“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาปไสยเวท“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง
วันเวลาล่วงเลยใกล้ถึงวันหมั้นของศิลาและอันวาด ความสัมพันระหว่างคนทั้งสองต่างพัฒนาดีขึ้น ระหว่างนี้อันวาดได้ทราบเรื่องของที่บ้านพี่เตวิชจากน้ำหวานว่าเกิดเรื่องแปลก ๆ มีแม่บ้านที่อยู่ ๆ ก็ล้มป่วยและเสียชีวิต
ในตอนแรกคุณลุงพิพัฒน์ คุณแขไข และพี่เตวิชยังไม่เชื่อว่าเรื่องที่เกิดมันเกี่ยวกับสายลมและมีเรื่องของคุณไสยมนตร์ดำเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่เมื่อแม่บ้านคนที่สามเสียชีวิตโดยหมอหาสาเหตุไม่ได้จึงจำใจเชื่อที่น้ำหวานบอกและยอมให้อันวาดเข้าไปที่บ้านโดยมีฤหัสไปด้วย และช่วยทำพิธีถอนของให้
จากนั้นจึงได้คุยกันถึงเรื่องของสายลมและรู้เรื่องอาการป่วยทางจิตที่มีใบรับรองการรักษาและยาที่คุณลุงพิพัฒน์ค้นเจอในห้องเก่าของสายลม หลังออกมาจากบ้านลุงพิพัฒน์ระหว่างกลับบ้านอันวาดเงียบมาตลอดทาง
“เป็นอะไรไปลูก” ฤหัสที่ขับรถถามลูกสาว
“หนู หนูสงสารพี่ลม” อันวาดตอบเสียงหม่น ความจริงแล้วทุกอย่างจะไม่เป็นอย่างนี้ พี่ลมจะเป็นปกติถ้าไม่มีพ่อหรือครอบครัวแบบนั้น
เด็กที่โตมากับครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงถูกทำร้าย ยังต้องประสบเหตุการณ์ทำร้ายจิตใจความรู้สึกหลายอย่างไม่แปลกที่จะป่วยและเกิดความผิดปกติทางความคิดและอารมณ์
“เรื่องมันผ่านไปแล้วลูก คนเราเลือกเกิดไม่ได้” ฤหัสเอื้อมตบมือลูกสาวเบา ๆ อย่างปลอบโยน
“ค่ะ” อันวาดตอบรับเสียงอ่อย เป็นจริงอย่างที่พ่อพูดทุกอย่างผ่านไปแล้วและจริงที่คนเราเลือกเกิดไม่ได้
เด็กเลือกเกิดไม่ได้ ลูกไม่สามารถเลือกพ่อแม่ได้ พ่อแม่หลายคนปล่อยให้ลูกกำเนิดเกิดมาแล้วกลับเลี้ยงอย่างไม่ใส่ใจ หลายสิ่งหลายอย่างบนโลกต้องมีการสอบวัด มีเพียงการเป็นพ่อแม่เท่านั้นที่ไม่ต้องมีการสอบ เพราะฉะนั้นเมื่อให้กำเนิดลูกออกมาแล้วไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรคนเป็นพ่อแม่ก็ควรจะดูแลเอาใจใส่ลูกเป็นอย่างดี ไม่ควรทิ้งขว้างหรือใช้ความรุนแรง และเลี้ยงลูกเพื่อให้เขาได้มีชีวิตที่ดีไม่ใช่เลี้ยงโดยปลูกฝังหรือวาดหวังให้ลูกเติบโตมาในแบบที่ตัวเองต้องการ อย่าฝากฝังความฝันของตัวเองใส่ตัวลูก อย่าหวังให้ลูกเติบโตเพื่อสานในสิ่งที่พ่อแม่อยากเป็น แต่ควรเลี้ยงและดูแลเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกได้พักพิง
แต่แล้วความคิดหดหู่ในหัวต้องหยุดลงอย่างฉับพลัน อันวาดใจหายวาบเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ว่าตัวเองไม่ได้ป้องกัน ก่อนหน้าด้วยเรื่องของน้องชายจึงเร่งรีบไปหาอันวากลับมาก็คุยเรื่องหมั้น แล้วไม่สบายพอหายก็จัดการเรื่องที่บ้านลุงพิพัฒน์จึงทำให้ลืมเรื่องยาคุมเสียสนิท
