“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาปไสยเวท“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง
รุ่งอรุณวันใหม่มาเยือน หลังคุยรายละเอียดกับโรงงานเรื่องไลน์ผลิตน้ำพริกส่งเรื่องต่อให้น้องชายเรียบร้อย ธุระสำคัญที่ต้องจัดการถัดไปคือหมอผีชาญ
ตอนขับผ่านพื้นที่ว่างเปล่าโล่งกว้าง อันวาดยังแวะตรงจุดที่คืนนั้นตนจอดรถเอาไว้ ต้นไม้ใหญ่พอเป็นเวลากลางวันมีแสงสว่างจึงรู้ว่าเป็นต้นกร่างที่สูงสิบกว่าเมตร ยังมีเจ้าของสถิตย์อยู่ด้วย
นอกจากสแลนสีเขียวสีดำที่กางล้อมดูเก่าขาดก็มีบ้านร้างหลังเล็กตั้งอยู่อีกหลังเท่านั้น ถึงจะลองท่องคาถาอยู่หลายบท คฤหาสน์ที่เคยมองเห็นก็ไม่ปรากฏ แววตามุ่งมั่นกวาดมองทั่วบริเวณแล้วจึงผละขึ้นรถขับไปยังที่หมาย
เพียงรถเข้าเขตสำนักบรรยากาศที่เคยปลอดโปร่งกลับอึมครึม แรงลมกรรโชกยอดไม้ไหวใบหญ้าเศษฝุ่นลอยตลบ มีเสียงหวีดแหลมเตือนเจ้าของที่ถึงการมาเยือนของแขก
ชายวัยกลางคนที่อันวาดเคยเจอคืนนั้น เดินออกมาด้วยสีหน้าทะมึนไม่สู้ดีนัก แค่มองก็รู้ว่าไม่ยินดีต้อนรับผู้มาอย่างเธอ การแต่งตัวเขายังคงเดิมที่มีเพิ่มเติมคือคอที่ห้อยเครื่องรางของขลังเป็นพวงเต็มคอ ยังมีหวายหนามถักเส้นใหญ่ติดมือมาด้วย เป็นของสำหรับขับไล่ภูตผีวิญญาณร้ายให้หลบลี้หนีห่าง
“อาจารย์รออยู่บนเรือน” ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาหาอันวาดที่ก้าวลงจากรถ น้ำเสียงที่เอ่ยในครั้งนี้ไม่เป็นมิตรอย่างคราวก่อน
ก่อนจะเดินนำหญิงสาวสายตาเขายังหันมาพินิจอย่างสงสัย ท่าทีระมัดระวังใคร่รู้ว่าหญิงสาวมีของหรืออะไรดีถึงกับทำให้อาจารย์ต้องเตรียมตัว กำชับสั่งลูกศิษย์ลูกหาทุกคนว่าห้ามมาสำนักวันนี้
แต่เขาอาศัยกินนอนที่นี่อยู่แล้วจึงยังอยู่ด้วย แต่เมื่อกี้ตอนหญิงสาวคนนี้มาถึงอาจารย์ก็มีสีหน้าผิดแปลกไปเล็กน้อย ก่อนลงเรือนมารับอาจารย์ยังส่งเครื่องรางให้ห้อยติดคอ ออกคำสั่งหนักแน่นว่าห้ามถอดเด็ดขาด
ดูจากภายนอกแล้วก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง จะเรียกว่าเป็นเด็กสาวก็ยังได้ แต่เขาดูสายตาผู้หญิงคนนี้ก็พอจะมองออกว่าไม่ได้มาดี
