“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาปไสยเวท“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง
“โอมปลุกมหาปลุก ปลุกรูปมะขันธ์โท ปลุกนามมะขันธ์โท เวทนาขันธ์โท ธาตุพุทโธ อิทติริทธิ ทายะพุทโท มะอะอุ อิทติริทธิ” เสียงบริกรรมคาถาดังลอดเมื่อจบแล้วก็ดังซ้ำขึ้นอีกครั้ง
ในบ้านหลังเล็กที่ห่างไกลจากบ้านหลังอื่น ชายชรากำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะพิธีด้านหลังมีผู้ชายหัวเกรียนอยู่อีกคน มีหญิงวัยกลางคนที่นั่งดวงตาเหม่อลอยอยู่ด้วยอีกหนึ่ง
“ไอชัย ขยับมานี่” ชายชราผมเผ้าหนวดเคราขาวเอ่ยเสียงต่ำให้ชายด้านหลังขยับตัวมาเบื้องหน้าตน ชัยที่ถูกเรียกขยับตัวมานั่งขัดสมาธิยกมือพนมกลางอกเบื้องหน้าชัยมีพานขันธ์ครูวางอยู่
“ท่องตามที่กูนำสวดไปทุกวัน วันละ ๓ จบ”
“จ้ะ” ชัยมีท่าทีพินอบพิเทาพยักหน้าตอบรับอย่างเชื่อฟัง
“พ่อจ๊ะ บัวไม่อยากทำ” หญิงที่นั่งด้านข้างมองกระทงของตรงหน้าหันไปทางชายชรากับชัย
“เอ็งไม่อยากแก้แค้นให้ลูกชายของเราเหรอบัว ทำตามที่พ่อสั่งเถอะ” ชัยถลึงตาใส่บัวแต่พอเห็นสายตาของพ่อตาก็รีบหุบปากหลบสายตาทันที
“แต่…แต่ทำแบบนี้ลูกฉันจะไม่ทรมานเหรอ” บัวดวงตาเอ่อคลอน้ำตามองหุ่นปั้นถึงสติจะเลอะเลือนในบางขณะแต่ยังพอรู้ว่า ในหุ่นปั้นนี้มีวิญญาณของลูกถูกสะกดอยู่ด้วย
“ถ้าบัวมันไม่ทำ ให้ฉันทำก็ได้นะพ่อหล่อ” ชัยสีหน้ากระตือรือร้นพูดประจบชายชรา
“ไม่ได้ นังบัวต้องเป็นคนทำ” หล่อเอ่ยเสียงแข็งดวงตาจับมองชัยอย่างดุดันจนชัยขนลุกวาบ รู้สึกว่าพักหลังมานี้พ่อตาตัวเองมักมองเขาแปลกๆ และน่ากลัวขึ้นทุกที แววตาที่จับจ้องเขานั้นกลับเปลี่ยนไป
“ถ้าเอ็งไม่ทำ ข้าจะไม่มีวันปล่อยวิญญาณลูกเอ็งไปผุดไปเกิด”
‘ปล่อย โอ้ย…ปล่อย ทรมานเหลือเกิน…’ แล้วหุ่นปั้นก็ล้มตึงลงมีเสียงแผดโหยหวนดังขึ้น
“ทำจ้ะทำ บัวทำแล้วจ้ะ” บัวรีบพยักหน้ายอมจำนนเมื่อได้ยินเสียงของลูกชายร้องโอดครวญขึ้น
“ไอชัยมึงออกไปได้แล้ว แล้วจำไว้ต่อไปมึงมีหน้าที่อะไร” หล่อตวัดดวงตามองชัยไล่ออกไปด้านนอก
“จ้ะ” ชัยรีบรับคำแล้วออกไปจากห้องรู้สึกเสียวสันหลังเพราะสายตาของพ่อตา เหมือนกับว่าบางทีสายตานั้นก็มีความโกรธเกลียดแฝงอยู่ด้วย
“เอ็งว่าตามพ่อนะบัว” เมื่อชัยออกไปจากห้องแล้วหล่อจึงได้บอกกับลูกสาว
“จ้ะพ่อ” บัวยกมือขึ้นพนมเตรียมพร้อมที่จะทำตามที่พ่อสั่ง บทสวดถูกท่องนำโดยหล่อแล้วบัวท่องตาม เมื่อสิ้นการบริกรรมวิญญาณที่ถูกสะกดอยู่ในหุ่นปั้นก็ปรากฏขึ้น
“ลูกแม่ ลมลูกแม่” เมื่อเงาร่างลูกชายอยู่เบื้องหน้าบัวก็รีบขยับตัวจะผวาเข้าหาแต่ทว่ากลับไร้ปฏิกิริยาตอบโต้จากวิญญาณของลูกชาย
