เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
บรรยากาศในหุบเขาร้อยวิญญาณเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อากาศที่เคยหนาวเหน็บกลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ทีแรกก็คิดว่าเป็นเพราะไฟป่าแต่กลับเป็นเพราะรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มเพียงคนเดียว
หลี่หยางยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งกำคมดาบยักษ์ของจ้าวมู่ไว้แน่น เลือดสีแดงสดไหลซึมผ่านง่ามนิ้วหยดลงพื้นแต่ใบหน้าของเขากลับเรียบเฉยจนน่าขนลุก ดวงตาสีแดงฉานดุจโลหิตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มตื่นตระหนกของศิษย์พี่
"เจ้า... เจ้าทำอะไร!" จ้าวมู่พยายามดึงดาบกลับ แต่ดาบนั้นราวกับถูกฝังอยู่ในภูเขาหิน ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
"ข้าแค่ทวงคืนสิ่งที่เจ้าพรากไป" หลี่หยางเอ่ยเสียงต่ำที่ฟังดูเหมือนเสียงคำรามของสัตว์ร้าย “พลัง ศักดิ์ศรี และชีวิตของครอบครัวข้า!"
เพล้ง!
หลี่หยางออกแรงบีบเพียงครั้งเดียวใบดาบเหล็กกล้าชั้นดีที่ตีจากช่างฝีมือหลวงก็แตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงกราวลงสู่พื้น
จ้าวมู่ผงะถอยหลัง เสียหลักล้มลงก้นจ้ำเบ้า “เป็นไปไม่ได้ มนุษย์หน้าไหนจะมีแรงขนาดนี้!"
"ข้าไม่ใช่มนุษย์แล้วจ้าวมู่" หลี่หยางก้าวสามขุมเข้ามาหา ไอสังหารสีแดงจางๆ ห่อหุ้มร่าง "วันนี้ข้าคือมารที่จะลากเจ้าลงนรก!"
"ฆ่ามัน! ฆ่ามันสิโว้ย!" จ้าวมู่ตะโกนสั่งทหารองครักษ์นับสิบคนที่ยืนตัวสั่นงันงก
ทหารเหล่านั้นกลั้นใจพุ่งหอกเข้าใส่หลี่หยางพร้อมกัน แต่หลี่หยางไม่แม้แต่จะหลบ เขาคว้าหอกสองเล่มแรกที่พุ่งเข้ามาแล้วหักมันด้วยมือเปล่า ก่อนจะใช้ด้ามหอกที่หักแทงสวนกลับไปทะลุเกราะอกของทหารสองนายในพริบตา ความเร็วของเขานั้นเหนือกว่าสายตามนุษย์ปกติจะมองทัน
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
เพียงพริบตาเดียวร่างขององครักษ์ทั้งสิบก็นอนจมกองเลือดโดยที่หลี่หยางยังไม่ทันชักดาบอ่อนของตัวเองด้วยซ้ำ
จ้าวมู่รู้ตัวแล้วว่าสู้ไม่ได้ เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งหนี "ถอย! ถอยทัพ!! ไอ้หมอนี่มันเป็นปีศาจ!!!”
"จะหนีไปไหน"
หลี่หยางตวัดมือวูบ ดาบอ่อนที่เอวพุ่งออกจากฝักราวกับงูที่มีชีวิต เขาจับด้ามดาบแล้วซัดออกไปสุดแรง
ฉึก!
ดาบอ่อนพุ่งแหวกอากาศเสียบทะลุขาขวาของจ้าวมู่ตรึงร่างแม่ทัพใหญ่ติดกับหน้าผาหิน
"อ๊ากกกก!" จ้าวมู่กรีดร้องโหยหวน
หลี่หยางเดินเข้าไปใกล้ ช้าๆ เนิบนาบ ทุกย่างก้าวคือเสียงเคาะประตูมรณะ ทหารนับหมื่นที่เหลืออยู่ต่างยืนตัวแข็งทื่อไม่มีใครกล้าขยับเข้ามาช่วยแม่ทัพของตนแม้แต่คนเดียวเพราะความกลัวเกาะกินหัวใจจนสิ้น
“จำได้ไหม คืนนั้นเจ้าก็ทำแบบนี้กับท่านพ่อข้า" หลี่หยางกระชากคอเสื้อจ้าวมู่ขึ้นมาจ้องมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและความกลัว “เจ้าตรึงท่านพ่อไว้แล้วให้ทหารรุมแทงจนตาย วันนี้ข้าจะคืนสนองให้เจ้า"
"ยะ... อย่า! ศิษย์น้อง!! ไว้ชีวิตข้าเถอะ!!! ข้าทำตามคำสั่งองค์ชายสาม ข้าไม่มีทางเลือก!" จ้าวมู่ร้องขอชีวิตน้ำมูกน้ำตาไหลพราก หมดสภาพแม่ทัพผู้เกรียงไกร
"ทางเลือกมีเสมอ แต่เจ้าเลือกที่จะเป็นสุนัขรับใช้ทรราช"
หลี่หยางง้างหมัดขึ้น หมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณและฤทธิ์ยาโลหิตมาร
ตูม!
