“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาปไสยเวท“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง
“ชู่ว…พี่ขอโทษครับ” เห็นหางตาของคนตัวเล็กอาบด้วยน้ำตาศิลาก็โน้มตัวลงไปปาดเช็ดให้พร้อมกอดปลอบโยน จูบปลายคางและลำคอเบาๆ
“เจ็บอย่าเพิ่งขยับค่ะ” การเข้าออกแม้เนิบนาบทว่ายังคงเจ็บทำให้อันวาดต้องขมวดคิ้วดันเอวสอบให้ออกห่างทว่ามือสั่นๆ ของตัวเองกลับถูกรวบไว้ด้วยมือข้างเดียวของศิลาอย่างไม่อาจขัดขืน
“ถ้าไม่ขยับหนูจะเจ็บกว่านี้นะ” ไม่พูดเปล่าเขาพิสูจน์ให้เห็นโดยการนิ่งแช่ค้างและเป็นอย่างที่บอก มันเจ็บกว่าการเคลื่อนไหวจริงๆ ความคับแน่นที่นิ่งค้างเฉยสร้างความทรมานให้คนทั้งคู่
“งั้นเอาออกไปก่อน ไม่ต้องทำแล้วค่ะ” อันวาดเสียงขาดห้วงอกไหวคลอนตามแรงหอบหายใจ
“ไม่ทันแล้วครับ” สีหน้าดื้อดึงน้ำเสียงเอาแต่ใจของร่างเล็กทำคนโตกว่าหลุดยิ้มกว้างขึ้น ใบหน้าคมสันก้มจูบพลางลูบไล้มือนวดเฟ้นเนื้อเนียนเพื่อประโลมและบรรเทาความเจ็บให้อันวาด
ความขุ่นเคืองก่อนหน้าที่เกิดขึ้นถูกลบเลือนจากอุ้งมือใหญ่ที่กอบกุมเอวคอด ริมฝีปากที่พรมจูบจากใบหูเลื่อนลงถึงยอดถัน เอวสอบที่เคลื่อนไหวจากเนิบช้าลึกซึ้งเป็นหนักหน่วงซาบซ่านไปทั่วสรรพางค์
ความพลุ่งพล่านของเลือดในกายรีดเค้นเสียงครวญจากลำคอคนทั้งสอง แรงกระทั้นเกิดเสียงหยาบโลนของเนื้อกระทบเนื้อ ความรัญจวนเร่งเร้าให้ซ่านเสียวกลบเกลื่อนสติให้ลืมยั้งแรง
กายสูงใหญ่อาบเหงื่อหยัดหลังยกเอวคอดลอยจากเตียง ส่งสะโพกเบียดกระแทกจนร่างเล็กตัวสั่นคลอนสะบัดหน้ากรีดเสียงครางแว่วหวานไม่ขาดสาย สีของเลือดอาบเคลือบวาวไปกับน้ำเมือกใส หยดเป็นวงรอยด่างตัดกับผ้าปูขาวอย่างชัดเจน
“เบา อื้อ เบาหน่อยค่ะ” หมอนและผ้าปูกลายเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ ความกระสันที่ก่อเกิดพาอารมณ์เตลิดไกล ถึงท้วงให้อีกฝ่ายเบาแรงหากแต่ว่าร่างกายตัวเองกลับโหยหาและตอบโต้ทุกการจู่โจมโดยการขยับสะโพกสวนกลับไปอย่างไม่ลดละ
“ครับ คนดี” คำตอบแหบพร่าถึงรับปากทว่าการกระทำกลับตรงข้าม เอวสอบโจนจ้วงกระทั้นแรงกว่าเดิมและเพิ่มน้ำหนักเร่งความเร็วยิ่งขึ้นในทุกวินาทีหลังสิ้นเสียงตอบรับ
