“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาปไสยเวท“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง
รับแหวนไปใส่รวมไว้ในพานแล้วจึงได้เริ่มสวดท่องคาถาใหม่อีกครั้ง ท่วงทำนองคล้ายบทเพลงแต่กลับวังเวงและรอบห้องที่ก่อนหน้ายังอุณหภูมิปกติตอนนี้กลับเย็นลง เสียงหวีดแหลมดังยาวเสียดหูก้องไปทั้งห้อง
ร่างที่นอนนิ่งสนิทอยู่บนตั่งตอนนี้เริ่มขยับดิ้นทุรนทุรายใบหน้าของอันวาดเริ่มมีเหงื่อผุดตอนศิลากำลังจะเข้าไปดูอาการก็ถูกสายตาของหญิงชราปรามไว้โดยไร้คำพูด
ยิ่งเสียงท่องคาถาดังภาพวาดนั้นยิ่งมีของเหลวไหลเพิ่มขึ้นทุกขณะรวมไปถึงเหงื่อและอาการทรมานของอันวาดด้วยเช่นกัน
“พี่ลม อันขอโทษ อันไม่ได้ ตั้งใจ” เสียงสะอื้นไห้ของร่างที่ขมวดคิ้วหลับตาแน่นดังขาดห้วงปนหอบหายใจ
ทุกคนต่างทำได้เพียงมอง ปภัสสรเห็นเลือดสีจางที่ซึมออกจากมุมปากลูกสาวก็เบนหน้าไม่กล้ามอง ฤหัสเองก็ดอบร่างภรรยาเข้ามากอดมือลูบแผ่นหลังอย่างอ่อนโยน
ปู่รังสิมันต์และศิลาทนจ้องอันวาดอยู่อีกอึดใจแล้วหลับตาก้มหน้าสองมือกำเป็นหมัดแน่นด้วยกันทั้งคู่ ภาพความทรมานนี้เหมือนกับที่หม่อมย่ารัมภาเคยเป็น
ทั้งห้องมีเพียงสองคนที่เหงื่อผุดและเลือดซึมคือหญิงชราและอันวาดที่นอนอยู่บนตั่ง หนึ่งคนกำลังแก้ของส่วนอีกหนึ่งกำลังถูกถอนของ ความเจ็บและทรมานที่ได้รับไม่ต่างกันทั้งคู่
“ไอแก มึงมายุ่งอะไรด้วย” เสียงเข้มสะท้อนก้องดังขึ้นจนทุกคนในห้องได้ยินชัดเจนทุกคน
“เนอ เม่อลู่ เมอ เชอ ละบ่า บา ถง อะค่า เนอบา โทว ไถน” (วิชาที่มึงเรียนมาเอามาใช้ในทางผิดถึงเวลามึงต้องชดใช้) หญิงชราถ่มน้ำหมากพูดเสียงขรึมจากนั้นจึงใช้ปลายมีดปักลงบนภาพวาด
“กรี๊ดดดด…” ทันทีที่ปลายมีดปักลงบนภาพอันวาดก็กรีดร้องเล็บทั้งสิบจิกลงบนตั่ง ปลายคางเชิดสูงเลือดในปากทะลักจนสำลักไอออกมา
“อันครับ! พี่อัน!”
“อัน! อันลูก!”