“นั่งลงบัว ยังไม่เสร็จทำต่อ” เสียงเข้มขรึมพูดพลางส่งมีดเล่มเล็กให้บัว
บัวรับมีดมาแล้วกรีดเลือดหยดลงในกระทง ซึ่งวิธีเช่นนี้เธอเห็นมาแต่เด็กไม่ต้องให้พ่อบอกก็รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อ จากนั้นก็ป้ายเลือดปลายนิ้วบนหุ่นแล้วหลับตาพนมมือเพื่อรอฟังพ่อท่องคาถาเป็นการนำสวด
“สะอะนิโส สะอะนิสัง ทุสะนิโส ทุสะนิสัง โอม นะโมนามะมัง สะมาโส ยุตตะโส ยุตถะ เอหิมานะ หิเนถาเน นามะวิกรึง คะเร เอหิจิตตัง มามะ ภูตะ พันธานัง วิกรึงคะเร เอหิ มะมา อะอิเออุ ทุสะนะโส นะโมพุทธายะ”
คาถาถูกบริกรรมจบลงเมื่อบัวลืมตาขึ้นก็เห็นวิญญาณของลูกชายยกยิ้มมีท่าทีสงบเชื่อฟัง
“ไปทำหน้าที่ของเอ็งได้แล้วหลานรัก” วินาทีต่อมาวิญญาณนั้นก็หายวับไป แต่โหงพรายอีกตนกลับโผล่ขึ้นมาแทน
‘หลานไอหม่อมมันรู้ที่อยู่แล้ว’
“พี่ชาญ” บัวมองวิญญาณของชาญอดีตสามีที่ตอนนี้เป็นโหงพรายที่ตกอยู่ใต้คำสั่งของพ่อสีหน้าเศร้าสลดลง
“ดี จะได้สะสางบัญชีสักที กูจะส่งพวกมันตามหลานกูไป” ดวงตาชราฉายแววเหี้ยมไม่ต่างจากเสียงที่เอ่ย
‘แต่ ไอเด็กผู้หญิงคนนั้นเหมือนมันจะเก่งขึ้นแล้วนะ’
โหงพรายชาญเอ่ยขึ้น
“หึ…กูมีวิธีจัดการมัน ครั้งที่แล้วมันกินยาสั่งกูเข้าไปแล้ว”
‘แต่…ไอศิลานั่นรู้แล้วนะ มันถึงแก้ให้’
“ที่มันแก้ได้แค่ยาสั่ง แต่ของในตัวเด็กนั่นมันแก้ไม่ได้หรอก ไว้กูจัดการมันเสร็จ อีเด็กนั่นต้องเป็นคนต่อไป” ความเหี้ยมเกรียมในน้ำเสียงของชายชราฟังแล้วพาให้ขนลุกเกรียว
บัวที่มองพ่อแล้วก็นึกกลัวเหมือนว่าพ่อตัวเองเริ่มเปลี่ยนไปทุกวัน เมื่อก่อนไม่เคยให้เธอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้แต่ตอนนี้กลับหมกมุ่นสั่งให้ทำ
– ** – ** –
อันวาดหลังแยกตัวจากพ่อกับแม่แล้วจึงออกมานั่งรับลมอยู่ริมศาลาข้างบ้านติดรั้ว รู้สึกหวิวโหวงในใจเหมือนเป็นลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี
‘น้องอันครับ’
เสียงเรียกคุ้นหูดังมาจากที่ไกลๆ อันวาดที่ลูบอกตัวเองอยู่ยืนขึ้นแล้วพยายามนิ่งฟังว่าเป็นเสียงของสายลมหรือแค่หูแว่ว
“พี่ลม พี่ลมเหรอ” อันวาดหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ
‘น้องอันช่วยพี่ด้วย ช่วยพี่ด้วย’
“พี่ลม พี่ลมเป็นอะไร”
‘น้องอันช่วยพี่ด้วย มาช่วยพี่ด้วย’
“พี่ลม” เสียงทรมานของสายลมนั้นทำให้อันวาดกระวนกระวายใจ เห็นเงาร่างจากนอกรั้วบ้านและห่างไกลออกไปเรื่อยๆ จึงพยายามจะรีบตามออกไป
‘แม่จะไปไหนครับ แม่อย่าไป’
เจ้ากุมารก้อนทองปรากฏตัวห้ามอันวาดไว้
“ฉันจะไปช่วยพี่ลม หลบไปอย่ามาขวาง” อันวาดเอ่ยเสียงห้วนไม่ฟังที่กุมารห้ามปราม
