“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาปไสยเวท“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง
ในทุกนาทีต้องกลั้นหายใจกลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกตัวตื่น ในใจเต้นรัวเป็นกลองปลายนิ้วขยับจับกระดุมเสื้อนอนอย่างเบามือ โน้มตัวแกะกระดุมเม็ดแรกตามด้วยเม็ดที่สอง แหวกเสื้อมองแต่ทว่ายังไม่เห็นตำแหน่งอกซ้ายจึงปลดต่ออีกสองเม็ด
มืออันวาดสั่นน้อยๆ แยกสาบเสื้อให้กว้างโน้มหน้าต่ำลงเพื่อมองภาพรอยสักบนอกของศิลา เพิ่งเห็นจุดที่เป็นภาพคนเพียงส่วนหัว คนที่นอนอยู่ก็ขยับตัวจึงทำให้องศาในการมองลำบากขึ้นอารามตกใจอันวาดรีบรวบเสื้อของศิลาเข้าด้วยกันอย่างแรง
“คุณ…คุณทำอะไร” น้ำหนักมือของอันวาดทำให้ศิลาลืมตาขึ้นระยะห่างของใบหน้าทั้งสองใกล้กันเพียงคืบ
“ปะ…เปล่า…” เสียงตะกุกตะกักของอันวาดแหลมสูงขึ้น
“คุณลวนลามผมเหรอ” มือใหญ่รีบจับมืออันวาดที่จะชักกลับไว้พลางขยับตัวนั่งบนเตียง
“เปล่านะ ใครลวนลามคุณ ฉันแค่จะดู จะ…”
“ดู ดูก็คือการลวนลามทางสายตาแล้ว แล้วนี่มือคุณยังจับหน้าอกผมด้วย”
“คุณ! ลวนลามอะไรกัน ทีคุณยังเช็ด…เอิ่ม…คุณก็ปล่อยมือฉันสิ” อันวาดพยายามดึงมือตัวเองกลับ ใบหน้าใบหูแดงก่ำขึ้นรีบหยุดคำพูดที่เหลือไว้
“นั่นผมเช็ดตัวให้คุณไม่ได้ลวนลามคุณนะ แต่นี่คุณมาแก้ผ้าผมเพื่อลวนลาม”
“ฉันแก้ผ้าลวนลามคุณที่ไหนกัน แค่จะดูรอยสักคุณเอง” อันวาดหวีดเสียงสูงขึ้นอย่างไม่พอใจ รั้งมือตนเองก็ไม่หลุด
“อ่อ…อยากดูรอยสักผม ทำไมถึงอยากดู”
“ก็ไม่ทำไม คุณปล่อยมือฉันได้แล้ว ฉันไม่อยากดูแล้ว”
“แต่ผมอยากให้ดู” ศิลาออกแรงดึงอันวาดที่พยายามขยับถอยจนร่างเล็กชิดขอบเตียงที่ตนนั่งอยู่
“ไม่ ไม่ ฉันไม่ดูแล้ว” อันวาดรีบบอกปัดเอียงหน้าหนีไม่มองศิลาที่จับมือเธอให้แหวกเสื้อเขาจนเผยผิวใต้ผ้าจนหมด
“ผมอนุญาตให้คุณดูได้” มือขวาของศิลารวบเอวไว้แน่นส่วนมือซ้ายจับปลายคางอันวาดให้หันมองแผงอกที่เต็มไปด้วยลวดลาย
อันวาดรีบหลับตาไม่มองเมื่อถูกบังคับให้หันมอง สมองและหัวใจตอนนี้กลับตีรวนสับสนเถียงกันว่าจะลืมตามองหรือไม่มองดี ความจริงแค่มองก็ไม่เห็นจะเป็นไรในเมื่ออีกฝ่ายก็เคยเห็นร่างกายเธอแล้ว แต่เปลือกตาก็ยังหลับปี๋ไม่กล้าลืมขึ้น
“ลืมตาเถอะ” เสียงทุ้มกับลมหายใจอุ่นที่รดใบหน้าทำให้อันวาดต้องสยิวกายหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะขาอ่อนแรงแต่เอวยังถูกประคองไว้จึงไม่ทรุดลงกับพื้น
