“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

สาปไสยเวท - สาปไสยเวท บทที่ ๑๙ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สาปไสยเวท

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ดราม่า

รายละเอียด

สาปไสยเวท โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง

สารบัญ

สาปไสยเวท-# คำเตือน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทนำ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ตอนพิเศษ ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม การแสดง,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม โชคชะตา,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม อธิษฐาน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม หลอกหลอน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม ช็อกโกแลต

เนื้อหา

สาปไสยเวท บทที่ ๑๙

สาปไสยเวท : บทที่ ๑๙ 

อันวาดเดินออกจากลิฟต์ของคอนโดตรงกลับเข้าห้องตัวเอง หลังไม่ได้กลับมานานมองสำรวจทั่วห้องนั่งเล่นก็สะอาดสะอ้านทุกอย่างจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

ห้องถัดไปที่อันวาดเดินไปเปิดไม่ใช่ห้องนอนตัวเอง แต่เป็นห้องว่างที่ซึ่งเธอเก็บภาพวาดสำคัญเอาไว้ ความคิดถึงและโหยหาทำให้เร่งฝีเท้าเร็วขึ้น

บริเวณพื้นที่ว่างของห้องแสนคุ้นตาที่วางภาพวาดของชายหนุ่มหญิงสาว อันวาดยื่นมือลูบไล้ภาพนั้นเบาๆ นึกแปลกใจที่ตอนนี้ภาพวาดกลับมาเป็นปกติไม่ได้เปรอะเปื้อนอย่างก่อนหน้า อีกทั้งคลับคล้ายคลับคลาว่าใบหน้าพี่สายลมในภาพจะส่งยิ้มให้เธอด้วย

แต่แล้วอยู่ๆ รอยยิ้มของพี่สายลมกลับแปรเปลี่ยนเป็นแสยะกว้างขึ้น ดวงตาที่มองมาไร้ความรักใคร่แต่ฉายความโกรธเกลียดเคียดแค้นแทน ของเหลวแดงคล้ำไหลออกมาจากบริเวณกรอบรูป มันล้นทะลักเพิ่มปริมาณมากขึ้น มากจนท่วมปริ่มถึงข้อเท้าอันวาด

“ไม่ ไม่ เกิดอะไรขึ้น” ของเหลวเหนียวไหลทะลักออกมาจากภาพวาดมากขึ้นแล้วตอนนี้มันกำลังสูงท่วมถึงเข่า อันวาดหันหลังไปทางประตูห้องพยายามจะก้าวออกจากห้อง แต่ปริมาณเลือดข้นกลิ่นคาวคลุ้งเหมือนเหนี่ยวรั้งให้สับเท้าไม่ออก พริบตาต่อมาก็ไต่ระดับถึงหน้าอก

“ชะ…ช่วย ด้วย หายใจ ไม่ออก” อันวาดพยายามดิ้นทุรนทุรายเหมือนเลือดหนืดจับข้อเท้ารั้งให้อยู่กับที่ ต่อมาเหมือนมีมือใหญ่บีบลำคอตนเองให้ขาดอากาศ

ในหูแว่วเสียงเรียกคุ้นหูเสียงหนึ่งดังขึ้น อันวาดพยายามไขว่คว้าหาที่ยึดจับ ตีเท้าไปมาตะกายให้พ้นจากบ่อเลือดหนืดที่เหมือนเป็นโคลนดูดให้เธอจมดิ่ง ของเหลวเริ่มไหลทะลักเข้าปากและจมูกจนดวงตาเหลือกแทบถลน     

“หายใจ ไม่ออก” ในโอกาสสุดท้ายก่อนจมบ่อเลือดมืดมิดกลับเปล่งได้เพียงเสียงกระท่อนกระแท่นสามสี่คำเท่านั้น ใบหน้าหนึ่งใกล้เข้ามาจึงยื่นฝ่ามือสัมผัสเอ่ยเรียกชื่อของคนที่ฝังอยู่ในใจ “พี่ลม”   

ดวงตาหลับสนิทที่ไม่สามารถลืมขึ้นได้แต่อันวาดสัมผัสได้ว่าร่างกายถูกอุ้มลอยหวืออยู่ในอ้อมแขนแกร่ง หูได้ยินศัพท์สำเนียงคุ้นเคยดังแว่วปะทะโสตสับสนวุ่นวายไปหมด

