“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

สาปไสยเวท - สาปไสยเวท บทที่ ๓๘ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สาปไสยเวท

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ดราม่า

รายละเอียด

สาปไสยเวท โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง

สารบัญ

สาปไสยเวท-# คำเตือน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทนำ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ตอนพิเศษ ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม การแสดง,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม โชคชะตา,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม อธิษฐาน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม หลอกหลอน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม ช็อกโกแลต

เนื้อหา

สาปไสยเวท บทที่ ๓๘

สาปไสยเวท : บทที่ ๓๘

ผิวเนื้ออุ่นปกติเปลี่ยนเป็นร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ตามอารมณ์ปรารถนาของจิตใจและการถูกปลุกเร้าจากกันและกัน ทุกการขยับเป็นเชื้อเพลิงสุมความต้องการ และการเคลื่อนไหวบดเบียดยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้สองร่างสองหัวใจเต้นผสานไปพร้อมกัน

เสื้อเข้ารูปถูกเลิกรั้งจากเอวขึ้นสูงด้วยการสอดมือใหญ่เข้าไปฟอนเฟ้นจุดที่มีบราปิด ก้านนิ้วยาวแทรกแตะปัดใต้ผ้าบางสัมผัสยอดจุกที่เพียงไม่นานก็เป็นไตสู้มือ

เช่นเดียวกับเชิ้ตขาวก็ถูกนิ้วเรียวปลดกระดุมพร้อมทั้งลูบไล้แผงอกกว้างไปด้วยอย่างเผลอไผล สถานการณ์กำลังพาทั้งสองดำดิ่งลึกเข้าสู่ห้วงแห่งอารมณ์ดำเนินไปพร้อมกับอุณหภูมิที่ร้อนรุ่มสุมหัวใจและร่างกาย

แรงปรารถนาและความหวามไหวที่ก่อตัวชักนำให้ร่างใหญ่ประคองแผ่นหลังบางให้นอนราบลงบนเตียง ขบเม้มริมฝีปากไปทั่วหน้า ใบหู และลำคอ สร้างรอยและตีตราด้วยคมเขี้ยวหนักเบาตามแต่ช่วงอารมณ์

แขนเรียวโอบร่างใหญ่กอดอย่างแนบชิดเลื่อนมือสอดเข้ากลุ่มผมเมื่อใบหน้าคมคร้ามฝังลงบนทรวงอก เอวคอดบิดลอยหายใจหอบสะท้านเมื่อฝ่ามือใหญ่ไต่ตามเรียวขาผ่านชายกระโปรงถึงชันในตัวจิ๋ว

สัญชาตญาณอัตโนมัติคือหุบเรียวขาทั้งสองเข้าหากันแต่กลับสู้แรงแขนที่รั้งให้หว่างขาแยกจากกันไม่ได้ ฝ่ามือใหญ่ทาบวางบนเนินเนื้อ ธรรมชาติสรรสร้างให้ร่างกายมีปฏิกิริยาต่อการปลุกเร้าทุกอย่างจึงเป็นไปตามครรลองที่ควรเป็น

ผ้าชิ้นน้อยตัวบางชื้นเปียกถูกถอดโดยเจ้าตัวร่วมมือยกสะโพกให้ปลดออก นอกจากเสียงหายใจของชายหญิงทั้งสองแล้วกลับไร้ศัพท์ของสิ่งอื่นดังแทรกขึ้น 

ครู่ต่อมาสำเนียงแว่วหอบก็เริ่มผสานเคล้าไปกับเสียงเฉอะแฉะของน้ำที่ละเลงด้วยนิ้วร้ายที่สอดเข้าออกเป็นจังหวะเร่งเร้า ยิ่งผนังโพรงนุ่มรวบรัดแน่นขึ้นยิ่งส่งให้นิ้วกระทุ้งถี่กระชั้นขึ้นเช่นกัน

“ครั้งนี้ให้พี่ทำหรือยังครับ” เสียงพร่าต่ำเงยหน้าจากเต้าอวบถามหญิงสาวที่หายใจหอบดวงตาปรืออยู่

