“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

สาปไสยเวท - สาปไสยเวท บทที่ ๒๕ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สาปไสยเวท

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ดราม่า

รายละเอียด

สาปไสยเวท โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง

สารบัญ

สาปไสยเวท-# คำเตือน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทนำ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ตอนพิเศษ ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม การแสดง,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม โชคชะตา,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม อธิษฐาน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม หลอกหลอน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม ช็อกโกแลต

เนื้อหา

สาปไสยเวท บทที่ ๒๕

สาปไสยเวท : บทที่ ๒๕

วันต่อมาในช่วงบ่ายหลังคุณหมอเข้ามาตรวจอาการฤหัสกับปภัสสรไม่นานทั้งคู่ก็ได้สติตื่นขึ้น เมื่อได้พูดคุยรู้แล้วว่าลูกสาวไม่เป็นอะไรปลอดภัยดีสองสามีภรรยาก็โล่งใจขึ้นมาก 

ใช้เวลาถามไถ่นานพอสมควรรู้เรื่องที่อันวาเข้าป่าตามหาตัวไออุ่น แล้วอันวาดเล่าถึงเรื่องสายลมที่ตนรู้มาให้พ่อกับแม่ฟัง ก่อนจะหลับพักผ่อนต่อทุกคนลงความเห็นกัน ไว้อาการของบิดามารดาดีขึ้นแล้วค่อยว่ากันต่อส่วนเรื่องของศิลาอันวาดกลับไม่เอ่ยถึงเลย

หลังแพทย์ลงความเห็นว่าอาการของฤหัสกับปภัสสรฟื้นตัวได้ดี อีกสามวันสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ พออันวาดไปเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่ายจึงรู้ว่าศิลาจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว 

อันวาดจึงต้องโทรหาศิลาเพื่อจะจ่ายเงินคืนให้และขอบคุณ เพราะหลังจากวันนั้นศิลาก็ไม่ได้มาที่โรงพยาบาลอีกมีเพียงป้าละเอียดที่นำอาหารมาส่ง ถึงได้รู้ว่าอาหารก่อนหน้าเป็นคำสั่งของศิลาที่สั่งให้คนมาส่งให้เธอทุกมื้อ

เกือบอาทิตย์ที่ผ่านมาร่างกายและสุขภาพของฤหัสกับปภัสสรฟื้นตัวดีขึ้นเกือบจะแข็งแรงกลับมาเป็นปกติทุกอย่าง ออกจากโรงพยาบาลสองสามีภรรยาก็พักอยู่กับอันวาดในบ้านที่ศิลาจัดหาให้ โดยเหตุผลที่ศิลาบอกกับอันวาดคือดีต่อการพักฟื้น และอีกอย่างคอนโดนั้นไม่ปลอดภัยกับตัวเธอและครอบครัว   

ถึงจะรู้สึกขอบคุณแต่ก็ทำให้อันวาดรู้สึกอึดอัดมากเช่นกันที่อีกฝ่ายทำดีกับเธอและครอบครัวแบบนี้ ยังผลให้เธอลำบากใจยิ่งขึ้นเมื่อได้รับคำเชิญจากคุณปู่ให้ไปพบท่านที่วังตากอากาศพร้อมกับพ่อแม่

พอมาถึงวังตากอากาศแล้วหลังแม่บ้านนำน้ำและขนมวางเรียบร้อย ป้าละเอียดที่เดินออกเป็นคนสุดท้ายปิดประตูให้ ในห้องใหญ่เหลือเพียงคุณปู่ ศิลา และแขกทั้งสามคือฤหัส ปภัสสร และอันวาด สองสามีภรรยามองหน้ากันแล้วฤหัสก็เอ่ยขึ้นกับผู้อาวุโสที่สุดในห้อง

“ขอบคุณหม่อมมากครับที่ช่วยผมกับภรรยาไว้ แล้วผมก็ขอบคุณคุณศิลาด้วยที่ช่วยลูกสาวผม” อันวาดมองพ่ออย่างไม่เข้าใจเหตุการณ์ เรื่องที่ศิลาช่วยตนไว้นั้นเธอรู้แล้วแต่เรื่องที่คุณปู่ช่วยพ่อกับแม่หมายความว่าอย่างไร