มือใหญ่ของศิลาปล่อยคางเปลี่ยนมาจับมืออันวาดขยับให้วางทาบลงบนผิวเนื้อร้อนที่อุณหภูมิต่างจากอากาศรอบตัว ตำแหน่งที่มือวางนาบนั้นรู้สึกถึงการกระเพื่อมของหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะ
ดวงตาที่หลับมีเพียงความมืด ความเงียบของบรรยากาศรอบด้านทำให้อันวาดรู้สึกได้ว่าอัตราการเต้นของหัวใจที่มือสัมผัสอยู่ มันเป็นจังหวะคงที่และหนักแน่น
ไอร้อนของร่างกายที่แนบชิดกลับทำให้อันวาดหายใจติดขัดแล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือแผ่นอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อมีเส้นสายลายสักจากอกถึงหน้าท้อง มันเป็นภาพคุ้นตาเพราะเป็นภาพเดียวกันกับที่สายลมวาดให้เธอครั้งแรกตอนอยู่มัธยมปลาย
มือเรียวเลื่อนไล้ไปตามลายเส้นช้าๆ โดยที่ไม่ต้องมีมือของศิลาจับอีก ตำแหน่งปลายนิ้วไล่เรื่อยไปทุกจุดอย่างแผ่วเบา ดวงตาเอ่อคลอหยาดน้ำกวาดมองไปทั่วทุกตารางของภาพบนผิวเนื้อชายหนุ่ม
“ทำไม…” เสียงเครือของอันวาดเล็ดลอดออกจากลำคอ ซึ่งไม่รู้ว่าคำที่เอ่ยออกมานั้นเป็นคำถามที่มีต่อศิลาหรือเป็นคำตัดพ้อที่มีต่อสายลม
“เลิกร้องได้แล้วนะน้องคนดี” ศิลาก้มหน้ามองเห็นข้างแก้มที่มีหยดน้ำตาไหลผ่านจึงได้ใช้ก้านนิ้วปาดเช็ดให้อย่างเบามือ รั้งเอวคอดให้ชิดร่างเขาเอ่ยเสียงปลอบก่อนจะกดท้ายท้อยอันวาดเงยรับจุมพิตที่ทาบทับอย่างนุ่มนวล
“อื้อ…” เสียงสะอื้นถูกกลืนหายไปกับริมฝีปากร้อน ความเศร้าที่ก่อเกิดในใจถูกกลบฝังด้วยลิ้นที่รุกรานเข้ามาในโพลงปาก สัมผัสอ่อนนุ่มที่กระชับเอวเริ่มขับไล่ความเจ็บในหัวใจของอันวาด
ศิลาที่ยืนเต็มความสูงเปลี่ยนมานั่งบนเตียงแต่รวบเอวคอดจนร่างเล็กเบียดชิดแนบเนื้อที่ร้อนระอุแน่น ยังบรรจงจูบอย่างอ่อนโยนแต่ดูดดื่มขึ้นทุกขณะ ฝ่ามือใหญ่กระชับเอวเพิ่มน้ำหนักเคล้นถึงสะโพก
นิ้วเรียวทั้งสิบของอันวาดกำเสื้อและเนื้อร้อนผ่าวของคนที่ตนนั่งคล่อมตักอย่างลืมตัว สมองขาวโพลนไร้ความคิดมีเพียงร่างกายที่ตอบรับสัมผัสอีกฝ่ายอย่างไม่ขัดขืน
“น้องคนดี” ศิลาเสียงพร่าคำรามต่ำในลำคอทั้งที่ยังไม่ผละการบดเนื้อเบียดลิ้นจู่โจมริมฝีปากเล็กที่สะท้อนหอบหายใจอย่างแรงของอันวาด
“อื้อ…อืม…” ใบหน้าแดงระเรื่อที่ลามไปถึงลำคอและหูครางต่ำลอดเสียงเบา แม้จะพยายามผละห่างแต่กลับถูกอุ้งมือหนาประคองแก้มไม่ให้ถอยหนีต้องจำนนต่อไปอย่างไร้ทางต้าน
เสื้อนอนที่ถูกเปิดเพื่อดูรอยสักบัดนี้กลับหลุดจากไหล่กว้างกองอยู่ข้างตัว ร่างเล็กนั่งอยู่บนตักแกร่งสองแขนคล้องรอบคอหนาอย่างเผลอไผล สติถูกปลิดไปกับสัมผัสหวามไหวที่ระดมบีบเคล้น อุณหภูมิร่างกายร้อนผ่าวและกลิ่นหอมจางที่อวลไปทั่วนาสิก
