“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

สาปไสยเวท - สาปไสยเวท บทที่ ๒๘ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สาปไสยเวท

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ดราม่า

รายละเอียด

สาปไสยเวท โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง

สารบัญ

สาปไสยเวท-# คำเตือน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทนำ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ตอนพิเศษ ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม การแสดง,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม โชคชะตา,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม อธิษฐาน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม หลอกหลอน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม ช็อกโกแลต

เนื้อหา

สาปไสยเวท บทที่ ๒๘

สาปไสยเวท : บทที่ ๒๘

ในทุกนาทีต้องกลั้นหายใจกลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกตัวตื่น ในใจเต้นรัวเป็นกลองปลายนิ้วขยับจับกระดุมเสื้อนอนอย่างเบามือ โน้มตัวแกะกระดุมเม็ดแรกตามด้วยเม็ดที่สอง แหวกเสื้อมองแต่ทว่ายังไม่เห็นตำแหน่งอกซ้ายจึงปลดต่ออีกสองเม็ด

มืออันวาดสั่นน้อยๆ แยกสาบเสื้อให้กว้างโน้มหน้าต่ำลงเพื่อมองภาพรอยสักบนอกของศิลา เพิ่งเห็นจุดที่เป็นภาพคนเพียงส่วนหัว คนที่นอนอยู่ก็ขยับตัวจึงทำให้องศาในการมองลำบากขึ้นอารามตกใจอันวาดรีบรวบเสื้อของศิลาเข้าด้วยกันอย่างแรง

“คุณ…คุณทำอะไร” น้ำหนักมือของอันวาดทำให้ศิลาลืมตาขึ้นระยะห่างของใบหน้าทั้งสองใกล้กันเพียงคืบ

“ปะ…เปล่า…” เสียงตะกุกตะกักของอันวาดแหลมสูงขึ้น          

“คุณลวนลามผมเหรอ” มือใหญ่รีบจับมืออันวาดที่จะชักกลับไว้พลางขยับตัวนั่งบนเตียง

“เปล่านะ ใครลวนลามคุณ ฉันแค่จะดู จะ…” 

“ดู ดูก็คือการลวนลามทางสายตาแล้ว แล้วนี่มือคุณยังจับหน้าอกผมด้วย” 

“คุณ! ลวนลามอะไรกัน ทีคุณยังเช็ด…เอิ่ม…คุณก็ปล่อยมือฉันสิ” อันวาดพยายามดึงมือตัวเองกลับ ใบหน้าใบหูแดงก่ำขึ้นรีบหยุดคำพูดที่เหลือไว้

“นั่นผมเช็ดตัวให้คุณไม่ได้ลวนลามคุณนะ แต่นี่คุณมาแก้ผ้าผมเพื่อลวนลาม” 

“ฉันแก้ผ้าลวนลามคุณที่ไหนกัน แค่จะดูรอยสักคุณเอง” อันวาดหวีดเสียงสูงขึ้นอย่างไม่พอใจ รั้งมือตนเองก็ไม่หลุด

“อ่อ…อยากดูรอยสักผม ทำไมถึงอยากดู” 

“ก็ไม่ทำไม คุณปล่อยมือฉันได้แล้ว ฉันไม่อยากดูแล้ว” 

“แต่ผมอยากให้ดู” ศิลาออกแรงดึงอันวาดที่พยายามขยับถอยจนร่างเล็กชิดขอบเตียงที่ตนนั่งอยู่

“ไม่ ไม่ ฉันไม่ดูแล้ว” อันวาดรีบบอกปัดเอียงหน้าหนีไม่มองศิลาที่จับมือเธอให้แหวกเสื้อเขาจนเผยผิวใต้ผ้าจนหมด

“ผมอนุญาตให้คุณดูได้” มือขวาของศิลารวบเอวไว้แน่นส่วนมือซ้ายจับปลายคางอันวาดให้หันมองแผงอกที่เต็มไปด้วยลวดลาย

อันวาดรีบหลับตาไม่มองเมื่อถูกบังคับให้หันมอง สมองและหัวใจตอนนี้กลับตีรวนสับสนเถียงกันว่าจะลืมตามองหรือไม่มองดี ความจริงแค่มองก็ไม่เห็นจะเป็นไรในเมื่ออีกฝ่ายก็เคยเห็นร่างกายเธอแล้ว แต่เปลือกตาก็ยังหลับปี๋ไม่กล้าลืมขึ้น

“ลืมตาเถอะ” เสียงทุ้มกับลมหายใจอุ่นที่รดใบหน้าทำให้อันวาดต้องสยิวกายหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะขาอ่อนแรงแต่เอวยังถูกประคองไว้จึงไม่ทรุดลงกับพื้น