ร่างเล็กเอวกิ่วผิวแดงเรื่อลามไปทั้งตัว เส้นผมยุ่งแผ่สยายหน้าผากผุดเม็ดเหงื่อเต็มกรอบหน้า ปลายคางเริ่ดสูง ดวงตากลมปรือมองใบหน้าคมลงมาถึงแผงอกและกล้ามหน้าท้องอย่างสำรวจ ปากอิ่มเม้มแน่นก่อนจะหลับตาปล่อยหยาดน้ำไหลรินลงหางตา
อารมณ์และความรู้สึกต่างๆ นานาทำให้อันวาดเกิดความปั่นป่วนใจ ความสุขแผ่ซ่านทั่วสรรพางค์กายแต่ความเจ็บหน่วงในใจก็โผล่ผุดขึ้นมาราวบาดแผลถูกสะกิดด้วยเช่นกัน
“ไม่ร้องนะคนดี” ร่างสูงใหญ่โน้มตัวช้อนแผ่นหลังบางขึ้นเปลี่ยนให้นั่งคล่อมตัวเองโดยเขาหันหลังเอนพิงหัวเตียง สองแขนกอดร่างเล็กลูบแผ่นหลังบางปลอบโยน “หยุดแค่นี้ไหมครับ”
สองแขนเล็กโอบรอบคอฝังหน้าแนบแก้มชายหนุ่ม ยิ่งเสียงปลอบนุ่มนวลเท่าไหร่ยิ่งสะกิดต่อมน้ำตา ยิ่งศิลาอบอุ่นอ่อนโยนยิ่งทะลายทำนบให้อันวาดร้องไห้ราวเขื่อนแตก เสียงสะอื้นอู้อี้ “ฮือ…ไม่เป็นไรค่ะ”
“อย่าร้องอีกนะครับ” จมูกโด่งกดหอมพวงแก้มที่เปียกชื้น แขนแข็งแรงโอบร่างบางไว้ในอ้อมกอด เรือนร่างเปลือยแนบชิดสนิทแน่น สองเข่าชันปลายเท้ายันพื้นเตียงเลื่อนมือใหญ่เคล้นก้นงอนบนตักให้ขยับไหวตามการนำพาของเขา
ริมฝีปากฝากรอยจูบทิ้งไว้ที่ต้นคอและผิวเนื้อเนียนเป็นจ่ำแดงถึงทรวงเนื้อคู่อวบ เอวสอบเกร็งสวนแรงร่อนพลิ้วของเอวบาง เรียวลิ้นกระหวัดกลืนจุกถันเปียกฉ่ำ
“อื้อ…อย่าเพิ่งสวนขึ้นมา มันจุกค่ะ” เสียงสะอื้นปนพร่าแหบขาดห้วง อกกระเพื่อมด้วยแรงของเอวสอบที่เสยสวนขึ้นมารับสะโพกกลมที่ถูกมือใหญ่ประคองให้เคลื่อนขึ้นลงตามจังหวะกันอย่างเข้าคู่
“ได้ครับ” ดวงตาสีนิลเหลือบมองใบหน้างามตอบรับอย่างว่าง่าย หากแต่ก็เป็นเหมือนเช่นเดิมคำตอบกับสิ่งที่เป็นไปนั้นสวนทาง อุ้งมือหนาจับสะโพกยกสูงจนจุดเชื่อมต่อเกือบหลุดจากกัน แต่ฉับพลันฝ่ามือใหญ่ก็กระชับกดก้นงอนลงให้สองสิ่งประทับแนบแน่น
“อื้อ…จุก อย่าแกล้งสิคะ” คิ้วโค้งขมวดมุ่นใบหน้าแดงก่ำตวัดตาค้อนคนด้านล่างพลางทุบอกอีกฝ่ายไปด้วย
“เดี๋ยวก็ไม่จุกแล้วครับคนดี” ศิลากระซิบข้างหูเล็กปล่อยกำปั้นน้อยทุบต่อไปโดยไม่ห้ามถึงไม่เบาแต่ก็ไม่แรงจนเจ็บ มือยังคงบังคับจังหวะสะโพกของหญิงสาวต่อไม่ปล่อย
