“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาปไสยเวท“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง
“พี่อัน คือ…พี่นั่งลงก่อน” อันวาฉุดพี่สาวให้นั่งก่อนจะจับมืออันวาดกุมไว้มั่น
“มีอะไร วาอย่าทำหน้าแบบนี้” อันวาดเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของน้องชายก็เริ่มใจไม่ดีขึ้นมา
“คือ…พ่อกับแม่ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล”
“ห๊ะ! เกิดอะไรขึ้นกับคุณพ่อคุณแม่!” อันวาดสะดุ้งถามเสียงสูงขึ้นทั้งที่มือยังถูกอันวารั้งจับไว้ไม่ให้ผลุนผลันลุก
“พี่อันใจเย็นๆ ก่อน พ่อกับแม่เกิดอุบัติเหตุ ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วแต่ยังต้องนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล”
“ตั้งแต่เมื่อไหร่” อันวาดดวงตาเบิกโตขอบตาเริ่มแดงถามอันวาเสียงเครือ
“ช่วงที่พี่หนีหายจากคอนโด” อันวาตอบเสียงเบาแต่ยังกระชับมือพี่ไว้เป็นการปลอบ
“เพราะตามหาพี่สินะ” อันวาดก้มหน้าขบกรามน้ำตาเม็ดใสหยดแหมะลงบนหลังมือตัวเอง
“พี่อันอย่าคิดมาก ตอนนี้พี่หายแล้วพ่อกับแม่ก็ไม่เป็นอะไรแล้ว แค่นี้ก็พอแล้วนะ” อันวาตบต้นแขนพี่สาวอย่างปลอบโยน
“พี่ไปเก็บของเถอะ กลับบ้านกัน” หลังเงียบกันไปครู่ใหญ่อันวาจึงเอ่ยขึ้นอย่างยิ้มแย้ม
“กลับบ้านเหรอ”
“อืม คุณศิลาเข้าไปบอกผมว่าพี่กลับบ้านได้แล้ว ผมเลยให้พยาบาลเฝ้าพ่อกับแม่แล้วรีบมารับพี่นี่แหละ” อันวาพยักหน้าตอบพี่สาวสีหน้าดูโล่งอกและยินดีเป็นอย่างมาก
“อ่อ…ดะ ได้ งั้นรอพี่แป๊ปหนึ่ง” อันวาดพยักหน้ารับเหมือนยังตั้งตัวไม่ทัน ทั้งที่ควรดีใจแต่ทำไมกลับรู้สึกหวิวโหวงแบบแปลกๆ อาจคงเพราะตัวเธอเองคงจะยังมีข้อสงสัยที่ยังไม่ได้รับคำตอบจึงได้รู้สึกอย่างนี้กระมัง
เมื่อผละจากอันวากลับมายังห้อง อันวาดไม่ได้เก็บเสื้อผ้าแต่กลับไปหย่อนก้นนั่งบนเตียงอย่างเหม่อๆ ในใจเริ่มสับสนคิดวนอยู่กับเรื่องศิลาและเรื่องสายลมที่ตนเองเริ่มสงสัย
กวาดตามองไปรอบๆ ห้องก็เหมือนจะอาลัยอาวรณ์จึงรีบสะบัดหน้าแล้วลุกไปยังตู้เสื้อผ้า แต่พอมองแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเสื้อผ้าพวกนี้ไม่ใช่ของที่ตัวเองซื้อจึงจะทิ้งไว้ ยืนนิ่งคิดอยู่อีกอึดใจก็เปลี่ยนความคิดดึงเสื้อผ้าทุกชิ้นออกจากไม่แขวนยัดใส่กระเป๋าทั้งหมดรูดซิปปิดแล้วหิ้วออกจากห้อง
“มา ผมถือให้” อันวาเดินมารับกระเป๋าพี่สาวไปถือให้แล้วเดินนำออกจากบ้านไป ส่วนอันวาดก็เดินไปหาป้าละเอียดที่ยืนอยู่อีกมุมของประตูบ้าน
“คุณป้า อันกลับบ้านแล้วนะคะ ขอบคุณที่ดูแลอันช่วงที่อยู่ที่นี่ด้วยค่ะ”
“คุณอันอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้เหรอคะ” ป้าละเอียดพูดเสียงเครือดวงตาของหญิงวัยกลางคนเหมือนจะแดงเรื่อขึ้น