เสียงหนึ่งคือเสียงของพี่สายลมที่พร่ำบอกรักและคิดถึงจากนั้นก็กลั่วหัวเราะไปด้วยดังก้องหู เสียงกระซิบที่สองคือคำชี้นำตัวเธอให้ทำต่อไปอย่าหยุด เสียงนี้ดังซ้ำๆ วนเวียนมานานนับตั้งแต่ที่เธอชิงวิชาจากหลวงอาอาทิตย์ เสียงสุดท้ายเป็นเสียงสวดบริกรรมคาถาของชายคนหนึ่ง มีทั้งความคุ้นเคยแต่ก็คล้ายไม่เคยคุ้นอยู่ลางๆ

ร่างกายเหมือนถูกอังไฟร้อนไปทั้งตัว ทรมานจนอยากดิ้นรนให้หลุดพ้นแต่กลับทำได้เพียงนอนนิ่งแม้แต่ลืมตายังไม่ได้ อันวาดไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองในตอนนี้

ถึงจะไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แต่กลับรับรู้ถึงสัมผัสทุกอย่างที่เกิดขึ้น ศีรษะที่ถูกจับราวเหมือนมีคนกำลังผูกเชือกรอบหัว ข้อมือสองข้างถูกจับให้สวมใส่บางอย่าง จากนั้นก็เป็นข้อเท้าทั้งสองข้าง 

ฝ่ามือที่มีอุณหภูมิสูงเหมือนคนจับไข้แตะลงบนมือ แล้วนิ้วตัวเองก็ถูกจับแล้วดึงบางอย่างออกจากนิ้วไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสิ่งที่ถูกดึงออกไปคือแหวนคู่ที่เธอสวมติดนิ้วนางตลอด 

ถึงในใจจะดิ้นรนขัดขืนแต่กระนั้นร่างกายกลับไม่ไหวติงจึงถูกฉกชิงสิ่งของออกไปโดยง่าย สิ่งต่อมาที่ทำให้อันวาดตัวชาคืออุ้งมือใหญ่ร้อนกุมมือเธอเอาไว้มั่นแล้วนิ้วนางมือซ้ายก็ถูกแหวนสวมอีกครั้ง

ปลายนิ้วแกร่งไล้หลังมือและทุกนิ้วของเธอ สัมผัสต่อมายิ่งทำให้ตื่นตระหนก ไม่ต้องลืมตามองเห็นก็รู้ชัดเจนว่าเป็นริมฝีปากนุ่มอุ่นประทับลงบนนิ้วของเธอ เกิดอาการขัดขืนอีกครั้งแต่ก็ไร้ผลความกรุ่นโกรธที่เกิดขึ้นในใจทำให้ลืมเวลาไม่รู้ว่าผ่านไปนานหรือเปล่า 

พอตั้งสติได้อีกครั้งก็ได้ยินการเคลื่อนไหวดังอยู่ด้านข้าง อีกหลายอึดใจก็ได้ยินเสียงบริกรรมคาถาดังขึ้น ความคิดแรกของสมองที่เริ่มกระจ่างชัดเจนว่าเสียงนี้เป็นของศิลา ก็เริ่มกังวลว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรกับเธอ 

เสียงที่ดังในหูตอนนี้ไม่ได้มีเพียงเสียงของศิลาแต่มีอีกเสียงที่ดังแทรกขึ้นมาด้วย เป็นเสียงผู้ชายมีอายุ อันวาดเหมือนจะเคยได้ยินเสียงนี้แต่พยายามคิดแล้วแต่ก็นึกไม่ออกว่าเป็นเสียงใคร 

อาการเจ็บเริ่มประเดประดังเข้ามาอีกครั้ง ความทรมานในครั้งนี้ทวีเพิ่มขึ้นทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงบริกรรมคาถา อันวาดไม่รู้ว่าเป็นเพราะคาถาบทไหนกันแน่ที่ส่งผลให้เธอต้องทนทุกข์ 

ในหัวที่ปวดแทบแตกเป็นเสี่ยงเหมือนจะบรรเทาลงเมื่อกลางหน้าผากถูกแตะเหมือนขีดเขียนบางอย่างลง จุดต่อมากลางฝ่ามือสองข้างก็ถูกปลายนิ้วที่ร้อนระอุเขียนเป็นอักขระเช่นเดียวกัน ความรู้สึกร้อนรุ่มทรมานในตัวลดน้อยลงเหมือนลายเส้นที่ขีดเขียนช่วยปัดเป่าได้

และแล้วเสียงบริกรรมคาถาบทต่อมาดังขึ้นแล้วอันวาดก็รู้สึกว่ามีบางอย่างเย็นๆ ถูกใส่ให้ที่คอ ไม่นานเสียงสวดก็ดังขึ้นอีกครั้งกระหม่อมก็เปียกแล้วสองแก้มก็ถูกไล้ด้วยฝ่ามือ ไอเย็นแผ่ชะโลมไปทั้งใบหน้า ร่างกายที่ปวดกับแสบร้อนเหมือนลดความความเจ็บลง

