เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

มธุรสวาทเจ้าสำนัก - บทที่ 22 มารโลหิต โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส

รายละเอียด

มธุรสวาทเจ้าสำนัก โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

ผู้แต่ง

หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳

เรื่องย่อ

สารบัญ

มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 2 คนตายไม่พูด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 3 เขตหวงห้าม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 4 วาจาสยบมาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 10 มัจจุราชไร้เงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 11 รอยสัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 13 เครือข่ายบุปผา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 14 หุบเขาเงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 16 อาคันตุกะชุดขาว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 17 หนอนกู่กินวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 18 กลิ่นสาบมรณะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 19 สูตรลับดินประสิว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 20 เพลิงกัมปนาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 21 ศึกสองด้าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 22 มารโลหิต,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 23 ราชโองการ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 24 เมืองหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 25 มังกรป่วย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 26 ปีศาจในหอปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 27 ถอดรหัสยามัจจุราช,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 28 เหมันต์สังหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 29 หมอกมรณะและรถม้าปริศนา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 31 พิชิตชีพจรมังกร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 33 ป่าร้อยพิษและคำสาปสีน้ำเงิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง

เนื้อหา

บทที่ 22 มารโลหิต

บรรยากาศในหุบเขาร้อยวิญญาณเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อากาศที่เคยหนาวเหน็บกลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ทีแรกก็คิดว่าเป็นเพราะไฟป่าแต่กลับเป็นเพราะรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มเพียงคนเดียว

หลี่หยางยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งกำคมดาบยักษ์ของจ้าวมู่ไว้แน่น เลือดสีแดงสดไหลซึมผ่านง่ามนิ้วหยดลงพื้นแต่ใบหน้าของเขากลับเรียบเฉยจนน่าขนลุก ดวงตาสีแดงฉานดุจโลหิตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มตื่นตระหนกของศิษย์พี่

"เจ้า... เจ้าทำอะไร!" จ้าวมู่พยายามดึงดาบกลับ แต่ดาบนั้นราวกับถูกฝังอยู่ในภูเขาหิน ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว

"ข้าแค่ทวงคืนสิ่งที่เจ้าพรากไป" หลี่หยางเอ่ยเสียงต่ำที่ฟังดูเหมือนเสียงคำรามของสัตว์ร้าย “พลัง ศักดิ์ศรี และชีวิตของครอบครัวข้า!"

เพล้ง!

หลี่หยางออกแรงบีบเพียงครั้งเดียวใบดาบเหล็กกล้าชั้นดีที่ตีจากช่างฝีมือหลวงก็แตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงกราวลงสู่พื้น

จ้าวมู่ผงะถอยหลัง เสียหลักล้มลงก้นจ้ำเบ้า “เป็นไปไม่ได้ มนุษย์หน้าไหนจะมีแรงขนาดนี้!"

"ข้าไม่ใช่มนุษย์แล้วจ้าวมู่" หลี่หยางก้าวสามขุมเข้ามาหา ไอสังหารสีแดงจางๆ ห่อหุ้มร่าง "วันนี้ข้าคือมารที่จะลากเจ้าลงนรก!"

"ฆ่ามัน! ฆ่ามันสิโว้ย!" จ้าวมู่ตะโกนสั่งทหารองครักษ์นับสิบคนที่ยืนตัวสั่นงันงก

ทหารเหล่านั้นกลั้นใจพุ่งหอกเข้าใส่หลี่หยางพร้อมกัน แต่หลี่หยางไม่แม้แต่จะหลบ เขาคว้าหอกสองเล่มแรกที่พุ่งเข้ามาแล้วหักมันด้วยมือเปล่า ก่อนจะใช้ด้ามหอกที่หักแทงสวนกลับไปทะลุเกราะอกของทหารสองนายในพริบตา ความเร็วของเขานั้นเหนือกว่าสายตามนุษย์ปกติจะมองทัน

ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!

เพียงพริบตาเดียวร่างขององครักษ์ทั้งสิบก็นอนจมกองเลือดโดยที่หลี่หยางยังไม่ทันชักดาบอ่อนของตัวเองด้วยซ้ำ 

จ้าวมู่รู้ตัวแล้วว่าสู้ไม่ได้ เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งหนี "ถอย! ถอยทัพ!! ไอ้หมอนี่มันเป็นปีศาจ!!!”

"จะหนีไปไหน"

หลี่หยางตวัดมือวูบ ดาบอ่อนที่เอวพุ่งออกจากฝักราวกับงูที่มีชีวิต เขาจับด้ามดาบแล้วซัดออกไปสุดแรง

ฉึก!

