“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

สาปไสยเวท - สาปไสยเวท บทที่ ๒ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สาปไสยเวท

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ดราม่า

รายละเอียด

สาปไสยเวท โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง

สารบัญ

สาปไสยเวท-# คำเตือน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทนำ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ตอนพิเศษ ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม การแสดง,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม โชคชะตา,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม อธิษฐาน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม หลอกหลอน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม ช็อกโกแลต

เนื้อหา

สาปไสยเวท บทที่ ๒

สาปไสยเวท : บทที่ ๒

       “คนไข้แค่เป็นลมเพราะสะเทือนใจ ไม่เป็นอะไรครับ”

       “ขอบคุณครับคุณหมอ” 

เสียงคุ้นดังเข้าหูลาง ๆ เปลือกตาที่หลับขยับหลุกหลิกก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้น เพดานห้องสีขาวปรากฏอยู่เบื้องหน้าเป็นลำดับแรก เมื่อเบนสายตาไปรอบด้านก็เห็นร่างสูงในชุดนักศึกษาที่หันกลับมาพอดี

       “พี่อัน”

       “วา มาได้ไง แล้วพี่เป็นอะไร” อันวาดมองหน้าน้องชายแล้วสำรวจไปรอบห้องเหมือนยังงงว่าตัวเองเป็นอะไรไป แต่แล้วก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ก็รีบยันตัวลุกพรวดขึ้นจากเตียง

       “พี่อันระวัง” อันวารีบเข้ามาจับไหล่พี่สาวตัวเองไว้

       “พี่ลมล่ะวา พี่ลมอยู่ไหน” อันวาดรีบจับมือน้องชายถามหาแฟนหนุ่ม

       “พี่อัน” อันวาสีหน้าอึดอัดมองหน้าพี่สาวด้วยแววตาสงสารผู้เป็นพี่อย่างมาก

       “วา พี่ลมอยู่ไหน เมื่อกี้พี่ฝันไม่ดีเลย พี่ลมล่ะวา” อันวาดขยับตัวจะลงจากเตียงเมื่อสังเกตเห็นว่าตนนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล ความกลัวที่เกิดขึ้นทำให้เธอพยายามหลอกตัวเองว่าฝันเท่านั้น ขอบตาเริ่มเปียกชื้นเพราะน้ำตาที่ไหลอีกครั้ง

       “พี่ทำใจดี ๆ ไว้ พี่ลมจากเราไปแล้ว” อันวาต้องเอ่ยบอกความจริงกับพี่สาวแม้จะเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจมากก็ตาม

       “ไม่จริงอ่ะ ไม่จริง วาอย่าล้อพี่เล่นแบบนี้ พี่ลมกำลังจะมารับพี่ไปหาพ่อกับแม่ เรากำลังจะไปหาฤกษ์วันแต่งงาน วาอย่าแกล้งพี่แบบนี้” 

เสียงสะอื้นไห้ของพี่สาวและอาการที่เหมือนคุมสติไม่อยู่ทำอันวาเห็นใจจนต้องรวบตัวอันวาดมาปลอบ

       “พี่...ใจเย็น ๆ ตั้งสติไว้นะ”

       “ฮือ...พี่ลมไม่มีวันทิ้งพี่ ไม่จริง วาบอกพี่สิว่าพี่ลมยังอยู่ ใช่ไหมวา” อันวาดที่ตอนนี้ทั้งร้องทั้งสะอื้น ส่ายหน้าไม่ยอมรับความจริงพยายามจะลงจากเตียง ใจสั่นคล้ายจะหายใจไม่ทันมือเท้าเย็นเฉียบไปหมด

       “พี่อัน พี่ลมไม่อยู่กับเราแล้ว พี่ตั้งสติหน่อย” อันวารวบตัวพี่สาวที่ไถลลงกับพื้นขึ้นมานั่งบนเตียงอีกครั้ง อันวาดในตอนนี้แข้งขาไร้เรี่ยวแรงราวไม่มีกระดูก ทั้งหน้าเปียกน้ำมูกน้ำตา

       “ไม่จริง พี่ลมยังอยู่ พี่ลมกำลังจะมารับพี่ เรากำลังจะแต่งงานกัน” อันวาดตัวอ่อนยวบสายตาเหม่อลอยปากพึมพำซ้ำไปซ้ำมาเหมือนคนละเมอ

       อันวามองพี่สาวแล้วได้แต่ลูบหลังลูบไหล่ปลอบไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา มองหน้าพี่สาวสลับกับมองไปยังประตูห้องเหมือนรอใครมา

       ผ่านไปอีกหลายอึดใจประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาโดยพ่อและแม่ของทั้งสอง พวกท่านรู้เรื่องก็รีบขับรถจากต่างจังหวัดมาหาลูกสาวทันที

       “อันลูก”

“พ่อ แม่” ปภัสสรเร่งฝีเท้าเข้ามาหาลูกสาวที่ดวงตาแดงก่ำเข้าสวมกอด ส่วนพ่อเข้ามาลูบศีรษะอันวาดแล้วโอบภรรยากับลูกสาวเข้าไว้ด้วย

       “ฮือ...แม่ พ่อ” ใบหน้าอันวาดซบอยู่กลางอกแม่ สองแขนกอดเอวแม่กับพ่อไว้แน่น สะอึกปนสะอื้นน้ำตาอาบหน้าเปียกซึมอกเสื้อของมารดา

       ฤหัสไม่ได้พูดอะไรแต่หันมองลูกชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยแล้วอันวาก็ผละเดินออกไปจากห้องอย่างรีบร้อน

       “พี่ลมกำลังมารับหนูไปหาพ่อกับแม่ เรากำลังจะหาฤกษ์แต่งงานกันอยู่แล้ว ฮือ...” อันวาดเสียงอู้อี้อยู่ในอ้อมอกของปภัสสร เสียงที่เปล่งบ่งบอกถึงความโศกเศร้าและปวดใจยิ่งยวด

       “ทำใจนะอันลูกเอ้ย...” ปภัสสรเองก็ไม่รู้จะหาคำไหนมาปลอบลูกขอบตาก็รื้นหยาดน้ำไม่ต่างจากลูกสาว การสูญเสียคนรักไปแบบไม่ทันตั้งตัวอย่างนี้ ฝันที่วาดไว้กำลังจะเป็นจริงกลับพังลงเพียงชั่วพริบตา หัวใจลูกสาวย่อมทนรับได้ยากลำบากแน่นอน

       “พ่อกับแม่ยังอยู่กับอันนะลูก” ฤหัสลูบผมปลอบสีหน้าแววตาสงสารลูกสาวจับใจเช่นกัน

       “หนูอยากไปดูพี่ลมค่ะ” หลังร้องไห้พอสมควร อันวาดเงยหน้ามองแม่และพ่อด้วยดวงตาบวมช้ำยังสะอึกเป็นระยะ

       “แม่ว่า...”

       “ไปสิ พ่อกับแม่จะไปกับลูกด้วย” ฤหัสสบตาแล้วแตะต้นแขนภรรยาที่จะค้านลูกสาวยื่นมือพยุงแขนลูกสาวให้ลงจากเตียง

       แล้วทั้งสามก็เดินไปยังห้องที่หมอเก็บร่างของผู้เสียชีวิตไว้ ทุกก้าวย่างที่เข้าใกล้ประตูห้องเหมือนมีหินหนักมาถ่วงฝีเท้าอันวาดให้หนักขึ้นเรื่อย ๆ น้ำตาที่เพิ่งจะเช็ดก็รินไหลเป็นสายไม่หยุดอีกครั้ง

       อันวาดกุมอกตัวเองย่นคิ้วแน่น หัวใจคล้ายมีเหล็กแหลมทิ่มตำซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ ให้เจ็บเจียนจะทนไม่ไหว บุรุษพยาบาลเปิดประตูห้องรอให้ญาติเข้าห้องแล้วปิดลง

       “ฮึก...พี่ลม อึก...ฮือ...” อันวาดสั่นเทาไปทั้งร่าง ยกมือปิดปากที่จะปล่อยเสียงโฮดวงตาพร่าด้วยน้ำตาเห็นร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะมีผ้าขาวคลุมปิดถึงหน้าอก

       “พี่ลม พี่ลมตื่นมา พี่ลมแค่นอนหลับไปใช่ไหม ตื่นมาคุยกับอันก่อน ฮือ...ฮือ...พี่ลม...” ร่างเล็กโผเข้ากอดร่างแฟนหนุ่มที่หลับตาสนิท ไร้ปฏิกิริยาตอบสนองฝังหน้าเข้ากับอกเย็นชืดของร่างไร้ลมหายใจ

       “พี่ลมอย่าทิ้งอันไว้แบบนี้ พี่บอกว่าหลังแต่งงานจะพาไปฮันนีมูนที่สวิต ฮือ...พี่อย่าผิดคำพูดสิ ตื่นมาเถอะอันจะตามใจพี่ทุกอย่าง อันจะบอกรักพี่ทุกวันแบบที่พี่ชอบ ขอร้องล่ะพี่ลมตื่นมาคุยกับอันสิ ฮือ...อึก พี่ลม...อันขอร้อง...” 

