“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาปไสยเวท“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง
เสียงนกร้องแว่วดังช่วงเช้าตรู่ สายลมธรรมชาติเย็นสบาย อันวาดเดินออกมาสูดอากาศด้านนอกห้อง พอมองเลยต้นโอลีฟไปประมาณห้าหกเมตรก็เห็นเงาร่างสูงกำยำในชุดวอมกำลังวิ่งเหยาะๆ ออกกำลังกาย บนคอพาดผ้าเช็ดเหงื่อไว้
ดวงตาสีดำเพ่งจ้องไปยังร่างของศิลา ในสมองคิดวนหาวิธีที่จะใช้เพื่อทำให้เขารับปากสอนวิชาให้เธอ คิ้วเรียวย่นเข้าหากันความคับข้องระหว่างทิฐิกับต้องยอมขอร้องเพื่อวิชามันตีกันจนตัวเองหงุดหงิด
อันวาดทอดน่องเข้าไปหาอีกฝ่ายที่เปลี่ยนจากวิ่งเป็นเดิน เมื่อเข้ามาอยู่ในระยะใกล้จึงได้เห็นเหงื่อเม็ดเล็กๆ เกาะพราวทั่วใบหน้า คอถึงอกเสื้อชื้นแนบกายทำให้เห็นเงาหมึกรอยสักของเขา
เลื่อนดวงตาจากแผงอกลงยังหน้าท้องแกร่งผ้าที่ลู่ติดทำให้เห็นลอนกล้ามชัดเต็มตา ครั้นรู้ตัวว่าสายตาตนเองสืบเสาะไปผิดที่ผิดทางอันวาดจึงได้เบนออกกระแอมไอออกมาคราหนึ่ง
“คุณ ตื่นเช้าจัง”
“ไปแต่งตัวให้เรียบร้อยเตรียมตัวสวดมนต์” ศิลาตอบเสียงเนือยดวงตามองผ่านร่างเล็กที่ยังอยู่ในชุดนอนไป
“ค่ะ”
“...” พอได้ยินคำตอบรับไร้การโต้เถียงของอันวาดก็ทำให้ศิลาถึงกับหันมองหญิงสาวตรงๆ เห็นมุมปากยกยิ้มบางของอันวาด ตาประกายแวววาวคู่นั้นยิ่งทำให้เขาเลิกคิ้วสูงฉงนกับท่าทีของอีกฝ่าย
อันวาดรับคำแล้วเดินกลับห้องตัวเอง ครั้นเมื่อหันแผ่นหลังให้ศิลา รอยยิ้มที่มีก่อนหน้าก็หายวับไปเหลือเพียงความเย็นชาอาบฉาย ทั่วร่างมีไอดำแผ่คลุมบางเบา
เสร็จจากการสวดมนต์นั่งสมาธิก็เป็นการทำพิธีปัดรังควานในครั้งที่สอง ยังทำทุกขั้นตอนเช่นเดียวกับครั้งแรก ทว่าครั้งนี้หลังเสร็จจากพิธีศิลายกหน้าที่ทำความสะอาดให้กับหญิงสาว
เพื่อเป้าหมายอันวาดจึงไม่สามารถปฏิเสธได้ ถึงจะไม่พอใจก็เก็บไว้ในอก อีกอย่างคุณชายหมอผีบอกว่าจะไปทำอาหาร เธอถึงได้ยอมทำตามคำสั่งของอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย
ผ่านกิจวัตรอย่างเดิม ในแต่ละวันของอันวาดไม่มีอะไรมาก เช้ามาสวดมนต์ ทำพิธี กิน แล้วนอน ถึงจะพยายามพูดให้ศิลารับตนเป็นศิษย์แต่อีกฝ่ายก็ไม่รับปาก
วันทั้งวันศิลาขลุกตัวอยู่บนชั้นสองของบ้าน พอถึงเวลามื้ออาหารถึงได้โผล่หน้าให้เห็น ช่างสมกับที่เป็นเศรษฐีนอนกินจริงๆ ทั้งยังใช้งานเธอให้เข้าไปทำความสะอาดในห้องพิธีด้วย