ผ่านมาหลายวันขนาดนี้และที่ผ่านมาคุณศิลาเองก็ไม่ได้ป้องกัน อันวาดนวดขมับเหลือบสายตามองพ่อแล้วรีบเบนออกไปมองนอกรถอย่างกังวลอยู่ในใจ
ในวันต่อมาอันวาดแวะเข้าไปที่แกลลอรีเพื่อนำภาพวาดฝีมือของสายลมทั้งหมดออกจากการจัดแสดงซึ่งคุณครามและพี่เตวิชเองก็เห็นด้วย แล้วช่วงเที่ยงครามจึงขอเลี้ยงอาหารเพื่อพูดคุยเรื่องของชาญ
ครามไม่ได้เล่ารายละเอียดให้ฟังว่าทำไมถึงต้องยืมมืออันวาดจัดการพ่อตัวเอง และอันวาดเองก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรคิดเอาว่ามันเป็นเหตุผลส่วนตัวของคราม
“ต้องขอโทษน้องอันด้วยนะครับที่ยืมมือ”
“ไม่เป็นไรค่ะ อันเองก็ขอโทษคุณครามด้วยนะคะกับเรื่องตอนเด็ก”
“ครับ ไม่เป็นไรผมลืมมันไปหมดแล้ว” ครามยิ้มบางตอบด้วยสีหน้าราบเรียบเป็นปกติ
ทั้งคู่ทานอาหารเรียบร้อยกำลังจะออกจากร้านก็สวนกับคนที่กำลังจะเดินเข้าร้าน หญิงสาวหน้าตาสะสวยแต่งตัวเรียบหรูเดินเคียงชายหนุ่มพูดคุยท่าทางสนิทสนมอีกทั้งฝ่ายหญิงยังตั้งท่าจะคล้องแขนชายหนุ่มอีกด้วย
อันวาดเลิกคิ้วปรับสีหน้าเรียบเฉยมองศิลาที่มีท่าทีตกใจรีบดึงแขนตัวเองออกห่าง พร้อมกันนั้นหญิงสาวคนนั้นก็เห็นครามจึงได้เอ่ยทักขึ้น
“อ่าว คุณครามสวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกยิ้มให้ครามแล้วทำท่าจะคล้องแขนศิลาอีกครั้ง
“สวัสดีครับ คุณขวัญ” ครามยิ้มสุภาพตอบหญิงสาวแล้วเบนสายตาไปทางศิลามุมปากยกโค้งยิ่งขึ้น “นายพาคุณขวัญมาทานมื้อเที่ยงเหรอ”
“ฉันมีนัดคุยกับคุณหญิงวิมลที่นี่” ศิลาเอ่ยตอบครามทว่าสายตากลับมองอันวาดอยู่ตลอด “แล้วนี่นายอยู่กับอันได้ยังไง”
“ฉันก็พาน้องอันมาทานข้าวที่นี่ เรากำลังจะกลับแล้ว” ครามตอบสีหน้าอมยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของเพื่อน
“คุณผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนคุณครามเหรอคะ” หญิงสาวชื่อขวัญเอ่ยถามขึ้น
“ไม่ใช่ครับ นี่อันวาดเป็นหุ้นส่วนแกลลอรีครับ” ครามตอบ
“อ่อ ฉันขวัญค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณอันวาด”
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะคุณขวัญ” อันวาดเอ่ยทักทายกลับอย่างสุภาพเช่นกัน
“อันเป็น…”
“พอดีฉันกับคุณครามยังมีธุระต้องไปทำ ต้องขอตัวก่อนนะคะคุณขวัญ คุณศิลา” อันวาดชิงตัดบทคำของศิลาที่จะพูดแล้วยิ้มพยักหน้าให้ขวัญกับศิลาก่อนจะเดินเบี่ยงตัวออกจากร้าน
“อันครับ เดี๋ยวก่อน” ศิลารีบรั้งแขนอันวาดไว้
