“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

สาปไสยเวท - สาปไสยเวท บทที่ ๔๖ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สาปไสยเวท

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ดราม่า

รายละเอียด

สาปไสยเวท โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง

สารบัญ

สาปไสยเวท-# คำเตือน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทนำ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ตอนพิเศษ ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม การแสดง,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม โชคชะตา,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม อธิษฐาน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม หลอกหลอน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม ช็อกโกแลต

เนื้อหา

สาปไสยเวท บทที่ ๔๖

สาปไสยเวท : บทที่ ๔๖

รับแหวนไปใส่รวมไว้ในพานแล้วจึงได้เริ่มสวดท่องคาถาใหม่อีกครั้ง ท่วงทำนองคล้ายบทเพลงแต่กลับวังเวงและรอบห้องที่ก่อนหน้ายังอุณหภูมิปกติตอนนี้กลับเย็นลง เสียงหวีดแหลมดังยาวเสียดหูก้องไปทั้งห้อง

ร่างที่นอนนิ่งสนิทอยู่บนตั่งตอนนี้เริ่มขยับดิ้นทุรนทุรายใบหน้าของอันวาดเริ่มมีเหงื่อผุดตอนศิลากำลังจะเข้าไปดูอาการก็ถูกสายตาของหญิงชราปรามไว้โดยไร้คำพูด 

ยิ่งเสียงท่องคาถาดังภาพวาดนั้นยิ่งมีของเหลวไหลเพิ่มขึ้นทุกขณะรวมไปถึงเหงื่อและอาการทรมานของอันวาดด้วยเช่นกัน 

“พี่ลม อันขอโทษ อันไม่ได้ ตั้งใจ” เสียงสะอื้นไห้ของร่างที่ขมวดคิ้วหลับตาแน่นดังขาดห้วงปนหอบหายใจ

ทุกคนต่างทำได้เพียงมอง ปภัสสรเห็นเลือดสีจางที่ซึมออกจากมุมปากลูกสาวก็เบนหน้าไม่กล้ามอง ฤหัสเองก็ดอบร่างภรรยาเข้ามากอดมือลูบแผ่นหลังอย่างอ่อนโยน

ปู่รังสิมันต์และศิลาทนจ้องอันวาดอยู่อีกอึดใจแล้วหลับตาก้มหน้าสองมือกำเป็นหมัดแน่นด้วยกันทั้งคู่ ภาพความทรมานนี้เหมือนกับที่หม่อมย่ารัมภาเคยเป็น

ทั้งห้องมีเพียงสองคนที่เหงื่อผุดและเลือดซึมคือหญิงชราและอันวาดที่นอนอยู่บนตั่ง หนึ่งคนกำลังแก้ของส่วนอีกหนึ่งกำลังถูกถอนของ ความเจ็บและทรมานที่ได้รับไม่ต่างกันทั้งคู่

“ไอแก มึงมายุ่งอะไรด้วย” เสียงเข้มสะท้อนก้องดังขึ้นจนทุกคนในห้องได้ยินชัดเจนทุกคน

“เนอ เม่อลู่ เมอ เชอ ละบ่า บา ถง อะค่า เนอบา โทว ไถน” (วิชาที่มึงเรียนมาเอามาใช้ในทางผิดถึงเวลามึงต้องชดใช้) หญิงชราถ่มน้ำหมากพูดเสียงขรึมจากนั้นจึงใช้ปลายมีดปักลงบนภาพวาด 

“กรี๊ดดดด…” ทันทีที่ปลายมีดปักลงบนภาพอันวาดก็กรีดร้องเล็บทั้งสิบจิกลงบนตั่ง ปลายคางเชิดสูงเลือดในปากทะลักจนสำลักไอออกมา 

“อันครับ! พี่อัน!”

“อัน! อันลูก!”

ทั้งศิลา อันวาและพ่อแม่ของอันวาดต่างร้องอุทานเมื่อเห็นสภาพของอันวาด 

“อัน อันเลือดออก” ปภัสสรที่ถูกสามีรวบตัวกอดชี้ไปยังช่วงขาของลูกที่ตอนนี้มีเลือดเปื้อนเลอะอยู่ 

“โอ โคะ” 

“รอก่อนค่ะ รออีกหน่อย” ข้าวหอมเอ่ยบอกทุกคนตามคำของยายมือถูกอันวากุมไว้เช่นกัน 

ส่วนศิลานั้นกลับเข่าอ่อนทรุดตัวอยู่ข้างตั่งไม่กล้าแตะต้องตัวอันวาดแม้แต่น้อย มือสองข้างยกมาขยุ้มผมตัวเองคล้ายคนกำลังคุ้มคลั่งก็ไม่ปาน