“ค่ะ” คำตอบคล้ายคนละเมอดังแผ่วแว่วหวาน ปลายคางเชิดสูงเมื่อจุดกระสันถูกเกี่ยวกระตุกให้ใกล้ทะยานสู่ขอบฟ้า 

ปลายเล็บปัดข่วนเนื้อขาวบนกล้ามแกร่งเป็นรอยหลายเส้นไม่เป็นแนวทั่วแขน แผงอก และแผ่นหลัง ปากอิ่มเข้มสีเลือดเพราะเม้มและกัดกลั้นการระบายเสียงครวญคราง

หน้าท้องเกร็งแขม่วเมื่อความเปียกชื้นและลิ้นสากไล่เลียจากทรวงอกถึงท้องน้อย เม้มผิวเนื้อไปถึงหน้าขาและขยับถึงต้นขาด้านในพร้อมบีบกระชับเต็มมือ

“อื้อ…” เสียงครางแผ่วดังพร้อมฝ่ามือตะปบกำหมอนเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจเป่ารดอยู่ใจกลางความอ่อนไหว หัวใจเต้นระส่ำและแรงขึ้นเมื่อไออุ่นของลิ้นแตะลงบนผิวบอบบางที่เป็นจุดรวมประสาทสัมผัส 

ชีพจรทั่วร่างรวนเรไปกับปลายลิ้นที่บดติ่งเนื้อ ความทรมานที่ไม่สามารถขยับได้เพราะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้มั่นนั้นทำสมองขาวโพลน ความคิดจิตใจไร้เรื่องราวอื่นนอกจากความสุขสมและเร่าร้อนที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะกำลังจะถึงจุดหมาย

เสียงครวญระงมดังขึ้นเท่าไหร่คนที่ฝังหน้าอยู่เบื้องล่างยิ่งทรมานหญิงสาวด้วยลิ้นและนิ้วมากขึ้นเท่านั้น เหลือบดวงตามองใบหน้าเรียวที่หลับตาครางเสียงหวานอย่างพึงใจแล้วผ่อนความเร็วเพื่อถ่วงเวลาให้อีกฝ่ายเอ่ยเรียกร้องความต้องการด้วยตัวเอง

เอวบางคอดกิ่วเป็นระลอกตามจังหวะลมหายใจเข้าออกของหญิงสาว ร่างสูงที่หยัดตัวยืดหลังนั่งกลับเป็นฝ่ายที่อดทนต่อภาพยั่วเย้าของร่างเล็กผิวขาวเนียนไม่ได้เป็นคนเอ่ยปากขึ้นเสียเอง

“พี่ไม่ไหวแล้วครับ” สะโพกหนันแน่นเบียดกายเข้าชิดร่างเล็กก่อนจะจับต้นขาทั้งสองให้อ้ากว้างออกห่างแล้วฝากฝังตัวตนเข้าไปในกายสาวอย่างระมัดระวัง

“อื้อ…เจ็บค่ะเบา ๆ ” เสียงพร่าแผ่วเอ่ยพร้อมดันหน้าท้องให้ลดแรงเพราะถึงอย่างไรกำลังของชายหนุ่มและขนาดของเขาก็ทำให้คนเอวบางร่างน้อยต้องนิ่วหน้าเจ็บอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

“ครับ” และเหมือนเช่นเดิม คำตอบรับแสนสุภาพว่าง่ายแต่ยังตรงข้ามกับการกระทำเหมือนเดิม แรงโหมของเอวสอบแม้ไม่เร่งเร็วขึ้นแต่ทว่ากลับเน้นหนักจนท้องน้อยจุกหน่วงตามเคย

หญิงสาวดวงตาดำคลอหยาดน้ำ ใบหน้าเรียวเคลือบเหงื่อบาง กายเปลือยชื้นวาวทั่วร่างไม่ต่างจากเนื้อตัวของชายหนุ่มที่เปียกซึมพราวระยับเป็นมันเงาด้วยเช่นกัน

“ยังเจ็บอยู่ไหมครับ แบบนี้ดีหรือยัง” ศิลาโน้มตัวลงไปใกล้ใบหน้าหวานถามเสียงทุ้มต่ำแต่เอวยังเคลื่อนขยับไม่ผ่อนแรง มือย้ายมาฟอนเฟ้นปทุมถันคู่งามเนื้อล้นมือใหญ่