ดาบอ่อนพุ่งแหวกอากาศเสียบทะลุขาขวาของจ้าวมู่ตรึงร่างแม่ทัพใหญ่ติดกับหน้าผาหิน

"อ๊ากกกก!" จ้าวมู่กรีดร้องโหยหวน

หลี่หยางเดินเข้าไปใกล้ ช้าๆ เนิบนาบ ทุกย่างก้าวคือเสียงเคาะประตูมรณะ ทหารนับหมื่นที่เหลืออยู่ต่างยืนตัวแข็งทื่อไม่มีใครกล้าขยับเข้ามาช่วยแม่ทัพของตนแม้แต่คนเดียวเพราะความกลัวเกาะกินหัวใจจนสิ้น

“จำได้ไหม คืนนั้นเจ้าก็ทำแบบนี้กับท่านพ่อข้า" หลี่หยางกระชากคอเสื้อจ้าวมู่ขึ้นมาจ้องมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและความกลัว “เจ้าตรึงท่านพ่อไว้แล้วให้ทหารรุมแทงจนตาย วันนี้ข้าจะคืนสนองให้เจ้า"

"ยะ... อย่า! ศิษย์น้อง!! ไว้ชีวิตข้าเถอะ!!! ข้าทำตามคำสั่งองค์ชายสาม ข้าไม่มีทางเลือก!" จ้าวมู่ร้องขอชีวิตน้ำมูกน้ำตาไหลพราก หมดสภาพแม่ทัพผู้เกรียงไกร

"ทางเลือกมีเสมอ แต่เจ้าเลือกที่จะเป็นสุนัขรับใช้ทรราช"

หลี่หยางง้างหมัดขึ้น หมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณและฤทธิ์ยาโลหิตมาร

ตูม!

เพียงหมัดเดียวที่กระแทกเข้าเต็มหน้าอกของจ้าวมู่ เสียงซี่โครงหักดังสนั่น หัวใจของแม่ทัพผู้ทรยศหยุดเต้นทันที ร่างห้อยต่องแต่งสิ้นลมคาหน้าผา

หลี่หยางดึงดาบกลับมา สะบัดเลือดทิ้งแล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับกองทัพนับหมื่นที่เหลืออยู่ เขายกดาบชี้ไปที่ฝูงทหาร ดวงตาสีเลือดกวาดมองไปรอบๆ

"ไสหัวไป! หรืออยากจะเป็นศพต่อไป!"

เสียงตะโกนก้องกัมปนาทสะท้อนไปทั่วหุบเขาผสมกับภาพแม่ทัพใหญ่ที่ถูกฆ่าตายในพริบตา ทำให้ขวัญกำลังใจของกองทัพเงาแตกกระเจิง

"ปีศาจ! หนีเร็ว!" "แม่ทัพตายแล้ว! หนี!"

ทหารนับหมื่นทิ้งอาวุธ ทิ้งเกราะ วิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น เหยียบย่ำกันเองเพื่อเอาตัวรอดออกจากหุบเขามรณะ หลี่หยางยืนนิ่งมองดูศัตรูที่แตกพ่ายจนกระทั่งคนสุดท้ายลับสายตาไป ทันใดนั้นโลกทั้งใบก็เริ่มหมุนคว้าง ความเจ็บปวดที่ถูกกดทับไว้ด้วยฤทธิ์ยาเริ่มตีกลับ ร่างกายที่ใช้พลังเกินขีดจำกัดประท้วงอย่างรุนแรง เลือดสดๆ กระอักออกมาจากปาก เขาทรุดฮวบลงใช้ดาบยันพื้นไว้ไม่ให้ล้ม

"ยัง... ยังล้มไม่ได้” เขาพยายามก้าวเท้าเดินกลับไปทางเมือง แต่ขาหนักอึ้งราวกับผูกด้วยหินผา

“หลี่หยาง!" เสียงหวานที่คุ้นเคยดังแว่วมา เซียวหลันในสภาพมอมแมมขี่ม้าตะบึงเข้ามาพร้อมกับหน่วยแพทย์สนาม

นางกระโดดลงจากหลังม้าทั้งที่ยังไม่หยุดสนิทวิ่งถลาเข้ามารับร่างของหลี่หยางที่กำลังจะล้มฟาดพื้นไว้ได้ทัน

"เจ้าบ้า! เจ้ากินยาเข้าไปจริงๆ ใช่ไหม!" เซียวหลันตวาดทั้งน้ำตา เมื่อเห็นดวงตาสีเลือดและชีพจรที่เต้นเร็วผิดปกติของเขา

หลี่หยางพยายามฝืนยิ้ม มุมปากเปื้อนเลือด "ข้าชนะแล้ว... ปลอดภัยแล้ว"

"หุบปาก! อย่าเพิ่งพูด!" เซียวหลันรีบจับชีพจร "หัวใจเต้นเร็วเกินไป เส้นเลือดฝอยแตกกระจาย อาหลง! เอายาระงับประสาทมา แล้วไปเตรียมรถม้า เราต้องพาเขากลับหอโอสถเดี๋ยวนี้!!”

"เซียวหลัน..." หลี่หยางคว้ามือเสื้อนางไว้ แรงบีบแผ่วเบาจนน่าใจหาย "อย่า... ทิ้งข้า..."

"ข้าไม่ทิ้งเจ้า ข้าสัญญา" เซียวหลันกุมมือเขาแน่น น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงบนแก้มสากของชายหนุ่ม "เจ้าห้ามตายนะ! เจ้ายังติดหนี้ค่ารักษาข้าอยู่ เจ้าต้องอยู่ใช้หนี้ข้าไปชั่วชีวิตเข้าใจไหม!!”