“มึงอย่า อย่ามายุ่ง ไอแก่ อย่า มา…” เสียงหวืดเข้มจากภาพตะเบ็งดังแล้วค่อยๆ เงียบหายลงพร้อมกับเลือดที่ทะลักออกจากภาพก็เริ่มเหือดแห้งหายไป 

ร่างที่บิดชักของอันวาดเริ่มสงบลงทว่าเลือดที่เปื้อนช่วงหว่างขากลับเลอะเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ศิลายื่นมือสั่นเทาของตัวเองกุมมืออันวาดเอาไว้ ภาพลักษณ์ลูกผู้ดี ผู้ชายสุขุมไม่มีเหลือ ตอนนี้ขอบตาแดงก่ำมีน้ำตาอาบหน้าไม่เหลือมาดเย่อหยิ่งในวันวานอีกแล้ว

“หลี่ โชะ อังเฆงอ โม้” หญิงชราเอ่ยเสียงพร่า 

“พาไปหาหมอได้แล้วค่ะ” ข้าวหอมรีบเขย่าแขนอันวาเพื่อเตือนเมื่อเห็นว่าทุกคนยังยืนนิ่ง

พอได้สติศิลาก็รีบอุ้มอันวาดแล้วรีบพาไปโรงพยาบาลด้านหลังยังมีฤหัสกับปภัสสรตามมาด้วย ส่วนอันวาที่กำลังจะตามพ่อกับแม่ก็มีท่าทางลังเลเมื่อเห็นอาการคุณยายของข้าวหอม 

“ไปเถอะ ยายไม่เป็นอะไรหรอก” ข้าวหอมพยักหน้าให้อันวาแล้วหันกลับไปช่วยพยุงยายไว้ เห็นว่ายายเองก็พยักหน้าให้ อันวาจึงได้ก้าวเร็วๆ ตามออกไป

ณ โรงพยาบาล อันวาดถูกนำขึ้นเตียงแล้วเข้าห้องตรวจหมอสูติทั้งทีมทำการดูแลอย่างใกล้ชิดผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแพทย์จึงได้ออกมาแจ้งว่าแม่และลูกปลอดภัยดี แต่ยังต้องแอดมิทเพื่อดูอาการให้เด็กแข็งแรงกว่านี้อีกสักวันสองวันเพื่อความมั่นใจ

อันวาที่มีปากเสียงกับศิลาเกี่ยวกับเรื่องพี่สาวถูกพ่อแม่ห้ามแล้วลากตัวออกมาคุยนอกห้อง ถามไถ่ถึงเรื่องไออุ่นก็ทราบมาว่ายังไม่เจอแต่พบร่องรอยเบาะแสแล้ว ส่วนที่อันวารู้เรื่องพี่สาวเกิดเรื่องก็ได้ยายของข้าวหอมเป็นคนบอกจึงได้กลับมาทัน

อีกเรื่องที่สองสามีภรรยาถามคือความสัมพันระหว่างลูกชายกับข้าวหอม เมื่อได้ฟังคำซักไซ้ของพ่อแม่อันวาก็อึกอักมองหน้าบิดามารดาอย่างอึดอัดใจ

“คงไม่ใช่ว่าลูกกับหนูข้าวหอม…” ปภัสสรเอ่ยเท่านี้แล้วเงียบหันมองสามีตาปริบๆ

“คือ…มันเป็นเรื่องที่เราไม่ได้ตั้งใจครับ” อันวาตอบเสียงเบาลงท่าทางกระอักกระอ่วนที่ต้องมาพูดเรื่องนี้กับพ่อแม่

“ไม่ได้ตั้งใจ แปลว่า…” ปภัสสรเอามือทาบอกเบิกตาจ้องลูกชาย “ถึงจะไม่ตั้งใจแต่ลูกจะไม่รับผิดชอบไม่ได้นะ อีกอย่างหนูข้าวหอมยังอายุแค่…” 

“แม่ครับ…ความจริงข้าวหอมอายุยี่สิบสองแล้ว อีกอย่างข้าวหอมเองก็บอกว่าไม่ได้ถือสา เรื่องมันยาวเราคุยกันทีหลังเถอะครับ” อันวาสีหน้ายุ่งยากใจไม่อยากคุยเรื่องนี้ต่อ

“วาลูก แต่ยังไงหนูข้าวหอมก็เป็นผู้หญิงนะ” 

