“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาปไสยเวท“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง
“คนไข้แค่เป็นลมเพราะสะเทือนใจ ไม่เป็นอะไรครับ”
“ขอบคุณครับคุณหมอ”
เสียงคุ้นดังเข้าหูลาง ๆ เปลือกตาที่หลับขยับหลุกหลิกก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้น เพดานห้องสีขาวปรากฏอยู่เบื้องหน้าเป็นลำดับแรก เมื่อเบนสายตาไปรอบด้านก็เห็นร่างสูงในชุดนักศึกษาที่หันกลับมาพอดี
“พี่อัน”
“วา มาได้ไง แล้วพี่เป็นอะไร” อันวาดมองหน้าน้องชายแล้วสำรวจไปรอบห้องเหมือนยังงงว่าตัวเองเป็นอะไรไป แต่แล้วก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ก็รีบยันตัวลุกพรวดขึ้นจากเตียง
“พี่อันระวัง” อันวารีบเข้ามาจับไหล่พี่สาวตัวเองไว้
“พี่ลมล่ะวา พี่ลมอยู่ไหน” อันวาดรีบจับมือน้องชายถามหาแฟนหนุ่ม
“พี่อัน” อันวาสีหน้าอึดอัดมองหน้าพี่สาวด้วยแววตาสงสารผู้เป็นพี่อย่างมาก
“วา พี่ลมอยู่ไหน เมื่อกี้พี่ฝันไม่ดีเลย พี่ลมล่ะวา” อันวาดขยับตัวจะลงจากเตียงเมื่อสังเกตเห็นว่าตนนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล ความกลัวที่เกิดขึ้นทำให้เธอพยายามหลอกตัวเองว่าฝันเท่านั้น ขอบตาเริ่มเปียกชื้นเพราะน้ำตาที่ไหลอีกครั้ง
“พี่ทำใจดี ๆ ไว้ พี่ลมจากเราไปแล้ว” อันวาต้องเอ่ยบอกความจริงกับพี่สาวแม้จะเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจมากก็ตาม
“ไม่จริงอ่ะ ไม่จริง วาอย่าล้อพี่เล่นแบบนี้ พี่ลมกำลังจะมารับพี่ไปหาพ่อกับแม่ เรากำลังจะไปหาฤกษ์วันแต่งงาน วาอย่าแกล้งพี่แบบนี้”
เสียงสะอื้นไห้ของพี่สาวและอาการที่เหมือนคุมสติไม่อยู่ทำอันวาเห็นใจจนต้องรวบตัวอันวาดมาปลอบ
“พี่...ใจเย็น ๆ ตั้งสติไว้นะ”
“ฮือ...พี่ลมไม่มีวันทิ้งพี่ ไม่จริง วาบอกพี่สิว่าพี่ลมยังอยู่ ใช่ไหมวา” อันวาดที่ตอนนี้ทั้งร้องทั้งสะอื้น ส่ายหน้าไม่ยอมรับความจริงพยายามจะลงจากเตียง ใจสั่นคล้ายจะหายใจไม่ทันมือเท้าเย็นเฉียบไปหมด
“พี่อัน พี่ลมไม่อยู่กับเราแล้ว พี่ตั้งสติหน่อย” อันวารวบตัวพี่สาวที่ไถลลงกับพื้นขึ้นมานั่งบนเตียงอีกครั้ง อันวาดในตอนนี้แข้งขาไร้เรี่ยวแรงราวไม่มีกระดูก ทั้งหน้าเปียกน้ำมูกน้ำตา
“ไม่จริง พี่ลมยังอยู่ พี่ลมกำลังจะมารับพี่ เรากำลังจะแต่งงานกัน” อันวาดตัวอ่อนยวบสายตาเหม่อลอยปากพึมพำซ้ำไปซ้ำมาเหมือนคนละเมอ
อันวามองพี่สาวแล้วได้แต่ลูบหลังลูบไหล่ปลอบไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา มองหน้าพี่สาวสลับกับมองไปยังประตูห้องเหมือนรอใครมา
ผ่านไปอีกหลายอึดใจประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาโดยพ่อและแม่ของทั้งสอง พวกท่านรู้เรื่องก็รีบขับรถจากต่างจังหวัดมาหาลูกสาวทันที
“อันลูก”
“พ่อ แม่” ปภัสสรเร่งฝีเท้าเข้ามาหาลูกสาวที่ดวงตาแดงก่ำเข้าสวมกอด ส่วนพ่อเข้ามาลูบศีรษะอันวาดแล้วโอบภรรยากับลูกสาวเข้าไว้ด้วย
“ฮือ...แม่ พ่อ” ใบหน้าอันวาดซบอยู่กลางอกแม่ สองแขนกอดเอวแม่กับพ่อไว้แน่น สะอึกปนสะอื้นน้ำตาอาบหน้าเปียกซึมอกเสื้อของมารดา
ฤหัสไม่ได้พูดอะไรแต่หันมองลูกชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยแล้วอันวาก็ผละเดินออกไปจากห้องอย่างรีบร้อน
“พี่ลมกำลังมารับหนูไปหาพ่อกับแม่ เรากำลังจะหาฤกษ์แต่งงานกันอยู่แล้ว ฮือ...” อันวาดเสียงอู้อี้อยู่ในอ้อมอกของปภัสสร เสียงที่เปล่งบ่งบอกถึงความโศกเศร้าและปวดใจยิ่งยวด
“ทำใจนะอันลูกเอ้ย...” ปภัสสรเองก็ไม่รู้จะหาคำไหนมาปลอบลูกขอบตาก็รื้นหยาดน้ำไม่ต่างจากลูกสาว การสูญเสียคนรักไปแบบไม่ทันตั้งตัวอย่างนี้ ฝันที่วาดไว้กำลังจะเป็นจริงกลับพังลงเพียงชั่วพริบตา หัวใจลูกสาวย่อมทนรับได้ยากลำบากแน่นอน
“พ่อกับแม่ยังอยู่กับอันนะลูก” ฤหัสลูบผมปลอบสีหน้าแววตาสงสารลูกสาวจับใจเช่นกัน
“หนูอยากไปดูพี่ลมค่ะ” หลังร้องไห้พอสมควร อันวาดเงยหน้ามองแม่และพ่อด้วยดวงตาบวมช้ำยังสะอึกเป็นระยะ
“แม่ว่า...”
“ไปสิ พ่อกับแม่จะไปกับลูกด้วย” ฤหัสสบตาแล้วแตะต้นแขนภรรยาที่จะค้านลูกสาวยื่นมือพยุงแขนลูกสาวให้ลงจากเตียง
แล้วทั้งสามก็เดินไปยังห้องที่หมอเก็บร่างของผู้เสียชีวิตไว้ ทุกก้าวย่างที่เข้าใกล้ประตูห้องเหมือนมีหินหนักมาถ่วงฝีเท้าอันวาดให้หนักขึ้นเรื่อย ๆ น้ำตาที่เพิ่งจะเช็ดก็รินไหลเป็นสายไม่หยุดอีกครั้ง
อันวาดกุมอกตัวเองย่นคิ้วแน่น หัวใจคล้ายมีเหล็กแหลมทิ่มตำซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ ให้เจ็บเจียนจะทนไม่ไหว บุรุษพยาบาลเปิดประตูห้องรอให้ญาติเข้าห้องแล้วปิดลง
“ฮึก...พี่ลม อึก...ฮือ...” อันวาดสั่นเทาไปทั้งร่าง ยกมือปิดปากที่จะปล่อยเสียงโฮดวงตาพร่าด้วยน้ำตาเห็นร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะมีผ้าขาวคลุมปิดถึงหน้าอก
“พี่ลม พี่ลมตื่นมา พี่ลมแค่นอนหลับไปใช่ไหม ตื่นมาคุยกับอันก่อน ฮือ...ฮือ...พี่ลม...” ร่างเล็กโผเข้ากอดร่างแฟนหนุ่มที่หลับตาสนิท ไร้ปฏิกิริยาตอบสนองฝังหน้าเข้ากับอกเย็นชืดของร่างไร้ลมหายใจ
“พี่ลมอย่าทิ้งอันไว้แบบนี้ พี่บอกว่าหลังแต่งงานจะพาไปฮันนีมูนที่สวิต ฮือ...พี่อย่าผิดคำพูดสิ ตื่นมาเถอะอันจะตามใจพี่ทุกอย่าง อันจะบอกรักพี่ทุกวันแบบที่พี่ชอบ ขอร้องล่ะพี่ลมตื่นมาคุยกับอันสิ ฮือ...อึก พี่ลม...อันขอร้อง...”
