“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

สาปไสยเวท - สาปไสยเวท บทที่ ๓๑ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สาปไสยเวท

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ดราม่า

รายละเอียด

สาปไสยเวท โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง

สารบัญ

สาปไสยเวท-# คำเตือน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทนำ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ตอนพิเศษ ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม การแสดง,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม โชคชะตา,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม อธิษฐาน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม หลอกหลอน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม ช็อกโกแลต

เนื้อหา

สาปไสยเวท บทที่ ๓๑

สาปไสยเวท : บทที่ ๓๑

“เพราะอะไรคะพี่ลม” อันวาดถามวิญญาณของสายลมที่ยืนอยู่ ดวงตาเธอที่ลืมขึ้นนั้นคลอหยาดน้ำเต็มเบ้า

‘เพราะวิญญาณพี่ถูกสะกดใช้งาน ช่วยพี่ด้วย’

“ไม่ใช่ค่ะ เพราะอะไรพี่ลมถึงไม่เคยรักอันเลย” 

‘ไม่ใช่ พี่รักอัน แต่พี่ถูกสะกดให้มาทำร้ายอันพี่ขัดขืนไม่ได้’

“แล้วพี่ถูกสะกดให้นอกใจอันไปรักกับพี่น้ำหวาน ถูกสะกดให้จ้างคุณศิลาทำของใส่อันด้วยเหรอ”

ดวงตาอันวาดเบิกกว้างเพื่อห้ามน้ำตาไม่ให้ไหล ส่วนวิญญาณของสายลมเองตอนนี้ดวงตาก็แดงก่ำขึ้นเช่นกัน แต่ไร้น้ำตามีเพียงแววที่ฉายความโกรธแค้นขึ้นมากเรื่อยๆ   

“พี่ถูกสะกดให้วาดรูปที่ลงของอาถรรพ์ให้อันตั้งแต่เรียนมัธยมด้วยหรือเปล่า” 

‘หึ…’ แค่นเสียงหึในลำคอแล้ววิญญาณที่ก่อนหน้ายังยืนนิ่งกลับกระโจนเข้าใกล้อันวาดอย่างฉับพลัน แสยะยิ้มกว้างออกมาช่างน่าสยดสยอง

เส เลอ มัง สัง เลอ  มัง หิ เลอ มัง ฆัง เลอ มัง” อันวาดท่องคาถาผสานสายตากับวิญญาณของสายลมที่กำลังจะถึงตัว  แต่ขณะเกือบถึงตัววิญญาณของสายลมก็หายวับถูกเรียกกลับไปเสียก่อน

อันวาดยิ้มขื่นออกมาคราหนึ่งแล้วหันมองศิลาที่นั่งอยู่ด้านข้าง แล้วเอ่ยถามที่อยู่ของหมอผีหล่อ

“คุณรู้ที่อยู่มันใช่ไหม บอกฉันมา” 

“ไม่ได้ อย่าไปมันอันตราย” ใบหน้าดื้อรั้นของอันวาดไร้รอยยิ้มจ้องนิ่งสานในตากับศิลา

เส สิ มา นัง เก สิ เส นะ มะ อะ เส สิ กา อิ สะ” อันวาดท่องคาถาสะกดวิญญาณโหงพรายชาญลงภาพวาดอีกครั้ง จากนั้นค่อยๆ ลืมตาขึ้นตอบศิลา

“ก็ได้” อันวาดลุกยืนไม่เซ้าซี้อีก ยังไม่ทันที่ศิลาจะได้ผ่อนลมหายใจก็ได้ยินอีกฝ่ายพูดขึ้น

“ฉันถามจากคุณครามก็ได้”

“ก็ได้ๆ ผมบอก แต่ผมต้องไปด้วย” ศิลาพรูลมยอมบอกแต่โดยดี

โดยนิสัยที่เป็นคนตาต่อตาเผชิญหน้ากับศัตรูตัวต่อตัวทั้งยังมีข้อข้องใจว่ามีอะไรเป็นต้นสายปลายเหตุของเรื่องจึงเป็นปกติที่อันวาดจะทำอยู่แล้ว แต่ผิดกับศิลาที่ปกติเป็นนักธุรกิจใช้เล่ห์มากกว่า

เมื่อได้รู้ที่อยู่อันวาดก็ไปทันทีไม่ฟังคำห้ามปรามของศิลาและไม่บอกพ่อแม่ด้วย ความผลุนผลันของอันวาดทำให้ศิลาอ่อนใจแต่ถึงอย่างไรก็ยังยอมทำตามสิ่งที่อันวาดต้องการ

ระหว่างเดินทางศิลาเป็นสารถีขับรถให้ และคอยตอบคำถามของอันวาดไปทีละข้อนับจากเรื่องของครามจนมาถึงเรื่องของเธอและเขา