ถึงมีเสื้อกั้นแต่ผิวเนื้อของอันวาดก็ยังรับรู้ถึงความร้อนจากอีกฝ่าย และถึงแม้ฝ่ามือใหญ่จะไม่ได้ล่วงล้ำใต้อาภรณ์แต่ทุกที่ที่เขาจับจากเอวถึงสะโพกเลื้อยลูบถึงแผ่นหลังกลับฝากไอร้อนราวถูกไฟแผดไปทุกตารางนิ้วของเนื้อหนัง
เลือดในกายต่างสูบฉีดแล่นพล่านราวน้ำเดือด นิ้วเล็กเล็บบางจิกลงบ่าและแผ่นหลังของศิลา ทรวงอกเบียดชิดแผงกล้ามแน่น อันวาดขยับมือไล้จากไหล่มายังหน้าท้องที่นูนไปด้วยลอนซิกแพคยังไม่หยุดจนลามมาถึงขอบกางเกงจึงถูกมือใหญ่คว้าหมับเอาไว้
“ยังไม่ได้” เสียงพร่าต่ำเอ่ยขึ้น มือใหญ่ยับยั้งกดมือเล็กส่วนอีกมือจับท้ายทอยอันวาดให้สบตากัน
“ทำไม คือ…” พอหลุดถามออกมาอันวาดถึงเหมือนเพิ่งได้สติและเริ่มทำตัวไม่ถูกกลืนน้ำลายเหนียวลงคอหัวใจกลับสับสนเต้นไม่เป็นจังหวะหวิวไปทั้งร่างและท้องเหมือนจะวูบแล้วตั้งท่าจะลุกยืน
“คุณยังไม่ตกลงแต่งงานกับผมเลย” ศิลาเปลี่ยนมาจับเอวไว้ทั้งสองมือ สายตาจ้องมองหน้าอันวาดไม่วางตา
“เอิ่ม…คือ คุณปล่อยให้ฉันลุกก่อน” อันวาดหลุบตาหนีแต่สายตากลับเห็นลายบนตัวที่ตัดกับสีผิวขาวสุขภาพดี และกล้ามเนื้อแน่นเป็นลอนก็ยิ่งเขินอายมากกว่าเดิมจนต้องเอียงหน้าหันข้างแทน
“เรามาคุยกันเรื่องแต่งงานก่อน” ศิลามุมปากยกยิ้มเอียงหน้าตามไปมองอันวาด พอเธอขยับซ้ายเขาก็ขยับซ้าย พอหันขวาก็ย้ายตามทางขวา
“คือ…” เมื่อถูกรุกไล่ตามอันวาดจึงอึกอักหลับตาหนีทั้งที่พยายามขยับตัวจะลุกแต่ทุกครั้งที่เธอกระดิกตัววงแขนศิลากลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นราวถูกงูรัดยามจะเขมือบเหยื่อ
“แต่งงานกับพี่นะน้องคนดี” ศิลายื่นหน้าขยับปากพูดข้างหูอันวาด
“น้องคนดี…” อันวาดคิ้วมุ่นเข้าหากันทวนคำเบาๆ แต่ดวงตายิ่งหลับแน่นขึ้น แล้วเสียงสำเนียงประโยคคุ้นหูอย่างที่ศิลาเอ่ยก็ผุดดังขึ้นมาในหัวเหมือนเคยได้ยินมาก่อน
‘เลิกร้องได้แล้วนะน้องคนดี’
‘ไม่เป็นไรแล้วนะน้องคนดี’
‘ปลอดภัยแล้วนะน้องคนดี’
‘เจ็บขาใช่ไหม มาให้พี่อุ้มดีไหม เดี๋ยวพี่อุ้มไปส่งนะน้องคนดี’
มีเพียงเสียงเหล่านี้ที่ดังขึ้นเหมือนเคยฟังแต่กลับไร้ภาพจำให้นึกออก อันวาดลืมตาขึ้นช้าๆ ก็สบเข้ากับนัยน์สีนิลที่ประสานอยู่ก่อน แววตาที่จ้องมาให้อารมณ์ความเคยคุ้นอย่างประหลาด
“ว่ายังไง ตกลงน้องคนดีจะแต่งงานกับพี่ไหม” ศิลาไม่เลี่ยงสายตาถามอันวาดใบหน้าเกลื่อนยิ้มวาดหวัง
“เราเคยเจอกันมาก่อนเหรอคะ” อันวาดไม่ตอบแต่ถามกลับไม่กะพริบตารอคอยคำตอบจากอีกฝ่าย