อันวาดกวาดสายตามองขั้นบันไดที่กำลังก้าวเหยียบ ทุกขั้นมีอักขระวาดแม้กระทั่งบนวงกบประตูก็มียันต์ป้องกันสลักไว้ บนเรือนไม้ทั้งหลังดูสะอาดสบายตา กลิ่นอายมนตร์ดำบางเบา หน้าโต๊ะหมู่บูชามีเครื่องเซ่นไหว้พร้อมกับร่างชราของอาจารย์เจ้าของตำหนัก
“ไม่เจอกันนานเลยนะลุง” อันวาดยกยิ้มเดินเข้าไปใกล้หมอผีที่ตอนนี้แก่เฒ่าขึ้นมาก น้ำเสียงและท่าทางไม่แสดงถึงความเคารพคนอาวุโสกว่าแม้แต่น้อย
หมอผีเฒ่าเงยหน้ามองคนที่ยืนค้ำหัวตน แววตาสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าของหญิงสาวที่ไม่ได้พบกันมานาน
“มาทำไม” แม้จะพยายามถามด้วยเสียงเป็นปกติแต่นัยน์ตาที่ฉายมันกลับไหวระริกให้อันวาดได้เห็น
“ฉันมาเยี่ยม ตามที่เคยบอกไว้ไง ลุงลืมไปแล้วเหรอ” อันวาดย่างเท้าเข้าใกล้อีกหนึ่งก้าวทิ้งระยะห่างเหลือเพียงหนึ่งเมตร
“อาจารย์มัน…”
“ไอสมัย เอ็งออกไปซื้อของให้ข้าหน่อย” ครั้นลูกศิษย์ที่ชื่อสมัยเห็นความถือดีของหญิงสาวที่ไม่เคารพอาจารย์จะเอ่ยเตือน แต่ถูกอาจารย์ตัดบทไล่ไปซื้อของเสียก่อน
สมัยรู้ดีว่าอาจารย์แค่ไม่อยากให้เขาอยู่ จึงต้องจำใจเดินลงจากเรือนไป จำถึงคำกำชับที่อาจารย์ได้สั่งเขาไว้ก่อนหน้า มันเหมือนคำสั่งเสียของอาจารย์มากกว่า สมัยเดินเลี่ยงลงจากเรือนออกไปจากสำนัก
“มันเป็นใคร ลุงลืมคำเตือนฉันไปแล้วสินะ” อันวาดยิ้มในหน้าแต่ตาไม่ยิ้มถามเสียงเรื่อยเฉื่อย
“เป็นแค่เด็กที่มีวิชานิดหน่อย ยังอวดดีเหมือนเดิมเลยนะ” หมอผีเฒ่าต่อปากกับเด็กสาวที่อายุน้อยกว่าเขาถึงสามรอบ ที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้เขาต้องระเห็จหนีจากบ้านเก่ามายังที่นี่
“ถ้าบอกฉันดีๆ ว่าคนที่อยู่ลานใหญ่มันเป็นใคร ฉันจะละเว้นลุงสักครั้ง” อันวาดยังเหยียดยิ้มหวานถามหมอผีเฒ่าอย่างคนสบายอารมณ์ ไม่มีอาการโกรธเคืองที่ถูกอีกฝ่ายหมิ่น
“รู้แล้วยังไง เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเอ็งจะทำอะไรได้ คิดว่าจะแก้แค้นให้แฟนเอ็งเหมือนที่เคยทำกับข้าได้เหรอ ฝีมือแค่นี้ยังอวดดี” หมอผีเฒ่ายิ้มหยัน
ในอดีตชาญเคยเป็นภารโรงของโรงเรียนมัธยมที่อันวาดเคยเรียน ตอนนั้นเพราะชาญร้อนเงินลูกชายอยากได้มือถือรุ่นใหม่ให้เหมือนเพื่อน แต่ลำพังเงินเดือนแค่จะยาไส้ยังไม่พอ
