“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

สาปไสยเวท - สาปไสยเวท บทที่ ๒๙ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สาปไสยเวท

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ดราม่า

รายละเอียด

สาปไสยเวท โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง

สารบัญ

สาปไสยเวท-# คำเตือน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทนำ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ตอนพิเศษ ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม การแสดง,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม โชคชะตา,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม อธิษฐาน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม หลอกหลอน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม ช็อกโกแลต

เนื้อหา

สาปไสยเวท บทที่ ๒๙

สาปไสยเวท : บทที่ ๒๙

“คือ…” อันวาดอึกอักไม่กล้าตอบ ถึงจูบครั้งที่สองในคืนนี้สมองไม่ได้ขาวโพลนหัวใจไม่ได้เต้นระส่ำเพราะสับสน ทุกการกระทำตอบสนองศิลาด้วยความกระจ่างอย่างยินยอมทุกอย่าง แต่กลับไม่กล้าตอบคำถามเพราะลึกๆ เธอยังกลัว

และความกลัวที่อยู่ในก้นบึ้งมันฉายชัดออกมาทางดวงตาจนศิลามองออก มือใหญ่ทัดเส้นผมให้แล้วลูบกรอบหน้าด้วยปลายนิ้วหยุดเชยคางให้อันวาดเชิดหน้าสบตากับเขา 

นัยน์สีนิลที่ประกายความอ่อนโยนฉายชัด แฝงทั้งการปลอบประโลมไว้ โครงหน้าหล่อเหลาขยับเว้นระยะเล็กน้อย มุมปากยกโค้งสบประสานดวงตากลมที่จ้องตอบกลับมาอย่างแน่วแน่

“ไม่ต้องกลัว พี่จะไม่สัญญาหรือสาบาน แต่พี่จะทำให้เห็นว่าพี่จะไม่ทำให้น้องคนดีต้องเสียใจ” หลังจบประโยคศิลากดริมฝีปากจรดจูบลงบนปลายคางหนึ่งครั้งและเปลี่ยนมาประทับบนปากกระจับของอันวาดเน้นหนักและเนิ่นนาน

“…ฮึก” ไม่รู้ว่าเพราะคำพูดหรือการกระทำของอีกฝ่ายที่เรียกเสียงสะอื้นและน้ำตาของอันวาด

“อย่าร้องอีกเลยนะ พี่เห็นแล้วทรมานใจ” คำปรามทุ้มแผ่วผสานไปกับจุมพิตซับน้ำตาที่ไหลให้แห้งเหือด

“อืม…ตกลง” ใบหน้าเล็กพยักตอบรับดวงตายังคลอหยาดน้ำกระทบแสงไฟในห้องเป็นประกายแวววาวราวเพชรกระทบแสง

“ตกลงอะไรครับ ตกลงจะไม่ร้องแล้วหรือตกลงจะแต่ง”

อันวาดจ้องตาที่มองมาของศิลาข้างในแววตาที่เต้นระริกอยู่นั้นมีความหวาดหวั่นและคาดหวังอยู่ลึกๆ ยิ่งยืดเวลาคำตอบโดยการเงียบนานขึ้นเท่าไหร่นัยน์คู่นั้นก็ยิ่งหม่นแสงลงเรื่อยๆ 

แต่อาการแบบนี้ของศิลากลับเหมือนมีบางอย่างที่รักษาความกลัวได้ ถึงจะเป็นเพียงช่วงเวลาไม่นานนักที่ได้พบเจอรู้จักและเขาทำดีด้วย แม้จะไม่สามารถพิสูจน์ว่าจริงใจมากแค่ไหน แต่การกระทำทุกอย่างของอีกฝ่ายที่มีให้ในตอนนี้ก็เยียวยาบาดแผลที่เกิดขึ้นก่อนหน้าได้

“ตกลงแต่งค่ะ แต่…” 

“แต่อะไรครับ” ดวงตาเป็นประกายของศิลาเจิดจ้าจนสะท้อนแสงรีบถามเมื่ออันวาดที่ลากเสียงยาวคำว่าแต่

“แต่ต้องให้คุณพ่ออนุญาตด้วย” 

“ได้ครับ…เอิ่ม…ได้” ศิลาตอบรับทันควันแต่ก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ว่าตนเองเคยพูดอะไรกับว่าที่พ่อตาไปบ้าง แล้วคำประกาศกร้าวว่าไม่ชอบอยู่ใกล้ผู้หญิงและคำปฏิเสธที่ตนเคยพูดก็ย้อนมาตีแสกหน้าตัวเองเข้าอย่างจัง