“ขอบคุณค่ะหม่อม ขอบคุณคุณศิลาด้วยค่ะ” ปภัสสรก็เอ่ยขอบคุณด้วยเช่นกัน

“เอาล่ะๆ ไม่ต้องขอบคุณอะไรหรอก ยังไงก็จะเป็นทองแผ่นเดียวกันอยู่แล้ว ก็ถือว่าช่วยเหลือคนในครอบเดียวกัน” คุณปู่เอ่ยขึ้นยิ้มๆ มองสองสามีภรรยาแล้วหันไปมองอันวาดสีหน้าเบิกบาน 

“คุณลุงคุณป้าไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ผมยินดี” ศิลาเอ่ยขึ้น 

“เอาล่ะ ไม่ต้องพูดขอบคุณกันแล้ววันนี้ที่ฉันเรียกมาเพราะอยากจะคุยเรื่องสินสอดทองหมั้นเพื่อสู่ขอแม่หนูให้หลานชายฉัน แล้วจะได้ตบแต่งกันให้ถูกต้องตามธรรมเนียม”

“...” สองสามีภรรยาสีหน้าตกใจมองหน้าชายชราแล้วหันมองหน้าลูกสาวตัวเอง

อันวาดเองก็ตื่นตะลึงไม่ต่างกัน มองหน้าคุณปู่กับศิลาที่นิ่งเงียบอยู่ ไม่นึกว่าคุณปู่จะพูดเรื่องนี้กับพ่อแม่จริงๆ 

“คือ…คุณปู่คะหนูกับ…” 

“คุณปู่ครับ ผมขอคุยกับอันสักครู่นะครับผมขออนุญาตนะครับคุณลุงคุณป้า” ศิลาเอ่ยขึ้นแล้วจากนั้นก็พยักหน้าเรียกอันวาดออกไปนอกห้อง

“จะคุยอะไร เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อยจะแต่งงานกันได้ยังไงทำไมคุณไม่บอกคุณปู่ล่ะ” พออันวาดเดินตามศิลาห่างออกมาจากห้องเมื่อมองแล้วไม่เห็นใครอยู่ใกล้จึงเอ่ยขึ้น

“คุณตกลงไปก่อน ไม่งั้นคุณปู่ไม่ยอมให้ผมถอดของป้องกันส่งให้คุณแน่ ยิ่งไม่ยอมช่วยพ่อกับแม่คุณด้วย”

“ก็แล้วคุณจะให้ของป้องกันกับฉันทำไม แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องช่วยพ่อแม่ฉันด้วย” อันวาดหงุดหงิดใจเสียงที่เอ่ยก็สูงขึ้นด้วย

“...เอาเป็นว่าคุณรับปากคุณปู่ไปก่อน ส่วนเรื่องแต่งงานผมจะถ่วงเวลาออกไปเองเรื่องอื่นผมจะเล่าให้คุณฟังทีหลัง เรากลับเข้าไปข้างในเถอะ” ศิลามองหน้าอันวาดแล้วเอ่ยบอกเพียงเท่านี้

อันวาดถอนหายใจยาวอย่างจนใจแล้วเดินตามหลังศิลากลับเข้าไปในห้อง พอเข้ามาก็เห็นสีหน้าของผู้ใหญ่ทั้งสามคนยิ้มแย้มเป็นปกติ คุณปู่จึงกวักมือเรียกอันวาดเข้าไปหา

“แม่หนู เข้ามาใกล้ๆ ปู่หน่อย”

“ค่ะ” อันวาดเดินเข้าไปแล้วย่อตัวลงด้านข้าง คุณปู่ยื่นกล่องใบเล็กส่งให้ อันวาดมองหน้าพ่อแม่ก็เห็นว่าทั้งคู่พยักหน้าให้จึงรับมาแต่ยังไม่ได้เปิดดูคุณปู่ก็เอ่ยบอกว่ามีอะไรอยู่ด้านใน

“นี่เป็นกลัดทองที่ต้องให้สะไภ้ของบ้าน แต่พ่อแม่เจ้าศิลาไม่อยู่แล้วปู่เลยเป็นตัวแทนให้หนูไว้” 

“ขอบคุณค่ะคุณปู่” อันวาดจำต้องกล่าวขอบคุณทำตามอย่างที่ศิลาบอกไว้

ในช่วงเที่ยงครอบครัวอันวาดก็อยู่ทานอาหารร่วมกันที่วังตกบ่ายถึงได้กลับ ส่วนศิลายังตามมาส่งอันวาดถึงบ้านพัก เพื่อให้ลูกสาวได้มีเวลาคุยกับศิลาปภัสสรจึงพาสามีเข้าบ้านพักผ่อน 