ชั่วหลายอึดใจกลับได้ยินเสียงคาถาอีกหนึ่งบทดังขึ้น ครั้งนี้เสียงที่บริกรรมสั่นพร่าทั้งที่หลับตามองไม่เห็นสิ่งใด แต่อันวาดกลับรู้สึกได้ว่าเสียงนั้นกำลังสวดไปพร้อมกับอดกลั้นความเจ็บปวดไปด้วย 

สิ่งที่อันวาดได้ยินท้ายประโยคของคาถาสร้างความสงสัยงุนงงให้เกิดขึ้นในใจ ถึงความสั่นเครือของเสียงจะพาลพาให้ได้ยินไม่ชัดแต่มันกลับก้องสะท้อนดังในหูและกระทบหัวใจเป็นอย่างมาก

‘เภทภัย ความเจ็บ ความทุกข์ จากร่างกายหรือดวงจิต จากผู้คนหรือวิญญาน ทั้งหมดทั้งสิ้นที่จะเกิดกับอันวาดนับจากวันนี้ผมขอเป็นคนรับแทน’

สิ้นเสียงนั้นไม่นานของที่ถูกสวมใส่ที่ข้อมือข้อเท้ากับแหวนที่นิ้วก็ถูกปลดออก ร่างของเธอก็ถูกโอบประคองขึ้นแผ่นหลังของเธออิงกับแผ่นอกแกร่งที่สัมผัสได้ถึงความร้อนและจังหวะการเต้นของหัวใจอีกฝ่าย มันรัวเร็วราวกับกำลังจะเด็นออกมา มันสั่นจนสะเทือนผิวเนื้อและไหวไปถึงหัวใจของเธออย่างแปลกชอบกล 

สมองพยายามคิดถึงเหตุผลที่ศิลาทำและหาข้ออ้างให้หัวใจตัวเองที่เต้นรัวไปด้วยอาจเป็นเพราะพิธีกรรมที่เขากำลังทำจึงส่งผลให้ใจเธอเต้นแรง กลิ่นหอมเย็นของกายเนื้อปะทะเข้านาสิกเป็นลักษณะเฉพาะตัวความหอมของบุรุษเพศ 

ตัวถูกโอบรวบกอดด้วยแขนยาวจากนั้นน้ำเย็นๆ ก็ถูกรินรดบนศีรษะ ไหล่ ลำตัว แขน และสองขาถึงปลายเท้า ความทรมานก่อนหน้าเหมือนถูกน้ำชะล้างไปจนหมด นอกจากไม่สามารถลืมตาขยับตามใจปรารถนาแล้ว สิ่งอื่นๆ ก็เป็นปกติทุกอย่าง ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกร้อนอย่างก่อนหน้าหลงเหลืออยู่อีกเลย

ครู่ต่อมาอันวาดรู้สึกได้ว่าถูกอุ้มอีกครั้งก้าวย่างมั่นคงไม่เร็วและไม่ช้าแต่กลับได้ยินเสียงหายใจหนักๆ และลมเป่ารดใบหน้าเป็นระยะ เสียงประตูเปิดแล้วแผ่นหลังก็แตะกับโซฟานุ่มกลิ่นหอมคุ้นจมูกมันเป็นห้องของเธอที่อาศัยนอน 

ยังไม่ทันที่จะได้โล่งใจที่ถูกพากลับมาที่ห้อง มือใหญ่หนาขยับสวบสาบปลดกระดุมที่อกเสื้อของเธอ อารมณ์ขุ่นเคืองปะทุขึ้นในใจอีกครั้ง จิตใต้สำนึกที่รู้สึกตัวกำลังดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แต่ไม่รู้เพราะอะไรร่างกายกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดใดเลย 

ร่างของอันวาดนอนนิ่งราวผู้ป่วยที่นอนเป็นผัก ถูกจับยกแขนถอดเสื้อ แม้กระทั่งบราก็ถูกปลดในลำดับถัดมา อันวาดไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบายอารมณ์ที่เกิดในตอนนี้ ทั้งโมโหและอับอายแม้แต่ผู้ชายที่เธอตกลงปลงใจจะใช้ชีวิตร่วมด้วยก็แค่เคยนอนกอดเท่านั้น ยังไม่เคยได้เห็นเรือนร่างเปลือยและสัมผัสใกล้ชิดเท่านี้มาก่อน