เสียงคร่ำครวญผสานเสียงสะอื้นอันโศกเศร้าดังก้องห้อง ปภัสสรเองก็กอดเอวสามีมองลูกสาวที่ร่ำไห้ราวใจจะขาดตรงหน้า น้ำตานองหน้าฝังอกฤหัสไม่ต่างจากอันวาดที่ยังกอดซบร่างไร้วิญญาณแฟนหนุ่มไม่ยอมผละ
“พี่ลมอันรักพี่ รักที่สุดพี่ตื่นมาฟังอันสิ อันสัญญาจะบอกที่ทุกวันเลย อันรักพี่ รักพี่ได้ยินไหม อันรักพี่ ฮือ...”
สองมือเรียวประคองใบหน้าซีดขาวเยียบเย็นของแฟนหนุ่มพร่ำพูดในสิ่งที่อีกฝ่ายไม่สามารถรับรู้ซ้ำ ๆ วนอยู่อย่างนั้น
ร่างสายลมคล้ายคนหลับมีเพียงบาดแผลฟกช้ำช่วงไหล่และปลายคางเล็กน้อยเท่านั้น ไม่เหมือนคนประสบอุบัติเหตุหนักที่จะถึงแก่ชีวิตได้เลย
อันวาดน้ำตาอาบดวงตาบวมแดง มือลูบไล้ใบหน้าแฟนหนุ่ม แตะปลายนิ้วที่คิ้ว จมูกโด่ง ริมฝีปากไร้สีเลือดช้า ๆ เหมือนเมื่อครั้งแฟนหนุ่มยังมีชีวิต
“ฮึก...พี่ลม อันรักพี่นะคะ” มือนุ่มเลื่อนกุมมือใหญ่ใต้ผ้าคลุมขาวกระชับมั่น สองขาทรุดตัวลงกับพื้นแต่ยังไม่ยอมปล่อยมือของแฟนหนุ่ม นั่งพับร้องไห้เหมือนจะขาดใจอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งพ่อและแม่เดินเข้ามาประคองร่างลูกสาวให้ลุกออกมาจากห้อง
ร่างบางไร้แรงจะก้าวเท้ายังดีที่มีบิดาและมารดาพยุงให้เดิน ตอนนี้สภาพอันวาดเองก็คล้ายไร้วิญญาณไปแล้ว ดวงตาเหม่อลอยน้ำตาไหลไม่ขาดสายแต่ไร้เสียงสะอื้นสองสามีภรรยาเห็นอาการลูกสาวแล้วก็ยิ่งปวดใจ
– ** – ** –
“พี่อันลุกมากินข้าวหน่อย”
“พี่ไม่หิว” คนที่ยังขลุกอยู่ใต้ผ้าห่มตอบเสียงอ่อนเนือย
“ไม่หิวก็ต้องกิน ลุก” อันวาวางชามข้าวไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง ดึงผ้าห่มออกก็เห็นว่าพี่สาวตนกอดหมอนทั้งยังสวมเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ที่เป็นของพี่สายลมไว้
“วา พี่อยากอยู่คนเดียว” อันวาดยังนอนตะแคงคดตัวกระชับหมอนที่แฟนหนุ่มเคยนอนหนุนไว้แน่น คล้ายว่ามันยังหลงเหลือกลิ่นหอมของเขาติดอยู่
“พี่อย่าเป็นแบบนี้เลย พ่อกับแม่เป็นห่วงพี่มากนะ ถ้าพี่ลมยังอยู่ก็คงไม่อยากเห็นพี่เป็นแบบนี้หรอก” อันวานั่งขอบเตียงจับไหล่พี่สาวบีบเบา ๆ
“พี่คิดถึงพี่ลม เข้าใจพี่ไหมว่าพี่คิดถึงเขา คิดถึงพี่ลมมาก” เสียงในลำคอเอ่ยตอบสั่นเครือ หันหน้ามามองน้องชาย ดวงตาคลอหยาดน้ำหม่นเศร้า
“ฉันเข้าใจ แล้วพี่ไม่นึกถึงฉัน คิดถึงพ่อกับแม่บ้างเหรอ พวกเราก็เป็นห่วงและรักพี่มากนะ” อันวาที่มักถนอมถ้อยคำเป็นนิสัย ตอนนี้ได้แต่ถอนหายใจปลอบพี่สาวที่เศร้าเสียใจเพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับพี่สายลม
“พี่รู้ ถึงรู้แต่มันก็ยังเสียใจมาก ให้เวลาพี่หน่อยนะ” อันวาดพูดพลางน้ำตาก็ไหลจากหางตาอย่างห้ามไม่ได้ แม้จะร้องไห้มานานขนาดนี้แต่น้ำตามันก็ยังไม่เหือดแห้งลดลงเลย
