“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

สาปไสยเวท - สาปไสยเวท บทที่ ๖ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สาปไสยเวท

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ดราม่า

รายละเอียด

สาปไสยเวท โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง

สารบัญ

สาปไสยเวท-# คำเตือน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทนำ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ตอนพิเศษ ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม การแสดง,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม โชคชะตา,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม อธิษฐาน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม หลอกหลอน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม ช็อกโกแลต

เนื้อหา

สาปไสยเวท บทที่ ๖

สาปไสยเวท : บทที่ ๖

       เงาร่างแกร่งชะงักงันนิ่งไปเมื่อมือนุ่มนิ่มกุมมือเขาดึงเข้าไปแนบแก้มที่เปียกชื้นไว้ คิ้วดกดำค่อยๆ ขมวดเป็นปมแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนหว่างคิ้วย่นเป็นริ้ว

       นัยน์ตาสีกลืนไปกับรัตติกาลฉายแววประหลาดใจเพิ่มเป็นเท่าทวี จะเป็นไปได้อย่างไรที่หญิงสาวจะสัมผัสเขาได้ทั้งที่เขานั่งฌานถอดวิญญาณมา

       ก่อนหน้านี้เธอเห็นเขามันอาจเป็นเรื่องบังเอิญเพราะเธอก็มีวิชาอยู่บ้าง แต่เขาดูออกว่าวิชาอาคมของหญิงสาวคนนี้ไม่ได้แก่กล้าขนาดนั้น เทียบกันแล้วยังไม่ได้ครึ่งของเขาเลย ทั้งตอนนี้ดวงก็ตกต่ำลง จิตก็ไม่มั่นคงนัก แล้วทำไมตอนนี้ถึงกับคว้าจับเขาไว้ได้

       “พี่ลม อยู่กับอันนะ อย่าไป” ริมฝีปากบางกระจับพ่นเสียงเบาแต่กลับชัดเจนในความเงียบของยามราตรีกาล

       น้ำตาที่หลังมือใหญ่นาบอยู่เหมือนมันมีกระแสบางอย่างทำให้ร่างสูงกำยำรู้สึกถึงอุณหภูมิทั้งที่ไม่ควรจะเป็นอย่างนี้ แต่ราวกับหยาดน้ำตาของหญิงสาวมันเป็นลาวาร้อนลวกใจเขาให้รับรู้ถึงความทุกข์ระทมจากก้นบึ้งหัวใจของเธอ

       ก้อนเนื้อกลางอกที่เรียกว่าหัวใจของเขาที่ร่างกายอยู่อีกที่ในตอนนี้กลับเต้นผิดไปจากจังหวะปกติ ความด้านชาที่สะสมมานานปีมันกลับมีปฏิกิริยากับหญิงสาวตัวน้อยตรงหน้า

       เหยื่อที่เขาต้องกำจัดตามคำว่าจ้างคนนี้มีบางอย่างที่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ แต่ถึงจะไม่เหมือนใครเมื่อรับงานมาแล้วเขาก็ต้องทำให้สำเร็จ

       มือซ้ายที่ยังว่างยื่นไปแตะค้างไว้ที่สร้อยคอเชือกถัก บริกรรมคาถาก่อนดึงให้หลุดขาดจากลำคอระหง ทำลายสิ่งที่ป้องกันคุ้มภัยไปแล้วก็ชักมือขวาที่ถูกกุมกระชับของตนออกอย่างไม่แยแสกับเสียงร่ำไห้ของหญิงสาวที่ยังละเมออยู่

       “อย่าทิ้งอัน อย่าไป” ประกายดวงตาโรจน์แสงปรายมองดวงหน้าที่ยังหลับตาสนิทอีกชั่วอึดใจ ก่อนจะหันหลังจากเตียงและร่างเล็กที่คุดคู้ร้องไห้ หายออกไปจากห้องโดยไม่เหลือร่องรอยใดใดไว้

       เสียงสะอื้นยังดังคลอไปกับความเงียบของห้อง ผ่านไปสักพักเปลือกตาที่หลับสนิทก่อนหน้าของอันวาดก็ค่อยๆ เปิดขึ้น มือเรียวยกปาดน้ำตาที่แก้ม นัยน์ราบเรียบจ้องมองไปยังทิศที่คนบุกรุกนั้นหายไป