“ค่ะ” 

“ค่ะอะไรครับ บอกพี่สิ” มือข้างหนึ่งขยับมาจับปลายคางอันวาดไว้ระหว่างรอคำตอบก็ไม่ปล่อยเวลาผ่านทั้งจูบ ทั้งเม้ม ทั้งขบ และดูดไปทั่วฝีปากทั่วลำคอของหญิงสาว 

“ดีแล้ว อื้ม” 

“แล้วชอบไหมครับ” 

“...” ไร้เสียงตอบมีเพียงจูบที่ตอบกลับชายหนุ่ม

“ถ้าไม่ชอบพี่จะได้หยุด” 

“จริงเหรอคะ” อันวาดสบตาผสานนัยน์สีนิลของคนบนร่าง พร้อมกันนั้นเรียวขาทั้งสองก็เปลี่ยนเป็นคล้องเอวของศิลาเอาไว้ ก่อนจะยกศีรษะเอ่ยเสียงหวานชิดหูชายหนุ่ม 

“จะหยุดจริงเหรอพี่ศิลาขา” 

ศิลาขบกรามจนขึ้นเป็นสันชัด โครงหน้าได้รูปเม้มปากเป็นเส้นอย่างอดกลั้น แต่พอสิ้นเสียงหวานยั่วยวนและกิริยาอันยวนยั่วชายหนุ่มก็ก้มลงขบริมฝีปากอิ่มของอันวาดเอ่ยพูดเสียงทุ้มพร่าแฝงนัยเตือน  

“น้องคนดีเป็นคนเริ่มเองนะ จะมาร้องทีหลังไม่ได้นะครับ” 

“อื้อ…” เมื่อชายหนุ่มพูดจบประโยคก็ไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้เปลี่ยนท่าทางจับขาเรียวรั้งให้ไขว้รอบเอวตนเองไว้ สะโพกแกร่งโหมแรงจนร่างเล็กตัวคลอนเคลื่อนขึ้นลงผ้าปูหลุดเพราะถูกดึงกระชากโดยฝีมือหญิงสาว 

หมอนหนุนหัวถูกคว้าเบี่ยงไปด้านข้างที่นอนจนรกยุ่ง เอวคอดถูกรั้งลอยเสมือนอารมณ์ที่ลอยเคว้งขึ้นกลางอากาศ เต้าทรวงกระเพื่อมไหวไม่ต่างจากหัวใจที่กำลังกระดอนขึ้นลง 

ความต้องการ อารมณ์พลุ่งพล่าน แรงสวาทปรารถนาซัดสาดกระหน่ำอย่างไม่ลดละ สองคนสองร่างกอดก่ายนัวเนีย เนื้อกระทบหยาบโลนดังก้องสิ่งที่สอดประสานเข้าจังหวะกันอย่างแนบแน่น 

เนื้อนุ่มโอบรัดห่อหุ้มอีกสิ่งที่ฝังกายอยู่ภายในอย่างกระชับ แรงบดเสียดเบียดลึกกระตุ้นเลือดเนื้อ กำหนัดถูกขุดให้โผล่พ้นพิศวาสเร่งรัดให้ร้อนแรงทั้งกายใจแสดงชัด

หลังถูกกระทั้นถี่รัวร่างเล็กหอบแรงกระตุกถูกส่งถึงปลายทางส่วนร่างใหญ่กลับไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้พักพลิกตัวหญิงสาวจัดให้อยู่ท่าคลานเข่า กายหนาขยับประชิดสะโพกงอนสอดแทรกส่งตัวเองเข้าไปในจุดอ่อนนุ่มนั้นอีกครั้ง

มือหนึ่งขยำเคล้นเนื้อขาวเด้งอีกมือเอื้อมรั้งแขนหญิงสาว หน้าขากระทบก้นงอนดังสะท้อนภายในห้องก้องไปพร้อมกับเสียงครางหวิวและคำรามต่ำ เม็ดเหงื่อผุดพรายอาบสองกายชื้นเป็นเงาทั่วร่าง 