จึงได้รับจ้างทำของกลั่นแกล้งใส่เด็กนักเรียนชายคนหนึ่งเล็กๆ น้อยๆ เพราะตัวเองก็พอมีวิชาอาคมติดตัวอยู่บ้าง ช่วงแรกได้ผลผ่านไปด้วยดี แต่พอมาหลังๆ เขาสังเกตรู้ว่าของที่ทำถูกแก้ตกไปและหาคนที่แก้ของไม่ได้ จึงได้หยุดทำเรื่องพวกนั้น
พอผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง มีเด็กผู้หญิงมาจ้างทำเสน่ห์ยอมจ่ายเงินก้อนใหญ่ให้ ด้วยความโลภเขาจึงรับทำ ต่อมาตัวเขายังถูกทำของใส่เกือบเอาชีวิตไม่รอดต้องหนีพึ่งพิงญาติ เพราะเด็กสาวตรงหน้านี้หมายตาเด็กหนุ่มคนนั้นจึงได้คอยช่วยและเล่นงานเขานั่นเอง
เขาหนีมาแล้วแต่เด็กนี่ยังตามมา ยังมีคำมาดร้ายที่เด็กสาวฝากบอกผ่านลูกชายถึงเขาไว้คือ ‘ถ้าพ่อมึงกล้ายุ่งกับคนของกูอีก กูจะฆ่าพวกมึงทิ้ง’ และนั่นเป็นเหตุทำให้ลูกชายเขาถึงกับเสียสติ เขาพาลูกชายหนีหัวซุกหัวซุน แต่พยายามแก้เท่าไหร่ลูกชายเขาก็ยังสติฟั่นเฟือนไม่กลับมาเป็นปกติอีก จนวันหนึ่งได้อาจารย์ฝีมือดีช่วยให้ลูกชายกลับมาเป็นปกติ
“แฟนเอ็งตายไปแล้ว คนต่อไปก็เอ็งระวังตัวไว้เถอะ ยังไงเอ็งก็ไม่รอดจากมืออาจารย์ศิลาหรอก”
“พอแก่แล้วเลยไม่กลัวตายสินะ” หน้าเรียวขบกรามกลืนก้อนน้ำตาลงคอ ก่อนจะแสยะยิ้มมองใบหน้าหมอผีเฒ่าอย่างเย็นชา
คำปรามาสถึงฝีมือเธอที่หมอผีเฒ่าว่ายังไม่มีผลทำให้อารมณ์ของอันวาดเดือดได้เท่าการเอ่ยถึงแฟนหนุ่มตัวเอง มือเรียวกำเป็นหมัดอย่างสะกดโทสะ
‘ศิลา’ ชื่อนี้เธอจำไว้แล้ว
“ตอนนั้นฉันก็เตือนแล้วว่าอย่ายุ่งกับคนของฉันอีก”
“หึ…คิดว่ากูจะกลัวคำขู่เด็กเมื่อวานซืนอย่างมึงเหรอ”
“อืม งั้นมึงก็รอรับผลที่จะตามมาจากการไม่ฟังคำเตือนกูให้ได้แล้วกัน” คำแทนตัวเปลี่ยนเหมือนน้ำเสียงผู้พูดก็เย็นเยียบลงแม้กระทั่งสายตายังไร้ซึ่งแววอารมณ์ ดึงสร้อยใต้คอเสื้อออกมาแล้วบริกรรมคาถา สายตายังจับจ้องเพียงร่างของหมอผีเฒ่าตรงหน้านิ่ง
ไม่นานฤทธิ์ของคาถาก็แสดงผล หมอผีเฒ่าตรงหน้าที่พยายามจะท่องมนตร์โต้ก็ไม่สามารถขยับได้แม้กระทั่งปาก ตอนนี้มีเพียงเลือดที่ทะลักล้นปากออกมา สองดวงตาเริ่มแดงคล้ายจะถลน
“อึก อึก อื้อ” หมอผีเฒ่าในตอนนี้เสื้อช่วงหน้าอกอาบด้วยเลือดแดงฉาน เริ่มทุรนทุรายตะแคงล้มกับพื้น
