เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
หัวใจของเซียวหลันกระตุกวูบไปชั่วขณะหนึ่ง ทว่าสีหน้าภายใต้การตกแต่งด้วยคราบยาและสีสกัดจากรากไม้ยังคงนิ่งสนิทประหนึ่งผิวน้ำในบ่อน้ำลึก นางรู้ดีว่าในสงครามประสาทเช่นนี้ ใครที่กะพริบตาก่อนคือผู้พ่ายแพ้
นางค่อยๆ เงยหน้าที่ดูแก่ชราขึ้นสบตาข้ามม่านมุกที่สั่นไหว แววตาของฮองเฮาเยี่ยเฟิ่งที่จ้องมองมานั้นแหลมคมประหนึ่งเข็มเงินที่พร้อมจะทิ่มแทงทุกความลับที่ซ่อนอยู่
ความเงียบที่เข้าปกคลุมตำหนักเฟิ่งหวงนั้นบีบคั้นจนได้ยินเสียงหยดน้ำที่ไหลลงจากนาฬิกาทรายไม้แกะสลัก กลิ่นเครื่องหอมที่เซียวหลันเตรียมมายังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ แต่มันกลับถูกกลบด้วยกลิ่นอายแห่งอำนาจที่แผ่ออกมาจากสตรีผู้นั่งอยู่บนบัลลังก์หงส์
"หม่อมฉันมิได้แปลกใจที่พระนางทรงมีพระนาสิกที่เป็นเลิศเพคะ" เซียวหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เลิกแหบพร่า แต่นิ่งสงบและกังวานในแบบของตนเอง นางค่อยๆ ยืดแผ่นหลังที่เคยแกล้งทำเป็นค่อมให้ตรงสง่า "กลิ่นกุหลาบพันปีนั้นซึมลึกอยู่ในสายเลือดของตระกูลเซียว แม้กาลเวลาจะผ่านไปยี่สิบปี แต่มันยังคงย้ำเตือนถึงสิ่งที่ถูกช่วงชิงไปในอดีต"
ฮองเฮาเยี่ยเฟิ่งเลิกพระขนงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะโบกพระหัตถ์เป็นสัญญาณให้นางกำนัลและองครักษ์ออกไปจากโถงชั้นในทั้งหมด เมื่อสิ้นเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ ฮองเฮาก็ทรงลุกขึ้นเดินลงมาจากแท่นประทับ ชายอาภรณ์สีทองลากไล้ไปกับพื้นหินขัดเงาประหนึ่งเกล็ดมังกร
"เจ้ามีความกล้าสมกับเป็นลูกสาวของเซียวเยี่ย" ฮองเฮาหยุดยืนห่างจากเซียวหลันเพียงสามก้าว "เจ้าคงคิดว่าข้าจะเรียกทหารมาจับเจ้าส่งให้ราชครูสินะ? แต่เจ้าคงลืมไปว่าในวังหลวงแห่งนี้ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร มีเพียงผลประโยชน์ที่ลงตัวเท่านั้น"
เซียวหลันหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด "พระนางหมายความว่าอย่างไรเพคะ? ในเมื่อน้ำทิพย์ลืมกาลก็คือผลงานของตระกูลเยี่ยของพระนางมิใช่หรือ?"
"น้ำทิพย์นั่น... มันคือดาบสองคม" ฮองเฮาเอ่ยพลางทอดพระเนตรออกไปนอกหน้าต่างที่มองเห็นทิวทัศน์ของพระราชวังอันกว้างใหญ่ "มันทำให้ขุนนางสยบยอม แต่มันก็ทำให้ผู้คนกลายเป็นเพียงซากศพที่เดินได้ แผ่นดินที่เต็มไปด้วยคนไร้วิญญาณ จะมีประโยชน์อะไรให้ข้าปกครอง? อีกทั้ง..."
นางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมามองเซียวหลันด้วยแววตาที่สั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที "น้ำทิพย์นั่นมีผลข้างเคียงที่ราชครูปิดบังไว้ ใครก็ตามที่ใช้มันเกินขนาด หัวใจจะค่อยๆ แข็งตัวและหยุดเต้นไปในที่สุด และตอนนี้... บุตรชายของข้าองค์ชายใหญ่ก็กำลังเผชิญกับชะตากรรมนั้น"
เซียวหลันเข้าใจในทันที ภารกิจลอบเร้นครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนไปเป็นการเจรจาต่อรองทางการแพทย์แทน
"หม่อมฉันขอดูอาการขององค์ชายใหญ่ได้หรือไม่เพคะ?" เซียวหลันถาม แม้ในใจจะยังไม่ไว้ใจสตรีผู้นี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สัญชาตญาณหมอของนางบอกว่านี่คือโอกาสทองที่จะเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก
ฮองเฮาเยี่ยเฟิ่งไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่นางกลับเดินไปที่มุมหนึ่งของตำหนักแล้วหมุนแจกันหินโบราณ กลไกเสียงดังครืดแผ่วเบาเผยให้เห็นช่องลับที่ซ่อนอยู่ใต้แท่นวางรูปสลัก นางหยิบหีบไม้จันทน์ขนาดเล็กออกมา แล้วส่งให้เซียวหลัน
"ก่อนจะไปดูอาการของเขา... เจ้าจงดูสิ่งนี้เสียก่อน"
เมื่อเซียวหลันเปิดหีบออก นางก็ต้องเบิกตากว้าง ภายในนั้นไม่ใช่ทองหยองหรืออัญมณี แต่มันคือกุญแจหินสีดำที่มีลวดลายสลักเป็นรูปดาวหกแฉก แบบเดียวกับที่นางเห็นในนิมิตตอนที่สกัดดาราสีทอง
"นี่คือของที่พ่อของเจ้าฝากไว้กับข้าก่อนที่เขาจะหนีออกจากเมืองหลวงเมื่อยี่สิบปีก่อน" ฮองเฮากระซิบ "เขาบอกว่าวันหนึ่งหากบุตรสาวของเขาทำดาราสีทองได้สำเร็จ นางจะต้องใช้กุญแจดอกนี้เปิดกล่องที่สองที่สุสานหลวง เพราะสิ่งที่อยู่ในกล่องนั้นคือสิ่งเดียวที่จะล้างพิษของน้ำทิพย์ลืมกาลได้อย่างถาวร"
"ท่านพ่อ... ฝากไว้กับพระนาง?" เซียวหลันรู้สึกเหมือนความจริงรอบตัวเริ่มหมุนวน "ทำไมพระนางถึงไม่ส่งมันให้ราชครูหรือองค์ชายสาม?"
"เพราะข้ารู้ว่าราชครูจะใช้มันเพื่อครอบครองโลก ไม่ใช่เพื่อรักษาชีวิต" ฮองเฮาจ้องมองเซียวหลันอย่างจริงจัง "เจ้าเป็นหมอ... เจ้าคงเข้าใจว่าความรู้ที่มากเกินไปในมือคนโฉด คือหายนะที่แท้จริง"
ขณะที่เซียวหลันกำลังจะหยิบกุญแจหินขึ้นมา เสียงระฆังเตือนภัยจากด้านนอกก็ดังขึ้นสลับกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่น
"ทหารองครักษ์เสื้อแพร! พวกมันมาที่นี่ได้อย่างไร!" ฮองเฮาหน้าซีดวูบ "ราชครูต้องส่งคนมาสอดแนมข้าแน่ๆ"
"พระนางรีบพากุญแจนี้ไปซ่อนเถอะเพคะ หม่อมฉันจะหาทางออกไปเอง" เซียวหลันเตรียมจะถอยร่นออกทางหน้าต่าง
"ไม่ทันแล้ว!" ฮองเฮาคว้าแขนเซียวหลันไว้ "ถ้าพวกมันพบเจ้าในสภาพนี้ เราทั้งคู่จะพินาศ... เจ้าจงนำกุญแจนี้ไป และหนีไปตามทางลับใต้สระบัวด้านหลังตำหนัก ข้าจะถ่วงเวลาพวกมันไว้เอง"
นางยัดกุญแจหินใส่มือเซียวหลัน "จำไว้... กล่องที่สองที่สุสานหลวง ไม่ได้บรรจุเพียงตำรายา แต่มันบรรจุความจริงเกี่ยวกับเชื้อพระวงศ์ที่อาจทำให้แผ่นดินนี้สั่นสะเทือน จงรักษามันด้วยชีวิต!"