“แล้วตอนนี้คุณก็ปล่อยฉันได้แล้ว” อันวาดมองหน้าที่เปลี่ยนสีของศิลาแล้วอดยิ้มในใจไม่ได้แต่ยังตีหน้านิ่งพูดขึ้นแล้วดึงมือหลุดจากการจับผลักร่างศิลาออก

“แต่…”

“แต่อะไรคะ จนกว่าคุณพ่อจะตกลงเห็นด้วยกับเรื่องแต่งงาน คุณห้ามทำรุ่มร่ามกับฉัน” อันวาดหันตวัดตามองศิลาเอ่ยเสียงจริงจัง

“ครับ” ศิลาหยักหน้ารับไม่ถกเถียง แต่ไวเท่าความคิดกลับเอื้อมมือดึงแขนอันวาดให้นั่งชิดตัวเองแล้วกดจมูกหอมแก้มนวลอย่างว่องไว “หอมแก้ม ไม่รุ่มร่าม”

“หึ…” อันวาดแค่นเสียงหึในลำคอยกยิ้มพยักหน้าคล้ายเห็นด้วยก่อนจะใช้นิ้วจิ้มไปบนอกเปลือยของศิลาพร้อมทั้งเอนตัวและใบหน้าเข้าใกล้เกือบจะประชิดจนอีกฝ่ายต้องเอนตัวตามแรงของอันวาด “ฉันจะฟ้องคุณพ่อ”

สิ้นเสียงก็ชักนิ้วกลับยืดหลังตรงคิ้วเลิกสูงมองศิลาด้วยสายตาตักเตือนแล้วมองออกไปด้านนอกหน้าต่างแวบหนึ่งแล้วยกมุมปากขึ้น

“ฉันไม่ต้องฟ้องแล้ว เดี๋ยวโหงพรายก็กลับไปรายงานเอง”

ศิลามองตามสายตาของอันวาดก็หน้าม้านไปเมื่อเห็นเงาร่างของโหงพรายก็จำได้ทันทีว่าเป็นของว่าที่พ่อตาสีหน้าทมึงทึงมองอยู่

– ** – ** –  

ในรุ่งเช้าอากาศแสนดีมีเสียงนกร้องดังแว่วเข้ามากระทบหูเป็นระยะ ร่างเล็กที่ลืมตาขึ้นก่อนเห็นใบหน้าคมคายของศิลาปรากฏชิดอยู่แค่คืบก็รีบขยับหัวออกห่าง

จำได้ว่าเมื่อคืนหลังโทรบอกพ่อกับแม่ว่าจะค้างที่นี่แล้วหลับอยู่บนตั่งไม้แต่กลับตื่นขึ้นมาบนเตียงเดียวกับศิลาแถมยังหนุนแขนเขาด้วย แต่ถึงจะนอนร่วมเตียงเคียงกันอยู่ก็มีเพียงแขนข้างเดียวเท่านั้นที่รองให้อันวาดหนุนแต่แขนอีกข้างกลับวางขนาบข้างลำตัวอย่างเรียบร้อยไม่ได้กอดหรือพาดบนตัวของเธอ

“อรุณสวัสดิ์ครับ ตื่นแล้วเหรอหลับสบายไหม” ศิลาที่ไม่รู้ว่าตื่นมาเมื่อไหร่ถามขึ้น มุมปากยกโค้งแต่พออันวาดสังเกตดีๆ กลับเห็นใต้ตาของเขาคล้ำจึงอดถามไม่ได้

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณนอนหลับไม่สนิทเหรอคะ” 

“อืม หลับไม่ค่อยสนิท”

“ทำไมเหรอคะหรือมีอะไรมากวน” อันวาดถามขึ้น

“ก็มีน้องคนดีนอนอยู่ข้างๆ จะให้หลับสนิทได้ยังไง” แววตาระรื่นของศิลาทำให้อันวาดค้อนขวับแล้วผลุนผลันลุกนั่ง

“คุณอุ้มฉันมานอนเตียงเหรอ” อันวาดน้ำเสียงเข้มขึ้นกวาดตาผ่านร่างที่สวมเสื้อเรียบร้อยของศิลาก็พึงพอใจอยู่ลึกๆ

“กลัวว่าตั่งไม้มันจะนอนไม่สบาย เตียงใหญ่นอนด้วยกันได้พี่เลยอุ้มมาตอนดึก” ศิลาตอบพลางยันตัวขึ้นนั่งเช่นกัน