“มึงรนหาที่ตายเองนะ” เมื่อท่องคาถาจบลงก็ผละมือจากสร้อยยอบตัวนั่งยองลงข้างร่างที่กำลังจะสิ้นลมของหมอผี มุมปากยกยิ้มแตะนิ้วลงบนหน้าผากหมอผีเฒ่า กำลังจะลงคาถาสุดท้าย
“พี่อันวาด อย่า!” เสียงร้องห้ามดังจากด้านหลังพร้อมร่างที่วิ่งถลาเข้ามารีบจับมือของพี่สาวเอาไว้
“อันวาปล่อย มันฆ่าพี่ลม” อันวาดผลักตัวอันวาออก จากนั้นแตะนิ้วชี้ลงบนหน้าผากของหมอผีเฒ่าแล้วเริ่มร่ายคาถาอีกครั้ง
“พี่อันอย่าทำนะ เรายังไม่แน่ใจว่าเป็นมันจริงหรือเปล่าอาจมีคนอื่น” อันวารีบรั้งมือพี่สาวอย่างร้อนรน
“แค่มีส่วนมันก็ควรตาย ถ้ามีคนอื่นอีกไม่ว่าจะเป็นใครพี่จะส่งพวกมันตามพี่ลมไปให้หมด” อันวาดสะบัดมือน้องชายออก ดวงตาขุ่นอารมณ์คุกรุ่นด้วยโทสะเต็มอก
“พี่ไม่กลัวจะเป็นเหมือนคุณตาเหรอ” อันวาพยายามพูดโน้มน้าวใจพี่สาวอย่างสุดความสามารถให้ใจเย็นลง
“ไม่กลัว พี่จะเป็นเหมือนคุณตา และจะเป็นให้ยิ่งกว่าจนไม่มีใครกล้ามาแตะต้องครอบครัวและคนรอบตัวเราอีก” อันวาดพูดจบผลักอันวาสุดแรงจนเซล้ม ใช้คมของกริชเล่มเล็กที่หยิบจากพื้นขึ้นมากรีดลงกลางฝ่ามือประทับลงบนศีรษะหมอผีเฒ่า พร้อมท่องคาถาสาปแช่งสำทับลงไป
“สิ เส อะหฺริ ชาตะ สิ เส อะหฺริ อาสัญ สิ เส อะหฺริ สปฺน อริจงตายตกไม่มีวันหลุดพ้นจากมนตร์ตราอยู่ภายใต้คำสั่งกูไปชั่วกัลป์”
สิ้นการร่ายคาถาดวงตาดำของหมอผีเฒ่าก็เหลือกขึ้นทั้งสองข้าง เลือดไหลออกจากหู ปากและ ดวงตา กระไอรอบตัวมีเพียงความคลุมเครือของอากาศที่ผิดปกติแล้วไม่นานรอยสักทั่วร่างของหมอผีเฒ่าก็เริ่มจางหาย
“พี่อันวาด!” อันวาเบิกดวงตากว้างมองพี่สาวที่ใช้คาถาสาปแช่งต้องห้าม
อันวาดยกยิ้มเมื่อคาถาได้ผล ความพึงพอใจที่บังเกิดคล้ายเกาะแน่นกลางใจ หันมองน้องชายที่มีสีหน้าหวาดตื่นตกใจ ยกฝ่ามือตัวเองที่ยังมีเลือดแดงฉานไหลแล้วปิดดวงตาท่องคาถาอีกบท
“เส อตฺตา เน อตฺตา เม อตฺตา กูขออุทิศร่างกาย จิตใจ และวิญญาณจนกว่าจะสำเร็จอวิชา”