เซียวหลันไม่มีเวลาซักถามเพิ่ม นางพยักหน้าให้ฮองเฮาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะมุดลงสู่ช่องลับใต้แผ่นหินที่เปิดออก
เซียวหลันคลานไปตามอุโมงค์ที่ชื้นแฉะและมืดมิด กลิ่นอายของน้ำคลำและตะไคร่น้ำทำให้ประสาทสัมผัสของนางตื่นตัว นางกุมกุญแจหินในมือไว้แน่น ความคิดในหัวเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว ตระกูลเยี่ยที่ดูเหมือนศัตรูกลับมีส่วนหนึ่งที่พยายามรักษาความลับไว้เพื่อคานอำนาจกับราชครู
เมื่อนางโผล่พ้นน้ำขึ้นมาที่สระบัวร้างหลังพระราชวัง แสงจันทร์วันเพ็ญก็สาดส่องลงมากระทบผิวน้ำ เซียวหลันรีบปีนขึ้นฝั่งพลางมองย้อนกลับไปที่กำแพงวังสูงตระหง่าน
"ความจริงในสุสานหลวง..." นางพึมพำ "มันจะร้ายแรงขนาดไหนกันนะ?"
ทว่าในวินาทีที่นางกำลังจะเคลื่อนตัวออกไปสู่ตรอกมืด เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
"มาเร็วกว่าที่คิดนะ แม่นางเซียว"
เป็นชายชุดดำที่มีรอยสักรูปแมงมุมสีขาวที่ลำคอคนเดิม แต่คราวนี้เขาไม่ได้มาเพียงคนเดียว เบื้องหลังของเขามีนักฆ่าอีกนับสิบนายล้อมรอบตัวนางไว้ทุกทิศทาง
"ฮองเฮาอาจจะใจอ่อน... แต่ข้าไม่ได้เป็นเช่นนั้น" เขาชักดาบสั้นที่อาบไปด้วยสีม่วงของพิษร้ายออกมา "ส่งกุญแจดอกนั้นมาเสียดีๆ หรือจะให้ข้าต้องผ่าท้องเจ้าเสียก่อน?"
เซียวหลันกระชับมีดสั้นที่หลี่หยางให้มาไว้มั่น นางรู้ดีว่าคราวนี้ไม่มีหลี่หยางคอยปกป้อง แต่นางมีบางสิ่งที่พวกมันไม่มีนั่นคือความรู้ที่จะเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบตัวให้กลายเป็นอาวุธ
เซียวหลันกวาดสายตามองไปรอบตัว นางเห็นกองใบไม้แห้งและเศษไม้พาดอยู่ริมกำแพง สัญชาตญาณของหมอวิเคราะห์สภาพอากาศที่ชื้นจัดในคืนนี้ทันที
"อยากได้กุญแจนักใช่ไหม?" นางยิ้มเย็นพลางหยิบขวดผงกำมะถันและดินประสิวที่นางพกติดตัวไว้เสมอสาดลงไปในกองใบไม้ "งั้นก็ลองผ่านหมอกอัคคีของข้าไปให้ได้ก่อนละกัน!"
นางจุดไฟแช็กโบราณที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง เปลวไฟสีน้ำเงินพุ่งปะทะกับผงเคมีเกิดเป็นก๊าซพิษสีเหลืองที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วท่ามกลางความชื้นของสระบัว ก๊าซนี้ไม่ได้ฆ่าคนในทันทีแต่มันทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่ดวงตาและทางเดินหายใจอย่างรุนแรงจนมองไม่เห็นทาง
"แค่กๆ! นังมดปลวก! เล่นตลกอะไร!" พวกนักฆ่าสำลักควันสีเหลืองที่แสบร้อน
เซียวหลันอาศัยจังหวะความชุลมุนพุ่งตัวฝ่าม่านควันออกไปมุ่งหน้าสู่จุดนัดพบที่วังร้างของอ๋องสิบเอ็ด โดยมีเป้าหมายเดียวในใจ...
เปิดโลงหินกล่องที่สองให้สำเร็จ และทำความจริงให้ปรากฏ!