เพียงหมัดเดียวที่กระแทกเข้าเต็มหน้าอกของจ้าวมู่ เสียงซี่โครงหักดังสนั่น หัวใจของแม่ทัพผู้ทรยศหยุดเต้นทันที ร่างห้อยต่องแต่งสิ้นลมคาหน้าผา
หลี่หยางดึงดาบกลับมา สะบัดเลือดทิ้งแล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับกองทัพนับหมื่นที่เหลืออยู่ เขายกดาบชี้ไปที่ฝูงทหาร ดวงตาสีเลือดกวาดมองไปรอบๆ
"ไสหัวไป! หรืออยากจะเป็นศพต่อไป!"
เสียงตะโกนก้องกัมปนาทสะท้อนไปทั่วหุบเขาผสมกับภาพแม่ทัพใหญ่ที่ถูกฆ่าตายในพริบตา ทำให้ขวัญกำลังใจของกองทัพเงาแตกกระเจิง
"ปีศาจ! หนีเร็ว!" "แม่ทัพตายแล้ว! หนี!"
ทหารนับหมื่นทิ้งอาวุธ ทิ้งเกราะ วิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น เหยียบย่ำกันเองเพื่อเอาตัวรอดออกจากหุบเขามรณะ หลี่หยางยืนนิ่งมองดูศัตรูที่แตกพ่ายจนกระทั่งคนสุดท้ายลับสายตาไป ทันใดนั้นโลกทั้งใบก็เริ่มหมุนคว้าง ความเจ็บปวดที่ถูกกดทับไว้ด้วยฤทธิ์ยาเริ่มตีกลับ ร่างกายที่ใช้พลังเกินขีดจำกัดประท้วงอย่างรุนแรง เลือดสดๆ กระอักออกมาจากปาก เขาทรุดฮวบลงใช้ดาบยันพื้นไว้ไม่ให้ล้ม
"ยัง... ยังล้มไม่ได้” เขาพยายามก้าวเท้าเดินกลับไปทางเมือง แต่ขาหนักอึ้งราวกับผูกด้วยหินผา
“หลี่หยาง!" เสียงหวานที่คุ้นเคยดังแว่วมา เซียวหลันในสภาพมอมแมมขี่ม้าตะบึงเข้ามาพร้อมกับหน่วยแพทย์สนาม
นางกระโดดลงจากหลังม้าทั้งที่ยังไม่หยุดสนิทวิ่งถลาเข้ามารับร่างของหลี่หยางที่กำลังจะล้มฟาดพื้นไว้ได้ทัน
"เจ้าบ้า! เจ้ากินยาเข้าไปจริงๆ ใช่ไหม!" เซียวหลันตวาดทั้งน้ำตา เมื่อเห็นดวงตาสีเลือดและชีพจรที่เต้นเร็วผิดปกติของเขา
หลี่หยางพยายามฝืนยิ้ม มุมปากเปื้อนเลือด "ข้าชนะแล้ว... ปลอดภัยแล้ว"
"หุบปาก! อย่าเพิ่งพูด!" เซียวหลันรีบจับชีพจร "หัวใจเต้นเร็วเกินไป เส้นเลือดฝอยแตกกระจาย อาหลง! เอายาระงับประสาทมา แล้วไปเตรียมรถม้า เราต้องพาเขากลับหอโอสถเดี๋ยวนี้!!”
"เซียวหลัน..." หลี่หยางคว้ามือเสื้อนางไว้ แรงบีบแผ่วเบาจนน่าใจหาย "อย่า... ทิ้งข้า..."
"ข้าไม่ทิ้งเจ้า ข้าสัญญา" เซียวหลันกุมมือเขาแน่น น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงบนแก้มสากของชายหนุ่ม "เจ้าห้ามตายนะ! เจ้ายังติดหนี้ค่ารักษาข้าอยู่ เจ้าต้องอยู่ใช้หนี้ข้าไปชั่วชีวิตเข้าใจไหม!!”