“ไม่ใช่ว่าผมจะไม่รับผิดชอบ แต่…แต่ยายของข้าวหอมไม่อนุญาตครับ” อันวานวดขมับหัวคิ้วขมวดเป็นปม

“ลูกไปทำอะไรให้คุณยายหนูข้าวหอมไม่พอใจเหรอ” 

“เปล่าครับ แต่ข้าวหอมมีสัญญาแต่งงานอยู่แล้ว”

“ห๊ะ…แต่ยังไงก็…” ปภัสสรเองก็พูดไม่ออก 

“ชาวบ้านแถวนั้นมีธรรมเนียมที่ต้องปฏิบัติตามครับ” อันวาอธิบายสั้นๆ ให้พ่อแม่เข้าใจ 

จริงอยู่ว่าเรื่องที่เกิดทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจและข้าวหอมก็เอ่ยปากเองว่าไม่ต้องการความรับผิดชอบอะไร แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเขาก็ไม่สบายอยู่ดี 

“เอาไว้ผมจะคุยกับคุณยายของข้าวหอมอีกทีครับ เรามาคุยเรื่องพี่อันกันก่อนดีกว่า ทำไมพ่อกับแม่ถึงปล่อยให้พี่กับ…คุณศิลา” อันวาเอียงตัวหันไปมองทางประตูห้องพักของพี่สาวแต่แล้วก็ไม่พูดอะไรต่ออีกทำเพียงถอนหายใจเท่านั้น

“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว” ฤหัสตบไหล่ลูกชาย

“ใช่ หลานก็จะมีแล้วจะ…” พูดได้เพียงแค่นี้ปภัสสรก็นิ่งไปเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้รีบมองหน้าสามี

ฤหัสเองก็เหมือนจะนึกถึงสิ่งเดียวกับภรรยาระหว่างที่ทั้งสองยังลังเลใจว่าจะพูดกับลูกชายดีไหมประตูห้องพักก็ถูกเปิด

“อันตื่นแล้วครับ” 

ทั้งสามจึงรีบพากันเข้าไปดู อันวาดที่นอนราบอยู่บนเตียงถึงแก้มจะซูบแต่ดวงตาก็มีประกายสดใส ส่งยิ้มให้กับพ่อแม่และน้องชาย

“เป็นยังไงบ้างลูก” ปภัสสรเดินเข้าไปกุมมือลูกสาวเอาไว้ดวงตาฉ่ำน้ำขึ้น

“หนูไม่เป็นอะไรค่ะ” อันวาดกระชับมือมารดากลับดวงตารื้นน้ำตาขึ้น

“พี่อัน!”

“อะไร พี่หลับไปเป็นเดือนเพิ่งดีขึ้น อย่าบ่นนะ”

“...ไม่ได้จะบ่นสักหน่อย แค่จะบอกว่าต่อไปก็ดูแลตัวเองดีๆ หลานผมจะได้โตไวไว อยู่ที่อื่นถ้าคนดูแลไม่ดีก็กลับบ้านเรา” อันวาพูดกับพี่สาวแต่สายตายังไม่ยอมมองไปทางศิลา

“ไม่ต้องห่วง พี่จะดูแลพี่สาวกับหลานเราให้ดีที่สุด ต่อไปจะขุนให้ตัวโตทั้งแม่ทั้งลูกเลย” ศิลายิ้มบางนั่งอยู่ข้างเตียงเอ่ยขึ้น

“ให้มันจริงอย่างพูดเถอะ” อันวาพึมพำมองข้ามใบหน้าอมยิ้มของศิลาไปคุยกับพี่สาว

หน้าที่นอนเฝ้าอันวาดเป็นของศิลา อันวาและสองสามีภรรยาหลังพูดคุยกันพักใหญ่ก็ขอตัวกลับ ทางอันวาเองก็ต้องรีบกลับเช่นกันเพราะข้าวหอมและยายจะกลับต่างจังหวัดโดยไม่ค้างที่อื่น ทางสองสามีภรรยาก็กลับไปพักบ้านที่ศิลาเคยจัดไว้ให้พัก คุณปู่ก็กลับวังตากอากาศของตัวเอง

“ยังเจ็บตรงไหนไหมครับ” 

“ไม่ค่ะ”

“แล้วมีตรงไหนที่รู้สึกไม่สบายไหมครับ”

“ไม่ค่ะ”

“เวียนหัวไหมครับ”

“ไม่ค่ะ แต่…”

“แต่อะไรครับ หรือปวดตรงไหนพี่จะได้เรียกหมอ”

“ไม่ปวดค่ะ แต่ช่วยปล่อยมืออันก่อนได้ไหมคะ”