       ปลายนิ้วแตะลำคอว่างเปล่าของตัวเองเบาๆ ความนิ่งเฉยบนดวงหน้างามที่ทาฉาบด้วยเงามืดยามค่ำคืน ดูแล้วช่างเย็นชาและเย็นเยือกแปลกชอบกล เงาควันดำลอยคลุมไปทั่วห้อง

       ร่างเล็กเช็ดฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อและเปียกน้ำตา จนแห้ง ขยับตะแคงตัวดึงหมอนมากอด ซุกหน้าและจมูกสูดกลิ่นอ่อนจางจากหมอนแล้วหลับตาลง พาตัวเองให้จมสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง

รุ่งเช้าวันต่อมาข่าวแรกที่อันวาดได้รับรู้จากพ่อที่โทรมาหาคือเรื่องของหลวงอาอาทิตย์ที่ป่วยหนักอยู่ๆ อาการทรุดเหมือนถูกคนมีของล้มอาจารย์เพื่อบังคับเอาของและวิชาจนตอนนี้ไม่ได้สติโดยพ่อเองก็ยังไม่รู้ตัวคนทำ อีกเรื่องคือสิ่งที่เธอสงสัยคุณพ่อก็ได้เล่าให้เธอหายคาใจ

เท่าที่คุณพ่อรู้คือพี่สายลมเกิดอุบัติเหตุจากการถูกคุณไสยจริง ร่องรอยของอาคมที่คุณพ่อเห็นมีสองอย่างจากสองที่ อันแรกทำใส่สายลมโดยตรงเป็นเพียงคุณไสยทำให้ชีวิตไม่เจริญล่มจมเท่านั้น

ที่เอาชีวิตพี่สายลมคือของจากคุณไสยอีกที่ แต่เป้าหมายไม่ใช่ตัวพี่สายลมโดยตรง อาจเป็นอันวาดแต่เพราะของที่ถูกส่งมาเล่นงานเธอไม่ได้จึงได้ทำร้ายคนใกล้ตัวแทน นี่เป็นแค่ข้อสันนิษฐานเท่านั้น 

แม้กระทั่งพ่อเองก็ยังหาไม่เจอต้นต่อ อันวา คุณแม่ และคุณพ่อก็ถูกหางเลขเหมือนกันแต่ที่โชคดีคือคนในครอบครัวต่างช่วยเหลือตัวเองได้ แต่พี่สายลมนั้นต่างกันเขาไม่มีวิชาและสิ่งของป้องกันตัวจึงได้ถูกของเล่นงาน

นั่นแปลว่าอาจารย์ที่ทำของใส่เธอมีฝีมือมาก พ่อเองยังทำได้แค่ป้องกันไม่สามารถส่งของย้อนกลับไป ได้ฟังแล้วอันวาดก็ยิ่งมั่นใจอาจารย์ที่คุณพ่อพูดถึงคือคนที่มาเมื่อคืนแน่ แต่เธอไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้พ่อรู้ทางครอบครัวจะได้ไม่เป็นห่วง

หลังพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ที่กำชับให้ดูแลตัวเองหากมีอะไรให้โทรบอก ถามไถ่สัพเพเหระกันเรียบร้อยอันวาดอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปทำงาน 

หน้าโต๊ะเครื่องสำอางหลังแต่งหน้าทาปากพรมน้ำหอมเรียบร้อย อันวาดเดินไปเปิดลิ้นชักตู้ข้างหัวเตียง หยิบสร้อยเงินเส้นเล็กตรงกลางมีตะกรุดบรรจุแผ่นหนังและแผ่นโลหะทองแดงสลักอักขระที่เพิ่งได้มาเมื่อวาน 

นิ้วโป้งไล้ช้าๆ ที่ตัวตะกรุด สายตาราบเรียบมองแผ่นหนังสีเนื้อหากสังเกตให้ดีมันยังใหม่มีสีแดงซึมเปื่อนแผ่นโลหะจางๆ มุมปากเม้มตึงเป็นเส้นตรงคล้ายตัดสินใจบางอย่างได้แล้วจึงหลับตาสูดลมหายใจเข้า 

โลหิตํ มางสะ วิชฺช อาจริย ขอคาถาอาคมจงสถิตย์อยู่กับตัวกู” สองมือยกพนมพลางบริกรรมคาถาก่อนสวมสร้อย หลังลืมตาช้าๆ นัยน์ที่เคยมีประกายกลับเข้มขึ้นเปลี่ยนเป็นดำสนิท 