เสียงคร่ำครวญผสานเสียงสะอื้นอันโศกเศร้าดังก้องห้อง ปภัสสรเองก็กอดเอวสามีมองลูกสาวที่ร่ำไห้ราวใจจะขาดตรงหน้า น้ำตานองหน้าฝังอกฤหัสไม่ต่างจากอันวาดที่ยังกอดซบร่างไร้วิญญาณแฟนหนุ่มไม่ยอมผละ

       “พี่ลมอันรักพี่ รักที่สุดพี่ตื่นมาฟังอันสิ อันสัญญาจะบอกที่ทุกวันเลย อันรักพี่ รักพี่ได้ยินไหม อันรักพี่ ฮือ...” 

สองมือเรียวประคองใบหน้าซีดขาวเยียบเย็นของแฟนหนุ่มพร่ำพูดในสิ่งที่อีกฝ่ายไม่สามารถรับรู้ซ้ำ ๆ วนอยู่อย่างนั้น

       ร่างสายลมคล้ายคนหลับมีเพียงบาดแผลฟกช้ำช่วงไหล่และปลายคางเล็กน้อยเท่านั้น ไม่เหมือนคนประสบอุบัติเหตุหนักที่จะถึงแก่ชีวิตได้เลย

       อันวาดน้ำตาอาบดวงตาบวมแดง มือลูบไล้ใบหน้าแฟนหนุ่ม แตะปลายนิ้วที่คิ้ว จมูกโด่ง ริมฝีปากไร้สีเลือดช้า ๆ เหมือนเมื่อครั้งแฟนหนุ่มยังมีชีวิต

       “ฮึก...พี่ลม อันรักพี่นะคะ” มือนุ่มเลื่อนกุมมือใหญ่ใต้ผ้าคลุมขาวกระชับมั่น สองขาทรุดตัวลงกับพื้นแต่ยังไม่ยอมปล่อยมือของแฟนหนุ่ม นั่งพับร้องไห้เหมือนจะขาดใจอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งพ่อและแม่เดินเข้ามาประคองร่างลูกสาวให้ลุกออกมาจากห้อง

       ร่างบางไร้แรงจะก้าวเท้ายังดีที่มีบิดาและมารดาพยุงให้เดิน ตอนนี้สภาพอันวาดเองก็คล้ายไร้วิญญาณไปแล้ว ดวงตาเหม่อลอยน้ำตาไหลไม่ขาดสายแต่ไร้เสียงสะอื้นสองสามีภรรยาเห็นอาการลูกสาวแล้วก็ยิ่งปวดใจ

– ** – ** – 

“พี่อันลุกมากินข้าวหน่อย” 

       “พี่ไม่หิว” คนที่ยังขลุกอยู่ใต้ผ้าห่มตอบเสียงอ่อนเนือย 

“ไม่หิวก็ต้องกิน ลุก” อันวาวางชามข้าวไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง ดึงผ้าห่มออกก็เห็นว่าพี่สาวตนกอดหมอนทั้งยังสวมเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ที่เป็นของพี่สายลมไว้ 

“วา พี่อยากอยู่คนเดียว” อันวาดยังนอนตะแคงคดตัวกระชับหมอนที่แฟนหนุ่มเคยนอนหนุนไว้แน่น คล้ายว่ามันยังหลงเหลือกลิ่นหอมของเขาติดอยู่

“พี่อย่าเป็นแบบนี้เลย พ่อกับแม่เป็นห่วงพี่มากนะ ถ้าพี่ลมยังอยู่ก็คงไม่อยากเห็นพี่เป็นแบบนี้หรอก” อันวานั่งขอบเตียงจับไหล่พี่สาวบีบเบา ๆ

“พี่คิดถึงพี่ลม เข้าใจพี่ไหมว่าพี่คิดถึงเขา คิดถึงพี่ลมมาก” เสียงในลำคอเอ่ยตอบสั่นเครือ หันหน้ามามองน้องชาย ดวงตาคลอหยาดน้ำหม่นเศร้า

“ฉันเข้าใจ แล้วพี่ไม่นึกถึงฉัน คิดถึงพ่อกับแม่บ้างเหรอ พวกเราก็เป็นห่วงและรักพี่มากนะ” อันวาที่มักถนอมถ้อยคำเป็นนิสัย ตอนนี้ได้แต่ถอนหายใจปลอบพี่สาวที่เศร้าเสียใจเพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับพี่สายลม

“พี่รู้ ถึงรู้แต่มันก็ยังเสียใจมาก ให้เวลาพี่หน่อยนะ” อันวาดพูดพลางน้ำตาก็ไหลจากหางตาอย่างห้ามไม่ได้ แม้จะร้องไห้มานานขนาดนี้แต่น้ำตามันก็ยังไม่เหือดแห้งลดลงเลย