“...ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน” อันวาดเงียบไปอึดใจแล้วยืนขึ้นเพื่อไปจัดการล้างหน้าแปรงฟัน

“ครับ เดี๋ยวพี่ให้แม่บ้านเอาเสื้อผ้ามาให้” ศิลาพยักหน้ามองแผ่นหลังอันวาดที่หายเข้าห้องน้ำแล้วก็ขบกรามย่นคิ้วกุมอกก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องสั่งแม่บ้านให้จัดเตรียมชุดมาให้อันวาดเลือกใส่

หลังทั้งคู่จัดการธุระหลังตื่นเรียบร้อยก็ออกไปทานอาหารเช้า ถึงโต๊ะที่จัดเตรียมไว้เสร็จสรรพไม่นานคุณปู่ก็มาถึง

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณปู่” อันวาดกล่าวทักคุณปู่ที่นั่งหัวโต๊ะ

“อรุณสวัสดิ์ เป็นยังไงบ้างเมื่อคืนหลับสบายดีไหม” คุณปู่เอ่ยทักพร้อมรอยยิ้ม

“หลับสบายดีค่ะคุณปู่” 

“ดี ดีแล้ว งั้นทานอาหารเช้ากัน” คุณปู่พยักหน้าแล้วหันไปบอกให้ป้าละเอียดยกชามข้าวต้มมาเสิร์ฟ แล้วทั้งสามก็เริ่มทานมื้อเช้ากัน

ในช่วงสายอันวาดจึงขอตัวกลับส่วนศิลาก็อาสามาส่ง ครั้นพอถึงบ้านสีหน้าทมึงถึงของฤหัสก็รอต้อนรับศิลาอยู่ก่อนแล้ว 

“สวัสดีครับคุณลุง คุณป้า” ศิลายกมือไหว้สองสามีภรรยาที่นั่งอยู่ 

“เชิญนั่งค่ะคุณศิลา” ปภัสสรรีบยื่นมือไปกุมมือสามีไว้พูดเชื้อเชิญให้ศิลานั่ง 

“ขอบคุณครับ วันนี้ผมมาแจ้งให้ทราบว่าเมื่อคืนคุณอันตอบตกลงแต่งงานกับผมแล้ว เลยจะมาขอคุณพ่อคุณแม่ให้อนุญาตเรื่องการแต่งงานของเราด้วยครับ” 

ไม่พูดพร่ำอะไรมากศิลาก็เข้าเรื่องก่อนเลย สรรพนามที่เรียกก็เปลี่ยนจากคุณลุงคุณป้า สายตาสำรวจพ่อแม่ของอันวาดซึ่งเห็นว่าสีหน้าว่าที่แม่ยายนั้นไม่ได้ไม่พอใจผิดกับว่าที่พ่อตาที่อึมครึมลงทันที

“ฉันไม่อนุญาต” คราวนี้ฤหัสเสียงแข็งไม่สนมือของภรรยาที่กุมเพื่อปรามตน

“เอ่อ…คือ มันค่อนข้างเร็วไปไหม ลองศึกษากันไปก่อนสักระยะว่านิสัยใจคอเข้ากันได้รึเปล่า แล้วค่อยมาคุยกันเรื่องแต่งงานอีกทีดีไหมคะ” ปภัสสรเอ่ยขึ้นมือไล้หลังมือสามีเบาๆ พูดกับศิลาแต่สายตาหันสำรวจลูกสาวอย่างพินิจ

“ได้ครับ ขอบคุณคุณแม่คุณพ่อด้วยนะครับ” ศิลาพยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่ายไม่ทักท้วงอะไร แล้วหันยิ้มให้อันวาดที่นั่งเงียบไม่เอ่ยคำใดตั้งแต่ต้น

ต่อจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของปภัสสรที่พูดคุยกับศิลาโดยมีฤหัสนั่งกดดันสีหน้าไล่ผู้มาเยือนตลอดการพูดคุย ซึ่งศิลาเองก็รู้ดีพอสนทนาเรื่องสำคัญเรียบร้อยก็ขอตัวกลับก่อน

“ทำไมลูกถึงไปตกลงแต่งงานกับเขาเร็วขนาดนี้เพิ่งได้รู้จักกันไม่นานเอง” เมื่อทั้งห้องเหลือกันอยู่สามคนเฉพาะคนในครอบครัวฤหัสก็เอ่ยถามลูกสาวเสียงเข้ม