ลมร้อนข้างหูดังพร่าต่ำพร้อมกันนั้นยังรู้สึกถึงปลายลิ้นที่เม้มติ่งหูจนขนลุกเกรียว สะโพกและเอวถูกขยำด้วยฝ่ามือร้อน แต่ที่ลวกผิวและหัวใจให้ร้อนรุ่มยิ่งกว่าคือเอวที่กระแทกแก่นกายที่สอดแทรกล้วงลึกถึงจุดอ่อนไหวในทุกครั้งที่หยัดสวน
“ถ้าไม่เบา จะไม่ให้ อ๊ะ…ทำต่อนะคะ” ถึงเป็นคำขู่แต่กลับไม่ประสิทธิภาพเพราะขาดๆ หาย ๆ จากแรงกระแทกกระทั้น ถึงใบหน้างอง้ำแต่ดวงตากลับหยาดเยิ้มชวนหลงยิ่งกว่าเดิม
“งั้น คนดีขยับเองเลยครับ” ชายหนุ่มเงยหน้าจากทรวงอกอวบบอกอย่างอารมณ์ดี มือลูบไล้หน้าท้องแบนราบไปมาแล้วหยุดอยู่ตรงท้องน้อยกดนิ้วเล่นเบา ๆ ตามเส้นเลือดใต้ผิวขาวของหญิงสาว
เมื่อสะโพกกลมเป็นอิสระไม่ถูกควบคุมโดยมือใหญ่แล้ว อันวาดก็ขยับตามอารมณ์ตัวเอง แต่ถึงแม้ไม่ได้ยกสูงแต่กลับส่ายพลิ้วเบียดลึกไม่ต่างจากก่อนหน้า
“อื้ม…คนดี” เสียงคำรามต่ำพร้อมดวงตาศิลาหลุบมองเรือนร่างและส่วนแนบชิดของทั้งสองก่อนเลื่อนสำรวจนวลเนื้อที่เกิดรอยจากการประทับสร้างของเขาทั่วตัวอันวาด สีแดงตามซอกคอจางกว่าเนินอกทั้งสองเต้า
สิ่งบีบรัดเร่งเร้าความรู้สึกให้แล่นปราดสุดจะทนยิ่งขึ้นไม่ใช่เพียงผนังอุ่นนุ่มที่ตอดรัด แต่มันยังมีเสียงหวานของอันวาดที่ดังอยู่ข้างหู ไม่พอเท่านั้นริมฝีปากนุ่มยังเม้มใบหูเขา “หนูไม่ไหวแล้ว อื้อ…”
เสียงครางแผ่วสะบั้นขีดกำจัดความอดทนไปจนหมด จากนิ่งให้คนข้างบนขยับตามแต่ใจหลังเส้นอดกลั้นถูกตัดขาดตอนนี้ชายหนุ่มรั้งสะโพกหญิงสาวให้รับจังหวะกระแทกสวนของเขาอย่างเอาแต่ใจ
เล็บของอันวาดกรีดข่วนตามแผ่นหลังและหน้าอกแกร่งยิ่งสร้างความแสบซ่านของอารมณ์ให้ทวียิ่งขึ้น ปากบดจูบ หนังเบียดเนื้อ เนินแนบโหนก ความสุขวิ่งแล่นตามกระแสเลือดทั่วทั้งตัว
“อืม…/อ๊า…” แรงหอบสองร่างต่างกระชั้นถี่ไม่ต่างกัน เอวคอดพลิ้วรับแรงกระทั้นจากเอวสอบ เสียงต่ำเคล้าเสียงครางพร่า ร่างใหญ่พลิกตัวกลับมาอยู่ด้านบน วางหญิงสาวนอนราบกับเตียงอีกครั้ง
ข้อพับขาเรียวถูกจับงอยกชิดอก ร่างใหญ่ยืดหลังตรงส่งเอวสอบบดกระแทกเร่งจังหวะในท่าชันเข่า อันวาดจิกหมอนทึ้งผ้าติดมือกระสันซ่านจนระบายเสียงและอารมณ์ระงมห้อง “อ่าส์…”
“อีกนิดคนดี” ชายหนุ่มเองก็ระบายความอึดอัดโดยไม่แผ่วกำลังและความเร็วลงแม้แต่น้อย ทุกการตอกยิ่งเน้นหน่วงจนเหงื่อกาฬอาบย้อยทั่วหน้าและแผงอก ไม่อาจกลั้นอารมณ์ยืดเวลาความสุขให้นานออกไปมากกว่านี้อีกแล้ว
