“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาปไสยเวท“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง
เย็นย่ำอาทิตย์ตกลมพัดยอดไม้พลิ้ว ร่างที่นั่งรับลมอยู่ข้างต้นโอลีฟได้ฟุบหน้าหลับกับโต๊ะ ขยับตัวหยุกหยิกผงกหน้าเชิดคางทั้งที่ตายังปรืออยู่ กลิ่นหอมๆ สายหนึ่งลอยโชยมาปลุกคนที่ยังสะลึมสะลือให้ตื่นเต็มตา
อันวาดยืดแขนผสานสองมือเหยียดไปข้างหน้าเอียงตัวซ้ายขวาบิดขี้เกียจ จมูกสูดกลิ่นหอมฟุดฟิดแล้วลุกเดินตามไปยังที่มาของความหอมที่กระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะให้ทำงาน
ลูบหน้าท้องแบนราบที่ร้องโครกครากเดินไปยังครัว มาถึงทางเข้าอันวาดเกาะขอบประตูกวาดตาส่องเห็นเจ้าของบ้านที่สวมผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตายืนอยู่หน้าเตา
เสื้อยืดแขนยาวทั้งสองข้างถูกพับถึงศอก มือหนึ่งจับกระทะอีกมือใช้ตะหลิวพลิกของด้านใน หญิงสาวยืนมองนิ่งไม่อยากเชื่อว่าหมอผีลูกผู้ดีอย่างเขาจะทำอาหารเป็นด้วย
ก่อนหน้าก็พอรู้ประวัติมาบ้างว่าเขารวยเป็นลูกหลานเชื้อสายหม่อมเจ้าหม่อมหลวงอะไรเทือกนั้น คนระดับนี้ไม่น่าจะทำอาหารกินเองเลย น่าจะเป็นจำพวกชี้นิ้วใช้งานคนเสียมากกว่า
ตอนนี้ร่างสูงกำลังผละจากกระทะแล้วสวมถุงมือเปิดเตาอบด้านล่าง หยิบถาดอะไรสักอย่างออกมา และมันส่งกลิ่นหอมพอๆ กับของในกระทะ เหมือนจะทำอาหารหลายเมนูและทุกอย่างก็ส่งกลิ่นยั่วยวนคนหิวเป็นอย่างมาก
จากที่ร้องอยู่แล้วกลับดังขึ้นอีกจนได้ยินเสียงท้องตัวเองร้องอย่างน่าอายและเริ่มรู้สึกปวดท้องขึ้นมาแล้วด้วย อันวาดยังยืนจดๆ จ้องๆ ไม่ได้เดินเข้าไปด้านในจนอีกฝ่ายรู้ตัวว่ามีคนมาถ่ำมองจึงได้หันมาเอ่ยเรียก
“เข้ามายกอาหารไปวางบนโต๊ะสิ จะได้ทานอาหารกัน”
อันวาดไม่ได้ตอบอะไรแต่ก็เดินเข้าไปแล้วมองอาหารที่ศิลาตักวางไว้บนไอส์แลนด์ครัว เห็นว่ามีทั้งต้มจืด ผัดพริกหวานกุ้ง ปลากระพงทอด ต้มข่า สายตาเหล่ไปยังถาดที่ถูกยกออกจากเตาอบมันคือหมูอบซอส
อันวาดได้แต่อุทานอยู่ในใจว่าเก่งเกินไปหรือเปล่าเป็นทั้งนักธุรกิจ เป็นหมอผี ทำอาหารเป็น สูงยาวเข่าดี หน้าตาประวัติครอบครัว เพอร์เฟคไปไหมคนคนนี้
“เหม่ออะไร ไม่หิวหรือไง” ศิลาหันมาถามคนที่ยังไม่ยอมขยับก็เห็นสายตานิ่งค้างของหญิงสาวที่จับอยู่บนตัวเขา ครั้นก้มมองตัวเองว่าไม่มีอะไรผิดปกติก็ถอดผ้ากันเปื้อนแล้วล้างมือช่วยยกอาหารไปที่โต๊ะ
ทั้งสองลงมือตักอาหารแล้วเริ่มทานกัน พอได้ชิมแล้วอันวาดถึงกับเลิกคิ้วสูงเผลอชมถึงฝีมืออีกฝ่ายอย่างลืมตัว
