“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาปไสยเวท“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง
“คุณอันครับ” ก่อนอันวาดจะก้าวเข้ารถก็ได้ยินเสียงทุ้มเรียกมาจากด้านหลังเสียก่อน
“คะ คุณครามมีธุระอะไรกับอันเหรอคะ” อันวาดปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็นปกติเมื่อหันกลับเห็นคนที่เดินเข้ามาคือใคร
“คุณทำนี่ตกครับ” อุ้งมือใหญ่ยื่นมาตรงหน้าแบออกให้เห็นถุงผ้าสีขาวเล็กขนาดสองนิ้ว มันเป็นเครื่องลางกันภัยที่อันวาให้พกใส่กระเป๋าไว้ โดยให้เหตุผลว่าช่วงนี้เธอดวงไม่ค่อยดี
อันวาดมองของในมืออีกฝ่าย สงสัยว่าตนเองทำตกตอนไหน เงยมองหน้าคุณครามแล้วก็แบมือออกไปรับ แต่อีกฝ่ายกลับกำไม่ยอมคืนให้จนเธอมุ่นคิ้วจ้องสานสายตาเขม็ง คุณครามยิ้มน้อย ๆ แล้วยอมหย่อนใส่มือคืนให้เธอโดยดี
“ขอบคุณค่ะ” อันวาดเอ่ยขอบคุณเสียงค่อนข้างกระด้างเล็กน้อย ยัดถุงผ้าเล็กใส่กระเป๋าถือ
“ไม่เป็นไรครับ” ใบหน้าคมคายยังประดับยิ้มน้ำเสียงทุ้มเรียบ นัยน์ดำขลับยังจ้องใบหน้าหญิงสาวนิ่งแต่ไม่พูดอะไรต่อ
“ขอตัวก่อนนะคะ” อันวาดจึงหันยอบตัวเข้ารถตัวเอง แล้วออกรถเคลื่อนจากวัดมองกระจกหลังก็ยังเห็นคุณครามยืนอยู่ที่เดิมมองตามรถเธอแต่เหมือนเขาจะหน้าตึงคิ้วขมวดเล็กน้อย
ขณะขับรถกลิ่นสาบบางอย่างลอยแตะจมูกให้ได้กลิ่น อันวาดตะหงิดใจตบไฟเลี้ยวแวะจอดข้างทางล้วงหาถุงผ้าใบเล็กที่คุณครามเก็บมาคืนให้เมื่อครู่
เปิดดูด้านในมันควรจะมีสายสิญจน์และหัวว่าน แต่ตอนนี้กลับกลายสภาพเป็นเศษดินสีดำและซากบางอย่าง และกลิ่นสาบก่อนหน้าในตอนนี้กลับเหม็นขึ้นเป็นทวีคูณ
ความรู้สึกพะอืดพะอมอยากอาเจียนตีขึ้นถึงลำคอ กลิ่นเน่าเหม็นทิ่มทะลุนาสิกแล่นปราดขึ้นสมอง แม้พยายามสะกดเท่าไหร่ก็ทนไม่ไหวจนต้องลงรถสำรอกเศษอาหารออกมา ลิ่มเลือดก้อนแดงปนน้ำย่อยออกมาเกลี้ยงกระเพาะแล้วในตอนนี้
อันวาดหยิบน้ำบ้วนปากแล้วกลับขึ้นรถ รูดปากถุงผ้าใบเล็กปิดรีบท่องคาถากำกับของชั่วร้ายไว้ นึกตกใจว่าทำไมตอนที่คุณครามส่งมาให้เธอกลับมองไม่เห็นเค้าลางของสกปรกนี่เลยแม้แต่น้อย เริ่มไม่มั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
แม้ตัวเองจะห่างหายจากเรื่องพวกนี้แต่การสัมผัสรับรู้เกี่ยวกับคุณไสยไม่เคยเสื่อมลงเลย แล้วทำไมตอนนี้กลับไม่รู้สึกถึงขั้นรับมาแล้วยังไม่รู้ตัวอีก
เป็นคุณครามส่งของทำคุณไสยให้แล้วเธอไม่รู้ หรือเธอรับของปกติแต่ถูกทำของใส่หลังจากรับมา ความผิดปกตินี้เกิดขึ้นตอนไหนและนานเท่าไหร่แล้ว
