เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
"เราต้องรีบไปจากที่นี่" หลี่หยางเดินเข้ามาประชิดนาง มือของเขายังคงกุมด้ามดาบที่ชุ่มไปด้วยคราบเขม่า แววตาพยัคฆ์กวาดมองไปทางตีนเขาที่เริ่มเห็นเงาของกองทหารเกราะม่วงที่กำลังรุดหน้าขึ้นมา "ราชครูอาจตายแล้ว แต่หูตาของเขายังมีอยู่ทั่วจินหลิง"
"คุณหนูเจ้าคะ! รถม้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะ!" เสี่ยวชุนตะโกนเรียกมาจากแนวป่า นางพยายามพยุงอ๋องสิบเอ็ดขึ้นบนรถอย่างทุลักทุเล โดยมีคนของหอเมฆาคอยคุ้มกันอยู่รอบๆ
เซียวหลันหันกลับไปมองยอดเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะกระโดดขึ้นรถม้า "หลี่หยาง กล่องที่สามนั่นสำคัญมาก พ่อของข้าจงใจแยกมันไว้ และการที่นินจาตระกูลเยี่ยชิงมันไปได้ แสดงว่าฮองเฮาไม่ได้เล่นหมากฝั่งเดียวกับเราทั้งหมด"
"นางต้องการสิ่งที่เหนือกว่ายารักษา..." อ๋องสิบเอ็ดเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงแต่ยังคงความเฉียบคม "นางต้องการความจริงที่จะทำให้บัลลังก์สั่นคลอน เพื่อที่นางจะได้กลายเป็นผู้เดียวที่พยุงมันไว้"
เมื่อรถม้าลอบเข้าสู่เขตเมืองหลวงผ่านทางประตูน้ำอีกครั้ง ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เซียวหลันรู้สึกเย็นยะเยือกยิ่งกว่าตอนอยู่บนยอดเขาหิมะเสียอีก
ควันสีม่วงอ่อนๆ ลอยจางๆ อยู่ตามท้องถนน ไม่ใช่ควันจากการหุงหาอาหาร แต่เป็นหมอกน้ำทิพย์ที่ถูกจุดขึ้นจากกระถางธูปหลวงตามมุมเมือง ผู้คนเดินเหม่อลอยไปมาประหนึ่งซากศพที่มีชีวิต บางคนยิ้มกริ่มทั้งน้ำตาขณะสูดดมไอระเหยนั้นเข้าไป
"นี่มันคือการมอมเมาทั้งเมืองหลวง!" เซียวหลันกัดฟันแน่น นางหยิบผ้าสะอาดขึ้นมาชุบสารละลายกรดอ่อนๆ แล้วแจกจ่ายให้ทุกคนใช้ปิดจมูก "พวกมันไม่ได้แค่ให้ดื่ม แต่พวกมันรมก๊าซใส่คนทั้งเมือง"
"หอเมฆาถูกสั่งปิดแล้วเจ้าค่ะคุณหนู" เสี่ยวชุนกระซิบพลางชี้ไปยังอาคารที่เคยรุ่งเรืองซึ่งตอนนี้ถูกตอกไม้ปิดตาย "ท่านไป๋อวิ๋นส่งข่าวมาว่าเขาต้องย้ายฐานลับไปที่โรงเตี๊ยมท้ายตลาดนัดแทน"
ภายในห้องลับที่อับชื้นใต้โรงเตี๊ยมท้ายตลาด เซียวหลันนำฉลองพระองค์เปื้อนเลือดและตราประทับที่ได้จากกล่องที่สองออกมาวางบนโต๊ะไม้ แสงเทียนวูบไหวทำให้คราบเลือดบนเสื้อดูเข้มประหนึ่งหยาดน้ำตาของคนตาย
"หลี่หยาง ท่านช่วยดูตราประทับนี้ที"
หลี่หยางรับไปพิจารณา แววตาของเขาเบิกกว้างขึ้น “นี่ไม่ใช่ตราประทับธรรมดา แต่มันคือ ตราเรียกทัพบูรพา ทหารที่ประจำการอยู่ชายแดนฝั่งตะวันออกที่ไม่เคยขึ้นตรงต่อองค์ชายสาม หรือแม้แต่ราชครู"
"หมายความว่า พ่อของข้าต้องการให้ข้ามีกำลังทหารอยู่ในมือสินะ" เซียวหลันพึมพำ "แต่ฉลองพระองค์นี้ล่ะ? เลือดพวกนี้มันบอกอะไรเรา?"
เซียวหลันไม่รอช้า นางใช้ความรู้นิติเวชที่ติดตัวมาตั้งแต่อนาคต นางหยิบสารสกัดจากรากไม้และน้ำเค็มเข้มข้นขึ้นมาหยดลงบนคราบเลือดเก่าๆ นั้น
"ปฏิกิริยานี้จะบอกเราว่า เลือดนี้มีสารพิษชนิดไหนปนอยู่บ้าง..."
ไม่กี่ลมหายใจ คราบเลือดนั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ และส่งกลิ่นไหม้จางๆ
"ไม่ใช่แค่น้ำทิพย์ลืมกาล..." เซียวหลันหน้าซีด "มันมีสารเร่งปฏิกิริยาโลหะหนักปนอยู่ด้วย ฮ่องเต้องค์ก่อนถูกวางยาให้ร่างกายค่อยๆ กลายเป็นหินจากภายในสู่ภายนอก นี่คือเหตุผลที่โลงศพของพระองค์ต้องปิดสนิท"
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูที่จังหวะแปลกๆ ดังขึ้น ไป๋อวิ๋นเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเกินกว่าที่เคยเป็น ในมือเขามีซองจดหมายสีทองประทับตราหงส์เหิน
"มีคนฝากสิ่งนี้มาให้แม่นางเซียว..."
เซียวหลันเปิดอ่าน เนื้อความในกระดาษเขียนด้วยลายมือบรรจงที่งดงามทว่าเปี่ยมด้วยแรงกดดัน
"กล่องที่สามถูกเปิดออกแล้ว ความจริงเรื่องบิดาของเจ้า และบุตรที่แท้จริงของราชวงศ์ รอให้เจ้ามาพิสูจน์ด้วยตาตนเองในงานเลี้ยงฉลองชัยชนะที่ตำหนักในคืนพรุ่งนี้ หากเจ้าไม่มา... ข้าจะเผาทำลายหลักฐานสุดท้ายของตระกูลเซียวทิ้งเสีย
— เยี่ยเฟิ่ง ฮองเฮา"
"หมากกระดานสุดท้าย..." เซียวหลันขยำจดหมายในมือ "นางไม่ได้ชวนข้าไปกินเลี้ยง แต่นางชวนข้าไปปิดฉากเรื่องนี้"
หลี่หยางวางมือบนไหล่ของเซียวหลัน "ถ้าเจ้าจะเข้าวัง ข้าก็จะเข้าวังไปกับเจ้า ต่อให้ต้องพังกำแพงวังลงมา ข้าก็จะไม่ยอมให้ใครแตะต้องเจ้า"
เซียวหลันยิ้มออกมาอย่างมุ่งมั่น นางมองไปที่กล่องผลึกดาราสีทองที่ยังเหลืออยู่ "ในเมื่อนางอยากเล่นใหญ่ ข้าก็จะจัดให้ พรุ่งนี้จินหลิงจะต้องตื่นจากความฝันที่เลวร้ายนี้เสียที!”