“พี่อัน!/ อันลูก!/ อันวาดลูก!” อันวาและสองคนที่เพิ่งมาถึงตะเบ็งเสียงเรียกลูกสาวเป็นเสียงเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง แต่ทุกอย่างสายไปเสียแล้วเพราะดวงวิญญาณทั้งหลายโดยรอบได้หลั่งไหลเข้าไปเบื้องหน้าอันวาด ในดวงตาที่หันมามองคนในครอบครัวตอนนี้มีเพียงความว่างเปล่าไร้ซึ่งประกายดั่งวันวานอีกแล้ว
“อันลูกแม่”
“อย่าเข้าไปสร” ฤหัสรวบร่างปภัสสรที่จะถลาเข้าไปหาลูกสาวไว้แน่น
“ฮือ…พี่ฤกษ์ปล่อย สรจะไปหาลูกเรา ปล่อย…” ปภัสสรพยายามแกะมือสามีออกแต่ไม่สามารถหลุดได้เพราะทั้งฤหัสและอันวาต่างช่วยกันรั้งตัวไว้ เธอร้องไห้ดวงหน้าอาบน้ำตาสะอื้นแทบขาดใจเมื่อมองสภาพลูกสาวที่ตอนนี้ราวไร้จิตวิญญาณ
“สร ใจเย็นๆ วาพี่เราใช้คาถาอะไร” ฤหัสกอดร่างปภัสสรไว้แนบอก หันถามลูกชายเพราะเขาไม่แน่ใจว่าจะใช่อย่างที่สงสัยหรือไม่ แล้วมองลูกสาวอย่างเจ็บปวดใจไม่ต่างจากภรรยา
“พี่อันใช้คาถาสาปแช่งอริกับอุทิศวิญญาณ” อันวาหันบอกผู้เป็นพ่อ สายตาจ้องไปยังพี่สาวที่ตอนนี้ทั่วร่างมีเงาดำทะมึนวนรอบตัว
“อันเรียนคาถานี้ได้ยังไง” ฤหัสมุ่นคิ้วทั้งตกใจเพ่งมองลูกชาย
“ผมไม่รู้” อันวาส่ายหน้าเขาเองก็ไม่รู้ว่าพี่สาวเรียนคาถานี้ได้ยังไงและตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะการจะเรียนคาถานี้แล้วยังปิดบังจากสายตาของบิดาได้นั้นเป็นไปได้ยากมากนอกเสียจาก…
“อาทิตย์!/ หลวงอาอาทิตย์!” สองพ่อลูกอุทานขึ้นมาพร้อมกัน
อันวาดขยับสร้อยคอให้คนในครอบครัวเห็น เป็นเธอเองที่บังคับเอาวิชาและของจากหลวงอาอาทิตย์ การจะเก่งกล้าขึ้นได้ต้องเป็นศิษย์ล้างครู เธอเลือกแล้วว่าจะเดินทางนี้ เดินไปให้ถึงที่สุดจนกว่าจะทำลายคนคนนั้นได้
ดวงตาที่กระจ่างอึมครึมลงอย่างน่ากลัว มีหยดน้ำตาเอ่อไหลเมื่อเห็นความเสียใจของพ่อแม่และน้อง เส้นเลือดเขียวทั่วร่างอันวาดนูนเหมือนกำลังจะปริแตกอย่างเห็นได้ชัดเพราะผิวขาวซีดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
กลิ่นคาวในลำคอตีสวนขึ้นมาจนสำลักพ่นเลือดสีแดงออกมา จมูกและใบหูก็มีเลือดซึมไหลเช่นเดียวกัน
“อันลูกแม่…พี่ฤกษ์ช่วยลูกด้วย” ปภัสสรเห็นกองเลือดและสภาพลูกสาวก็ร่ำไห้วอนขอให้สามีช่วยลูกสาว เพราะสีหน้าอาการในตอนนี้ของอันวาดดูทรมานเหลือเกิน
