข้ามา
“พ่อจ๋า แม่จ๋า” อันวาดดวงตาวาวเมื่อได้ยินเสียงพ่อกับแม่แว่วดังจากที่ห่างออกไป
“พ่อกับแม่เหรอ” เด็กหนุ่มถามพร้อมกับวางร่างเด็กหญิงลง
“โอ้ย…” เท้ายังแตะพื้นไม่มั่นคงดีเด็กหญิงก็ทำท่าจะวิ่งเลยหกล้ม
“อย่าเพิ่งวิ่ง” เด็กหนุ่มพยุงร่างเด็กหญิงขึ้นมองสำรวจไปตามแขนขา ถอนหายใจเมื่อไม่เห็นบาดแผลอะไร
‘อันลูก ได้ยินไหมอัน’ เสียงดังแว่วใกล้เข้ามา
“น้องคนดีหลับตาก่อนได้ไหมครับ” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่มนวลยิ้มให้ ส่วนอันวาดเองพยักหน้าแล้วหลับตาลงอย่างว่าง่าย ต่อมาก็ได้ยินเสียงสวดท่องอะไรบางอย่าง
เด็กหญิงตัวน้อยตัวเริ่มอ่อนแล้วหลับสนิทไป เด็กหนุ่มวางร่างของเด็กหญิงไว้ด้านหลังตึก แล้วเดินห่างไปหลบอยู่ช่วงกลางซอยในระยะที่มองเห็นร่างเด็กหญิง เมื่อเห็นกลุ่มคนที่กำลังตะโกนเรียกหาคนเข้าไปถึงตัวเด็กหญิงแล้วจึงได้ผละเดินออกจากซอยเพื่อเดินกลับไปหาปู่ที่ไปคุยธุระอยู่อีกด้าน
“มึงจำได้รึยัง มึงทำอะไรกับหลานกูลูกกูไว้บ้าง” ตาหล่อพูดเสียงเข้มขรึม ตอนนี้ทั้งบัว และวิญญาณของสายลมก็มองมายังอันวาดดวงตาของพวกเขาฉายความโกรธแค้น
“แล้วก็มึงด้วย เป็นเพราะมึง พวกมึงทุกคน” ตาหล่อชี้หน้าไปทีละคนจากอันวาด ศิลาและคราม อาการเหมือนคนคุ้มคลั่งควบคุมสติตัวเองไม่ได้
“มันเป็นเพราะพวกแกทำตัวเอง” ศิลาพูดพลางรั้งมืออันวาดแล้วสวมสร้อยกลับคืนให้เธอ
“ทั้งมึงทั้งปู่มึงชอบเสือกเรื่องคนอื่น ส่วนมึงไอเด็กเหลือขอทำหลานชายกูตายทำลูกสาวกูเป็นบ้า โตมาก็เพราะมึงยังทำให้หลานชายที่เหลือคนเดียวของกูต้องตายไปอีกคน มึงต้องไม่ตายดี พวกมึงต้องไม่ตายดี”
ตาหล่อสบถด่าหยาบคายโยนความผิดทั้งหมดให้กับคนอื่นโทษว่าเป็นเพราะอันวาดเป็นต้นเหตุทั้งหมด ยังโทษไปถึงคุณปู่ที่เคยช่วยครามและศิลาที่เคยช่วยอันวาด
ตาหล่อแสยะยิ้มมองคนทั้งสามที่อยู่ด้านหน้าตัวเองแววตามีความอาฆาตจากนั้นประตูบ้านก็ถูกปิดลง ได้ยินเสียงหัวเราะร่วนของตาหล่อที่ดังก้องขึ้น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกมึงต้องตายอยู่ที่นี่ ตายตามหลานของกูไป”
กลับกลายเป็นว่าร่างของตาหล่อที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะบูชาแปรเปลี่ยนเป็นเงาร่างแท้จริงที่มีใบหน้าเป็นสายลม
“มันเลี้ยงวิญญาณหลานมันไว้เหรอ” ครามขมวดคิ้วเอ่ยเสียงแผ่วอย่างสงสัย
“วิญญาณยึดร่างนี้ต่างหาก” อันวาดพูดพร้อมรั้งตัวศิลามาหลบหลังมองวิญญาณที่อยู่ในร่างของชายชรา
“หึ เก่งนี่น้องอัน” วิญญาณสายลมที่สิงอยู่ในร่างตาหล่อยิ้มเยาะแล้วหลับตาลง
“สะอะนิโส สะอะนิสัง ทุสะนิโส ทุสะนิสัง โอม นะโมนามะมัง สะมาโส ยุตตะโส ยุตถะ เอหิมานะ หิเนถาเน นามะวิกรึง คะเร เอหิจิตตัง มามะ ภูตะ พันธานัง วิกรึงคะเร เอหิ มะมา อะอิเออุ ทุสะนะโส นะโมพุทธายะ”
สิ้นการบริกรรมคาถาวิญญาณที่ยืนอยู่ข้างบัวก็พุ่งกระโจนเข้าหาอันวาด ส่วนบัวที่ยืนอยู่กลับคอหักพับลงฉับพลันแล้วเดินเข้าหากลุ่มของอันวาดและศิลาด้วยเช่นกัน
วิญญาณที่เข้าใจในตอนแรกว่าเป็นสายลมกลับเป็นแสงเหนือที่แสยะยิ้มปากอ้ากว้างขึ้นเรื่อยๆ ถึงใบหู เงาดำของภูติผีล่องลอยเข้ามารวมกันอยู่ด้านในห้องห้อมล้อมทั้งสามคนเอาไว้
“พี่ลมหยุดเถอะ” อันวาดเอ่ยเสียงสั่นที่ไม่ได้เกิดจากความกลัวแต่เกิดจากการข่มกลั้นอารมณ์เสียใจ
“มึงมันตัวดีสมควรตายที่สุด” สายลมในร่างตาหล่อเพ่งจ้องอันวาดอย่างมาดร้าย นัยน์แดงก่ำปากก็ท่องคาถาต่อไม่หยุด
“ระวังนะ” ศิลาเดินขึ้นหน้าบังร่างอันวาดไว้
“ไม่เป็นไร” อันวาดชักมือที่ถูกกุมแล้วเริ่มบริกรรมคาถาเช่นกัน
“เส เลอ มัง สัง เลอ มัง หิ เลอ มัง ฆัง เลอ มัง” วิญญาณหลายดวงไม่สามารถเข้าใกล้กลุ่มของอันวาดได้ แต่ศิลาที่ยืนข้างกายอันวาดกลับเหงื่อท่วมและมีเลือดไหลซึมทั้งทางจมูกและปาก
“ไอศิลามึงเป็นไงบ้าง” ครามเห็นอาการเพื่อนก็เข้าประชิดตัวถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรมึงคอยช่วยอันด้วย” ศิลาเช็ดมุมปากมองแผ่นหลังอันวาดที่เปียกเหงื่อสีหน้าเป็นกังวล ด้วยเพราะตั้งแต่เรื่องหม่อมย่าแล้วที่พวกเขาไม่สามารถแก้ของได้ จึงยิ่งเป็นห่วงความปลอดภัยของอันวาด