เมื่ออยู่กันตามลำพังสองคน อันวาดที่พยายามรักษาสีหน้าให้ปกติมาตลอดตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นทมึงทึงขึ้น แต่ไม่เอ่ยอะไรรอให้ศิลาเป็นฝ่ายพูดก่อน

“คุณยังไม่รู้ใช่ไหม ว่าพ่อแม่คุณก็ถูกทำของใส่ ที่พวกท่านไม่ฟื้นหลังเกิดอุบัติเหตุก็เพราะถูกของ มันไม่เอาชีวิตแต่ก็ไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้” 

“จะเป็นไปได้ยังไง คุณพ่อเอง…” 

“คุณพ่อคุณมีวิชาก็จริง แต่ถ้าอีกฝ่ายมีวิชาแก่กล้ากว่ายังไงก็ต้องเพลี่ยงพล้ำเข้าสักวัน อีกอย่างเพื่อสะกดของที่ติดตัวคุณมาจนคุณอายุเท่านี้แล้ว คุณคิดว่าเวลายี่สิบกว่าปีมันน้อยหรือไง” 

“...” อันวาดนิ่งเงียบดวงตาจับจ้องศิลาในใจตื่นตระหนกกับคำที่ได้ฟัง

“คุณไสยมันมีแต่กัดกินเจ้าของยิ่งเป็นมนตร์ดำยิ่งไม่มีทางจบได้สวย แล้ววิชาที่คุณชิงมามันเกิดจากมนตร์ดำที่คล่าชีวิตสะสมทั้งวิญญาณและความแค้นไว้มากมาย คุณคิดว่าทำไมคนที่รับมาถึงต้องไปบวชเป็นพระ ตอนนี้เข้าใจรึยังทำไมพ่อแม่คุณถึงให้คุณคอยปฏิบัติธรรมถือศีล” 

ดวงตาที่หลุบมองมือตัวเองเริ่มคลอหยาดน้ำ เพราะความเศร้า โกรธ และแค้นที่เกิดขึ้น ได้ทำให้เธอกระทำเรื่องผิดครั้งใหญ่ พอจะจำได้แล้วว่าตาของเธอเองก็เพราะสูญเสียภรรยาจึงได้โกรธแค้นแล้วเลือกเดินทางผิดจนมีจดจบไม่ดี ก่อนหน้านี้ทั้งน้องและพ่อแม่ต่างก็ยับยั้งเธอแต่ไม่เป็นผล เธอเลือกก้าวลงบนเส้นทางผิดบาปไม่ต่างจากตาเหมือนครั้งในอดีต

“เพราะงั้นผมถึงให้ของป้องกันคุณไว้ แค่ใส่สร้อยไว้คุณจะปลอดภัย ส่วนพ่อแม่คุณคุณปู่ผมช่วยดูแลแล้วไม่ต้องห่วง”

“เข้าใจแล้ว แล้ว…แล้วเรื่องแต่งงานเราจะบอกคุณปู่ยังไง ทำไมคุณปู่ถึงอยากให้เราแต่งงานกัน” ดวงตาที่เอ่อคลอน้ำเงยขึ้นถามศิลา

“วิชาของผมถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นให้เฉพาะคนในครอบครัว บรรพบุรุษเป็นหมอพราหมณ์ทำพิธีให้เจ้านายในวัง เป็นศาสตร์ขั้นสูงของหมอพราหมณ์ที่ไม่ถ่ายทอดให้คนนอกเด็ดขาด”

“งั้นพิธีที่คุณทำตอนนั้นคือ…”

“ใช่ เป็นการถ่ายทอดวิชาแต่แค่บางส่วน และเป็นพิธีถอดของในตัวผมให้คุณ” 

“คุณ…ทำแบบนั้นทำไม เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย คุณจะช่วยฉันทำไม” อันวาดถามพลางมองดวงตาของศิลาที่จ้องมายังเธอเงียบๆ ความนิ่งของเขากลับทำให้เธอเริ่มกระวนกระวายใจ 

“ก็คุณคือว่าที่ภรรยาของผมไง” 

“ขะ…คุณ ไหนคุณบอกว่าจะถ่วงเวลาเรื่องงานแต่งไง” อันวาดสะดุดลมหายใจรีบเอ่ยพร้อมทั้งเบนหน้าหลบไม่กล้าสบตาศิลาอีก

“ใช่ ผมจะถ่วงเวลาออกไปจนกว่าคุณจะพร้อม” 