“พี่ต้องดูแลตัวเองด้วย แม่เป็นห่วงพี่จนกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยนะ พี่กลับบ้านไปอยู่กับแม่ก่อนไหมช่วงนี้” อันวาช่วยพยุงตัวพี่สาวให้นั่งใบหน้าที่เคยมีแต่รอยยิ้มสดใสอิ่มเอิบตอนนี้แก้มตอบใต้ตาคล้ำบวมช้ำเพราะร้องไห้ ร่างที่เคยผุดผ่องสูบลงอย่างเห็นได้ชัด
“พี่จะพยายามทำใจแล้วกลับมาเหมือนเดิมให้ได้” อันวาดเอนหลังพิงหัวเตียงรับชามข้าวจากน้องชายมือไม้กลับไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะประคองชาม
“ฉันป้อนพี่เอง” อันวาเห็นแล้วก็อ่อนใจตักข้าวป้อนพี่สาว แม้จะอ้าปากกินข้าวอยู่แต่น้ำตาของผู้เป็นพี่ก็ยังคงไหลไม่หยุด
“ฮือ…ฮือ…ทำไมมันปวดใจขนาดนี้ ฮือ…” อันวาดกลืนข้าวแล้วยกมือปิดหน้าสะอื้นไห้ มือกำอกเสื้อตัวเองอยากควักหัวใจตัวเองออกมาให้มันหยุดเต้น ความเจ็บปวดจะได้หยุดทำงานไปเสียที
“...” อันวาวางชามแล้วรวบตัวพี่สาวตนเข้ามาโอบตบหลังช้า ๆ เขารู้ว่าตอนนี้ไม่ว่าจะมีคำปลอบอะไรก็ไร้ผล ความเสียใจที่กัดกินอยู่ภายในมันไม่สามารถคลายด้วยคำพูด ยิ่งเป็นคนที่รักมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทรมานใจมากเท่านั้น หากเป็นเขาก็คงแทบบ้าไม่ต่างกันแน่
“ฮือ…มันเกิดขึ้นได้ยังไง พี่ไม่อยากเชื่อเลย ฮือ…” ใบหน้าอาบน้ำตายังพึมพำร้องอย่างไม่อาย “พี่ลมเป็นคนระมัดระวังจะหลับในได้ยังไง”
“...” มือที่ลูบหลังพี่สาวของอันวาชะงักไปเล็กน้อย คิ้วมุ่นกระตุกก่อนจะคลายอย่างรวดเร็วเมื่อพี่สาวผละตัวเอนพิงหัวเตียงมองหน้าเขาอีกครั้งอย่างเหม่อลอย
“พี่อยากนอนแล้ว” อันวาดหลับดวงตาแดงบวมไล่หยาดน้ำที่เอ่อหยดลง แล้วล้มตัวนอนกอดหมอนอีกครั้ง
“กลับบ้านนะ พรุ่งนี้ฉันกลับไปส่ง” อันวาพรูลมหายใจมองพี่สาวที่ไร้ชีวิตชีวาอย่างจนใจ พยายามโน้มน้าวให้กลับไปอยู่บ้านในช่วงนี้
“ไว้ทำบุญร้อยวันให้พี่ลมแล้วพี่ค่อยกลับ”
“ก็ได้ ” อันวารู้ว่าเป็นเพียงข้ออ้างของอันวาดเท่านั้น เขาจึงดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้พี่สาวหลังดื่มน้ำแล้ว ยกชามข้าวที่พร่องไปเพียงเล็กน้อยเก็บ ก่อนออกจากห้องนอนพี่สาวก็จ้องนิ่งไปยังเตียงพักหนึ่งแล้วหลุบตาลง ปากขยับขมุบขมิบคล้ายท่องอะไรบางอย่างแล้วเดินออกไป
อันวาดที่นอนอยู่บนเตียงกระชับกอดหมอน แนบซบใบหน้าน้ำตาไหลเปียกซึมชื้นเป็นวงกว้าง ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่วันที่นอนหลับไปทั้งน้ำตาอย่างนี้ แม้พยายามฝืนทำตัวให้เข้มแข็ง แต่เพียงชั่ววินาทีสมองก็มีเพียงภาพและความทรงจำของพี่สายลมปรากฏขึ้น
ทุกอย่างมันวนเวียนกลับมาให้คิดถึง ฉายอดีตให้คำนึงหาอยู่ตลอด คำที่ทั้งสองคนเคยพูดคุยกันมันยังดังชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้น