“ปู่ซื้อที่แถวนั้นไว้วันหนึ่งผมก็บังเอิญไปดูที่กับปู่แล้วเจอครามเดินเล่น คุณปู่เลยช่วยเอาไว้” 

ศิลาบอกพร้อมกับเล่าอีกด้วยว่าที่ครามสติไม่ดีไม่ใช่เพราะตกใจแต่เพราะโดนทำของใส่ 

“ตอนนั้นฉันแค่ขู่ไม่ได้ทำอะไรเขานะ อีกอย่างที่เขาได้แผลก็เพราะวิ่งหนีจนล้มเอง” อันวาดรีบอธิบาย 

“ผมว่าอาจจะเป็นอดีตพ่อตาของชาญเองนั่นแหละที่ทำ” ศิลายังมองถนนเบื้องหน้าพลางบอกสิ่งที่เดา

“แต่คุณครามเป็นหลานชายเขานะ” พ่อตาของชาญหรือเขาที่อันวาดพูดถึงก็คือหล่อพ่อของบัว 

“ครามเป็นลูกของชาญกับภรรยาคนแรก” 

จากนั้นศิลาจึงเล่าความจริงเรื่องครามเป็นลูกชายของชาญกับภรรยาที่ชื่ออร แต่หลังจากอรคลอดครามออกมาแล้วก็เสียชีวิต ชาญจึงเลี้ยงดูครามคนเดียวมาตลอดแล้วมาได้เจอกับบัว 

ในตอนแรกบัวบอกว่าเป็นหญิงกำพร้าไร้พ่อแม่ ทั้งสองจึงได้อยู่กินกันฉันสามีภรรยา แต่แล้วจู่ๆ วันหนึ่งก็มีชายชราชื่อหล่อแสดงตัวบอกว่าเป็นพ่อของบัวจึงมีสมาชิกอาศัยร่วมกันเพิ่มมาอีกคน

นานวันหล่อก็เริ่มสอนวิชาอาคมให้ชาญส่วนครามก็เริ่มมีอาการเจ็บป่วยบ่อยขึ้น จนวันหนึ่งมีคนทักว่าครามอาจโดนของ เพราะแบบนั้นชาญถึงพาครามย้ายที่อยู่และตั้งใจพาบัวไปด้วยแต่บัวไม่ยอมจึงทิ้งบ้านและบัวไว้

 แล้วผ่านไปกว่าสี่ปีถึงได้เจอบัวอีกครั้งแถมยังมีลูกชายซึ่งบัวบอกว่าเป็นลูกของชาญ บอกด้วยว่ามีลูกชายอีกคนต้องตายเพราะถูกทำของใส แล้วทนอยู่กับพ่อไม่ไหวถูกทำร้ายเพราะตอนท้องแล้วชาญทิ้งไปทำให้ครอบครัวอับอาย จึงได้กลับมาอยู่กินกันอีกครั้ง 

“มารู้ความจริงตอนที่ชัยสามีของบัวมาตามตัว” ศิลาเล่ามาถึงตรงนี้ก็หันมองอันวาดแวบหนึ่ง แปลว่าหลังจากชาญย้ายออกมาบัวก็ได้ชัยเป็นสามี

“แล้วทำไมถึงไปอยู่บ้านลุงพิพัฒน์ได้” อันวาดพึมพำขึ้น

“ชาญเป็นคนแนะนำ ทีแรกชาญอยากให้คุณปู่รับบัวไว้ในความดูแล แต่คุณปู่รู้ว่าบัวเป็นลูกของใครจึงไม่อยากยุ่งด้วย”

“หมายความว่าคุณปู่กับตาพี่ลมเคยรู้จักกันเหรอ” 

“ใช่…ท่านเคยเป็นเพื่อนกัน” มาถึงตรงนี้อันวาดถึงได้รู้เพิ่มอีกเรื่องคือคุณปู่และตาหล่อที่เคยเป็นเพื่อนต้องแตกคอกันเพราะย่าของคุณศิลา 

และเพราะของที่ตาหล่อทำใส่คุณปู่คุณย่าจึงรับเคราะห์แทนทุกข์ทรมานอยู่หลายปี แล้วเสียในที่สุดเพราะไม่สามารถแก้ของได้ อันวาดเข้าใจถึงความเศร้าหมองในแววตาคุณปู่แล้ว  

“แล้วเราเคยเจอกันเมื่อไหร่คะ” อันวาดเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นสีหน้าศิลาเองก็ไม่ค่อยดีนัก