‘มันมาหลอกแม่ มันถูกส่งมาทำร้ายแม่’
ก้อนทองดักหน้าอันวาดใบหน้าอวบกลมเจ้าเนื้อเคร่งเครียด
“หลบไป พี่ลมทำอะไรฉันไม่ได้หรอก” อันวาดตวาดเสียงดัง
‘พ่อกำลังจะจัดการพวกมัน แม่อย่าออกไป’
“หมายความว่ายังไง” อันวาดจับใจความสำคัญในคำพูดได้จึงมองก้อนทองเค้นเอาความจากกุมารที่ใช้มือตะครุบปากที่หลุดพูดแต่สายเสียแล้ว
พอได้ฟังสิ่งที่ก้อนทองบอกอันวาดก็รีบขับรถไปยังคฤหาสน์ของศิลาทันที ฟังจากคำบอกเล่าจึงได้รู้ว่าหมอผีทางนั้นทำของใส่เธอมียาสั่งที่ศิลาแก้ให้ได้ แต่ของอีกอย่างที่ถูกทำเป็นคำสาปที่ทำมากับภาพวาดซึ่งเป็นศาสตร์แขนงที่ไม่รู้จักมาก่อน
แต่เมื่อไม่สามารถแก้ของอีกอย่างได้จึงถอดของและวิชาให้อันวาดป้องกันตัว ทั้งตามหาที่อยู่ของหมอผีฝ่ายนั้นและพยายามจะจัดการทุกอย่างเอง
‘น้องอัน ช่วยพี่ด้วย’
ระหว่างทางอันวาดยังได้ยินเสียงของสายลมเรียกเป็นระยะ ทุกขณะที่รถเริ่มใกล้คฤหาสน์เสียงของสายลมยิ่งเร่งเร้าเรียกด้วยสำเนียงเจ็บปวดมากขึ้นทุกที
จนในที่สุดเมื่อเกือบจะถึงตัวคฤหาสน์เงาร่างของสายลมก็ปรากฏขึ้น สภาพที่อันวาดเห็นเป็นวิญญาณที่ดูก็รู้ว่าถูกสะกดใช้งาน ไอทะมึนดำล่องลอยทั่วถนนและหน้ารถ
“พี่ลม” อันวาดจอดรถมองเงาที่อยู่ตรงหน้าถนน
‘น้องอัน ช่วยพี่ด้วย’
แต่ก่อนที่อันวาดจะได้ลงจากรถกุมารก้อนทองก็โผล่ออกมายับยั้งเสียก่อน
‘แม่มันโกหก อย่าลงไป’
อันวาดเม้มปากข่มอารมณ์หลับตาสวดคาถาเบิกเนตรเพื่อเปิดทาง
“สหัสสะเนตโต เทวินโท ทิพพะจักขุง วิโสทายิ”
ครั้นเส้นทางโล่งสว่างอันวาดจึงได้ขับรถต่อไม่นานก็ถึงหน้าคฤหาสน์ใหญ่ของศิลา หน้าทางเข้าเปิดโล่งอันวาดจอดรถโดยยังไม่ทันดับเครื่องก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นสาบและไออาคมภายในบ้าน
“คุณศิลา” อันวาดรีบวิ่งเข้าไปในบ้านแล้วมุ่งไปยังชั้นสองของบ้านยังห้องพิธีใหญ่ สิ่งที่เห็นด้านในคือร่างที่นั่งทรุดเข่ากุมอกอยู่ตรงหน้าภาพวาดและเลือดสีสดที่ไหลซึมออกจากมุมปากของเขา
“มาทำไม มันอันตราย” ศิลาเสียงสั่นพร่าถามอันวาดพร้อมกับกวาดตามองคอของเธอแล้วโล่งอกที่เธอยังสวมสร้อยเอาไว้
“...” อันวาดไม่ได้ตอบอะไรแต่กลับฉวยเอาเส้นประคำในมือศิลาขึ้นมาแทน มองของเบื้องหน้าเขาก็รู้ว่ากำลังพยายามจะกำจัดอาถรรพ์บนภาพวาด จึงเอ่ยขึ้น “ฉันทำเอง”
“ไม่ได้มันอันตราย”
“ฉันมีของป้องกันจากคุณแล้วนี่ไง” อันวาดพูดพลางหยิบสร้อยที่คอขึ้น
“แต่ของที่มันทำ เราไม่รู้วิธีแก้” ศิลายังคงไม่ยอมให้อันวาดทำ เหงื่อตามกรอบหน้าของเขาหยดเป็นเม็ดคิ้วขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“ฉันมีวิธี” ไม่รอให้ศิลาค้านขึ้นอันวาดก็บริกรรมคาถาจากนั้นก็มีวิญญาณตนหนึ่งปรากฏขึ้น “ดูแลเขาให้ดี”