เมื่อปัดรังควานครบสามครั้งอันวาดจึงได้ยืมมือของศิลาโทรหาครอบครัวตามที่ตกลงกันไว้ ขณะเธอกำลังจะโทรหาพ่อกับแม่ก็เห็นรถคันหนึ่งขับเข้ามา จากนั้นเห็นคนลงจากรถ มีหญิงสูงวัยทั่วศีรษะมีผมขาวแซมท่าทางเจ้าระเบียบเดินนำแม่บ้านอีกหกคนเข้ามา
ตอนหญิงสูงวัยที่อาจจะเป็นหัวหน้าแม่บ้านเข้ามาเห็นว่ามีคนอื่นอยู่ในบ้านก็แปลกใจอยู่ไม่น้อย หากแต่ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเพียงแจกแจงงานให้แม่บ้านคนอื่นๆ แยกย้ายไปทำหน้าที่ ส่วนตัวเองก็เดินขึ้นชั้นสองเพื่อไปทำความสะอาดห้องของเจ้าบ้านด้วยเช่นกัน
อันวาดเดินเลี่ยงออกไปด้านนอกโทรหาแม่ หลังรอสายอยู่ครู่ใหญ่ คนที่รับกลับเป็นน้องชายไม่ใช่แม่
(สวัสดีครับ)
“อ่าว วาพี่เอง อยู่กับแม่เหรอ เป็นยังไงบ้าง”
(ผมสบายดี พี่ล่ะเป็นไงบ้าง ดีขึ้นไหม)
“ก็ดี ขอคุยกับคุณแม่หน่อยสิ”
(แม่ออกไปข้างนอกกับพ่อไว้กลับมาจะบอกให้นะ)
“อ่อ…งั้นเดี๋ยวพี่โทรหาพ่อแล้วกัน”
(เดี๋ยวพี่ พ่อก็ลืมมือถือไว้เหมือนกัน ไว้พวกท่านกลับมาแล้วผมจะบอกให้นะ)
“หืม?…เหรอ แล้วพ่อกับแม่ออกไปไหนถึงลืมมือถือไว้”
(พ่อกับแม่ออกไปทำธุระข้างนอก ท่านรีบออกไปเลยลืมไว้)
“อ่อ…งั้นวาเอามือถือมาให้พี่หน่อยสิ จะได้โทรหาพ่อแม่ได้สะดวกไม่ต้องยืม”
(ไม่ได้ ก่อนหน้านี้อาจารย์ศิลาบอกไว้ว่าห้ามใช้จนกว่าจะทำพิธีเสร็จ)
“อาจารย์! วาเรียกเขาว่าอาจารย์เหรอ”
(ก็คุณศิลาเก่ง ขนาดพ่อยังยอมรับฝีมือ ฝากพี่ให้คุณศิลารักษานี่)
“หึ…เอาเถอะ งั้นถ้าพ่อกับแม่กลับมาแล้วบอกท่านด้วยว่าพี่สบายดี วาก็ดูแลตัวเองด้วยนะ เรื่องงานก็ฝากด้วย”
(เข้าใจแล้ว พี่เองก็รีบหายนะ จะได้กลับมาอยู่กับครอบครัว)
“อืม รู้แล้ว” อันวาดมองสมาร์ตโฟนในมือนิ่งๆ หลังอันวาวางสาย คิ้วมุ่นอย่างยากสังเกต รู้สึกไม่สบายใจเหมือนมีบางอย่างแปลกๆ ระหว่างคุยกับน้องชายแต่ก็ไม่รู้แปลกอย่างไร
ถอนหายใจยาวออกมาแล้วคิดว่าตนคงคิดมากไปเองเท่านั้น ยังไม่ทันได้เอามือถือไปคืนก็มีสายหนึ่งโทรเข้ามา เป็นชื่อของคนที่เธอรู้จักคือคุณคราม
เธอไม่ได้ถือวิสาสะรับสาย แค่เลิกคิ้วสูงสงสัยว่าทั้งสองก็รู้จักกันด้วยเหรอ เดินเอามือถือไปคืนให้เจ้าของที่ตอนนี้ยืนอยู่ด้านนอกบ้านกำลังคุยอยู่กับคนขับรถ
“ยังอยากได้ของใช้อะไรเพิ่มเติมไหม จะได้ให้คนออกไปซื้อมาทีเดียว” ศิลาพอเห็นอันวาดเดินเข้าไปจึงหันมาถาม
“ไม่ค่ะ มีคนโทรเข้ามาค่ะ” อันวาดส่ายหน้ายื่นมือถือคืนให้อีกฝ่าย ในตอนนี้สายเดิมได้โทรเข้ามาอีกครั้ง