“คุณทำอาหารอร่อยจัง”
“...” คนหัวโต๊ะทำเพียงเหลือบตาแล้วเคี้ยวอาหารในปากเงียบๆ มีเพียงเสียงช้อนกระทบจานดังบ้างเป็นระยะ
สำหรับคนกินง่ายอยู่ง่ายฝากท้องกับร้านอาหารตามสั่ง ส่วนสิ่งที่ลงมือทำเองได้เมนูเดียวเป็นการต้มมาม่าอย่างเธอนั้นนั้น ถึงกับแอบยกนิ้วให้กับเชฟหมอผีคนนี้เลยทีเดียว ข้าวจานแรกหมดไปเหมือนปอบลง เติมข้าวอีกสองทัพพีแล้วเริ่มจ้วงต่อไม่รอช้า
มือเรียวลดสปีดในการตักอาหารเข้าปากลงเมื่อมีจุดประสงค์ต้องคุยกับคนหัวโต๊ะ
“คุณ คือ…ฉันอยากฝึกวิชา รับฉันเป็นลูกศิษย์ได้ไหม”
“เวลากินห้ามพูด” ศิลาหยุดขยับช้อนกลืนอาหารในปากแล้วตอบเสียงเนิบ
“เห้อ…” อันวาดอยากเถียงแต่ก็ต้องเม้มปากไว้เมื่อเห็นสายตานิ่งๆ ของศิลามองมา
เก็บอารมณ์ขุ่นไว้ในใจแล้วเคี้ยวข้าวต่อ ยังไม่วายตวัดส่งค้อนวงใหญ่ให้หมอผีลูกผู้ดีไปพลาง หลังมื้ออาหารทั้งสองต่างช่วยกันเก็บจานชามไปล้าง
“มาฉันช่วยล้าง” อันวาดที่เห็นเจ้าของบ้านกำลังล้างจานจึงเดินเข้าไปตั้งใจจะช่วย ยังไงซะเขาก็ทำอาหารให้กิน จะกินแล้วสะบัดก้นหนีไปเลยก็ไม่ดี อีกอย่างตนยังมีเป้าหมายเรื่องฝากตัวเป็นศิษย์ด้วย
“นิ้วเธอมีแผล ใส่ถุงมือด้วย” ศิลาเอ่ยบอกเมื่อเห็นอีกฝ่ายจะล้างจานโดยไม่ใส่ถุงมือ
“เห้อ…สรุปว่ายังไงคุณ เรื่องที่ฉันอยากเรียนวิชาด้วย” หญิงสาวถึงกับถอนหายใจกับความเยอะของคุณชายหมอผี หยิบถุงมือยางมาใส่พลางถามถึงเป้าหมายของตน
“ฉันไม่รับลูกศิษย์”
“ทำไมล่ะ ฉันจะได้ควบคุมของที่อยู่ในตัวเองได้เร็วขึ้นไง” อันวาดมือรับจานมาล้างน้ำสะอาด เงยหน้าถามคนสูงกว่าที่ยืนข้างๆ จนเผลอทำจานกระทบขอบซิงค์
‘เคล้ง’
“อุ้ย ดีนะไม่แตก” อุทานเสียงเบาแล้วรีบประคองจานล้างอย่างตั้งใจอีกครั้ง แต่ยังมิวายรอคำตอบจากศิลา
“ฉันมีหน้าที่แค่แก้ของที่ฉันทำใส่เธอเท่านั้น จบแล้วแยกย้าย อย่ามาวุ่นวายกันอีก” ตอบเสียงเรียบส่วนมือยังคงใช้ฟองน้ำถูจานไปเรื่อยๆ มองขอบจานแวบหนี่งแล้วเบนสายตากลับมาสนจานในมือตนเอง
อันวาดเหลือบตาเหล่มองคนข้างๆ แล้วแอบเบ้ปาก เธอเองก็ไม่ได้อยากยุ่งกับเขาหรอก แต่เป้าหมายของเธอเมื่อตั้งไว้แล้วต้องทำให้ได้ แอบคิดไว้แล้วว่ายังไงก็ยังมีเวลา ต้องเรียนรู้อะไรจากเขาได้บ้างแหละ
ทั้งสองล้างมือไม้เรียบร้อย ต่างก็จะแยกย้ายกันกลับห้อง แต่ก่อนที่ศิลาจะขึ้นไปยังชั้นสอง จู่ๆ อันวาดที่เดินตามอยู่ด้านหลังก็ถามขึ้น
“ฉันอยากรู้ว่าใครเป็นคนจ้างคุณให้ทำของใส่ฉัน”
ฝีเท้าศิลาชะงักอยู่ตรงบันไดขั้นที่สาม เหลียวมองอันวาดที่เงยหน้ามอง แววตาเฝ้ารอคำตอบแฝงไปด้วยไอโทสะที่เจ้าตัวไม่คิดปิดซ่อน