ใบหน้างามที่ปรือตามองยิ่งเหมือนน้ำมันราดรดกองไฟ เสียงครวญครางสุมให้เพลิงในอกใกล้ถึงขีดสุดของกำหนัด เลือดแล่นพล่านเหมือนภูเขาไฟกำลังจะปะทุ
“อ่าส์…หนูจะเสร็จแล้วพี่ศิลาขา”
“ฮึมค์…มันน่านัก” ศิลาคำรามต่ำอย่างมันเขี้ยวกับเสียงอ่อนเสียงหวานของอันวาด
‘ปึก’
“อื้อ…”
มือใหญ่รั้งเอวบางจับกระแทก
‘ปึก ปึก’
“อ่าส์…”
เสียงกระทั้นดังซ้ำจนร่างเล็กครางเสียงสั่นพร่า
‘ปึก ปึก ปึก’
“อ๊าย…กรี๊ดดด”
เนื้อกระทบเนื้อหนักเน้นพาหญิงสาวหวีดร้อง
“ฮืม...” เอวสอบตอกลึกอีกชั่วครู่ก็คำรามต่ำออกมาพร้อมกับเกร็งสะโพกปลดปล่อยธารลาวาให้ปริแตกล้นไหล ทิ้งตัวนอนทาบร่างเล็กที่หอบกระตุกไม่ต่างกันนิ่งนาน
“อื้อ…ขยับตัวหน่อยค่ะ หนัก” เสียงหายใจที่ยังไม่ปกติเอ่ยขึ้นพร้อมกับแตะแขนคนบนร่างแล้วขยับตัวไปด้วย
“อย่าเพิ่งขยับครับ” แต่เสียงทุ่มต่ำดังขัดขึ้นพร้อมกับฝ่ามือที่จับสะโพกเปลือยของอันวาดให้อยู่นิ่ง
“ตัวหนัก ขยับ ออกหน่อยค่ะ” เสียงอู้อี้แหบเล็กน้อยของอันวาดยังพูดพลางจับมือใหญ่ที่วางอยู่บนสะโพกเธอออก
“ถ้ายังขยับต้องทำอีกรอบนะครับ”
“...” อันวาดเงียบไปทันทีรวมถึงมือที่จะผลักร่างใหญ่ก็ชะงักนิ่ง ส่วนสองร่างที่ทาบผิวเนื้อยังนาบชิด สองสิ่งยังแช่ค้างอยู่เช่นเดิม
นอกจากเสียงหายใจทั่วห้องก็สงัดไร้สำเนียงอื่น แต่เมื่ออันวาดรู้สึกได้ว่าสิ่งที่สงบไปเพียงไม่กี่นาทีกลับตื่นตัวขึ้นอีกครั้งและกำลังปลุกให้เธอเองมีปฏิกิริยาตอบสนองก็รีบเอ่ยตะกุกตะกักขึ้น “ไม่ ไม่ทำแล้วนะ อยากนอนแล้ว เหนื่อย”
“หื้ม ครับ” คำตอบรับครั้งนี้ผ่อนคลายอย่างคนอารมณ์ดียังประทับจุมพิตบนพวงแก้มเนียนที่แดงเรื่ออย่างแผ่วเบาด้วยอีกสองครั้ง แล้วค่อยดึงตัวจากร่างนิ่มถอนกายจากโพรงนุ่มออกมาได้
หลังนอนราบกับเตียงตากแอร์เย็นอีกอึดใจ ถึงเหงื่อจะแห้งแต่ยังเหนียวตัว และที่เหนียวเหนอะกว่าตัวคือธารอุ่นที่ไหลย้อนเปื้อนแถวต้นขา อันวาดใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นปลายหางตาเห็นศิลามองจับมายังเธอก็ยิ่งรู้สึกกระดากอายไม่กล้าหันไปสบตาเขา
“ไปไหน” เอี้ยวตัวจะลงจากเตียงศิลาที่นอนอยู่ด้านข้างจึงจับแขนเรียวถามขึ้น