“ใช่” ศิลาตอบพร้อมกับใช้อุ้งมือสองข้างกุมแก้มเอาไว้ปลายนิ้วโป้งกดคิ้วอันวาดให้คลายออก
“เมื่อไหร่ มันเป็นมายังไงคะ” อันวาดนั่งนิ่งไม่ได้สนใจการกระทำของศิลาตอนนี้อยากรู้เพียงว่าทั้งคู่เคยเจอกันได้ยังไงและเมื่อไหร่
“ตอบมาก่อนว่าน้องคนดี ตกลงหรือไม่ตกลง” ศิลาเองก็ไม่ตอบกลับย้อนถามเช่นกัน
“บอกก่อนถึงจะตอบค่ะ” อันวาดยกสองมือขึ้นมาจับมือที่กุมแก้มตนเองของศิลาเอ่ยเสียงต่ำลง
“ไม่บอก ถ้าไม่ตอบ”
“หึ…ไม่บอกก็ไม่อยากรู้ค่ะ” อันวาดแกะมือศิลาออกยันตัวลุกจากตักแต่ก็ช้ากว่าปฏิกิริยาตอบโต้ของอีกฝ่ายที่ตัวโตและแขนขายาวพละกำลังมากกว่า
“นานมากแล้วครับ แต่อีกไม่นานเราก็จะจำทุกอย่างได้” คำตอบเสียงทุ้มดังพร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดใบหน้าขณะที่ร่างเล็กถูกกักอยู่กับเตียงด้วยแขนและกำแพงเนื้อของศิลาอยู่ด้านบน
“คุณ…ปล่อย จะทำอะไร” อันวาดที่เพลี่ยงพล้ำถูกกดลงบนเตียงนุ่มละล่ำละลักเสียงขาด
“คำตอบล่ะ”
“ลุกขึ้นนั่งดีๆ ก่อนก็ได้ค่ะ” อันวาดผลักอกศิลาที่ทาบร่างชิดลงมาเรื่อยๆ
“ถ้าไม่ตอบก็ไม่ต้องลุก อยู่แบบนี้แหละ” ศิลายกยิ้มสายตาเจ้าเล่ห์มือใหญ่รวบข้อมือทั้งสองที่ดันอกตัวเองขึ้นเหนือศีรษะอันวาดไว้
“...” อันวาดเม้มปากเป็นเส้นไม่ตอบแววตาดื้อรั้น
“เข้าใจแล้ว” ศิลาพยักหน้าพูดเสียงทุ้มพลางกดหน้าลงใกล้กับปลายคางเผยอปากขบฟันเข้าปลายคางเรียวอันวาด
“ขะ เข้าใจอะไร ปล่อย กัดทำไมเจ็บนะ”
“ก็เข้าใจว่าน้องคนดีตกลงแล้วพี่มันเขี้ยวเลยกัด”
“ห๊ะ…ยังไม่ได้ตอบอะไรเลยนะ” อันวาดเบิกตามองศิลาที่ทึกทักเอาเอง
“เงียบเท่ากับตกลง”
“มะ…อื้ม…” เป็นอีกครั้งที่ไม่ว่าจะคำพูดจะเป็นคำว่าอะไรก็ตามถูกสกัดด้วยการปิดจากริมฝีปากหนาของศิลา
ครั้งนี้รสจูบกลับเป็นไปอย่างเอาแต่ใจ ดื้อรั้นทว่ายังนุ่มนวล ความอ่อนโยนปนเผด็จการ สองข้อมือเล็กที่อยู่เหนือหัวถูกกดแน่นจมฟูก โพลงปากน้อยถูกกวาดชิมลิ้นร้อนฉกดูดรัดเกี่ยวพันกระหวัดกัน
ฝ่ามือใหญ่ร้อนผ่าวบีบคลึงเอวบาง การกระทำแสดงอำนาจแต่แฝงความทะนุถนอมไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บ กายใหญ่ทาบอยู่ด้านบนหายใจหนักรุนแรง
เพื่อเลี่ยงจุดอ่อนไหวสัมผัสแนบชิด ขาเรียวเล็กใต้ร่างที่เริ่มอยู่ไม่นิ่งถูกกดด้วยท่อนขาใหญ่หากแต่ช่วงต่ำกว่าเอวของศิลานาบอยู่บนที่นอนไม่ได้ทับอยู่บนร่างอันวาดและมือก็ไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปใต้เสื้อ
“แต่งงานกับพี่นะ” ริมฝีปากหยักผละออกยังคงถามเพื่อรอให้อีกฝ่ายตอบตกลง