มือใหญ่ของศิลาปล่อยคางเปลี่ยนมาจับมืออันวาดขยับให้วางทาบลงบนผิวเนื้อร้อนที่อุณหภูมิต่างจากอากาศรอบตัว ตำแหน่งที่มือวางนาบนั้นรู้สึกถึงการกระเพื่อมของหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะ 

ดวงตาที่หลับมีเพียงความมืด ความเงียบของบรรยากาศรอบด้านทำให้อันวาดรู้สึกได้ว่าอัตราการเต้นของหัวใจที่มือสัมผัสอยู่ มันเป็นจังหวะคงที่และหนักแน่น

ไอร้อนของร่างกายที่แนบชิดกลับทำให้อันวาดหายใจติดขัดแล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือแผ่นอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อมีเส้นสายลายสักจากอกถึงหน้าท้อง มันเป็นภาพคุ้นตาเพราะเป็นภาพเดียวกันกับที่สายลมวาดให้เธอครั้งแรกตอนอยู่มัธยมปลาย

มือเรียวเลื่อนไล้ไปตามลายเส้นช้าๆ โดยที่ไม่ต้องมีมือของศิลาจับอีก ตำแหน่งปลายนิ้วไล่เรื่อยไปทุกจุดอย่างแผ่วเบา ดวงตาเอ่อคลอหยาดน้ำกวาดมองไปทั่วทุกตารางของภาพบนผิวเนื้อชายหนุ่ม

“ทำไม…” เสียงเครือของอันวาดเล็ดลอดออกจากลำคอ ซึ่งไม่รู้ว่าคำที่เอ่ยออกมานั้นเป็นคำถามที่มีต่อศิลาหรือเป็นคำตัดพ้อที่มีต่อสายลม

“เลิกร้องได้แล้วนะน้องคนดี” ศิลาก้มหน้ามองเห็นข้างแก้มที่มีหยดน้ำตาไหลผ่านจึงได้ใช้ก้านนิ้วปาดเช็ดให้อย่างเบามือ รั้งเอวคอดให้ชิดร่างเขาเอ่ยเสียงปลอบก่อนจะกดท้ายท้อยอันวาดเงยรับจุมพิตที่ทาบทับอย่างนุ่มนวล

“อื้อ…” เสียงสะอื้นถูกกลืนหายไปกับริมฝีปากร้อน ความเศร้าที่ก่อเกิดในใจถูกกลบฝังด้วยลิ้นที่รุกรานเข้ามาในโพลงปาก สัมผัสอ่อนนุ่มที่กระชับเอวเริ่มขับไล่ความเจ็บในหัวใจของอันวาด

ศิลาที่ยืนเต็มความสูงเปลี่ยนมานั่งบนเตียงแต่รวบเอวคอดจนร่างเล็กเบียดชิดแนบเนื้อที่ร้อนระอุแน่น ยังบรรจงจูบอย่างอ่อนโยนแต่ดูดดื่มขึ้นทุกขณะ ฝ่ามือใหญ่กระชับเอวเพิ่มน้ำหนักเคล้นถึงสะโพก

นิ้วเรียวทั้งสิบของอันวาดกำเสื้อและเนื้อร้อนผ่าวของคนที่ตนนั่งคล่อมตักอย่างลืมตัว สมองขาวโพลนไร้ความคิดมีเพียงร่างกายที่ตอบรับสัมผัสอีกฝ่ายอย่างไม่ขัดขืน

“น้องคนดี” ศิลาเสียงพร่าคำรามต่ำในลำคอทั้งที่ยังไม่ผละการบดเนื้อเบียดลิ้นจู่โจมริมฝีปากเล็กที่สะท้อนหอบหายใจอย่างแรงของอันวาด

“อื้อ…อืม…” ใบหน้าแดงระเรื่อที่ลามไปถึงลำคอและหูครางต่ำลอดเสียงเบา แม้จะพยายามผละห่างแต่กลับถูกอุ้งมือหนาประคองแก้มไม่ให้ถอยหนีต้องจำนนต่อไปอย่างไร้ทางต้าน

เสื้อนอนที่ถูกเปิดเพื่อดูรอยสักบัดนี้กลับหลุดจากไหล่กว้างกองอยู่ข้างตัว ร่างเล็กนั่งอยู่บนตักแกร่งสองแขนคล้องรอบคอหนาอย่างเผลอไผล สติถูกปลิดไปกับสัมผัสหวามไหวที่ระดมบีบเคล้น อุณหภูมิร่างกายร้อนผ่าวและกลิ่นหอมจางที่อวลไปทั่วนาสิก