“พะ…พร้อม พร้อมอะไร ฉันไม่พร้อม ไม่มีวันพร้อม” อันวาดเอ่ยเสียงละล่ำละลักออกมา ตวัดสายตามองศิลาที่ยิ้มอยู่อย่างทำอะไรไม่ถูก ตอนนี้ไม่ว่าลมหายใจหรือหัวใจก็ผิดจังหวะไปหมดจนสำลักอากาศต้องกระแอมไอออกมาคราหนึ่ง

“ให้ผมช่วยเตรียมความพร้อมไหม”

“มะ…ไม่ต้อง ขยับออกไปเลย” อันวาดเอนหลังหลบใบหน้าศิลาที่ยื่นใกล้เข้ามาอย่างจงใจ

“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมทำพิธี”

“ก็ฉัน ฉันเดา” อันวาดตอบเสียงสั่นเม้มปากหลุบตาลง สองมือกำชายเสื้อตัวเองใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวหายใจติดขัดอย่างขัดเขินขึ้นมา

“อ่อ…เดาแม่นจริง” ศิลาพูดเจือยิ้มดวงตาที่มองใบหน้าแดงเรื่อของอันวาดเป็นประกายแวววาว

“ถ้าหมดธุระแล้วคุณก็กลับไปได้แล้ว” อันวาดลุกพรวดขึ้นเพื่อเดินหนีศิลาที่ยังยิ้มจ้องเธออยู่ 

“ธุระยังไม่หมด คุณต้องไปที่หนึ่งกับผมก่อน”

“ไปไหน ฉันไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น” 

“คอนโดของคุณ ต้องเอาภาพนั้นไปกำจัดทิ้งให้เร็วที่สุด”

“แต่ฉัน…ฉันอยากจัดการด้วยตัวเอง” 

“ได้…แต่ผมอยากเอาไปให้คุณปู่ดูก่อน คุณพร้อมแล้วค่อยทำพิธีกัน” ศิลาพยักหน้าไม่ขัดอันวาดอีก 

ก่อนออกไปอันวาดก็ไปบอกพ่อกับแม่ไว้ว่าจะออกไปทำธุระข้างนอกกับศิลา ช่วงเย็นที่มาถึงคอนโดนิติก็เดินเข้ามาหาอันวาดสีหน้าเป็นกังวลแล้วเริ่มบ่นเกี่ยวกับห้องที่เธอพัก ว่าก่อนหน้ามีกลิ่นเหม็นและได้ยินเสียงแปลกๆ เลยได้รู้ว่าอันวาเคยพาศิลามาที่คอนโดเธอเพื่อช่วยสะกดของที่อยู่กับภาพวาดนั้นเอาไว้

พอเปิดห้องเข้าไปด้านในมีกลิ่นคาวสาบคลุ้งทั่วห้อง เหม็นชวนอาเจียนเป็นอย่างมาก พออันวาดเดินเข้าไปในห้องที่เก็บภาพวาดเห็นบนพื้นหน้าภาพมีคราบเปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดงคล้ำ พอมองดีๆ มีหนอนชอนไชยั้วเยี้ยเต็มพื้น 

“อย่าจับมัน ของมันแรงขึ้นกว่าเดิม” ศิลารั้งมืออันวาดไว้เมื่อเห็นว่าเธอจะแตะภาพ เขาจึงหยิบบางอย่างจากอกเสื้อเหมือนจะเป็นผ้าสีขาวผืนใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อย เป็นการรองเพื่อไม่ให้มือสัมผัสโดยตรงกับภาพวาดนั้น บนผ้ามีอักขระอยู่ด้วย

“ทุกคนที่เคยจับภาพนี้จะถูกของ ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นวิชาของทางไหน เลยจะเอาไปให้คุณปู่ดูก่อน” 

อันวาดพยักหน้ารับช้าๆ แล้วเริ่มนึกถึงว่าภาพนี้พ่อกับแม่ก็เคยจับ อันวาก็ด้วย แล้วยังไม่รู้ว่าคนที่บ้านของพี่สายลมเคยมีใครจับรึเปล่า ก็เริ่มเป็นกังวลขึ้น

“พ่อแม่กับน้องชายฉัน…” 

“คนในครอบครัวคุณจะปลอดภัย” ศิลาเอ่ยพลางทั้งคู่ก็เดินกลับออกจากห้องและศิลาก็นำภาพนั้นกลับไปยังวังตากอากาศของปู่โดยแวะส่งอันวาดก่อน

“ถ้าผมรู้อะไรแล้วจะโทรบอกคุณ” 

“ขอบคุณค่ะ” อันวาดยืนส่งศิลาอยู่หน้าบ้านพอรถออกตัวก็กลับเข้าบ้าน