หากเธอเคลื่อนไหวกายได้สาบานเลยว่าเธอต้องเอาชีวิตศิลาในทันทีแน่นอน ไม่มีทางปล่อยเขาไปแน่ สมองที่กำลังจะระเบิดเนื่องจากความโกรธต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อมือใหญ่ทั้งสองกำลังเคลื่อนไปจับที่เอวตำแหน่งขอบกางเกง

คำสบถสาปแช่งมากมายผุดขึ้นมาในหัวของอันวาดประเคนด่าใส่ศิลาไม่ยั้ง พยายามลืมตาและดิ้นรนอย่างแรงแต่เหมือนทั้งร่างถูกตรึงด้วยมือไร้รูป หน้าท้องถูกน้ำหนักมือและปลายนิ้วแตะผ่านเพราะอีกฝ่ายกำลังปลดกระดุมกางเกงยีนส์ แต่ก่อนจะถูกดึงลงบนตัวอันวาดก็ถูกห่มปิดด้วยผ้าถึงปลายคาง 

อันวาดคิดว่าศิลาจะหยุดการกระทำทุกอย่างแล้วจึงได้ผ่อนลมหายใจ หัวใจกำลังปรับจังหวะให้เต้นในอัตราคงที่ แต่แล้วสะโพกก็ถูกฝ่ามือใหญ่จับให้ตะแคงทีละข้างเพื่อดึงกางเกงลง โดยที่ศิลาสอดมือเข้าใต้ผ้าห่มที่บังร่างบางเอาไว้

หลังทุลักทุเลอยู่สักพักศิลาก็เปลื้องอาภรณ์ทุกชิ้นบนตัวของอันวาดออก เสียงลมหายใจถูกพ่นยาวอย่างอึดอัดแล้วได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวไปทางห้องน้ำจากนั้นกลับมา เส้นผมเปียกชื้นถูกเช็ดจนหมาด ผ้าผืนนิ่มถูกซับตามเนื้อตัวโดยที่ยังมีผ้าคลุมปิดร่างไว้ 

ผิวกายทุกที่ที่ถูกผ้าเช็ดแม้ความชื้นจะแห้งเหือดแต่ความร้อนกลับระอุราวถูกลามเลียด้วยไอไฟ ทุกหย่อมเนื้อเหมือนความร้อนและเย็นแล่นพล่านสลับกันเล่นงานเธอให้ปั่นป่วน ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นแม้กระทั่งกับแฟนหนุ่มอย่างสายลมกลับก่อเกิดเพราะชายคนนี้ ชายที่เป็นศัตรูคนที่พรากความสุขดับชีวิตคนรักของเธอ

อันวาดขบกรามโทสะบังเกิดเต็มอก ไม่รู้เพราะศิลาหรือโกรธตัวเองที่หัวใจไปเต้นและรู้สึกกับคนที่ไม่ควรคิด สติที่เตลิดกลับมาอยู่กับเหตุการณ์ปัจจุบันอีกครั้งเมื่อมือใหญ่หนานุ่มประคองแขนเธอให้สวมเสื้อ ทุกการกระทำนุ่มนวลเอาใจใส่ 

ไม่รู้ว่าอันวาดคิดไปเองหรือเปล่า แต่เหมือนศิลาจะระมัดระวังไม่สัมผัสแตะโดนผิวจุดสำคัญ ลำดับสุดท้ายหลังใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก็อุ้มเธออีกครั้งแล้ววางลงและรู้ได้ทันทีว่านี่คือบนเตียง 

หัวใจที่เต้นระส่ำยิ่งเพิ่มระดับรัวขึ้นอีกครั้งนึกกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้น เตียงนอนนุ่มและกลิ่นหมอนอวลอันวาดจำได้ว่าเป็นกลิ่นตัวเอง ศิลาเก็บแขนเธอเข้าใต้ผ้าห่ม ทัดผมกับหลังใบหูให้แล้วอังหน้าผากจากนั้นถึงได้ผละไป ฝีเท้าดังห่างออกไปเสียงประตูเปิดและปิด แล้วทั่วห้องก็เงียบสงบลง 

ยิ่งรอบด้านสงัดเท่าไหร่อันวาดก็ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดังขึ้นเท่านั้น กำลังพยายามหาเหตุผลอัตราการเต้นที่ผิดไปจากเดิม อ้างหลายอย่างทั้งที่รู้ดีว่าไม่จริง ค้านความจริงโดยการกรอกความคิดใส่ตัวเองว่าที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะอาจเป็นเพราะศิลาทำอะไรบางอย่างกับเธอก็ได้ และนี่คงเป็นสิ่งเดียวที่พอจะกลบเกลื่อนหลอกตัวเองได้