ถึงมีเสื้อกั้นแต่ผิวเนื้อของอันวาดก็ยังรับรู้ถึงความร้อนจากอีกฝ่าย และถึงแม้ฝ่ามือใหญ่จะไม่ได้ล่วงล้ำใต้อาภรณ์แต่ทุกที่ที่เขาจับจากเอวถึงสะโพกเลื้อยลูบถึงแผ่นหลังกลับฝากไอร้อนราวถูกไฟแผดไปทุกตารางนิ้วของเนื้อหนัง

เลือดในกายต่างสูบฉีดแล่นพล่านราวน้ำเดือด นิ้วเล็กเล็บบางจิกลงบ่าและแผ่นหลังของศิลา ทรวงอกเบียดชิดแผงกล้ามแน่น อันวาดขยับมือไล้จากไหล่มายังหน้าท้องที่นูนไปด้วยลอนซิกแพคยังไม่หยุดจนลามมาถึงขอบกางเกงจึงถูกมือใหญ่คว้าหมับเอาไว้

“ยังไม่ได้” เสียงพร่าต่ำเอ่ยขึ้น มือใหญ่ยับยั้งกดมือเล็กส่วนอีกมือจับท้ายทอยอันวาดให้สบตากัน

“ทำไม คือ…” พอหลุดถามออกมาอันวาดถึงเหมือนเพิ่งได้สติและเริ่มทำตัวไม่ถูกกลืนน้ำลายเหนียวลงคอหัวใจกลับสับสนเต้นไม่เป็นจังหวะหวิวไปทั้งร่างและท้องเหมือนจะวูบแล้วตั้งท่าจะลุกยืน

“คุณยังไม่ตกลงแต่งงานกับผมเลย” ศิลาเปลี่ยนมาจับเอวไว้ทั้งสองมือ สายตาจ้องมองหน้าอันวาดไม่วางตา

“เอิ่ม…คือ คุณปล่อยให้ฉันลุกก่อน” อันวาดหลุบตาหนีแต่สายตากลับเห็นลายบนตัวที่ตัดกับสีผิวขาวสุขภาพดี และกล้ามเนื้อแน่นเป็นลอนก็ยิ่งเขินอายมากกว่าเดิมจนต้องเอียงหน้าหันข้างแทน

“เรามาคุยกันเรื่องแต่งงานก่อน” ศิลามุมปากยกยิ้มเอียงหน้าตามไปมองอันวาด พอเธอขยับซ้ายเขาก็ขยับซ้าย พอหันขวาก็ย้ายตามทางขวา

“คือ…” เมื่อถูกรุกไล่ตามอันวาดจึงอึกอักหลับตาหนีทั้งที่พยายามขยับตัวจะลุกแต่ทุกครั้งที่เธอกระดิกตัววงแขนศิลากลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นราวถูกงูรัดยามจะเขมือบเหยื่อ

“แต่งงานกับพี่นะน้องคนดี” ศิลายื่นหน้าขยับปากพูดข้างหูอันวาด

“น้องคนดี…” อันวาดคิ้วมุ่นเข้าหากันทวนคำเบาๆ แต่ดวงตายิ่งหลับแน่นขึ้น แล้วเสียงสำเนียงประโยคคุ้นหูอย่างที่ศิลาเอ่ยก็ผุดดังขึ้นมาในหัวเหมือนเคยได้ยินมาก่อน

‘เลิกร้องได้แล้วนะน้องคนดี’ 

‘ไม่เป็นไรแล้วนะน้องคนดี’

‘ปลอดภัยแล้วนะน้องคนดี’

‘เจ็บขาใช่ไหม มาให้พี่อุ้มดีไหม เดี๋ยวพี่อุ้มไปส่งนะน้องคนดี’

มีเพียงเสียงเหล่านี้ที่ดังขึ้นเหมือนเคยฟังแต่กลับไร้ภาพจำให้นึกออก อันวาดลืมตาขึ้นช้าๆ ก็สบเข้ากับนัยน์สีนิลที่ประสานอยู่ก่อน แววตาที่จ้องมาให้อารมณ์ความเคยคุ้นอย่างประหลาด

“ว่ายังไง ตกลงน้องคนดีจะแต่งงานกับพี่ไหม” ศิลาไม่เลี่ยงสายตาถามอันวาดใบหน้าเกลื่อนยิ้มวาดหวัง