ศิลายื่นมือรับเดินออกไปอีกทางก่อนรับสาย อันวาดเองก็หันหลังกลับห้องตัวเอง เห็นคุณป้าแม่บ้านชื่อละเอียดลงมาจากชั้นสองพอดี
“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อละเอียดเป็นแม่บ้านของคุณหนู จะขออนุญาติเข้าไปทำความสะอาดในห้องคุณนะคะ” ละเอียดยิ้มอย่างอ่อนน้อมบอกกล่าวอันวาดก่อนจะขอเข้าห้อง
“ค่ะ เชิญค่ะ” อันวาดพยักหน้าตอบ ท่าทางสุภาพของแม่บ้านที่ชื่อละเอียดเพียงดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายถูกฝึกมาอย่างดี กระทั่งน้ำเสียงและการเดินยังดูดีกว่าคนทั่วๆ ไป สมกับเป็นแม่บ้านของผู้ดีเสียจริง
อันวาดนั่งเล่นบนโซฟาพลิกนิตยสารตกแต่งบ้านดูไปด้วย ข้างๆ กันยังมีนิตยาสารธุรกิจที่ปกมีภาพของศิลาอยู่ด้วยจึงลองเปิดอ่านฆ่าเวลาไปพลางๆ
“คุณเป็นแฟนของคุณหนูเหรอคะ” อยู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นใกล้ๆ พออันวาดหันไปมองเห็นเป็นป้าละเอียด ที่ส่งอุปกรณ์ทำความสะอาดให้แม่บ้านอายุน้อยกว่าอีกคนถือออกไป
“คะ ไม่ใช่ค่ะ คือ…” อันวาดรีบยกมือโบกส่ายหน้าปฏิเสธทันที
“ไม่ต้องอายหรอกค่ะ คุณชื่ออะไรเหรอคะ” ป้าละเอียดยิ้มกว้างขึ้น ยังขยับตัวเข้าใกล้อันวาดแตะแขนเบาๆ อย่างผู้ใหญ่ใจดี
“ไม่ใช่จริงๆ นะคะคุณป้า”
“ยังมาปฏิเสธ ถ้าไม่ใช่แฟนคุณหนูไม่มีทางพาคุณมาอยู่ที่นี่หรอกค่ะ”
“ไม่ ไม่ใช่ค่ะ หนูมีธุระจำเป็นต้องมาอยู่ที่นี่ชั่วคราวเฉยๆ ค่ะ”
“เอาเถอะๆ เขินใช่ไหมล่ะ ว่าแต่คุณชื่ออะไรคะ ละเอียดจะได้เรียกถูก”
“ชื่ออันวาดค่ะ แต่หนูไม่ใช่แฟนของคุณศิลาจริงๆ นะคะอย่าเข้าใจผิดค่ะ” อันวาดยังยิ้มแหยแก้ความเข้าใจผิดของป้าละเอียด
“เอาล่ะๆ ป้าเข้าใจแล้ว เดี๋ยวป้าขอตัวก่อนนะคะ อยู่ด้วยกันดีๆ ล่ะ” ป้าละเอียดยิ้มแฉ่งก่อนเดินผละออกไป
อันวาดลูบหน้าตัวเองมองตามหลังป้าละเอียดอย่างงงงัน คิดถึงคำพูดของป้าละเอียดเข้าใจอะไร? และที่บอกให้อยู่ด้วยกันดีๆ คือยังไง? เหมือนว่าป้าเขาจะเข้าใจคนละอย่างกับเธอนะ แต่ก็ไม่รู้จะพูดอธิบายอย่างไรจึงปล่อยเลยตามเลย ถือนิตยสารที่มีบทสัมภาษณ์ของศิลาเดินกลับไปอ่านในห้องของตัวเอง
ป้าละเอียดเข้าครัวทำอาหารเสร็จ ก็เป็นเวลาที่เหล่าแม่บ้านคนอื่นๆ ทำงานกันเรียบร้อย ส่วนคนขับรถที่ออกไปซื้อของก็กลับมาพอดี หลังยกข้าวของลงจัดเก็บเข้าที่เรียบร้อย แม่บ้านทุกคนก็ขึ้นรถกลับออกไปเป็นเวลาเย็นพอดี