หลี่หยางยิ้มบางๆ ก่อนที่สติสัมปชัญญะสุดท้ายจะดับวูบลงเข้าสู่ห้วงนิทราอันยาวนานตามผลข้างเคียงของยา

 

สามวันต่อมา

ข่าวชัยชนะของเมืองหลี่เฉิงแพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดินราวกับไฟลามทุ่ง กองทัพเงาที่ว่ากันว่าไร้พ่ายถูกทำลายย่อยยับด้วยฝีมือของเจ้าเมืองบ้านนอกและหมอหญิงผู้เชี่ยวชาญกลยุทธ์พิสดาร ส่วนแม่ทัพปีศาจจ้าวมู่ถูกสังหารโดยนักรบปริศนาผู้มีดวงตาสีเลือด

ณ หอโอสถเซียว

เซียวหลันนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงคนไข้ในห้องพิเศษ นางไม่ได้นอนเต็มตื่นมาสามคืนแล้ว คอยเช็ดตัว ป้อนยา และฝังเข็มระบายความร้อนให้หลี่หยางทุกสองชั่วยาม

"คุณหนูพักบ้างเถอะเจ้าค่ะ ท่านหลี่พ้นขีดอันตรายแล้ว" เสี่ยวชุนยกถาดอาหารเข้ามา

"ข้าไม่วางใจ จนกว่าเขาจะตื่น" เซียวหลันตอบเสียงแหบแห้ง นางมองใบหน้าซีดเซียวของชายหนุ่มที่นอนนิ่งสนิท

ระหว่างนั้นอยู่ๆ เปลือกตาของหลี่หยางก็ขยับเล็กน้อย

"หลี่หยาง" เซียวหลันรีบขยับเข้าไปใกล้

แพขนตายาวขยับไหวก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีดำสนิทที่คุ้นเคยกลับมาแล้ว แม้จะยังดูอ่อนล้าแต่ก็ไร้แววบ้าคลั่ง

"น้ำ..." เขาขยับริมฝีปากแห้งผาก

เซียวหลันรีบประคองศีรษะเขาขึ้นป้อนน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้ง

หลี่หยางดื่มน้ำจนหมดแล้วมองหน้านางพยายามจะยิ้ม "ข้าหลับไปนานแค่ไหน"

"สามวัน... กับอีกห้าชั่วโมง" เซียวหลันตอบ น้ำตาแห่งความโล่งใจไหลออกมา "เจ้านี่มันตัวปัญหาจริงๆ รู้ไหมว่าข้าหมดสมุนไพรไปเท่าไหร่เพื่อยื้อชีวิตเจ้า"

"ข้าขอโทษ" หลี่หยางยกมือที่ยังสั่นเทาขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้นาง “แต่ข้าก็รักษาสัญญา ข้ากลับมาหาเจ้าแล้ว"

เซียวหลันโผเข้ากอดเขาแน่นแล้วซบหน้าลงกับอกกว้างที่เสียงหัวใจกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติ

“ยินดีต้อนรับกลับมา ไอ้คนบ้า"

 

ขณะเดียวกัน ณ เมืองหลวง

ในตำหนักหรูหราที่ประดับด้วยทองคำและหยก องค์ชายสามในชุดคลุมมังกรสี่เล็บกำลังนั่งอ่านรายงานการรบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เรียบเฉยจนน่ากลัว

“จ้าวมู่ตายแล้ว กองทัพเงาก็แตกพ่าย และเมืองหลี่เฉิงยังยืนหยัดอยู่ได้” องค์ชายสามวางกระดาษลงบนโต๊ะ แล้วใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ “น่าสนใจ น่าสนใจมาก"

เขาหันไปมองชายชราในชุดคลุมสีดำที่มีสัญลักษณ์เปลวไฟที่ชายแขนเสื้อ

ราชครู

"ท่านราชครูดูเหมือนตัวหมากที่ท่านบอกว่าไม่มีค่าจะเริ่มมีเขี้ยวเล็บเสียแล้วสิ"

"ขอประทานอภัยพะยะค่ะ" ราชครูค้อมหัวต่ำ “ข้าพระองค์ประเมินนังเด็กแซ่เซียวและเจ้าหลี่หยางต่ำไป ข้าพระองค์จะส่งยอดฝีมือไปจัดการเดี๋ยวนี้"

"ไม่ต้อง" องค์ชายสามยกมือห้าม รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก

“การใช้กำลังทหารล้มเหลว งั้นเรามาเล่นเกมที่สนุกกว่านั้นดีกว่า"

"ส่งราชโองการไปที่เมืองหลี่เฉิง"

“ปูนบำเหน็จความชอบให้เจ้าเมืองจาง และเชิญหมอเทวดาเซียวเข้ามารับรางวัลในเมืองหลวง พร้อมกับให้นางมารักษาอาการป่วยประหลาดของเสด็จพ่อด้วย"

องค์ชายสามหัวเราะในลำคอ

"ในเมื่อนางเก่งเรื่องรักษา ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่านางจะรักษาชีวิตตัวเองในกรงขังแห่งนี้ได้นานแค่ไหน"