ทั้งศิลา อันวาและพ่อแม่ของอันวาดต่างร้องอุทานเมื่อเห็นสภาพของอันวาด
“อัน อันเลือดออก” ปภัสสรที่ถูกสามีรวบตัวกอดชี้ไปยังช่วงขาของลูกที่ตอนนี้มีเลือดเปื้อนเลอะอยู่
“โอ โคะ”
“รอก่อนค่ะ รออีกหน่อย” ข้าวหอมเอ่ยบอกทุกคนตามคำของยายมือถูกอันวากุมไว้เช่นกัน
ส่วนศิลานั้นกลับเข่าอ่อนทรุดตัวอยู่ข้างตั่งไม่กล้าแตะต้องตัวอันวาดแม้แต่น้อย มือสองข้างยกมาขยุ้มผมตัวเองคล้ายคนกำลังคุ้มคลั่งก็ไม่ปาน
“มึงอย่า อย่ามายุ่ง ไอแก่ อย่า มา…” เสียงหวืดเข้มจากภาพตะเบ็งดังแล้วค่อยๆ เงียบหายลงพร้อมกับเลือดที่ทะลักออกจากภาพก็เริ่มเหือดแห้งหายไป
ร่างที่บิดชักของอันวาดเริ่มสงบลงทว่าเลือดที่เปื้อนช่วงหว่างขากลับเลอะเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ศิลายื่นมือสั่นเทาของตัวเองกุมมืออันวาดเอาไว้ ภาพลักษณ์ลูกผู้ดี ผู้ชายสุขุมไม่มีเหลือ ตอนนี้ขอบตาแดงก่ำมีน้ำตาอาบหน้าไม่เหลือมาดเย่อหยิ่งในวันวานอีกแล้ว
“หลี่ โชะ อังเฆงอ โม้” หญิงชราเอ่ยเสียงพร่า
“พาไปหาหมอได้แล้วค่ะ” ข้าวหอมรีบเขย่าแขนอันวาเพื่อเตือนเมื่อเห็นว่าทุกคนยังยืนนิ่ง
พอได้สติศิลาก็รีบอุ้มอันวาดแล้วรีบพาไปโรงพยาบาลด้านหลังยังมีฤหัสกับปภัสสรตามมาด้วย ส่วนอันวาที่กำลังจะตามพ่อกับแม่ก็มีท่าทางลังเลเมื่อเห็นอาการคุณยายของข้าวหอม
“ไปเถอะ ยายไม่เป็นอะไรหรอก” ข้าวหอมพยักหน้าให้อันวาแล้วหันกลับไปช่วยพยุงยายไว้ เห็นว่ายายเองก็พยักหน้าให้ อันวาจึงได้ก้าวเร็วๆ ตามออกไป
ณ โรงพยาบาล อันวาดถูกนำขึ้นเตียงแล้วเข้าห้องตรวจหมอสูติทั้งทีมทำการดูแลอย่างใกล้ชิดผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแพทย์จึงได้ออกมาแจ้งว่าแม่และลูกปลอดภัยดี แต่ยังต้องแอดมิทเพื่อดูอาการให้เด็กแข็งแรงกว่านี้อีกสักวันสองวันเพื่อความมั่นใจ
อันวาที่มีปากเสียงกับศิลาเกี่ยวกับเรื่องพี่สาวถูกพ่อแม่ห้ามแล้วลากตัวออกมาคุยนอกห้อง ถามไถ่ถึงเรื่องไออุ่นก็ทราบมาว่ายังไม่เจอแต่พบร่องรอยเบาะแสแล้ว ส่วนที่อันวารู้เรื่องพี่สาวเกิดเรื่องก็ได้ยายของข้าวหอมเป็นคนบอกจึงได้กลับมาทัน
อีกเรื่องที่สองสามีภรรยาถามคือความสัมพันระหว่างลูกชายกับข้าวหอม เมื่อได้ฟังคำซักไซ้ของพ่อแม่อันวาก็อึกอักมองหน้าบิดามารดาอย่างอึดอัดใจ
“คงไม่ใช่ว่าลูกกับหนูข้าวหอม…” ปภัสสรเอ่ยเท่านี้แล้วเงียบหันมองสามีตาปริบๆ
“คือ…มันเป็นเรื่องที่เราไม่ได้ตั้งใจครับ” อันวาตอบเสียงเบาลงท่าทางกระอักกระอ่วนที่ต้องมาพูดเรื่องนี้กับพ่อแม่
“ไม่ได้ตั้งใจ แปลว่า…” ปภัสสรเอามือทาบอกเบิกตาจ้องลูกชาย “ถึงจะไม่ตั้งใจแต่ลูกจะไม่รับผิดชอบไม่ได้นะ อีกอย่างหนูข้าวหอมยังอายุแค่…”