อันวาดหยิบกระเป๋าถือออกจากห้องไปทำงานตามปกติ เพื่อนร่วมคอนโดที่เจอเธอในลิฟต์กลับรู้สึกถึงบรรยากาศที่แปลกไปจากเดิมเมื่ออยู่ใกล้เธอ 

จากเคยยิ้มตอบการทักทายในวันนี้อันวาดกลับเมินเฉยไม่แม้แต่จะเหลือบตามองคนที่เข้ามาพาทีด้วยเหมือนแต่ก่อน ส่วนคนอื่นก็เหมือนจะมีสายตาหวาดๆ เมื่อมองเธอ

ร่างเล็กเดินออกจากลิฟต์ก้าวฉับๆ บนรองเท้าส้นสูง ไม่สนใจคนข้างหลังที่มองเธอด้วยสายตาแปลกพิกล ขับรถไปทำงานตามปกติ 

“สวัสดีครับคุณอัน ผมเอารายชื่อของศิลปินที่จะส่งภาพมาร่วมแสดงให้ดูครับ” นั่งทำงานจนถึงช่วงสายคุณเรืองเดชเลขาคุณครามที่เข้ามายิ้มทักทายอย่างเป็นมิตรกับเธอพร้อมส่งแฟ้มเอกสารมาให้

“ขอบคุณค่ะ” อันวาดรับเอกสารมาเปิดดูคร่าวๆ มีรายชื่อและภาพที่ศิลปินจะส่งเข้าแสดงในงานนิทรรศการที่จัดจัดขึ้นเดือนหน้า 

เธอที่รับช่วงดูแลงานต่อจากพี่สายลม แต่คนที่ไม่เข้าใจศิลปะอย่างเธอก็ทำได้เพียงต้องมาเรียนรู้งานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการแกลลอรี ทั้งยังต้องเรียนรู้งานเกี่ยวกับหน้าที่คิวเรเตอร์ หรือภัณฑารักษ์ร่วมกับพี่เตวิชและคุณเรืองเดชไปด้วย

ยังดีที่ทั้งคู่รู้ว่าเธอเองก็มีธุรกิจส่วนตัวจึงให้เข้ามาช่วยงานแค่อาทิตย์ละสามวัน เพื่อที่เธอจะได้มีเวลาไปจัดการงานตัวเองด้วย

“คุณอันไม่สบายรึเปล่าครับ หน้าดูซีดๆ” เรืองเดชถามขึ้นเมื่อสังเกตเห็นขอบตาคล้ำกับริมฝีปากขาวที่แม้จะทาปดปิดก็ยังไม่มิด อีกทั้งดวงตาที่เคยสดใสตอนนี้ดูขุ่นมัวกว่าก่อน

“ไม่เป็นไรค่ะแค่นอนน้อย” อันวาดยิ้มบางตอบกลับ 

“ครับ เที่ยงนี้ คุณอันมีนัดรึยังครับ ผมอยากชวนไปทานอาหารแล้วจะได้ปรึกษาเรื่องออแกไนซ์ที่จะมาจัดสถานที่ด้วย” คุณเรืองเดชยิ้มให้แล้วถามขึ้น แววตาฉายความคาดหวังอยู่ลางๆ

“ได้ค่ะ” อันวาดพยักหน้าตอบรับไม่มีปัญหา มีโอกาสจะได้สังเกตหรือรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาและเจ้านายเขาด้วย 

ความจริงแล้วคุณเรืองเดชเองก็หน้าตาดีใช้ได้ ลักษณะดูไม่ต่างจากเจ้านายอย่างคุณคราม ว่าด้วยเรื่องการทำงานก็มีความสามารถมากและมีระเบียบเคร่งครัด ทั้งยังอายุเพียงสามสิบเท่านั้นอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ดูมีอนาคตไกลเลยทีเดียว    

ในร้านขนาดกลางที่ตกแต่งสไตล์ไทยประยุกต์มีทั้งอาหารอิตาเลียนและอาหารไทยฟิวชั่น คู่ชายหนุ่มหญิงสาวนั่งร่วมโต๊ะกันอยู่ในจุดค่อนข้างส่วนตัว อาหารหลายจานถูกยกเสิร์ฟวางตรงหน้า ทั้งสองต่างทานกันไปและปรึกษางานกันไปด้วย 

ระหว่างทานอาหารอันวาดก็สังเกตคุณเรืองเดชไปด้วยแต่ก็ไม่สามารถจับพิรุธอะไรได้ ทั้งยังรู้อีกเรื่องว่าก่อนหน้านี้เขาก็พักอยู่ที่คอนโดเดียวกับเธอ พอเลิกกับแฟนสาวแล้วจึงย้ายออก

