เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
หลังจากผ่านเหตุการณ์เพลิงไหม้กลางทะเลมาได้ เรือสินค้ามังกรวารีก็เหลือเพียงร่องรอยเขม่าควันและกลิ่นน้ำมันดินที่จางลงตามกาลเวลา รุ่งเช้าของวันที่สอง ทัศนียภาพรอบกายเริ่มเปลี่ยนจากน้ำสีครามเข้ม เป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่านที่ราบลุ่มอันอุดมสมบูรณ์ และในที่สุดเงาของกำแพงเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดินก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านหมอกยามเช้า
"จินหลิง..." เซียวหลันพึมพำขณะยืนอยู่ที่กราบเรือมองดูเมืองหลวงที่นางจากไปนานหลายเดือน
แต่จินหลิงในวันนี้ดูป่วยไข้กว่าที่นางจำได้ ท้องฟ้าเหนือเมืองดูมัวซัวด้วยควันไฟและไอหมอกประหลาด เสียงระฆังวัดที่เคยเหง่งหง่างกังวานกลับฟังดูแหบพร่าและวังเวง
"เราจะเข้าทางประตูน้ำ" หลี่หยางเอ่ยขึ้นขณะช่วยเสี่ยวชุนเก็บกวาดสัมภาระ "ไป๋อวิ๋นจัดเตรียมรถขนผักและของสดไว้รอที่ท่าเรือขนส่งสินค้าที่เชื่อมกับคูเมืองทิศตะวันออก ที่นั่นการตรวจตราจะน้อยกว่าประตูหลวง"
"แล้วโลงหินพวกนี้ล่ะเจ้าคะ?" เสี่ยวชุนถามพลางชี้ไปที่หีบไม้ขนาดใหญ่สามใบที่ถูกต่อขึ้นมาใหม่เพื่ออำพรางโลงศพหินของตระกูลเซียว "มันหนักมากนะเจ้าคะท่านหลี่"
"ข้าจะใช้กลไกแม่แรงและลูกล้อซ่อนไว้ใต้หีบ" หลี่หยางอธิบาย “เราจะแสร้งทำเป็นขนส่งหัวไชเท้าดองและเครื่องเทศ กลิ่นของพวกมันจะช่วยกลบกลิ่นอับของหินโบราณได้ดี"
เซียวหลันพยักหน้า นางหยิบชุดเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ดูเหมือนชาวบ้านธรรมดาออกมาเปลี่ยน "เสี่ยวชุนเจ้าสวมชุดสาวใช้ร้านขายยา ส่วนข้าจะเป็นเมียคนขับรถผัก ส่วนท่าน หลี่หยางท่านต้องพรางตัวให้มิดชิดที่สุด หน้าของท่านเป็นที่รู้จักเกินไปในเมืองนี้"
หลี่หยางรับผ้าพันแผลสีหม่นมาพันรอบใบหน้าซีกหนึ่ง แสร้งทำเป็นคนงานที่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้บนเรือ แววตาพยัคฆ์ของเขาถูกบดบังด้วยหมวกฟางปีกกว้าง
รถเข็นไม้ขนาดใหญ่สี่คันบรรทุกตะกร้าผักวางทับซ้อนบนหีบไม้ ค่อยๆ เคลื่อนผ่านสะพานไม้เข้าสู่เขตชั้นในของเมือง ทหารยามในชุดเกราะสีม่วงเข้มยืนถือหอกด้วยท่าทางเฉื่อยชา ดวงตาของพวกเขาลอยล่องราวกับคนละเมอ
"หยุด! ขนอะไรมาเยอะแยะ" ทหารยามคนหนึ่งเดินเข้ามาตรวจ แววตาของเขาไร้ประกายชีวิต
เซียวหลันก้าวออกมาข้างหน้า แสร้งทำท่าทางลนลานแบบชาวบ้าน "เรียนท่านทหาร... ผักสดและของป่าจากทางใต้เจ้าค่ะ ท่านเจ้ากรมเสบียงสั่งไว้ด่วนสำหรับงานเลี้ยงคืนนี้เจ้าค่ะ"
นางแอบสังเกตเห็นคราบสีเหลืองจางๆ ที่มุมปากของทหารผู้นั้น
'นั่นมันอาการของคนติดสารกลุ่มอัลคาลอยด์ น้ำทิพย์ลืมกาลมีส่วนผสมของฝิ่นหรือพืชในตระกูลลำโพงแน่ๆ'
นางคิดในใจ
ทหารยามใช้หอกทิ่มลงไปในตะกร้าผักแรงๆ สองสามครั้ง เมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติและเห็นท่าทางที่ดูต่ำต้อยของทั้งสามคน เขาก็โบกมืออย่างรำคาญ "ไปๆ! รีบเข้าเมืองไป อย่ามาขวางทางรถน้ำทิพย์ที่จะมาถึงในอีกหนึ่งชั่วยาม"
"ขอบพระคุณเจ้าค่ะ!" เซียวหลันรีบสั่งให้เคลื่อนรถออกไป
เมื่อเข้าสู่ถนนสายหลักของจินหลิง ทั้งสามก็ต้องตกตะลึง ถนนที่เคยพลุกพล่านด้วยเสียงตะโกนขายของบัดนี้กลับเงียบสงัด ผู้คนเดินเหินอย่างเชื่องช้า หลายคนนั่งเหม่อลอยอยู่ริมทางเท้าโดยมีขวดเซรามิกสีเขียวเล็กๆ อยู่ในมือ
"น้ำทิพย์ลืมกาล..." หลี่หยางกระซิบพลางมองดูภาพเวทนานั้น "พวกมันไม่ได้แค่ยึดอำนาจ แต่มันกำลังทำลายวิญญาณของเมืองนี้"
"พวกมันสร้างสภาวะความสุขจอมปลอมเพื่อปกครองคน" เซียวหลันกำหมัดแน่น "เราต้องรีบไปที่จวนท่านอ๋องสิบเอ็ดทันที ยาในกล่องของข้าอาจเป็นสิ่งเดียวที่จะปลุกคนพวกนี้ให้ตื่นได้"
รถเข็นผักเลี้ยวเข้าสู่ตรอกลึกที่มุ่งหน้าไปยังทิศเหนือของเมือง ที่นั่นคือที่ตั้งของวังเก่าที่เงียบเหงา ซึ่งเป็นที่พำนักของอ๋องสิบเอ็ด ผู้ที่ถูกกาลเวลาและผู้คนหลงลืมไปนานแล้ว
แต่ในความมืดของตรอกนั้นมีสายตาคู่หนึ่งที่ส่องประกายเย็นเยียบกำลังจับจ้องมองรถขนผักคันนั้นอยู่จากบนหลังคาบ้านไม้เก่าๆ