“แม่ครับ…ความจริงข้าวหอมอายุยี่สิบสองแล้ว อีกอย่างข้าวหอมเองก็บอกว่าไม่ได้ถือสา เรื่องมันยาวเราคุยกันทีหลังเถอะครับ” อันวาสีหน้ายุ่งยากใจไม่อยากคุยเรื่องนี้ต่อ
“วาลูก แต่ยังไงหนูข้าวหอมก็เป็นผู้หญิงนะ”
“ไม่ใช่ว่าผมจะไม่รับผิดชอบ แต่…แต่ยายของข้าวหอมไม่อนุญาตครับ” อันวานวดขมับหัวคิ้วขมวดเป็นปม
“ลูกไปทำอะไรให้คุณยายหนูข้าวหอมไม่พอใจเหรอ”
“เปล่าครับ แต่ข้าวหอมมีสัญญาแต่งงานอยู่แล้ว”
“ห๊ะ…แต่ยังไงก็…” ปภัสสรเองก็พูดไม่ออก
“ชาวบ้านแถวนั้นมีธรรมเนียมที่ต้องปฏิบัติตามครับ” อันวาอธิบายสั้นๆ ให้พ่อแม่เข้าใจ
จริงอยู่ว่าเรื่องที่เกิดทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจและข้าวหอมก็เอ่ยปากเองว่าไม่ต้องการความรับผิดชอบอะไร แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเขาก็ไม่สบายอยู่ดี
“เอาไว้ผมจะคุยกับคุณยายของข้าวหอมอีกทีครับ เรามาคุยเรื่องพี่อันกันก่อนดีกว่า ทำไมพ่อกับแม่ถึงปล่อยให้พี่กับ…คุณศิลา” อันวาเอียงตัวหันไปมองทางประตูห้องพักของพี่สาวแต่แล้วก็ไม่พูดอะไรต่ออีกทำเพียงถอนหายใจเท่านั้น
“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว” ฤหัสตบไหล่ลูกชาย
“ใช่ หลานก็จะมีแล้วจะ…” พูดได้เพียงแค่นี้ปภัสสรก็นิ่งไปเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้รีบมองหน้าสามี
ฤหัสเองก็เหมือนจะนึกถึงสิ่งเดียวกับภรรยาระหว่างที่ทั้งสองยังลังเลใจว่าจะพูดกับลูกชายดีไหมประตูห้องพักก็ถูกเปิด
“อันตื่นแล้วครับ”
ทั้งสามจึงรีบพากันเข้าไปดู อันวาดที่นอนราบอยู่บนเตียงถึงแก้มจะซูบแต่ดวงตาก็มีประกายสดใส ส่งยิ้มให้กับพ่อแม่และน้องชาย
“เป็นยังไงบ้างลูก” ปภัสสรเดินเข้าไปกุมมือลูกสาวเอาไว้ดวงตาฉ่ำน้ำขึ้น
“หนูไม่เป็นอะไรค่ะ” อันวาดกระชับมือมารดากลับดวงตารื้นน้ำตาขึ้น
“พี่อัน!”
“อะไร พี่หลับไปเป็นเดือนเพิ่งดีขึ้น อย่าบ่นนะ”
“...ไม่ได้จะบ่นสักหน่อย แค่จะบอกว่าต่อไปก็ดูแลตัวเองดีๆ หลานผมจะได้โตไวไว อยู่ที่อื่นถ้าคนดูแลไม่ดีก็กลับบ้านเรา” อันวาพูดกับพี่สาวแต่สายตายังไม่ยอมมองไปทางศิลา
“ไม่ต้องห่วง พี่จะดูแลพี่สาวกับหลานเราให้ดีที่สุด ต่อไปจะขุนให้ตัวโตทั้งแม่ทั้งลูกเลย” ศิลายิ้มบางนั่งอยู่ข้างเตียงเอ่ยขึ้น
“ให้มันจริงอย่างพูดเถอะ” อันวาพึมพำมองข้ามใบหน้าอมยิ้มของศิลาไปคุยกับพี่สาว
หน้าที่นอนเฝ้าอันวาดเป็นของศิลา อันวาและสองสามีภรรยาหลังพูดคุยกันพักใหญ่ก็ขอตัวกลับ ทางอันวาเองก็ต้องรีบกลับเช่นกันเพราะข้าวหอมและยายจะกลับต่างจังหวัดโดยไม่ค้างที่อื่น ทางสองสามีภรรยาก็กลับไปพักบ้านที่ศิลาเคยจัดไว้ให้พัก คุณปู่ก็กลับวังตากอากาศของตัวเอง
“ยังเจ็บตรงไหนไหมครับ”
“ไม่ค่ะ”