“ฉันบอกไม่ได้ ไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ 7 โมงเช้าตื่นมาสวดมนต์นั่งสมาธิด้วย” ศิลาเบนสายตาจากดวงหน้าของหญิงสาว เอ่ยบอกถึงกิจวัตรที่ต้องทำพรุ่งนี้แล้วก้าวขึ้นห้องตัวเองสีหน้าไร้อารมณ์
ประกายตาอันวาดที่จ้องแผ่นหลังกว้างเข้มขึ้น ฝ่ามือเล็กกำเป็นหมัด สีหน้าเย็นชาลงเดินกลับห้องตัวเอง ลึกๆ ในใจตอนนี้มีความกรุ่นโกรธบางเบาปะทุขึ้น
ร่างสูงยืนอยู่ชั้นบนมองแผ่นหลังและไอดำที่เป็นเงาตามอยู่เหนือศีรษะหญิงสาว ก่อนจะพ่นลมหายใจยาวๆ ออกมาอย่างหนักใจ เขาอาจจะต้องสอนเธออย่างที่เจ้าตัวว่า เพราะนับวันเจ้าของที่อยู่ในตัวหญิงสาวยิ่งแข็งแรงขึ้น
แม้จะแก้ของที่เขาทำแล้วปล่อยให้เจ้าตัวฝึกควบคุมเองก็อาจจะสายเกินแก้ อย่างที่รู้ๆ กันว่าเรื่องชั่วทำได้ง่ายกว่าเรื่องดี เป็นคนดีนั้นยากกว่ากลายเป็นคนเลว
ด้านดีมักพ่ายแพ้ให้กับกิเลสด้านมืดของจิตใจ ยิ่งจิตใต้สำนึกมีแต่ความโกรธแค้นก็ยิ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีให้กับสิ่งชั่วร้ายได้ครอบงำและเห็นผลได้ง่ายและเร็ว
หลังเข้าห้องตัวเองสายของความวุ่นวายก็โทรมา แม้จะหงุดหงิดก็ยังต้องคุยเพราะรับเงินค่าจ้างครอบครัวนี้มาแล้ว
(พี่ผมเป็นยังไงบ้างครับอาจารย์)
“ยังสบายดี แต่พี่เธออยากจะโทรหาพ่อกับแม่” ศิลาตอบคนปลายสายขณะปลายนิ้วชี้ซ้ายแตะอยู่กับสมาร์ตโฟนอีกเครื่องที่วางนิ่งอยู่
(อาจารย์ถ่วงเวลาออกไปอีกหน่อยได้ไหมครับ จนกว่าพ่อกับแม่จะฟื้น)
“นิสัยพี่เธอเป็นยังไงคงจะรู้”
(งั้นถ่วงได้นานเท่าไหร่ก็เท่านั้นครับ ขอบคุณอาจารย์มากครับ ที่ช่วยพี่อัน)
“ไม่ต้องขอบคุณ พ่อเธอจ่ายค่าจ้างให้ฉัน”
(ยังไงผมก็ขอบคุณอาจารย์มากครับที่ช่วยพี่ไว้ งั้นผมขอวางสายไปคุยกับหมอก่อนนะครับ สวัสดีครับอาจารย์)
“อืม” ศิลารับคำสั้นๆ ปลายสายตัดไปจึงวางมือถือตนเองลง อันวาเองยังไม่รู้ว่าคนที่ตนฝากฝังพี่สาวและเรียกอาจารย์อย่างเคารพ ก็คือคนที่ทำของใส่พี่สาวตนเอง
สายตาศิลามองยังสมาร์ตโฟนอีกเครื่องที่วางคู่กับกระเป๋าถือใบเล็กรูปทรงสำหรับผู้หญิง มันเป็นของอันวาดที่ถูกใส่รวมมากับกระเป๋าบรรจุเงินที่ครามวางไว้ในคืนที่พาอันวาดมาส่ง
พ่อของหญิงสาวได้นำเงินจำนวนกว่าสามเท่าจ่ายให้เขาเพื่อรักษาลูกสาว แต่เป็นการส่งผ่านกับทางครามเพราะเพื่อนเจ้ากี้เจ้าการเป็นคนแนะนำพ่อของอันวาดให้มาหาเขา
หลังวันที่พ่อของอันวาดมาแล้วศิลาไม่ตกลงรับงานจึงได้ติดต่อทางครามให้เป็นคนกลางให้ ส่วนครามที่ชอบเห็นเพื่อนอย่างศิลาวุ่นวายก็รับปากช่วยทันที แล้วก็หิ้วเอาตัววุ่นวายมาทิ้งไว้พร้อมกับเงินจากนั้นก็หายไปทำงานตัวเองทิ้งให้เขาต้องรับมือเองคนเดียว