ขณะมื้ออาหาร ศิลาและอันวาดยังนั่งกินมื้อเย็นกันอย่างเงียบเฉียบเช่นเคย แต่อยู่ๆ อันวาดก็รู้สึกว่ามีกลิ่นคาวตีขึ้นในช่องอก มีอาการคล้ายอยากอาเจียนกะทันหัน
‘อุ๊บ…อุ๊บ…’
“เป็นอะไร” ศิลาวางช้อนส้อมในมือถามหญิงสาวที่มีท่าทีแปลกๆ
“ปะ เปล่า” อันวาดลูบอกตัวเองหลับตาข่มความเจ็บที่กำลังปะทุอยู่ในอก ดวงตาพร่าในหูได้ยินเสียงกระซิบดังอีกครั้ง อาการเจ็บภายในยิ่งทวีขึ้นเรื่อยๆ
“อ้วกออกมา” ศิลาหยิบภาชนะมารองไว้ให้ตรงหน้าหญิงสาวให้อาเจียนออกมา
อันวาดสีหน้าบิดเบ้ทรมาน สำรอกลิ่มเลือดสีแดงปนดำออกมา จากนั้นยังมีเศษดินและเศษเนื้อออกมากลิ่นเหม็นเน่าคลุ้ง ทั่วใบหน้าแดงก่ำยังอาเจียนไม่หยุด
“ลุกไหวไหม” ศิลามองหญิงสาวที่ตัวอ่อนปวกเปียกเห็นว่าคนจะพยุงตัวเองไม่ไหวจึงถอนหายใจเฮือกแล้วก้มช้อนตัวอันวาดขึ้นอุ้ม “อยู่นิ่งๆ”
“ฉัน…”
“เงียบ” เสียงเฉียบขาดเข้มครึมดังขึ้น มันดุดันอย่างที่อันวาดไม่เคยได้ยินมาก่อน แม้กระทั่งสีหน้าของศิลาก็ทมึงทึงกว่าปกติ
แขนเล็กโอบรอบคอชายหนุ่มหลุบตานิ่งไม่เอ่ยเสียงคำใดอีก ความเจ็บบวกเสียงที่แว่วดังขึ้นจนคล้ายแก้วหูแทบแตกทำให้อันวาดต้องขบกรามซบหน้ากับแผ่นอกกว้าง แต่สายตาเหลือบเห็นรอยสักผ่านสาบเสื้อที่กระดุมเชิ้ตสองเม็ดบนไม่ได้ติดเอาไว้
จากที่เห็นด้วยดวงตาพร่าแม้ไม่ชัดเจนแต่ภาพที่เห็นมันไม่ใช่รอยสักประเภทพวกยันต์หรืออักขระที่หมอผีชอบสักกัน มันเหมือนจะเป็นรูปท้องฟ้ากระมัง แต่ยังไม่ทันได้พิจารณาอะไรเพิ่มร่างก็ถูกวางลงบนตั่งไม้ในห้องพิธี
ศิลาหยิบตลับทองเหลืองใบหนึ่งมาเปิด ใช้นิ้วป้ายของด้านในแล้วจรดนิ้วแตะลงบนหน้าผากอันวาดพร้อมบริกรรมคาถาให้ ยิ่งนานคิ้วเขาก็ยิ่งขมวดแน่นครั้นท่องคาครบ ๗ จบจึงได้ลดนิ้วลง
“เธอใช้เลือดตัวเองเลี้ยงมัน” เสียงขรึมถามก้มหน้าหลุบตามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้วยสีหน้าเย็นชากว่าปกติ
“...” อันวาดไม่ได้ตอบอะไรอีกฝ่าย รู้ดีว่าที่ศิลาพูดถึงคืออะไร
“โง่จริงๆ เฉพาะตัวเองยังเอาไม่รอด ยังกล้าเลี้ยงโหงพราย”
อันวาดเพียงกำหมัดนิ่งข่มทั้งอาการทรมานในอกและความโกรธที่พลุ่งพล่าน แต่ก็ไม่สามารถเถียงอีกฝ่ายได้ ก่อนหน้าที่เธอตระเวนไปตามป่าช้าก็เพื่อนำชิ้นส่วนอวัยวะของศพมาดูว่าดวงวิญญาณใดที่ตนสามารถเลี้ยงเป็นโหงพรายใต้อาณัติได้
และยังหาส่วนประกอบอื่นเพื่อนำมาเป็นมวลสารในการสร้างอย่างอื่นด้วย แม้สติจะเลอะเลือนแต่จิตใต้สำนึกลึกๆ เธอยังไม่แก่กล้าพอจะฆ่าคนหรือสัตว์เป็นๆ มาสังเวยให้กับโหงพรายที่เลี้ยงจึงได้ใช้เลือดตัวเองเซ่นมันไปทีละน้อย