“พี่ต้องดูแลตัวเองด้วย แม่เป็นห่วงพี่จนกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยนะ พี่กลับบ้านไปอยู่กับแม่ก่อนไหมช่วงนี้” อันวาช่วยพยุงตัวพี่สาวให้นั่งใบหน้าที่เคยมีแต่รอยยิ้มสดใสอิ่มเอิบตอนนี้แก้มตอบใต้ตาคล้ำบวมช้ำเพราะร้องไห้ ร่างที่เคยผุดผ่องสูบลงอย่างเห็นได้ชัด  

“พี่จะพยายามทำใจแล้วกลับมาเหมือนเดิมให้ได้” อันวาดเอนหลังพิงหัวเตียงรับชามข้าวจากน้องชายมือไม้กลับไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะประคองชาม

“ฉันป้อนพี่เอง” อันวาเห็นแล้วก็อ่อนใจตักข้าวป้อนพี่สาว แม้จะอ้าปากกินข้าวอยู่แต่น้ำตาของผู้เป็นพี่ก็ยังคงไหลไม่หยุด

“ฮือ…ฮือ…ทำไมมันปวดใจขนาดนี้ ฮือ…” อันวาดกลืนข้าวแล้วยกมือปิดหน้าสะอื้นไห้ มือกำอกเสื้อตัวเองอยากควักหัวใจตัวเองออกมาให้มันหยุดเต้น ความเจ็บปวดจะได้หยุดทำงานไปเสียที

“...” อันวาวางชามแล้วรวบตัวพี่สาวตนเข้ามาโอบตบหลังช้า ๆ เขารู้ว่าตอนนี้ไม่ว่าจะมีคำปลอบอะไรก็ไร้ผล ความเสียใจที่กัดกินอยู่ภายในมันไม่สามารถคลายด้วยคำพูด ยิ่งเป็นคนที่รักมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทรมานใจมากเท่านั้น หากเป็นเขาก็คงแทบบ้าไม่ต่างกันแน่

“ฮือ…มันเกิดขึ้นได้ยังไง พี่ไม่อยากเชื่อเลย ฮือ…” ใบหน้าอาบน้ำตายังพึมพำร้องอย่างไม่อาย “พี่ลมเป็นคนระมัดระวังจะหลับในได้ยังไง” 

“...” มือที่ลูบหลังพี่สาวของอันวาชะงักไปเล็กน้อย คิ้วมุ่นกระตุกก่อนจะคลายอย่างรวดเร็วเมื่อพี่สาวผละตัวเอนพิงหัวเตียงมองหน้าเขาอีกครั้งอย่างเหม่อลอย

“พี่อยากนอนแล้ว” อันวาดหลับดวงตาแดงบวมไล่หยาดน้ำที่เอ่อหยดลง แล้วล้มตัวนอนกอดหมอนอีกครั้ง

“กลับบ้านนะ พรุ่งนี้ฉันกลับไปส่ง” อันวาพรูลมหายใจมองพี่สาวที่ไร้ชีวิตชีวาอย่างจนใจ พยายามโน้มน้าวให้กลับไปอยู่บ้านในช่วงนี้ 

“ไว้ทำบุญร้อยวันให้พี่ลมแล้วพี่ค่อยกลับ”

“ก็ได้ ” อันวารู้ว่าเป็นเพียงข้ออ้างของอันวาดเท่านั้น เขาจึงดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้พี่สาวหลังดื่มน้ำแล้ว ยกชามข้าวที่พร่องไปเพียงเล็กน้อยเก็บ ก่อนออกจากห้องนอนพี่สาวก็จ้องนิ่งไปยังเตียงพักหนึ่งแล้วหลุบตาลง ปากขยับขมุบขมิบคล้ายท่องอะไรบางอย่างแล้วเดินออกไป

อันวาดที่นอนอยู่บนเตียงกระชับกอดหมอน แนบซบใบหน้าน้ำตาไหลเปียกซึมชื้นเป็นวงกว้าง ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่วันที่นอนหลับไปทั้งน้ำตาอย่างนี้ แม้พยายามฝืนทำตัวให้เข้มแข็ง แต่เพียงชั่ววินาทีสมองก็มีเพียงภาพและความทรงจำของพี่สายลมปรากฏขึ้น

ทุกอย่างมันวนเวียนกลับมาให้คิดถึง ฉายอดีตให้คำนึงหาอยู่ตลอด คำที่ทั้งสองคนเคยพูดคุยกันมันยังดังชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้น