“หลายปีแล้ว ใกล้จะถึงแล้ว” ศิลาตอบอันวาดแล้วบอกให้อันวาดรู้ว่าใกล้ถึงที่หมายแล้ว แต่พอเข้าซอยเล็กที่ผ่านวัดร้างอันวาดก็เห็นรถคุ้นตาอีกคันจอดอยู่ริมทางด้านหน้า 

“คุณบอกคุณครามเหรอ” อันวาดหันไปมองหน้าศิลาถามเสียงขุ่น

“เรามากันตามลำพังมันไม่ปลอดภัย อีกอย่างผมช่วยอะไรคุณได้ไม่มาก” ศิลาตอบจากนั้นก็ขับนำเข้าไปโดยรถคุณครามตามมาด้านหลัง

“แต่ฉันเป็นคนลงมือกับพ่อคุณคราม ยังเคย…” 

“คุณไม่ต้องห่วง ครามมันเป็นคนสั่งเลขาให้ขับรถนำคุณไปเจอตำหนักพ่อมันเอง” ศิลาตอบพลางชะลอความเร็วลงเมื่อซอยแคบมาถึงจุดตรงที่ฝั่งหนึ่งเป็นรั้วกำแพงวัดร้างและอีกฝั่งเป็นคลอง และเวลาก็เข้าช่วงตะวันจะลับขอบฟ้าแล้ว

“อ่อ…พวกคุณนี่สมกับเป็นพวกนักธุรกิจจริงๆ” อันวาดเหลือบตามองศิลา เสียงเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์

“ผมเพิ่งมารู้เมื่อไม่นานนี้เอง” ศิลารีบแก้ตัว

“คุณคิดจะเปลี่ยนเรื่องอีกนานไหม” อันวาดเสียงขรึมขึ้น

“ตอนนั้นปู่ไปหาตาหล่อเพราะอยากให้ถอนของให้คุณย่า แล้วผมบังเอิญเจอคุณถูกผู้หญิงคนหนึ่งอุ้ม ตอนแรกคิดว่าเป็นแม่ลูกจนได้ยินคุณร้องไห้ดังออกมานอกบ้าน”

“คุณเป็นคนช่วยฉันไว้เหรอ” อันวาดถามขึ้นด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ

“ใช่” 

“แล้วทำไมฉันถึงจำอะไรไม่ได้เลย” 

“ตอนนั้นผมเพิ่งได้รับการถ่ายทอดวิชา ตั้งใจจะท่องคาถาให้คุณหลับเพราะปลอบยังไงคุณก็ร้องไห้ไม่หยุด ไม่รู้ว่าหลับไปแล้วตื่นมาจะจำอะไรไม่ได้ด้วย” ศิลาตอบเสียงแผ่วลง 

“คุณ!” อันวาดถลึงตาใส่ศิลา แปลว่าเขาท่องคาถาผิดใส่เธอจนเธอลืมเรื่องไปสินะ

“ถึงแล้ว” ศิลาจอดรถแล้วรีบเอ่ยบอกอันวาดยังรีบเปิดประตูรถลงไปอย่างรวดเร็ว

อันวาดค้อนแผ่นหลังนั้นแล้วลงรถตามไป เห็นคุณครามเองก็เดินมาสมทบด้วย

“คุณอัน ทำไมมองผมแบบนั้นล่ะครับ” ครามเห็นสายตาเรียบนิ่งของอันวาดจ้องมายังเขาจึงถามขึ้น

“หึ…” อันวาดไม่ได้ตอบเพียงยิ้มมุมปากแล้วมองไปยังทางเส้นเล็กที่รอบด้านเป็นป่าไม่มีบ้านผู้คนตั้งอยู่ 

เดินเท้าเข้าไปอีกสักพักก็เห็นบ้านหลังเล็กตั้งอยู่ รอบบ้านมืดครึ้มเพราะปกคลุมด้วยต้นไม้สูงใหญ่ หน้าบ้านมีชายหัวเกรียนยืนอยู่ 

“มาพร้อมกันทั้งหมดก็ดีกูจะได้จัดการทีเดียว” เสียงชราดังออกมาจากด้านใน ถึงจะเป็นเสียงที่บ่งบอกว่ามีอายุทว่ากลับก้องกังวานให้ได้ยินอย่างชัดเจน

อันวาดที่จะเดินนำเข้าไปข้อมือถูกคว้าเอาไว้เสียก่อน พอก้มมองมือใหญ่ของศิลารั้งให้เธอหลบอยู่ด้านหลังเขา ส่วนครามก็ก้าวยาวขึ้นเพื่อนำหน้าไปก่อน

“ฉันไม่เป็นอะไร” อันวาดพูดพลางจะสลัดมือศิลาหากแต่อีกฝ่ายกลับกระชับแน่นขึ้นไม่ยอมปล่อย

“จำไว้ห้ามถอดสร้อยออกเด็ดขาดนะ”