อันวาดยิ้มบางพร้อมกับมองมือตัวเองที่ถูกกุมไว้ตลอดตั้งแต่ตื่นมาจนเปียกเหงื่อไปหมด แถมศิลาก็ยังคอยถามไม่หยุดจากปกติตอนนี้เธอเริ่มจะเวียนหัวขึ้นมาแล้วจริงๆ

“ครับ” ศิลายอมปล่อยแต่ก็เอื้อมมือวางบนหน้าท้องอันวาดแทน

“ไม่เมื่อยเหรอคะ” อันวาดถามพลางส่ายหน้ายิ้มเบาๆ กับทางของศิลา

“ไม่ครับ อันเมื่อยเหรอ ตรงไหนพี่นวดให้” 

“เมื่อยทั้งตัวเลยค่ะ”

“งั้นมาครับพี่นวดให้ เมื่อยตรงไหนสุดจะได้นวดให้ก่อน” 

“ตรงนี้ค่ะ” อันวาดจิ้มลงบนแก้มตัวเองยังเอียงหน้าน้อยๆ ให้ศิลา

“หื้ม…ครับ” ศิลาพยักหน้ายกสองมือประคองแก้มของอันวาดคล้ายจะคลึงให้แต่ไม่ได้ออกแรงที่ฝ่ามือกลับโน้มหน้าต่ำลงมาแล้วกดจมูกฝังลงบนแก้มทั้งสองข้างแทน

“พี่รักอันกับลูกนะครับ” ปลายจมูกโด่งเป็นสันประทับอยู่บนปลายจมูกเชิดรั้นของอันวาด เสียงทุ้มเอ่ยชิดอยู่ใกล้ริมฝีปากกระจับ

“อันก็…” ฝ่ามือนุ่มยกขึ้นมาประคองแก้มที่ตอบลงอย่างเห็นได้ชัดของศิลา นัยน์สีนิลที่สบประสานหากันต่างสะท้อนภาพของกันและกัน ฉายถึงความห่วงใยและรักใคร่เต็มเปี่ยม 

“อันก็รักคุณศิลาค่ะ”

“ขอบคุณครับ” แขนแกร่งรวบร่างเล็กที่ยังนอนอยู่บนเตียงกอดกระชับพุดเสียงพร่าชิดหูฝังใบหน้าอยู่ซอกคอ

“ร้องไห้เหรอคะ” อันวาดรู้สึกว่าข้างลำคอตัวเองเปียกจึงถามขึ้นพร้อมกับลูบหลังกว้าง

“ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมช่วงนี้ถึงอ่อนไหวง่าย คงเพราะเมียท้อง”

“มันเกี่ยวกันด้วยเหรอคะ” อันวาดกะพริบตาอมยิ้มถามคนที่ยังคงเสียงพร่าอยู่ที่ซอกคอตัวเอง

“เกี่ยวครับ ก็พี่รักเมียกับลูกมาก” 

“อืม…” อันวาดหมดคำพูดกับตรรกะแปลกๆ ของอีกฝ่ายได้แต่ยิ้มเอ็นดู

หลังปรับอารมณ์พูดคุยหยอกล้อกันไปสักพักศิลาจึงได้บอกเล่าถึงสิ่งที่รับปากก่อนทำพิธีให้อันวาดฟัง ซึ่งอันวาดพอได้ฟังก็เข้าใจและยอมรับ ยังได้รู้ว่าถูกพาไปแก้ของหลายที่แต่ไม่มีที่ไหนช่วยได้ 

เพราะนอนมานานอันวาดที่ถึงแม้จะถูกสั่งให้นอนพักแต่ก็นอนไม่หลับ ทั้งสองพูดคุยกันหลายเรื่องรวมถึงลงความเห็นว่าจะจัดงานแต่งหลังจากคลอดลูกแล้วโดยหลังอันวาดออกจากโรงพยาบาลก็จะจดทะเบียนสมรสกันก่อน

เมื่ออยู่ดูอาการสองคืนแล้วทุกอย่างเป็นปกติแพทย์ยืนยันว่าปลอดภัยทั้งแม่และลูกในท้อง อันวาดจึงได้กลับมาพักฟื้นอยู่บ้านโดยศิลายังจ้างพยาบาลพิเศษมาด้วยหนึ่งคน ถึงจะชอบความเป็นส่วนตัวแต่เพื่อความปลอดภัยของลูกและเมียก็ยอมให้มีคนอื่นมาเพ่นพ่านเพิ่มในบ้าน อีกทั้งยังให้ป้าละเอียดมาอยู่ด้วยอีกคนเพื่อคอยทำอาหารให้อันวาด