“ไม่มีหัวคิด เรียนสูงเสียเปล่า” เสียงทุ้มของศิลายังดังอยู่เหนือศีรษะ โน้มตัวดึงมือขวาของหญิงสาวมาแกะผ้าที่นิ้วก้อยออก คราวนี้รู้แล้วว่าทำไมทำแผลทุกวันแต่ไม่หายดีเสียที
“คุณมีสิทธิ์อะไรสั่งสอนคนอื่น จบโทมีหัวคิดมากอย่างคุณก็ยังทำลายชีวิตคนอื่นเลย” อันวาดสะบัดมืออีกฝ่ายออก ลุกพรวดตวาดเสียงลั่นจ้องศิลาอย่างไม่ลดละ ขอบตาแดงสะท้อนหอบด้วยความโกรธ
“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณพังอนาคตของคนอื่น ทำให้พี่ลมต้องตาย ฉันจะทำอย่างนี้เหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะคนเลวแบบคุณ พวกเราสองคนก็จะได้ใช้ชีวิตครอบครัวอยู่กันอย่างมีความสุขแล้ว มันเป็นเพราะคุณ เพราะคุณที่ทำลายทุกอย่าง”
ตะเบ็งถ้อยคำกล่าวว่าพลางมือไม้ก็ทุบใส่อกศิลาไปด้วย น้ำตาที่เอ่อไหลรินอาบแก้ม ความเสียใจล้นปรี่ท่วมทะลักระบายออกผ่านวาจาและการกระทำ
“ทุกอย่างมันเป็นเพราะคุณ คุณเป็นคนพรากความสุขในชีวิตฉันไป พรากพี่ลมไป เพราะคุณ คุณต้องชดใช้ ฮือ…คนเลว…เพราะคุณ”
ศิลายังคงยืนให้หญิงสาวทุบฟังคำผรุสวาทที่มีต่อตนเอง หลุบตามองศีรษะที่อยู่เพียงระดับอกของตนนิ่ง เห็นอาการสะอื้นของอันวาดทั้งน้ำตาอาบนองหน้าจึงได้รวบร่างเล็กที่หอบไว้ในอ้อมแขน ลูบหลังเบาๆ แล้วเขารู้สึกถึงความชื้นกลางอก ใบหน้าที่แนบอยู่หลั่งน้ำตาร้อนจนลวกเข้าไปถึงใจ
“คุณต้องชดใช้ คุณต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำกับพี่ลม ฮือ…พี่ลม” เสียงอู้อี้ขาดห้วงดังเป็นระยะ มือเล็กกอดเอวสอบกระชับแน่นขึ้น ฝังใบหน้าสนิทเข้ากับแผงอกแกร่ง
“ได้” เสียงตอบทุ้มต่ำ ฝ่ามือใหญ่ยังลูบปลอบหลังบางเช่นเดิม ปลายคางกดเกยอยู่บนกลุ่มผมสีดำยาวของอันวาด
ไม่รู้ว่ากินเวลาไปเท่าไหร่ ร่างผอมบางในอ้อมแขนที่ก่อนหน้าสะอื้น ตอนนี้เหลือเพียงเสียงสะอึกดังเป็นระยะ แข้งขาเริ่มอ่อนทิ้งตัวแต่สองแขนยังคงกอดเอวสอบไว้แน่น แนบหน้าซบอิงแผ่นอก ลมหายใจเข้าออกยาวสม่ำเสมอ
“เธอ” เมื่อลองเรียกแล้วไม่ได้ยินเสียงตอบรับ พอเอียงคอมองก็เห็นว่าหญิงสาวหลับไปแล้ว เปลือกตาหลับพริ้ม แพขนตายังมีหยดน้ำเกาะเป็นเม็ดเล็กๆ สองข้างแก้มแดงปลั่งยังมีคราบน้ำตา
นอกจากถอนหายใจยาวออกมาสายหนึ่งอย่างจนใจก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีก ศิลาแกะแขนอันวาดที่กอดเอวออกแล้วอุ้มไปส่งยังห้องพักของเธอ