อันวาดเก็บความไม่สบายใจไว้แล้วขับรถไปเอารูปที่บ้านของพี่สายลม ซึ่งแม่บ้านก็พาขึ้นไปยังห้องที่เก็บภาพ ภายนอกและรอบบ้านทุกอย่างดูปกติดี แต่บรรยากาศในบ้านกลับเย็นและอึมครึมผิดไปจากบ้านพักอาศัยทั่วไป
แต่ถึงอย่างนั้นอันวาดก็มองหาสิ่งที่ผิดวิสัยไม่พบ แล้วเดินมาถึงห้องเก็บภาพ เมื่อเปิดประตูห้องคลื่นความเย็นสายหนึ่งเหมือนเข้าปะทะร่างจนหนาวยะเยือก
“กรี๊ด...ผีหลอก” ครั้นเมื่ออันวาดเดินไปดึงผ้าคลุมที่ปิดภาพวาดออก สิ่งที่เห็นเบื้องหน้าทำให้แม่บ้านกรีดร้องผงะถอยกรูดอย่างหวาดผวา
ภาพวาดเบื้องหน้าเดิมเป็นรูปของพี่สายลมและตัวเธอในชุดสีครีมขาว แต่ตอนนี้ร่างพี่สายลมในภาพกลับอาบไปด้วยสีแดงฉาน ความสดของสีเสมือนกับว่ามันเพิ่งจะถูกระบายลงไม่นาน มันใหม่ขนาดที่สีแดงนั้นยังหยดลงพื้นดัง แหมะ แหมะ
อันวาดตัวชาดิกมองภาพเบื้องหน้าอย่างตื่นตกใจไม่ต่างจากแม่บ้านแต่ยังพอมีสติไม่กรีดร้องโวยวายออกมา ยื่นปลายนิ้วแตะสีบนภาพนั้นช้า ๆ สิ่งที่ติดมาไม่ต้องส่งพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เธอเชื่อว่ามันคือเลือดเพราะกลิ่นทั้งสาบและคาว
สีแดงชาดนั้นเหมือนมันซึมออกมาจากภาพอยู่เรื่อย ๆ ไม่สิ้นสุด ยังคงหยดเพิ่มปริมาณเป็นกองมากขึ้นบนพื้นห้อง ความผิดแปลกในรูปคือภาพร่างเธอยังคงปกติมีเพียงช่วงชายประโปร่งเท่านั้นที่เริ่มเปื้อนสีแดง
แม่บ้านที่ก่อนหน้าขึ้นมาเพียงคนเดียว แต่คนอื่นได้ยินความเคลื่อนไหวก็มีอีกหลายคนวิ่งตามมาแล้วเห็นเหตุการณ์ด้วยเช่นกัน ต่างหวาดกลัวกันอย่างเห็นได้ชัด เบิกตาแทบถลนออกันอยู่หน้าห้องมองเข้ามาด้านในที่มีเพียงอันวาดยังยืนตรงหน้าภาพวาด
อันวาดขมวดคิ้วเป็นปมไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น เธอปักใจว่าตรงหน้ามันต้องเกี่ยวกับคุณไสยมนตร์ดำแน่ แต่ทำไมกลับไม่รู้สึกถึงอะไรเลย
ไม่เชื่อว่าของในตัวเองจะเสื่อมถอยลงถึงขนาดสัมผัสไม่ได้ถึงสิ่งชั่วร้ายพวกนี้ เพราะที่ผ่านมาก็ยังคงปฏิบัติตัวตามเดิมตลอด ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ตัวเองสูญเสียความสามารถเกี่ยวกับเรื่องคุณไสย คำถามนี้ผุดขึ้นในสมองไม่หยุด
แล้วสิ่งที่สมองคิดในเรื่องต่อมาคือ พี่ลมไม่ได้ประสบอุบัติเหตุปกติ มันต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์เป็นแน่ อาจเป็นอย่างที่พี่น้ำหวานพูดจริง แล้วใครเป็นคนทำ
คำถามที่ก่อเกิดให้สงสัยอีกข้อคือ คนในครอบครัวเธอรู้รึเปล่า คุณพ่อจะรู้เรื่องนี้ไหม แล้วถ้ารู้ทำไมถึงไม่บอกกับเธอ คำถามมากมายประเดประดังเข้ามาให้คิด กลิ่นคาวแทรกขึ้นมีของเหลวอุ่นไหลออกจากจมูกอันวาด แตะนิ้วก็เห็นเป็นเลือดสีเข้มของตัวเอง ใช้ทิชชู่เช็ดจัดการเพื่อจะได้รีบกลับ