“อย่าเข้ามา อย่ายุ่งกับหนู” อันวาดบ้วนเลือดในปากทิ้งหันมาตวาดบอกพ่อที่กำลังจะเดินเข้าหา ปาดมือเช็ดคราบเลอะที่ปาก ใบหน้าบิดเบ้จากความเจ็บปวดที่กำลังเกิดขึ้นภายใน
เกิดความเศร้าใจที่เห็นคนในครอบครัวเสียใจเพราะเธอ แต่จะให้เธอหยุดตอนนี้ก็ไม่ได้เสียแล้ว ช้าไปแล้ว
“อันลูก อย่าทำเลย” ฤหัสเอ่ยเรียกลูกสาว หัวอกคนเป็นพ่อเมื่อเห็นลูกเป็นแบบนี้ก็เจ็บปวดไม่ต่างจากหัวใจถูกจ้วงแทงเลย
“อันลูก กลับมาหาแม่นะอย่าเป็นแบบนี้เลย” ปภัสสรแข้งขาอ่อนยวบ วอนขอให้ลูกสาวกลับมาเป็นเหมือนเดิม เธอคงทนรับไม่ไหวหากลูกจะเดินซ้ำรอยพี่ฤกษ์กับอันตั้งบิดาตน
“พี่อัน กลับมาอยู่กับครอบครัวเถอะ อย่าเลือกทางนั้นเลย สุดท้ายแล้วมันจะทำให้พี่เสียใจ เชื่อพวกเราเถอะนะพี่” อันวาปล่อยมือจากแขนแม่ ก้าวเท้าพลางส่งมือยื่นหาพี่สาว น้ำตาลูกผู้ชายที่ไม่เคยหลั่งตอนนี้กลับไหลซึมตรงหางตา
“วา พี่ขอโทษ หนูขอโทษนะคะพ่อแม่ แต่หนูจะไม่หยุดค่ะ ไม่ใช่มันก็ต้องเป็นหนูที่ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง” อันวาดพูดเสียงเครือ น้ำตาที่ไหลมากพอๆ กับเลือดที่กำลังหยด มองสีหน้าระทมของพ่อแม่และน้องชายแล้วเธอเองก็เสียใจไม่ต่างกัน
“มันเป็นใคร อันบอกพ่อมาลูกให้พ่อช่วยจัดการ อันอย่าเป็นแบบนี้เลย ถ้าลูกเป็นอะไรไปพ่อกับแม่จะเป็นยังไง ลูกบอกพ่อว่ามันเป็นใคร” ฤหัสเองแม้ไม่มีน้ำตาแต่ขอบตาก็แดงก่ำ พูดหว่านล้อมลูกสาวพลางกอดประคองภรรยาที่ร้องไห้จนปริ่มจะขาดใจในอ้อมแขนไปด้วย
“หนูบอกไม่ได้ เป้าหมายมันคือหนู ทุกคนอย่าเข้ามายุ่งเลยนะคะ หนูขอร้อง” อันวาดปาดน้ำตาแข็งใจปฏิเสธพ่อและครอบครัว ไม่ต้องการให้ใครเข้ามายุ่ง
“อันลูกแม่ อย่าทำอะไรที่เป็นอันตรายเลยนะ บอกพ่อกับแม่ พวกเราจะได้ช่วยลูกได้ แม่ขอร้องเห็นแก่แม่นะลูก” ปภัสสรสะอึกสะอื้นมองลูกสาวที่ต้องมาทนทรมานจากการเสียแฟน จนต้องกลายมาเป็นแบบนี้ คนเป็นแม่ก็เจ็บช้ำใจไม่น้อยไปกว่าใครเหมือนกัน เห็นลูกที่เฝ้าฟูมฟักจากวันแรกที่รู้ตัวว่าท้องจนถึงอายุเท่านี้
“หนูจะติดต่อพ่อกับแม่เหมือนปกติจะไม่หายไป ถ้าทุกคนรับปากว่าจะไม่เข้ามายุ่ง” อันวาดเดินเลี่ยงจากพ่อแม่และน้องชาย ทิ้งประโยคนั้นไว้ให้ทุกคนแล้วก้าวลงจากเรือนไม้ไปอย่างไม่ลังเลและไม่หันมองครอบครัวอีก