“คุณมีธุระไม่ใช่เหรอคะ เข้าไปเถอะค่ะ” อันวาดส่งยิ้มให้ศิลาใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ว่าคิดอะไรอยู่
“แต่…อันไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมครับ”
“ไม่โกรธค่ะ คุณเข้าไปเถอะอย่าปล่อยให้แขกรอ” อันวาดยกยิ้มแล้วดึงแขนตัวเองออกช้า ๆ เห็นคุณขวัญมองมาสีหน้าสงสัยถึงความสัมพันของตนกับศิลา
“งั้นเย็นนี้พี่ไปรับนะครับ ห้ามปฏิเสธ” ศิลายอมปล่อยข้อมืออันวาดเอ่ยเสียงเบาให้ได้ยินกันเพียงสองคนโดยไม่ยอมให้อันวาดคัดค้านได้
แล้วครามกับอันวาดก็แยกตัวกลับไปยังแกลลอรีส่วนศิลากับขวัญก็เข้าไปทานอาหารคุยธุระต่อ ช่วงเวลาสั้น ๆ ระหว่างทางกลับอันวาดจึงได้รู้จากครามว่าขวัญเป็นใคร และทำงานเป็นเลขาของศิลาโดยมีคุณหญิงวิมลผู้เป็นยายเป็นสะพานเชื่อมให้หลานสาวได้ทำงานในตำแหน่งนี้
ฟังเท่านี้ก็รู้แล้วว่าผู้หญิงชื่อขวัญมีเจตนาอะไรกับศิลา แม้ในใจจะรู้สึกไม่ดีนักทว่าอันวาดยังคงสีหน้าเรียบเฉยคงเดิม เหลือบตามองครามในบางครั้งแต่ไม่พูดอะไร
“อันวางใจได้ ไอศิลามันไม่นอกลู่นอกทางหรอกครับ”
“ค่ะ ว่าแต่ทำไมคุณครามถึงทำดีกับอันล่ะคะ” อันวาดเอ่ยถามข้อข้องใจ เพราะเธอรู้สึกได้ว่าครามเหมือนจะทำดีกับเธอแต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเชิงชู้สาว
“อืม ไม่รู้เหมือนกันครับ แค่รู้สึกว่าอันเหมือนน้องสาว” ครามตอบพร้อมไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
ในช่วงเย็นอันวาดยังไม่ทันได้ออกจากห้องทำงานศิลาก็มาถึงที่แกลลอรีเสียแล้ว หลังถามทางก็เดินมายังทิศที่เจ้าหน้าที่บอก ศิลาเปิดประตูเข้ามาก็เห็นครามที่กำลังนั่งยองอยู่ที่พื้นจับข้อเท้าอันวาดอยู่
“นายทำอะไร” เสียงเข้มขรึมดังขึ้นพร้อมกับหัวคิ้วที่ขมวดเป็นปม ทั้งครามและอันวาดต่างก็หันมองยังต้นเสียงที่ดังจากทางหน้าห้อง
“อันข้อเท้าแพลง” ครามยังคงจับอยู่ที่ข้อเท้าขณะตอบเพื่อน ทั้งที่เห็นสีหน้าศิลาเครียดตึงแต่ยังทำเป็นเพิกเฉย ส่วนอันวาดเองถึงจะดึงขาตัวเองกลับแต่สู้แรงรั้งของครามไม่ไหวจึงต้องปล่อยให้อีกฝ่ายดูให้
“ฉันดูเอง” ศิลาสับเท้าเข้ามาประชิดแล้วดึงไหล่ครามให้ออกห่างจากอันวาด
“เป็นยังไง ไหนมาให้พี่ดูให้ดีกว่า”
“ไม่เป็นไรมากหรอกค่ะ” อันวาดตอบนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วของศิลากดลงตรงจุดที่ปวด
ครามยืนกอดอกมองศิลานั่งลงแล้วยกเท้าอันวาดขึ้นมาวางบนเข่าก็ยิ้มส่ายหัวคล้ายล้อเลียนเพื่อนก่อนจะเอ่ย “อุ้มแล้วพากลับบ้านไปเลยไหม”
และศิลาก็ทำตามคำพูดเล่นของครามจริง ๆ เขาอุ้มอันวาดโดยหยิบกระเป๋าถือของหญิงสาวติดมือขึ้นด้วย ทว่าก่อนก้าวผ่านครามยังทิ้งสายตาใส่เพื่อนเป็นการเตือน