หลังคอระหงขุมขนเล็กละเอียดลุกชันหลังถูกดูดเม้มด้วยฝีปากจากคนข้างหลัง ความเสียวซ่านที่เกิดจากเอวสอบและมือที่เล้าโลมอยู่ใจกลางความสาวยิ่งเร่งอารมณ์ให้แตกซ่านกระเจิง มวลแมลงบินว่อนอยู่ในช่องท้องราวกับกำลังกระพือปีกพาร่างเธอขึ้นสูงกลางอากาศ  

แผ่นหลังบางเปียกซึมไปด้วยเหงื่อแนบแผงอกที่ผนังเนื้อกำลังเต้นรัวไม่ต่างจากเอวสอบที่สาวเข้าออกถี่ขึ้นทุกนาทีและยิ่งเร่งสุมเพลิงราคะให้ร้อนรุ่มขึ้นในทุกวินาที

แขนแกร่งโอบกอดกายบางมือพาดกอบกุมทรวงอกอิ่มคลึงบีบเล่นยอดถันเล้าโลมเติมเต็มให้อารมณ์ถึงขีดสูงสุดของความกระสัน ความเจ็บแสบปนคันเกิดเป็นระยะถี่ ๆ เมื่อชายหนุ่มออกแรงดูดกลืนผิวเนื้อเนียนตามซอกคอและแผ่นหลังอย่างยากหักห้ามตัวเอง

ตราประทับจ้ำแดงจับจองเนื้อนวลทั่วเรือนร่าง หน้าท้องแบนราบหดเกร็งไปตามแรงลูบเฟ้นวนเวียนรอบสะดือและเลื่อนทาบอยู่ตรงท้องน้อย นิ้วยาวขยำผิวเนื้อราวต้องการขย้ำให้แหลกคามือ ทุกการขบดูดราวต้องการเคี้ยวกลืนลงคอ และการกอดรัดราวอยากผนึกรวมจากสองกายเป็นร่างเดียว

‘พั่บ!’

“อะ…”

ทุกการกระทบราวค้อนตอก

‘พั่บ! พั่บ!’

“อ๊ะ…” 

ทุกแรงกระทั้นเหมือนอยากบดขยี้

‘พั่บ! พั่บ! พั่บ!’

“อ่าส์…”

ทุกการกระแทกคล้ายกำลังพังทลายกำแพง

“หนูไม่ไหวแล้ว อื้ม…” 

“อืม…เสร็จพร้อมพี่นะครับคนดี” คำรามลอดคำคอพร้อมเสียงต่ำพร่าอย่างข่มกลั้น เห็นใบหน้างามเอี้ยวกลับมาแววตาหวานเยิ้มฉายชัดถึงความปรารถนาและเสียงเครือยิ่งกดดันให้จิตใจเขาเตลิด

“ค่ะ” คำตอบรับสั่นพร่ากลืนหายขาดห้วงเพราะทนความรัญจวนไม่ไหวต่างบดจูบกระโจนหากันอย่างโหยหา เอวคอดสวนรับแรงจากสะโพกแกร่ง ร่างบางมีอุ้งมือใหญ่ประคองกอดไว้แนบอก 

ศีรษะเล็กทิ้งซบไหล่แกร่งด้านหลังใบหน้าแหงนปากรับจุมพิตแสนเร่าร้อน อกสะท้อนหอบพลางครางแว่วไปกับร่างใหญ่ที่โถมเอวสอบไม่ยั้งแรงไปพร้อมกัน

ดวงตาอันวาดปรือมองใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่ละสายตาไปจากเธอ สมองโล่งว่างหัวใจขุ่นมัวก่อนหน้าคล้ายถูกเติมเต็มด้วยเรื่องของศิลา ชายที่เข้ามาเพียงไม่นานคนนี้เขามีบทบาทกับชีวิตเธอเพิ่มขึ้นในทุกครั้งที่ได้รู้จักและเจอกัน