“มิน่าล่ะ ผมถึงรู้สึกคุ้นหน้าคุณอัน ผมจำได้แล้วผมเคยเจอคุณอันที่หน้าคอนโด วันที่คุณลมเกิดเหตุ…” ทันทีที่รู้ตัวว่าพูดผิดไปเรืองเดชก็เงียบเสียงแล้วรีบขอโทษขอโพย “ขอโทษด้วยครับคุณอัน” 

“ไม่เป็นไรค่ะ” อันวาดยิ้มให้อีกฝ่ายที่หน้าเจื่อนลง จากแววตาของคู่สนทนาอันวาดพอมองออกว่าคุณเรืองเดชเหมือนจะพูดจริง หรือไม่ก็เล่นละครเนียนจนเธอจับผิดไม่ได้ เขาบอกวันนั้นแวะเข้าไปเก็บของที่ยังเหลือในห้องเก่าจึงได้เกิดเรื่องบังเอิญที่ว่า

ผ่านมื้อเที่ยงที่พอจัดได้ว่าราบรื่นทั้งสองก็เตรียมตัวกลับ โดยเรืองเดชอาสาเป็นเจ้ามือมื้อนี้เอง ซึ่งตอนแรกอันวาดจะช่วยหารแต่เมื่ออีกฝ่ายยืนยันอยากเป็นคนเลี้ยงอย่างกระตือรือร้นจึงยอมตกลง

“เอาไว้วันหลังอันจะเป็นเจ้ามือบ้างนะคะ” อันวาดโปรยยิ้มหวานตอบ ในเมื่อยังต้องร่วมงานกันต่อยังไงก็ต้องมีโอกาสเลี้ยงคืนเพื่อตอบแทนจะได้ไม่ติดค้างน้ำใจใคร

“ครับ” คุณเรืองเดชเองก็รับคำง่ายๆ ยิ้มกว้างให้ ดูจากภายนอกแล้วโดยปกติเวลาทำงานคุณเรืองเดชค่อนข้างจะเจ้าระเบียบ แต่พอได้มาคุยนอกเวลางานก็ดูเป็นคนอัธยาศัยดีคนหนึ่ง

ในสายตาอันวาดคุณเรืองเดชก็ดูไม่เลว อยู่ๆ ความคิดนี้กลับโผล่ขึ้นมาในสมองทำเอาอันวาดถึงกับต้องสะบัดหัวไล่ความคิดไม่ถูกไม่ควรนี้ออกไป 

ทั้งคู่เดินออกจากร้าน ช่วงที่อันวาดกำลังยืนอยู่หน้าร้านรอคุณเรืองเดชไปขับรถมารับ ความรู้สึกเหมือนถูกจ้องจนหลังคอเย็นวาบ แต่พยายามทำตัวปกติหันตัวไปมาเหมือนมองทิวทัศน์ 

เหลือบสายตาเหมือนบังเอิญเห็นเงาร่างคุ้นที่นั่งโต๊ะด้านในมุมร้าน เป็นดังคาดเธอเห็นชายคนหนึ่งจ้องมา อันวาดแลซ้ายหันขวาเมื่อไม่เห็นว่ามีใครนอกจากตัวเองจึงยกยิ้มตอบกลับชายหน้านิ่งที่ขึงตาวาวใส่เธอ 

อาการที่เธอแสดงออกเป็นไปอย่างธรรมชาติ เสมือนคนที่บังเอิญพบกับคนแปลกหน้าส่งยิ้มทักทายตามมารยาท แล้วหันตัวไปขึ้นรถที่คุณเรืองเดชขับรถมาจอดรับ

กระทั่งอันวาดขึ้นรถแล้วก็ยังรู้สึกถึงสายตาของชายคนนั้นมองมาอย่างไม่ลดละ เขาคือคนที่เธอเห็นยืนอยู่ที่ระเบียงคฤหาสน์หลังนั้น และเป็นคนเดียวกันกับที่โผล่เข้ามาในห้องเมื่อคืน 

“มีอะไรรึเปล่าครับคุณอัน” เรืองเดชหันมาถามหญิงสาวเมื่อเห็นเธอมุ่นคิ้วน้อยๆ

“เปล่าค่ะ แค่เหมือนเจอคนรู้จักแต่ไม่แน่ใจ ต่อไปคุณเรืองเดชเรียกอันเฉยๆ ก็ได้นะคะ” อันวาดส่ายหน้าเบาตอบอย่างเป็นกันเองมากขึ้นกับอีกฝ่าย  