“ถึงจะนานกว่านี้ก็ไม่ได้แปลว่าหนูจะรู้จักเขาดีขึ้นนี่คะ” อันวาดตอบด้วยเสียงเรียบเฉย ดวงตาหมองลง 

“แต่พ่อว่ามันก็ยังเร็วไปที่จะแต่งงาน มันเป็นเรื่องสำคัญของชีวิตต้องค่อยๆ เรียนรู้แล้วค่อยตัดสินใจดีไหมลูก”

“ค่ะ” อันวาดรับคำของพ่อไม่โต้แย้ง

“อันแม่ถามหน่อย ที่ลูกจะแต่งงานกับคุณศิลาเพราะอะไร” ปภัสสรถามลูกสาว

นี่เป็นคำถามที่สองสามีภรรยาต่างอยากรู้ เพราะจากนิสัยและการแสดงออกของอันวาด ผู้เป็นพ่อแม่ย่อมรู้ว่าลูกสาวตนคงไม่ได้รักศิลาที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานแน่

“หนู…หนูอยากลืมพี่ลมค่ะ” อันวาดตอบในตาหลุบมองมือตัวเองนิ่ง

“ลูกจะบอกว่าไม่ได้รักเขาแต่เพื่อลืมลมเลยตกลงแต่งงานแค่นั้นใช่ไหมลูก” ฤหัสเอ่ยขึ้นด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ที่เบนไปทางประตู

“ค่ะ…คงจะประมาณนั้น” เสียงอันวาดแผ่วลงกว่าเดิม สมองก็เริ่มนึกถึงว่าตนมีเหตุผลอะไรที่ตอบตกลงกับศิลาเรื่องแต่งงาน จะว่ารักก็ยังไม่ใช่ แต่เวลามีศิลามันทำให้เธอลืมสายลมและบรรเทาความเจ็บปวดในใจได้

สองสามีภรรยามองหน้ากันแวบหนึ่งแล้วปภัสสรก็ขยับมานั่งข้างลูกสาวแล้วกอดไว้ 

“เอาเถอะ พ่อกับแม่จะไม่ห้ามถ้าลูกอยากแต่งกับคุณศิลา แต่อันต้องถามใจตัวเองดีๆ ก่อน มั่นใจแล้วค่อยแต่ง” ปภัสสรลูบแผ่นหลังอันวาดแล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยน

ฤหัสเองได้แต่ถอนหายใจถึงจะไม่เห็นด้วยอย่างไรแต่ก็ไม่เอ่ยแย้ง เหลือบตามองเงาที่โผล่อยู่ตรงประตูปากที่เป็นเส้นตรงยกโค้งนิด ไม่ต้องเห็นก็รู้ว่าเป็นใคร แล้วเงาร่างนั้นก็เดินห่างออกไป 

ศิลาที่เดินถือถุงกระดาษในมือสองสามใบยืนนิ่งอยู่ ก่อนมาได้เตรียมของฝากมาด้วยแต่ตอนมาถึงไม่ได้ถือลงจึงจะนำมาให้ แต่บทสนทนาของทั้งสามหยุดฝีเท้าให้เขายืนฟัง มุมปากที่เคยยกยิ้มต้องคลายลง นอกจากตัวเองแล้วก็ไม่มีใครรู้ได้ว่าในใจตอนนี้รู้สึกอย่างไร เดินกลับมายังรถตัวเองแล้วขับออกไป

‘เจ้านาย’

“เป็นยังไง เจอรึยัง” ศิลาเอ่ยถามโหงพรายที่ปรากฏอย่างกะทันหัน

‘เจอแล้วค่ะ มันไปแอบอยู่หลังวัดร้าง’

“อืม กลับไปเฝ้าพวกมันไว้” ศิลารับคำสั้นๆ สองมือกำพวงมาลัยรถขบกรามแน่นแล้วเหยียบเร่งความเร็ว 

‘พ่อจ๋า…อุ้ย พ่อครับ จะให้ทองไปบอกแม่คนสวยไหม’ 

กุมารทองตะครุบปากตัวเองแล้วถามขึ้น

“ไม่ต้อง กลับไปดูแลแม่ให้ดีๆ แล้วอย่าหลุดปากพูดอะไรเด็ดขาด” ศิลาเสียงเข้มบอกกุมารทอง

‘ครับ’ 

กุมารทองรับคำแล้วหายไปทันที ส่วนศิลาก็เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วขึ้น