“ยังมีเวลาเหม่ออีก ฮึม” ปากเรียวบางถูกกัดเบา ๆ ด้วยเสียงตำหนิไม่จริงจังทว่าสะโพกแกร่งด้านล่างกลับทิ้งน้ำหนักเหมือนเป็นการทำโทษจนร่างเล็กหัวสั่นคลอน

แผ่นหลังบางถูกดันลงเอวคอดถูกรั้งมั่นด้วยมือใหญ่จากนั้นแรงโหมของเอวสอบก็ถี่เร็วและกระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งโพรงนุ่มตอดรัด แก่นกายก็โถมแทรกลึก เสียงครวญหวีดแหลมทรมาน ลำกายยิ่งแข็งขึงตอกตรึงถึงจุดกระสัน 

และเมื่อสิ้นสุดความอดทนเลือดลมแล่นปราดวิ่งพล่านพาความใคร่ทวีสูง เหมือนมวลเกลียวคลื่นก่อตัวสูงซัดทลายกำแพงทราย อารมณ์แตกซ่านปลดเปลื้องทุกปราการป้องกันจุดสูงสุดของห้วงลึกล้ำปริแตกปล่อยทุกอย่างไปตามครรลอง 

“อื้อ…/ อื้มค์…” ทำนองครวญครางในลำคอคนทั้งสองดังผสานเคล้ากลิ่นสวาทคาวคลุ้งเตียงนุ่ม อกอวบอัดและแผงอกแกร่งต่างสะท้อนหอบไปพร้อมกัน

ศิลาประคองร่างเล็กให้นอนหนุนแขนตัวเองลงนอนข้างกัน เครื่องปรับอากาศกระจายความเย็นทั่วห้องแต่ยังไม่สามารถดับร้อนของคนทั้งสองได้ เหงื่อชื้นทั้งสองกายที่นอนแผ่อยู่บนเตียง ศีรษะของชายหนุ่มพิงหัวเตียงหลุบตามองใบหน้าเล็กที่หลับตาเงียบเสียงอยู่ 

“ง่วงรึยังครับ” 

“อืม” อันวาดไม่ได้ลืมตาเพียงตอบรับเสียงเบาในลำคอเท่านั้นแม้แต่ลมหายใจยังไม่กลับมาเป็นปกติ

“งั้นหนูนอนพักเฉย ๆ” พร้อมกับคำบอกกายใหญ่ที่นอนหงายตะแคงข้างประกบแผ่นหลังบางแขนว่างอีกข้างยกเรียวขางามขึ้น “เดี๋ยวพี่ทำเอง” 

“มะ…อื้อ…” และเป็นเหมือนอย่างที่ผ่านมา ไม่ว่าจะคำใดก็ไม่สามารถหลุดลอดออกจากปากอันวาดได้อีก 

ริมฝีปากปิดผนึกเสียงให้กลืนหายกลับเข้าคอและช่องทางอุ่นนุ่มก็ถูกผนึกปิดเติมเต็มด้วยแก่นกายร้อนที่แข็งขืนอีกครั้งภายในไม่กี่นาที และไม่สนใจดวงตากรุ่นเคืองของหญิงสาวที่ตวัดมองยังคงทำตามความต้องการของตัวเอง และไม่นานการปรนเปรอก็ทำให้อีกฝ่ายพอใจและตอบรับพร้อมกับสนองคืนเขาในทุกท่วงท่าเช่นกัน

บรรยากาศค่ำคืนที่ควรเงียบสงัดกลับไม่สงบเพราะเสียงหยาบลามกดังสะท้อนอยู่ในห้องและถึงแม้ตัวห้องจะกว้างใหญ่ทว่าสำเนียงครวญครางและลมหายใจฟืดฟาดยังลอดผ่านออกมาด้านนอกได้อยู่ดี

ในอีกห้องไอดำที่ก่อตัวอยู่บนภาพวาดและหุ่นปั้นแผ่รัศมีทมึนกว้างขึ้นทว่ามนตร์สะกดที่คลุมทับกลับทำให้ไม่สามารถกระจายไกลออกไปกว่านี้ได้ หากแต่ไอนั้นเข้มขึ้นจนภาพวาดนั้นดำจนไม่เห็นเงาร่างของรูปคนอีกแล้ว