“จะไปอาบน้ำค่ะ” ตอบพลางขยับเรียวขาที่วางราบกับเตียงถึงได้รู้ตัวว่าต้นขาไร้เรี่ยวแรงฝ่าเท้าแตะพื้นยังไม่ทันได้ลงน้ำหนักก็รู้สึกว่าร่างตัวเองลอยหวือขึ้นจากเตียงนุ่ม
“พี่พาไปเอง”
“มะ ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเดินไปเองก็ได้”
“น่าจะเดินเองไม่ไหวนะ” เสียงทุ้มดังข้างหูพออันวาดเงยมองหน้าถึงเห็นว่าศิลาหลุบตามองเรียวขาของเธออยู่ พอมองตามสายตาเขาถึงได้เห็นว่าต้นขาเธอนั้นมีรอยแดงและสั่นน้อย ๆ
“...” อันวาดเงียบเสียงกลืนน้ำลายลงคอไม่รู้จะโต้ตอบยังไง ศิลาอุ้มเธอพามายังอ่างแช่วางร่างเล็กลง น้ำที่มีอยู่แล้วท่วมอยู่ครึ่งตัวอันวาด อุณหภูมิกำลังพอดี
“ให้พี่ช่วยอาบไหม” ศิลาในร่างเปลือยไม่ต่างจากอันวาดถามขึ้น
“ไม่ต้องค่ะ ขออาบเองคนเดียว”
“ได้ครับ” ศิลาพยักหน้าตอบรับแล้วเขาก็เดินไปทางเรนชาวเวอร์ เสียงน้ำดังซ่าให้ได้ยินแต่อันวาดไม่ได้หันไปมองจัดการอาบน้ำให้ตัวเอง ก้มมองผิวที่เกิดรอยเข้มจางต่างกันในแต่ละจุดบนเรือนร่างนัยน์ดำขลับว่างเปล่า ในอกฝาดเฝื่อนอย่างบอกความรู้สึกไม่ถูก
นิ้วมือแตะตามรอยแดงที่ต้นขาจุดจ้ำบนหน้าตักดวงตาเหม่อลอย ยกยิ้มแต่ยากอธิบายความหมายที่แฝงอยู่ตรงมุมปาก สติเตลิดไปไกลจนกระทั่งไหล่ถูกสะกิดแตะพร้อมเสียงทุ้มเอ่ยเรียกดังขึ้นเหนือศีรษะ
“ลุกเถอะครับ แช่นานไปไม่ดี”
“ค่ะ” ร่างสูงตรงหน้าเปลือยแผงอกช่วงล่างพันผ้ารอบเอวไว้ผืนเดียว ในมือเขายังมีผ้าเช็ดตัวอีกผืนยื่นพันให้อันวาดหลังประคองให้เธอลุกยืนอย่างมั่นคงแล้ว
ระหว่างให้เวลาอันวาดจัดการตัวเองใส่เสื้อผ้าเจ้าของห้องอย่างศิลาก็รับหน้าที่เปลี่ยนผ้าปูชุดใหม่ ไม่นานร่างสูงใหญ่ก็อุ้มอันวาดกลับไปวางบนเตียงนอนสะอาด
“นอนกันครับ” ศิลาล้มตัวนอนเคียงอยู่ด้านข้างสอดแขนให้อันวาดหนุน อีกมือวางพาดเอวหญิงสาวเมื่อไม่รู้สึกถึงแรงต้านก็รั้งร่างเล็กเข้ามากอดแนบอก ริมฝีปากประทับจูบลงบนหน้าผากเนียนพลางลูบแผ่นหลังบางเป็นการกล่อม
ก่อนจะหลับตาลงศิลายังหลุบมองดวงหน้าที่ปิดเปลือกตาแล้วของอันวาด ดวงตาที่พิจเพ่งเปลี่ยนจากเจิดจ้าเป็นหมองหม่นลง ยิ้มที่ผุดกลับเคลือบไปด้วยรอยเย้ยหยันตัวเองอีกหลายอึดใจเขาถึงหลับตาลงแล้วค่อยๆ ผล็อยหลับตามร่างเล็กไปในที่สุด