“ต่อไปอย่าไปอยู่ใกล้ไอครามมากนัก” หลังขับรถออกจากแกลลอรีมาสักระยะศิลาถึงเอ่ยขึ้น
“ทำไมคะ” อันวาดหันมองหน้าศิลาที่ขับรถถามอย่างสงสัย
“ก็ไม่ทำไม แค่อย่าอยู่ใกล้มันเกินไปรวมถึงผู้ชายคนอื่นด้วย” ศิลาตอบเสียงเรียบสายตามองถนน
“อันจะกลับบ้านนะคะ ไปค้างบ้านคุณไม่ได้” เส้นทางที่กลับคือทางไปคฤหาสน์ของศิลาอันวาดจึงบอกสารถี
“ยังไม่ตอบพี่เลยนะครับ”
“ได้ค่ะ อันจะอยู่ให้ห่างผู้ชาย เพราะงั้นไปส่งอันกลับบ้านด้วยค่ะ”
“คืนนี้ไปค้างบ้านพี่เถอะ ขาเจ็บพี่จะได้ดูแล” ศิลาตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มพึงพอใจกับคำตอบของอันวาด
“แต่…”
“ไม่มีแต่ครับ เท้าเจ็บเดินเหินไม่สะดวกมีพี่จะได้คอยดูแลเวลาทำอะไรจะได้ง่ายขึ้น”
อันวาดได้แต่ถอนหายใจเม้มปากกับความเอาใจใส่ที่ออกจะเผด็จการของอีกฝ่าย
“อีกอย่างพี่คิดถึงอยากนอนกอดครับ” รถถูกชะลอความเร็วชิดเลนซ้ายพร้อมกับเสียงทุ้มที่เอ่ยแก้มของอันวาดก็ถูกจมูกโด่งเป็นสันกดหอมดังฟอด
ใบหน้าขาวเนียนแดงระเรื่อขึ้นหันขวับมองคนที่ตีหน้าขรึมกลับไปตั้งใจขับรถ หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะรู้สึกอบอุ่นและเป็นสุขอย่างยากจะอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในใจ
เมื่อถึงคฤหาสน์อันวาดถูกอุ้มให้นั่งพักบนโซฟาแล้วศิลาก็จัดการหายามานวดข้อเท้าให้เสร็จสรรพ แล้วไปทำอาหารสำหรับมื้อเย็นของทั้งสอง
ช่วงหนึ่งทุ่มทั้งคู่ก็ทานอาหารฝีมือของศิลา สามสี่เมนูที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารเป็นของโปรดของอันวาด วันก่อนที่กลับไปนอนบ้านจึงได้รู้จากแม่ว่าคุณศิลาได้โทรไปถามถึงเมนูอาหารที่เธอชอบ เพราะอย่างนี้เขาถึงรู้ว่าเธอชอบกินอะไรตอนไม่สบาย
หลังมื้ออาหารก็ยังเป็นเจ้าบ้านที่เก็บล้างจานชามทั้งหมด ส่วนอันวาดตั้งแต่ต้นจนจบทำเพียงนั่ง กิน และมองแผ่นหลังกว้างที่จัดแจงทำทุกอย่างอยู่คนเดียว อันวาดเผยยิ้มที่กว้างขึ้นอย่างไม่รู้ตัวจนร่างสูงกลับออกมาจากครัวเดินเข้ามาใกล้
“ขึ้นห้องกันครับ” ร่างสูงค้อมตัวช้อนอุ้มร่างเล็กพาขึ้นชั้นสองแล้วพาไปยังห้องน้ำ “อาบน้ำกันแล้วจะได้นอนพัก”
อันวาดเงียบตลอดเวลามองศิลาที่ลองอุณหภูมิเปิดน้ำใส่อ่าง จุดเทียนหอมแล้วหันมาจัดการปลดกระดุมเสื้อให้หญิงสาวและของตัวเองก่อนจะอุ้มลงไปแช่น้ำในอ่างด้วยกัน
“เป็นอะไรไปครับ” ศิลาถามเมื่อเห็นว่าอันวาดเงียบนานเกินไป
“ขอบคุณนะคะ” อันวาดยกแขนโอบรอบคอศิลาแล้วเอ่ยขอบคุณก่อนจะจูบปลายคางแล้วซบหน้าอิงแอบอยู่กลางแผงอกเปลือยแข็งแกร่ง
“ไม่เห็นต้องขอบคุณเลย คนดี” เสียงทุ้มอ่อนโยนเอ่ยพลางวางคางขยี้บนศีรษะเล็กเบา ๆ พร้อมทั้งกระชับกอดร่างเล็กแน่นขึ้น