ก่อนที่จะหาคำตอบให้ตัวเอง คงต้องแก้ปัญหาตรงหน้าในบ้านของพ่อพี่สายลมก่อน เมื่อทดลองดูแล้วว่าตัวเองยังคงท่องและใช้คาถาได้ปกติ จึงได้บริกรรมร่ายมนตร์คุ้มภัยในบ้านไว้ อีกทั้งยังร่ายมนตร์บิดเบือนให้เหล่าแม่บ้านจดจำเรื่องที่เห็นก่อนหน้าไปอีกแบบ แล้วนำภาพวาดนั้นกลับ
อันวาดถึงคอนโดตัวเองแล้วจึงโทรหาพี่เตวิช เพื่อถามเรื่องเกี่ยวกับคุณคราม แต่พี่เตวิชก็ไม่รู้รายละเอียดหุ้นส่วนใหญ่คนนี้มากนัก เพราะการทำงานก่อนหน้าคุณครามจะส่งเลขามาทำงานแทนเป็นส่วนใหญ่
“ขอบคุณค่ะพี่เต”
(ไม่เป็นไร ทำไมน้องอันถามเรื่องเกี่ยวกับคุณครามล่ะ)
“เปล่าค่ะ ก็เห็นว่าเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของแกลลอรีเลยอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเขาไว้บ้างค่ะ เวลาอันเข้าไปทำงานแทนพี่ลมจะได้รู้ว่าควรทำงานร่วมกับเขายังไง”
อันวาดลงเงินร่วมลงทุนร่วมกับสายลมคนละครึ่ง ก่อนหน้าเธอไม่ต้องเข้าไปทำงานเองตอนนี้พอแฟนหนุ่มไม่อยู่จึงต้องรับหน้าที่เข้าไปช่วยดูแลงานบ้าง
(ครับ น้องอันสบายใจได้คุณครามทำงานด้วยง่ายมาก แต่ถ้าพี่รู้อะไรเพิ่มพี่จะบอกนะ หรือน้องอันมีปัญหาตรงไหนก็โทรปรึกษาพี่ได้)
“ค่ะ ขอบคุณพี่เตมากนะคะ ถ้ายังไงพรุ่งนี้อันจะเข้าไปที่แกลลอรีค่ะ”
(น้องอันเริ่มโอเคแล้วใช่ไหม ถ้ายังอยากพักก็พักได้ พี่ช่วยดูแลให้ก่อนไม่มีปัญหา)
“โอเคขึ้นมากแล้วค่ะ ทิ้งให้พี่เตทำงานคนเดียวนานแล้ว อันเกรงใจค่ะ”
(ไม่ต้องเกรงใจเลย พี่เข้าใจน้องอันนะ ช่วยๆ กันไป)
“ขอบคุณมากค่ะพี่เต อันไม่รบกวนพี่แล้ว อันวางก่อนนะคะ”
(ไม่รบกวนเลย มีอะไรโทรมาได้เลย บายครับน้องอัน)
“บายค่ะ”
หลังวางสายอันวาดก็เดินไปยืนมองภาพวาดนั้นนิ่งๆ ตอนนี้สีแดงเลือดมันไม่ไหลซึมออกมาแล้วเพราะเธอท่องคาถากำกับไว้ แม้กระทั่งสาบคาวก็ไม่ส่งกลิ่นออกมารบกวน
ที่ต้องการรู้เรื่องคุณครามเพราะลึกๆ ในใจสงสัยว่าเขาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของพี่สายลม ถึงจะยังหาเหตุผลไม่ได้ก็ตาม
ปลายนิ้วแตะคิ้วของพี่สายลมในภาพ ไล้มายังจมูกเลื่อนลงมาถึงริมฝีปาก ขอบตาร้อนผ่าวปลายจมูกแสบคัดแล้วน้ำตาก็เอ่อไหลออกมาเป็นสาย ความเศร้าที่เกิดขึ้นมันกัดกินในใจจนเป็นแผลเหวอะ คล้ายพิษของบาดแผลมันเซาะลึกลงเรื่อยๆ จนถึงก้นบึ้ง
ลังเลใจจะถามพ่อเกี่ยวกับเรื่องตัวเองและพี่สายลมดีไหม ถ้าถามแล้วพ่อจะตอบความจริงหรือเปล่า ถ้ารู้แล้วเธอควรจะทำยังไงต่อ แก้แค้นหรือ...อโหสิ อารมณ์ไม่มั่นคงของตัวเองในตอนนี้ทำให้สมองสับสนไปหมด
เธอเคยรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับคุณตาของตัวเองมาบ้างว่าเพราะความแค้นจากการสูญเสียภรรยารักทำให้ท่านเลือกเดินในทางที่ผิดจนไม่สามารถกลับตัวได้ จนสุดท้ายต้องสูญเสียลูกแม้จะไม่ได้ตายจากแต่ขณะมีชีวิตก็ไม่เคยได้โอบกอดลูกสาวตัวเองเลยสักครั้ง
พ่อและแม่พยายามสั่งสอนให้เธอกับน้องใช้ชีวิตอย่างมีสติ ก่อนทำอะไรให้ไตร่ตรองให้ดี คิดให้รอบคอบตัดสินใจอย่างมีเหตุผล จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง และเธอกับน้องก็ปฏิบัติได้ดีมาโดยตลอด
แต่แล้วทำไม...ทำไมคนที่เลือกทำในสิ่งดีๆ กลับถูกตอบแทนแบบนี้ ตัวเธออาจไม่ดีเด่อะไร แต่พี่สายลมเธอมั่นใจว่าเขาเป็นคนที่มีจิตใจดีมากและไม่เคยคิดร้ายกับใคร ทำไมต้องเกิดเรื่องแย่ ๆ พรรค์นี้กับเขาด้วย
ประโยคที่ได้ยินกันบ่อย ๆ ว่าทำดีได้ดีนั้นมีจริงหรือเปล่า ถ้าจริงแล้วทำไมพี่สายลมถึงต้องประสบกับสิ่งชั่วร้ายแบบนี้ ฝ่ามือเรียวทาบลงบนภาพในตำแหน่งของแก้มพี่สายลมลูบไปมาด้วยดวงตาอาลัยเหลือแสน
หยดน้ำตาเป็นสายไหลอาบแก้มนวล นัยน์ดำเป็นประกายกร้าวขึ้น ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนเป็นนิตย์ของอันวาดฉายความกระด้าง คิ้ว คาง มุมปากเปลี่ยนจากหวานละมุนแปรเป็นเค้าโครงเย็นเยือก
“ทำชั่วก็ต้องถูกคืนสนองด้วยความชั่ว” เสียงเย็นที่อาบแฝงความเคียดแค้นเอ่ยขึ้นเบา ๆ ฝ่ามือถูกสีจากภาพย้อมจนแดง อันวาดเคลื่อนมือไปป้ายบนภาพหน้าตัวเองจนเปรอะเลอะถ้วนทั่ว
คำที่เปล่งลอดไรฟันยังไม่น่ากลัวเท่าแววตาของอันวาดในตอนนี้ โทสะในจิตใจเป็นเพลิงพร้อมปะทุ นัยน์ลุกโชนด้วยแรงอาฆาตที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่าต่อไปจะเกิดสิ่งใดขึ้น
จู่ๆ คล้ายมีกองไฟสุมอยู่กลางอกจนรู้สึกแสบร้อน ดวงตาพร่าเบลอราวกับหน้ามืดแทบล้มทั้งยืน มือสั่นๆ ยกขึ้นกุมอกที่มันเต้นกระหน่ำเหมือนกำลังจะวาย ความทรมานที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันมันเหมือนจะพรากเอาชีวิตเธอไปทันที
ร่างเล็กทรุดฮวบลงกับพื้นคดตัวงองุ้ม ความเจ็บปวดสาหัสระดมใส่สมองจนขาวโพลน ลมหายใจหอบกระชั้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนจวนเจียนเพียงเส้นยาแดงก็จะสิ้นลม
แต่พอผ่านไปชั่วครู่ก็คล้ายมีไอเย็นสายหนึ่งวิ่งพล่านทั่วตัวจนรู้สึกหนาวเย็น มันบรรเทาความแสบร้อนแต่สร้างความหนาวเหน็บเข้าแทนที่
ความรู้สึกทนทุกข์ระหว่างแสบร้อน และหนาวยะเยือกสลับสับเปลี่ยนไปมา คล้ายมันกำลังเล่นสนุกกับร่างกายและจิตใจเธอซ้ำๆ อยู่แบบนั้นจนกระทั่งเมื่ออันวาดทนไม่ไหวในที่สุดก็สลบหมดสตินอนกองอยู่กับพื้นเบื้องหน้าภาพวาดที่มีไอดำจางๆ ลอยปกคลุมทั่วผืน