“ได้ครับ งั้นต่อไปน้องอันก็เรียกพี่ว่าน้ำเถอะครับ” เรืองเดชเองก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรอีก เอ่ยบอกให้หญิงสาวเรียกชื่อเล่นของตนด้วยเช่นกัน 

“ได้ค่ะพี่น้ำ” อันวาดรับคำวางตัวสนิทอย่างว่าง่ายผิดไปจากปกติวิสัยไปมาก ถึงจะสงสัยอยู่บ้างแต่อันวาดก็หาเหตุผลที่ตัวเองเปลี่ยนไปไม่ได้   

ช่วงบ่ายพอทำงานในส่วนที่รับผิดชอบเสร็จ อันวาดก็ขอตัวกลับก่อนเพื่อเข้าโรงงานไปดูโลโก้ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ เธอและเพื่อนเป็นเจ้าของแบรนด์ขนมทานเล่นสองสามชนิดที่ทำร่วมกันตั้งแต่เรียนยังไม่จบ

ตอนนี้เพิ่งจะทำแบรนด์น้ำพริกร่วมกับน้องชาย เป็นสินค้าตัวล่าสุดกำลังจะนำออกขายสิ้นเดือนนี้จึงค่อนข้างยุ่งอยู่บ้าง เพราะตัวเธอเป็นเจ้าของแบรนด์เต็มตัว ทุกขั้นตอนจึงต้องประสานงานกับทุกฝ่ายเองคนเดียว 

ส่วนน้องชายรับผิดชอบด้านการตลาด ซึ่งทุกอย่างเรียบร้อยผ่านไปด้วยดี เหลือเพียงรอดูผลตอบรับหลังการขายเท่านั้น ก็ปล่อยเป็นหน้าที่ของอันวาไป เธอลอยตัวแล้ว

สิ่งที่ไม่ปกติคือเมื่อกลับมาถึงคอนโด ในห้องกลับมีสิ่งที่ไม่ได้รับเชิญมาคอยท่าเธออยู่ โหงพรายดำทมึนพร้อมกลิ่นสาบสางคลุ้งทั่วอากาศในห้อง 

ตานังเลนัง ปฏินิวตฺติตฺวา อยฺย เลนังตานัง ปฏินิวตฺติตฺวา อยฺย” 

หลังท่องคาถาไล่ไปหลายจบก็ไม่ประสบความสำเร็จ ของอุ่นเหลวในโพรงจมูกไหลซึมสีเลือดปนดำหยดเปรอะอกเสื้อ อันวาดจึงละความพยายามสวดสะกดหรือกำจัดโหงพรายตนนี้ แม้แต่ขับไล่กลับไปหานายมันก็ไม่ได้ ฝีมือของคนที่เลี้ยงมันแก่กล้ามาก 

แต่ยังไงโหงพรายตัวนี้ก็เข้ามาทำร้ายเธอไม่ได้จึงปล่อยไว้อย่างงั้น ตัวเองจะได้ไม่สิ้นเปลืองแรงจิตด้วยจึงทำเป็นเมินเฉย หันมาสนใจทำงานตัวเองส่งรายละเอียดให้อันวาสานต่องานจากเธอแทน แต่ที่กวนสมาธิเป็นอย่างมากคือกลิ่นที่เหม็นตลบภายในห้องและเสียงกระซิบที่ดังอยู่ในหูตนเอง 

เท่านี้ก็รู้แล้วว่าเจ้านายมันวิชาอาคมแก่กล้ากว่าเธอหลายขั้น ความสงสัยที่ผุดขึ้นในหัวตอนนี้ใครคือคนที่เกลียดเธอถึงขั้นอยากเอาชีวิต อีกทั้งยังหาอาจารย์ที่เก่งกาจขนาดนี้ได้ คงจะจ่ายไปในราคาไม่น้อยเลยทีเดียว

ความสามารถของหมอผีคนนี้ ทำให้อันวาดอยากรู้ความเป็นมาของเขายิ่งขึ้น ไม่ว่ายังไงก็ต้องรู้และเข้าใกล้ให้ได้ ปรารถนาสูงสุดคือทำลายมันด้วยมือเธอเองเพื่ออนาคตของตนที่ถูกมันทำพัง และเพื่อพี่สายลม