“อันต้องกลับไปดูแลพ่อกับแม่ค่ะ นี่ไม่ใช่บ้านอันสักหน่อยจะอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” อันวาดตอบป้าละเอียดยิ้มๆ ในใจก็รู้สึกหม่นสลดลงอย่างหาสาเหตุไม่ได้เช่นกัน
“คุณอันก็รีบๆ แต่งงานกับคุณหนูสิคะ บ้านนี้จะได้เป็นของคุณอันแล้วจะได้อยู่ที่นี่ตลอดไปเลย” ป้าละเอียดจับมืออันวาดแล้วพูดอย่างกระตือรือร้น
“เอิ่ม…คุณป้าคะ อันไม่ได้เป็นอะไรกับเจ้านายของคุณป้านะคะ”
“แหม่…ขนาดนี้แล้วยังจะมาบอกไม่ได้เป็นอะไรกัน เอาเถอะค่ะป้าเข้าใจว่าสาวๆ ยังเขินอาย” ป้าละเอียดตบหลังมืออันวาดเบาๆ ยิ้มกริ่มประมาณว่า ป้ารู้ป้าเข้าใจ
“คุณป้า อันกลับก่อนนะคะ” อันวาดไม่อยากพูดอะไรให้มากความเพราะคุณป้าละเอียดแกก็ไม่ยอมฟังเอาแต่พูดว่าเข้าใจอยู่ร่ำไปจึงคล้านจะเอ่ยอธิบายแล้ว
“ค่ะ ยังไงก็กลับมาเที่ยวหาป้าบ่อยๆ นะ ก่อนมาก็ให้คุณหนูโทรมาบอกก่อนนะคะ ป้าจะได้เตรียมอาหารอร่อยๆ ไว้ให้” ป้าเอียดพยักหน้ายิ้มร่าสั่งร่ายยาวอีกครั้ง
“ค่ะ” อันวาดรับคำอย่างเสียไม่ได้แล้วเดินออกไปขึ้นรถที่น้องชายรออยู่
– ** – ** –
ในห้องพยาบาลตรงกลางระหว่างเตียงซ้ายขวาของพ่อกับแม่ อันวาดนั่งดวงตาแดงก่ำหลังร้องไห้อยู่นานเมื่อมาถึงเห็นสายระโยงระยางตามแขนของบิดาและมารดา
“พี่อันเลิกร้องได้แล้ว ตาบวมหมดแล้ว”
“ทุกอย่างเป็นเพราะพี่ พี่ผิดเอง” อันวาดก้มหน้าฟุบลงกับมือมารดาที่ยังหลับตานิ่งอยู่บนเตียง นึกเสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องทุกอย่าง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอพ่อกับแม่จะประสบอุบัติเหตุได้อย่างไร
“เอาน่า เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะ หมอบอกแล้วว่าพ่อแม่ไม่เป็นอะไร พี่เองก็ทำใจให้สบายได้แล้ว” อันวาเดินเข้าไปลูบหลังพี่สาว มองบุพการีทั้งสองสีหน้าผ่อนคลายขึ้นกว่าเก่าอย่างน้อยตอนนี้พี่สาวก็กลับมาเป็นปกติแล้ว
“อืม…แล้วทำไมพ่อกับแม่ยังไม่ตื่นอีก” อันวาดเงยหน้าถามน้องชายฟังจากที่อันวาเล่า ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงตอนนี้ก็ล่วงเข้าสัปดาห์ที่สามแล้ว
“พ่อกับแม่ตื่นบ้างแล้วแต่เพราะอายุมากขึ้นร่างกายได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก เลยใช้เวลาในการฟื้นตัวได้ช้า ต้องพักผ่อนให้มากตื่นมาแต่ละครั้งอาจจะไม่นาน พี่ไม่ต้องห่วงคุณศิลาเขาให้หมอผู้เชี่ยวชาญมาดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว”
“เกี่ยวอะไรกับ…เขาด้วย” อันวาดหันถามน้องชายเสียงขาดหาย
“ก็คุณศิลาเป็นหุ้นส่วนของโรงพยาบาลนี้เขาเชิญหมอผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาดูแลเคสให้พ่อกับแม่ คุณศิลาเองก็มาเยี่ยมบ่อยๆ”