ในคืนนั้น ‘กรี๊ด…ฮือ พี่ลม’ จากนอนไม่ค่อยจะหลับอยู่แล้วศิลาได้ยินเสียงกรีดร้องจากชั้นล่าง พอลงมาดูก็เห็นหญิงสาวในสภาพมอมแมมที่ละเมอร้องอยู่บนตั่งไม้ ตัวงอหน้าอาบน้ำตา
ตอนแรกก็จะไม่สนใจแต่ทนรำคาญเสียงไม่ไหวและหงุดหงิดสายตาที่เห็นร่างเปื้อนเขรอะกับกลิ่นเหม็นสาบคลุ้งตามตัว เมื่อไม่มีแม่บ้านจึงต้องจำใจเช็ดตัวให้หญิงสาวด้วยตัวเอง
เขาเคยดูแลคุณย่าที่นอนติดเตียง เลยคิดเสียว่าอันวาดก็เป็นผู้ป่วยคนหนึ่ง แต่คิดผิดถนัดย่าเขานอนนิ่งในเวลาเขาเช็ดตัวให้ แต่หญิงสาวคนนี้กลับไม่ได้นอนเฉย ผ้าห่มที่คลุมตัวให้ตอนจะเช็ดตัว เธอก็ดิ้นจนเผยให้เห็นเนื้อหนัง ถึงเนื้อหนังที่เห็นจะผอมแห้งเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกแต่มันก็เป็นของหญิงสาวที่กำลังโตเต็มวัย
ครั้นจะทิ้งก็ไม่ได้ ไปต่อก็น่าอึดอัดใจ แต่ไหนๆ ก็ลงมือไปแล้ว สุดท้ายก็ต้องกัดฟันเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อีกฝ่ายจนเสร็จโดยต้องสวมเสื้อของเขาให้หญิงสาวไปก่อน จากนั้นถึงได้สั่งเสื้อผ้าผู้หญิงมาให้
อุ้มหญิงสาวที่หลับละเมอถึงแฟนหนุ่มกับพ่อแม่ เปลี่ยนให้นอนอีกห้องที่มีเตียงนุ่มๆ หญิงสาวยังเอ่ยอาฆาตถึงตัวเขาไม่หยุดด้วยเช่นกัน ถึงจะหลับใหลไม่รู้เรื่องแต่กับมือไม้เหนียวเกาะคอจับแขนเขาไว้แน่น
น้ำตาอุ่นที่ไหลยังเป็นผลทำให้เขารู้สึกไม่ดี เพราะมันทำให้หัวใจเขาเต้นผิดปกติ กว่าจะผละตัวกลับห้องตัวเองก็ต้องนั่งกล่อมเด็กไปเป็นชั่วโมง
ศิลายังนึกเสียใจที่ตนรับงานทำของใส่หญิงสาวในตอนแรก ทำให้ตอนนี้ชีวิตต้องมายุ่งวุ่นวายเพราะเรื่องที่ตามมาในตอนนี้ มีหลายคนเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของเขา
เริ่มจากอันวาด พ่อ ตอนนี้ยังมีน้องชายของเธอมาอีกคน ข้อห้ามและการปฏิบัติตัวหลายอย่างเขาเปลี่ยนไปเพราะหญิงสาวคนนี้และครอบครัวของเธอ
อย่างการแก้ของให้อันวาดนี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยทำ เพราะทุกครั้งที่เขารับงานแล้วจะลงมือให้ผลสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นเท่านั้น แล้วทุกอย่างก็จบปิดจ๊อบ
คราวนี้กลับยุ่งยากขึ้น ทั้งยังต้องมาอยู่ร่วมกับหญิงสาวด้วย เขาไม่เคยอยู่กับผู้หญิงคนไหนนอกจากคุณย่า มันเป็นข้อห้ามอีกข้อที่เขาต้องปฏิบัติด้วย
ก้านนิ้วยาวกดนวดหัวตาอย่างคนจนใจกับสถานการณ์ที่บังคับให้เขาต้องพัวพันกับหญิงสาว