“แล้วมีตรงไหนที่รู้สึกไม่สบายไหมครับ”
“ไม่ค่ะ”
“เวียนหัวไหมครับ”
“ไม่ค่ะ แต่…”
“แต่อะไรครับ หรือปวดตรงไหนพี่จะได้เรียกหมอ”
“ไม่ปวดค่ะ แต่ช่วยปล่อยมืออันก่อนได้ไหมคะ”
อันวาดยิ้มบางพร้อมกับมองมือตัวเองที่ถูกกุมไว้ตลอดตั้งแต่ตื่นมาจนเปียกเหงื่อไปหมด แถมศิลาก็ยังคอยถามไม่หยุดจากปกติตอนนี้เธอเริ่มจะเวียนหัวขึ้นมาแล้วจริงๆ
“ครับ” ศิลายอมปล่อยแต่ก็เอื้อมมือวางบนหน้าท้องอันวาดแทน
“ไม่เมื่อยเหรอคะ” อันวาดถามพลางส่ายหน้ายิ้มเบาๆ กับทางของศิลา
“ไม่ครับ อันเมื่อยเหรอ ตรงไหนพี่นวดให้”
“เมื่อยทั้งตัวเลยค่ะ”
“งั้นมาครับพี่นวดให้ เมื่อยตรงไหนสุดจะได้นวดให้ก่อน”
“ตรงนี้ค่ะ” อันวาดจิ้มลงบนแก้มตัวเองยังเอียงหน้าน้อยๆ ให้ศิลา
“หื้ม…ครับ” ศิลาพยักหน้ายกสองมือประคองแก้มของอันวาดคล้ายจะคลึงให้แต่ไม่ได้ออกแรงที่ฝ่ามือกลับโน้มหน้าต่ำลงมาแล้วกดจมูกฝังลงบนแก้มทั้งสองข้างแทน
“พี่รักอันกับลูกนะครับ” ปลายจมูกโด่งเป็นสันประทับอยู่บนปลายจมูกเชิดรั้นของอันวาด เสียงทุ้มเอ่ยชิดอยู่ใกล้ริมฝีปากกระจับ
“อันก็…” ฝ่ามือนุ่มยกขึ้นมาประคองแก้มที่ตอบลงอย่างเห็นได้ชัดของศิลา นัยน์สีนิลที่สบประสานหากันต่างสะท้อนภาพของกันและกัน ฉายถึงความห่วงใยและรักใคร่เต็มเปี่ยม
“อันก็รักคุณศิลาค่ะ”
“ขอบคุณครับ” แขนแกร่งรวบร่างเล็กที่ยังนอนอยู่บนเตียงกอดกระชับพุดเสียงพร่าชิดหูฝังใบหน้าอยู่ซอกคอ
“ร้องไห้เหรอคะ” อันวาดรู้สึกว่าข้างลำคอตัวเองเปียกจึงถามขึ้นพร้อมกับลูบหลังกว้าง
“ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมช่วงนี้ถึงอ่อนไหวง่าย คงเพราะเมียท้อง”
“มันเกี่ยวกันด้วยเหรอคะ” อันวาดกะพริบตาอมยิ้มถามคนที่ยังคงเสียงพร่าอยู่ที่ซอกคอตัวเอง
“เกี่ยวครับ ก็พี่รักเมียกับลูกมาก”
“อืม…” อันวาดหมดคำพูดกับตรรกะแปลกๆ ของอีกฝ่ายได้แต่ยิ้มเอ็นดู
หลังปรับอารมณ์พูดคุยหยอกล้อกันไปสักพักศิลาจึงได้บอกเล่าถึงสิ่งที่รับปากก่อนทำพิธีให้อันวาดฟัง ซึ่งอันวาดพอได้ฟังก็เข้าใจและยอมรับ ยังได้รู้ว่าถูกพาไปแก้ของหลายที่แต่ไม่มีที่ไหนช่วยได้
เพราะนอนมานานอันวาดที่ถึงแม้จะถูกสั่งให้นอนพักแต่ก็นอนไม่หลับ ทั้งสองพูดคุยกันหลายเรื่องรวมถึงลงความเห็นว่าจะจัดงานแต่งหลังจากคลอดลูกแล้วโดยหลังอันวาดออกจากโรงพยาบาลก็จะจดทะเบียนสมรสกันก่อน
เมื่ออยู่ดูอาการสองคืนแล้วทุกอย่างเป็นปกติแพทย์ยืนยันว่าปลอดภัยทั้งแม่และลูกในท้อง อันวาดจึงได้กลับมาพักฟื้นอยู่บ้านโดยศิลายังจ้างพยาบาลพิเศษมาด้วยหนึ่งคน ถึงจะชอบความเป็นส่วนตัวแต่เพื่อความปลอดภัยของลูกและเมียก็ยอมให้มีคนอื่นมาเพ่นพ่านเพิ่มในบ้าน อีกทั้งยังให้ป้าละเอียดมาอยู่ด้วยอีกคนเพื่อคอยทำอาหารให้อันวาด