จากนั้นอันวาดก็ได้ฟังเรื่องที่อันวาไปเจอตัวเธอที่ตำหนักร้างของหมอผีชาญ ต่อมาก็ได้คุณครามมาช่วยไว้ แล้วพ่อแม่ก็เกิดอุบัติเหตุ แล้วคุณครามก็พาตัวเธอไปหาศิลาเพราะพ่อได้ไหว้วานให้คุณครามนำค่าจ้างไปให้คุณศิลาด้วย
ที่อันวาดไม่เข้าใจคือทำไมพ่อต้องให้คุณครามเป็นคนพาเธอไปพร้อมกับค่าจ้าง ทำไมไม่ไปหาศิลาเองโดยตรง ตอนนี้มีแต่เรื่องให้คิดทับถมอยู่เต็มหัวสมอง อันวาดจึงเลิกคิดไปชั่วคราวรวบรวมสมาธิจดจ่อมองพ่อกับแม่แล้วถอนหายใจยาวออกมา
ความเสียใจและรู้สึกผิดก่อเกิดขึ้นเต็มหัวใจ ทั้งพ่อแม่ เรื่องพี่สายลม เรื่องคุณศิลา เรื่องที่มีเค้าลางน่าสงสัยที่ใจหนึ่งอยากหาคำตอบแต่อีกใจก็กลัวคำเฉลยด้วยเช่นกัน อันวาดเอื้อมมือซ้ายจับมือแม่ส่วนมือขวาจับมือพ่อนั่งมองเงียบๆ
“หนูขอโทษนะคะ” อันวาดเอ่ยเสียงแผ่วน้ำตาคลอเบ้า
สองพี่น้องต่างนอนเฝ้าพ่อแม่กันทั้งสองคนหลังหลับสนิททั้งคืน ช่วงเช้าก็เหมือนสมองจะปลอดโปร่งขึ้น แม้แต่สีหน้าของพ่อแม่ก็เหมือนจะดีขึ้นด้วย
“ผมไปรับสายก่อนนะ” อันวาล้วงมือถือจากกระเป๋ากางเกงสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อยก่อนจะขอตัวออกไปรับสายแต่เช้า
“อืม” อันวาดตอบรับเสียงสั้นๆ ไม่ได้สังเกตหน้าน้องชายเพราะมัวแต่จมอยู่กับความคิดของตัวเอง
อันวาที่หายออกไปสักพักใหญ่กลับเข้ามาตอนนี้สีหน้ากลับซีดเผือดลงกว่าเดิม อันวาดที่นั่งอยู่ตรงโซฟาจึงถามขึ้น
“มีอะไรวา”
“อุ่นเกิดเรื่อง”
“เกิดอะไรขึ้น” อันวาดถามน้องชายพลางสังเกตสีหน้าอีกฝ่ายไปด้วย
“รถที่อุ่นนั่งถูกน้ำป่าซัดหายตอนขากลับจากฝึกงาน ตั้งแต่สามวันที่แล้วตอนนี้ยังหาตัวคนไม่พบเลยสักคน”
“จะไปตามหาอุ่นใช่ไหม” อันวาดมองน้องชายที่มีอาการห่วงหน้าพะวงหลังก็เข้าใจ “ไปเถอะ พี่ดูแลพ่อกับแม่เอง”
“พี่มั่นใจนะ” อันวาย้ำถามพี่สาวอีกครั้งไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจพี่ แต่ด้วยอาการก่อนหน้าก็ทำให้ไม่กล้าวางใจนัก
“อืม พี่จะดูแลพ่อกับแม่เองไม่ต้องห่วง” อันวาดกลอกตาใส่น้องก่อนจะพยักตอบให้น้องเชื่อมั่นวางใจ
“ได้ จนกว่าผมจะกลับมาพี่ต้องห้ามทำอะไรเองคนเดียวเด็ดขาด ต้องดูแลตัวเอง ดูแลพ่อกับแม่ให้ดี ส่วนเรื่องอื่นไว้กลับมาอยู่กันพร้อมหน้าแล้วค่อยจัดการนะ”
“นี่ กลายเป็นคนขี้บ่นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” อันวาดส่งสายตาขุ่นให้น้อง
หลังอันวาร่ายยาวกำชับอยู่นาน จนผ่านไปเกือบชั่วโมงฝากทั้งเรื่องงาน เรื่องพ่อแม่และย้ำหนักหนาถึงเรื่องอื่นที่ห้ามทำโน่นทำนี่เสมือนคนแก่ที่อบรมสั่งลูกหลานไม่มีผิด
“เข้าใจแล้วหน่า ขับรถเดินทางระวังด้วยนะแล้วคอยโทรมาอัพเดตสถานการณ์ด้วย” อันวาดเม้มปากเอือมรีบตบไหล่อันวาให้น้องชายออกจากห้อง เอ่ยบอกให้น้องระวังและคอยโทรมาบอกเมื่อถึงที่หมายด้วย