“ฉันรู้แล้ว” อันวาดตอบแล้วทั้งสามก็มาถึงหน้าบ้านประตูถูกเปิดโดยบัวแต่พอเห็นหน้าอันวาดบัวก็เริ่มมือไม้สั่นกลับไปหลบอยู่ข้างๆ ตาหล่อทันที 

สิ่งแรกที่อันวาดมองเมื่อเข้ามาด้านในไม่ใช่ตาหล่อแต่เป็นภาพถ่ายเก่าๆ ที่อยู่ในกรอบตั้งอยู่บนโต๊ะด้านหลังตาหล่อ 

มันเป็นภาพเด็กชายสองคนที่หน้าตาเหมือนและส่วนสูงเท่ากัน คิ้วเรียวของอันวาดขมวดมุ่นขึ้นไม่ต่างจากศิลาที่รวบข้อมืออันวาดแน่นขึ้นเช่นกัน

“เป็นอะไรจำไม่ได้เหรอ” ตาหล่อแสยะยิ้มถามขึ้น 

ภาพใบหน้าของเด็กชายทั้งสองคนในฝันเหมือนจะผุดขึ้นมาให้เห็นเค้าโครงและมันก็คือใบหน้าของเด็กที่อยู่ในกรอบรูป

“ถ้าอยากจำได้ทั้งหมดก็ถอดสร้อยนั่นออกสิ แล้วจะได้รู้ว่ามึงทำอะไรไว้กับหลานกูบ้าง” 

“อย่าถอดนะ” ศิลารีบห้ามกุมมืออันวาดแน่น

“หลานทั้งสองคนของกูตายเพราะมึงคนเดียว มึงมันเป็นฆาตกรตั้งแต่เด็ก มึงสมควรชดใช้ชีวิตให้หลานกู” ตาหล่อเสียงดุดันขึ้นดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นเช่นเดียวกับดวงตาของวิญญาณสายลมที่ปรากฏอยู่ด้านข้างบัว

สองมืออันวาดเริ่มสั่นสมองเริ่มคิดถึงสิ่งที่จะได้รู้ต่อจากนี้ก็เริ่มหวาดกลัว แต่มือซ้ายที่เป็นอิสระก็ยอมถอดสร้อยออก แต่ศิลายังคงห้ามไว้

“อย่าถอด” 

“ฉันอยากรู้ความจริงทุกอย่าง” อันวาดสลัดมือศิลาออกแล้วถอดสร้อยจากคอ เมื่อสายสร้อยหลุดกระแสลมรอบด้านก็พัดอย่างรุนแรง เสียงหวีดแหลมของเหล่าวิญญาณดังประสานขึ้นอย่างโหยหวน

ฉากที่อันวาดเคยฝันกลับฉายซ้ำขึ้นมาอีกครั้งในความทรงจำ ทว่าคราวนี้ตัวเธอเห็นทุกอย่างชัดเจนไม่ได้อยู่ในความมืดอีก 

ในสนามเด็กเล่นที่ให้นักเรียนระดับอนุบาลกระจายกันเล่นเครื่ิองเล่นโดยไม่มีครูอยู่เฝ้า อันวาดกลับเห็นหญิงคนหนึ่งยืนอยู่นอกรั้วกั้นเครื่องเล่นมองมายังเธอ และตอนนี้เธอรู้แล้วว่าคือบัว

“เด็กๆ กินขนมกัน มาทางนี้ลูก” บัวกวักมือเรียกเด็กแต่อันวาดกลับไม่ได้เดินเข้าไปเพราะไม่เคยเห็นหญิงคนนี้มาก่อน และถูกสอนมาตลอดห้ามรับของกินจากคนแปลกหน้าเด็ดขาด  

“มานี่เร็วหนู มากินขนมอร่อยนะเพื่อนๆ ก็กินกันทุกคนเลย” บัวเดินถือขนมมาใกล้ๆ แล้วยื่นส่งให้อันวาด

“คุณป้าเป็นใครคะ” อันวาดถามพร้อมกับมองมือที่ยื่นขนมค้างไว้ตรงหน้า

“ป้าเป็นคุณครูคนใหม่ค่ะ เพิ่งมาวันแรก” บัวตอบพลางยกยิ้มใจดีเมื่ออันวาดรับขนม พอสำรวจมองไปยังเพื่อนๆ ทุกคนกินขนมกันอย่างเอร็ดอร่อยตัวเองจึงกินบ้าง

แล้วขนมชิ้นที่สองและสามก็ถูกอันวาดกินโดยบัวคุณครูคนใหม่คอยส่งให้ ครั้นพอได้กินขนมแล้วดื่มนมจนหมดกล่อง เปลือกตาอันวาดก็หนักขึ้นแล้วถูกอุ้ม