เป็นวิญญาณที่ถูกสะกดลงหุ่นพยนต์ที่อันวาดหามวลสารแล้วเลี้ยงก่อนหน้านี้ เธอสั่งให้มันคุ้มครองศิลาไว้ จากนั้นอันวาดก็ขยับตัวนั่งบนตั่งข้างศิลา
“โอม โลหิตํ มางสะ โอม วิชฺช อาจริย โอม กะจ่า ถงเล้า ชะน่า ทังโผลก ตะลัยชั่ง ซะโอ เลอข้ง โอเลอโดง โอเลอ ชะเคละ โอเลอ ชะซวาคู้ เลอชะเซ้ยฆัง เหงยไถน ถงโย่ว”
เมื่อสิ้นเสียงบริกรรมครั้งนี้ในห้องก็มวนไปด้วยแรงลม มุมปากอันวาดยกยิ้มน้อยๆ และแล้วก็ได้ใช้คาถาของคุณตาที่เธอเพียรฝึกมานาน
“ไม่เคยจำจริงๆ กูเคยบอกแล้วว่าอย่ายุ่งกับคนของกู” อันวาดมองโหงพรายชาญที่ปรากฏขึ้นดวงตาของมันแดงก่ำจากแรงมนตร์ที่อันวาดท่องสะกดไว้
‘มึง มึงก็ยังอวดเก่งเหมือนเดิม มึงคิดว่าวิชาที่ได้จากศิลามันจะแก้ของจากอาจารย์หล่อได้เหรอ’
“กูแก้ของที่พ่อตามึงทำไม่ได้ แต่กูฆ่ามันได้รวมถึงผู้หญิงที่มึงรัก อ่อ…อีกคนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของมึง คราม”
อันวาดมุมปากโค้งตาหยี ถึงใบหน้าจะยิ้มแต่ในสายตาของศิลาและโหงพรายชาญกลับดูน่ากลัวเสียยิ่งกว่าผีร้าย
วิญญาณหลายดวงมารวมกันอยู่ที่นี่ด้วยมนตร์คาถาที่อันวาดสวด ไม่เว้นแม้กระทั่งวิญญาณสายลมก็ด้วย แรงกดดันของคาถาทำให้เหล่าวิญญาณเร่ร่อนถูกสะกดลงภาพวาด เว้นแต่โหงพรายชาญและวิญญาณสายลม
‘มึงอย่าทำอะไรบัวกับลูกกูนะ’ โหงพรายชาญเอ่ยอย่างดุดันทว่ากลับไม่สามารถเข้าใกล้อันวาดได้ แรงคาถาที่ส่งมาจากหล่อกลับไร้พลังสู้อันวาดไม่ได้
“คุณรู้เรื่องครามได้ยังไง” ศิลาเช็ดเลือดมุมปากตัวเองถามขึ้น
“บังเอิญเห็นรอยแผลที่ฉันเป็นคนทำตอนเด็ก” อันวาดตอบ
วันที่ครามประคองเธอในวันที่แกลลอรีจัดงานแขนเสื้อถก ข้อมือด้านในมีรอยแผลเป็นที่เกิดตอนที่ลูกชายหมอผีชาญวิ่งหนีเธอครั้งตอนที่เคยฝากคำขู่ถึงหมอผีชาญผู้เป็นพ่อเมื่อตอนเรียนมัธยม พอมาปะติดปะต่อกับหลายเรื่องจึงสงสัยและตอนนี้ก็ได้คำยืนยันจากศิลาแล้วว่าที่ตนคาดเดาเป็นเรื่องจริง
‘แค่ก แค่ก’ ศิลาไอแล้วสำลักเลือดออกมาอีกคำ เนื่องจากทางนั้นส่งของมาอีกครั้งทว่ากลับทำร้ายอันวาดไม่ได้เพราะคนที่ต้องทนรับความเจ็บปวดทุกอย่างคือศิลา
“เส สิ มา นัง เก สิ เส นะ มะ อะ เส สิ กา อิ สะ” อันวาดหลับตาลงอีกครั้งแล้วเริ่มบริกรรมคาถา ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นคือวิญญาณโหงพรายของชาญต้องล่าถอยและกำลังจะถูกสะกดลงภาพตามผีเรร่อนตนอื่น
‘น้องอันครับ ช่วยพี่ด้วย’ เสียงที่ดังกลับเรียกให้อันวาดที่ท่องคาถาหยุดลงแล้วลืมตาขึ้นมองวิญญาณของสายลม