“อย่าลืมนะถ้าพี่ติดขัดอะไรก็โทรหาคุณศิลา อย่าทำอะไรคนเดียวเด็ดขาด”
“ไปได้แล้ว” อันวาดค้อนใส่น้องชายที่ทิ้งประโยคท้ายเอ่ยถึงบุคคลอื่น ในใจค่อนขอดคนไม่ได้เป็นอะไรกันทำไมต้องโทรไปหาเขาด้วย เธอโตขนาดนี้แล้วยังต้องคอยโทรขอความช่วยเหลือจากคนอื่นอีกหรือไง ‘ไม่จำเป็นเลยสักนิด’
ทั้งห้องสงบเงียบลงหลังหมอและพยาบาลเข้ามาตรวจและแจ้งผลเรียบร้อย อาการของพ่อและแม่กำลังฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ อันวาดกลับมานั่งที่โซฟาหลังห่มผ้าให้บิดามารดาเรียบร้อย เอนหลังหลับตาคิดอะไรเรื่อยเปื่อย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
อันวาดลืมตาขยับตัวหันมองหน้าห้องสิ้นเสียงเคาะประตูก็ถูกเปิดเข้ามาโดยคนรู้จักคือเรืองเดช
“สวัสดีครับน้องอัน ผมเอาผลไม้มาฝากครับส่วนนี่คุณครามฝากมาเยี่ยม” เรืองเดชพยักหน้ายิ้มทักทายแล้วยื่นกระเช้าผลไม้และของฝากอีกสองสามอย่างส่งให้อันวาด
“สวัสดีค่ะคุณเรืองเดช” อันวาดยื่นมือรับของฝากวางบนโต๊ะ
“ไม่เป็นไรครับ แล้วนี่อาการของคุณทั้งสองเป็นยังไงบ้างครับ” เรืองเดชเหมือนจะชะงักไปเล็กน้อยกับสรรพนามทางการที่อันวาดเรียกตน
“ดีขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณคุณเรืองเดชแล้วก็ฝากขอบคุณคุณครามด้วยนะคะ” อันวาดตอบก่อนเดินไปหยิบน้ำพร้อมแก้วให้เรืองเดชที่นั่งโซฟา
“อ่อ งั้นก็ดีแล้วครับ แล้วน้องอันล่ะครับเป็นยังไงบ้าง ก่อนหน้าติดต่อกันไม่ได้ทุกคนเลยเป็นห่วงกันมาก”
“ดีขึ้นแล้วค่ะ ไม่เป็นอะไรแล้วขอบคุณทุกคนมากนะคะที่เป็นห่วง” อันวาดยิ้มตอบอย่างสุภาพถึงจะติดใจเรื่องที่เรืองเดชเรียกกันเหมือนกับคนชิดเชื้อ พอจะนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้าเธอเคยวางตัวพูดคุยกับเรืองเดชอย่างสนิทแต่ตอนนี้กลับรู้สึกไม่เหมือนเดิมเสียแล้ว
คุยกันอยู่อีกครู่ก็มีสายเรียกเข้ามือถือของอันวาดเมื่อเห็นว่าปลายสายคือน้ำหวานก็เลิกคิ้วเล็กน้อย ส่วนคุณเรืองเดชเองก็มีสายเข้าเหมือนกันจากนั้นก็ขอตัวกลับก่อน
อันวาดออกมาส่งเรืองเดชแล้วเดินไปหาพยาบาลเพื่อฝากฝังให้มาดูแลพ่อกับแม่ ก่อนตัวเองจะออกไปทำธุระข้างนอกสักครู่หลังนัดกับน้ำหวาน
ไหนๆ ก็ได้โอกาสอันวาดจึงอยากคุยกับน้ำหวานอีกครั้งถึงเรื่องของพี่สายลม และจะได้ดูหลักฐานที่น้ำหวานกล่าวอ้างว่าทั้งคู่เป็นมากกว่าเพื่อนมาตั้งนานแล้ว
ถึงจะกลัวคำตอบแต่ก็อยากรู้ให้กระจ่าง อันวาดจึงนัดน้ำหวานที่ร้านอาหารไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก พอมาถึงอันวาดก็เห็นน้ำหวานนั่งคอยอยู่ก่อนแล้ว ตอนนี้ท้องของน้ำหวานนูนใหญ่ขึ้นกว่าเก่าทั้งสีหน้าดูขาวผุดผ่องมีน้ำมีนวลเป็นอย่างมาก