“เราเคยเจอกันมาก่อนเหรอคะ” อันวาดไม่ตอบแต่ถามกลับไม่กะพริบตารอคอยคำตอบจากอีกฝ่าย

“ใช่” ศิลาตอบพร้อมกับใช้อุ้งมือสองข้างกุมแก้มเอาไว้ปลายนิ้วโป้งกดคิ้วอันวาดให้คลายออก

“เมื่อไหร่ มันเป็นมายังไงคะ” อันวาดนั่งนิ่งไม่ได้สนใจการกระทำของศิลาตอนนี้อยากรู้เพียงว่าทั้งคู่เคยเจอกันได้ยังไงและเมื่อไหร่

“ตอบมาก่อนว่าน้องคนดี ตกลงหรือไม่ตกลง” ศิลาเองก็ไม่ตอบกลับย้อนถามเช่นกัน

“บอกก่อนถึงจะตอบค่ะ” อันวาดยกสองมือขึ้นมาจับมือที่กุมแก้มตนเองของศิลาเอ่ยเสียงต่ำลง

“ไม่บอก ถ้าไม่ตอบ” 

“หึ…ไม่บอกก็ไม่อยากรู้ค่ะ” อันวาดแกะมือศิลาออกยันตัวลุกจากตักแต่ก็ช้ากว่าปฏิกิริยาตอบโต้ของอีกฝ่ายที่ตัวโตและแขนขายาวพละกำลังมากกว่า 

“นานมากแล้วครับ แต่อีกไม่นานเราก็จะจำทุกอย่างได้” คำตอบเสียงทุ้มดังพร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดใบหน้าขณะที่ร่างเล็กถูกกักอยู่กับเตียงด้วยแขนและกำแพงเนื้อของศิลาอยู่ด้านบน

“คุณ…ปล่อย จะทำอะไร” อันวาดที่เพลี่ยงพล้ำถูกกดลงบนเตียงนุ่มละล่ำละลักเสียงขาด

“คำตอบล่ะ” 

“ลุกขึ้นนั่งดีๆ ก่อนก็ได้ค่ะ” อันวาดผลักอกศิลาที่ทาบร่างชิดลงมาเรื่อยๆ

“ถ้าไม่ตอบก็ไม่ต้องลุก อยู่แบบนี้แหละ” ศิลายกยิ้มสายตาเจ้าเล่ห์มือใหญ่รวบข้อมือทั้งสองที่ดันอกตัวเองขึ้นเหนือศีรษะอันวาดไว้

“...” อันวาดเม้มปากเป็นเส้นไม่ตอบแววตาดื้อรั้น

“เข้าใจแล้ว” ศิลาพยักหน้าพูดเสียงทุ้มพลางกดหน้าลงใกล้กับปลายคางเผยอปากขบฟันเข้าปลายคางเรียวอันวาด

“ขะ เข้าใจอะไร ปล่อย กัดทำไมเจ็บนะ” 

“ก็เข้าใจว่าน้องคนดีตกลงแล้วพี่มันเขี้ยวเลยกัด”

“ห๊ะ…ยังไม่ได้ตอบอะไรเลยนะ” อันวาดเบิกตามองศิลาที่ทึกทักเอาเอง

“เงียบเท่ากับตกลง”

“มะ…อื้ม…” เป็นอีกครั้งที่ไม่ว่าจะคำพูดจะเป็นคำว่าอะไรก็ตามถูกสกัดด้วยการปิดจากริมฝีปากหนาของศิลา

ครั้งนี้รสจูบกลับเป็นไปอย่างเอาแต่ใจ ดื้อรั้นทว่ายังนุ่มนวล ความอ่อนโยนปนเผด็จการ สองข้อมือเล็กที่อยู่เหนือหัวถูกกดแน่นจมฟูก โพลงปากน้อยถูกกวาดชิมลิ้นร้อนฉกดูดรัดเกี่ยวพันกระหวัดกัน

ฝ่ามือใหญ่ร้อนผ่าวบีบคลึงเอวบาง การกระทำแสดงอำนาจแต่แฝงความทะนุถนอมไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บ กายใหญ่ทาบอยู่ด้านบนหายใจหนักรุนแรง

เพื่อเลี่ยงจุดอ่อนไหวสัมผัสแนบชิด ขาเรียวเล็กใต้ร่างที่เริ่มอยู่ไม่นิ่งถูกกดด้วยท่อนขาใหญ่หากแต่ช่วงต่ำกว่าเอวของศิลานาบอยู่บนที่นอนไม่ได้ทับอยู่บนร่างอันวาดและมือก็ไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปใต้เสื้อ

“แต่งงานกับพี่นะ” ริมฝีปากหยักผละออกยังคงถามเพื่อรอให้อีกฝ่ายตอบตกลง