หลี่หยางยิ้มบางๆ ก่อนที่สติสัมปชัญญะสุดท้ายจะดับวูบลงเข้าสู่ห้วงนิทราอันยาวนานตามผลข้างเคียงของยา
สามวันต่อมา
ข่าวชัยชนะของเมืองหลี่เฉิงแพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดินราวกับไฟลามทุ่ง กองทัพเงาที่ว่ากันว่าไร้พ่ายถูกทำลายย่อยยับด้วยฝีมือของเจ้าเมืองบ้านนอกและหมอหญิงผู้เชี่ยวชาญกลยุทธ์พิสดาร ส่วนแม่ทัพปีศาจจ้าวมู่ถูกสังหารโดยนักรบปริศนาผู้มีดวงตาสีเลือด
ณ หอโอสถเซียว
เซียวหลันนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงคนไข้ในห้องพิเศษ นางไม่ได้นอนเต็มตื่นมาสามคืนแล้ว คอยเช็ดตัว ป้อนยา และฝังเข็มระบายความร้อนให้หลี่หยางทุกสองชั่วยาม
"คุณหนูพักบ้างเถอะเจ้าค่ะ ท่านหลี่พ้นขีดอันตรายแล้ว" เสี่ยวชุนยกถาดอาหารเข้ามา
"ข้าไม่วางใจ จนกว่าเขาจะตื่น" เซียวหลันตอบเสียงแหบแห้ง นางมองใบหน้าซีดเซียวของชายหนุ่มที่นอนนิ่งสนิท
ระหว่างนั้นอยู่ๆ เปลือกตาของหลี่หยางก็ขยับเล็กน้อย
"หลี่หยาง" เซียวหลันรีบขยับเข้าไปใกล้
แพขนตายาวขยับไหวก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีดำสนิทที่คุ้นเคยกลับมาแล้ว แม้จะยังดูอ่อนล้าแต่ก็ไร้แววบ้าคลั่ง
"น้ำ..." เขาขยับริมฝีปากแห้งผาก
เซียวหลันรีบประคองศีรษะเขาขึ้นป้อนน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้ง
หลี่หยางดื่มน้ำจนหมดแล้วมองหน้านางพยายามจะยิ้ม "ข้าหลับไปนานแค่ไหน"
"สามวัน... กับอีกห้าชั่วโมง" เซียวหลันตอบ น้ำตาแห่งความโล่งใจไหลออกมา "เจ้านี่มันตัวปัญหาจริงๆ รู้ไหมว่าข้าหมดสมุนไพรไปเท่าไหร่เพื่อยื้อชีวิตเจ้า"
"ข้าขอโทษ" หลี่หยางยกมือที่ยังสั่นเทาขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้นาง “แต่ข้าก็รักษาสัญญา ข้ากลับมาหาเจ้าแล้ว"
เซียวหลันโผเข้ากอดเขาแน่นแล้วซบหน้าลงกับอกกว้างที่เสียงหัวใจกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติ
“ยินดีต้อนรับกลับมา ไอ้คนบ้า"
ขณะเดียวกัน ณ เมืองหลวง
ในตำหนักหรูหราที่ประดับด้วยทองคำและหยก องค์ชายสามในชุดคลุมมังกรสี่เล็บกำลังนั่งอ่านรายงานการรบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เรียบเฉยจนน่ากลัว
“จ้าวมู่ตายแล้ว กองทัพเงาก็แตกพ่าย และเมืองหลี่เฉิงยังยืนหยัดอยู่ได้” องค์ชายสามวางกระดาษลงบนโต๊ะ แล้วใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ “น่าสนใจ น่าสนใจมาก"
เขาหันไปมองชายชราในชุดคลุมสีดำที่มีสัญลักษณ์เปลวไฟที่ชายแขนเสื้อ
ราชครู
"ท่านราชครูดูเหมือนตัวหมากที่ท่านบอกว่าไม่มีค่าจะเริ่มมีเขี้ยวเล็บเสียแล้วสิ"
"ขอประทานอภัยพะยะค่ะ" ราชครูค้อมหัวต่ำ “ข้าพระองค์ประเมินนังเด็กแซ่เซียวและเจ้าหลี่หยางต่ำไป ข้าพระองค์จะส่งยอดฝีมือไปจัดการเดี๋ยวนี้"
"ไม่ต้อง" องค์ชายสามยกมือห้าม รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“การใช้กำลังทหารล้มเหลว งั้นเรามาเล่นเกมที่สนุกกว่านั้นดีกว่า"
"ส่งราชโองการไปที่เมืองหลี่เฉิง"
“ปูนบำเหน็จความชอบให้เจ้าเมืองจาง และเชิญหมอเทวดาเซียวเข้ามารับรางวัลในเมืองหลวง พร้อมกับให้นางมารักษาอาการป่วยประหลาดของเสด็จพ่อด้วย"
องค์ชายสามหัวเราะในลำคอ
"ในเมื่อนางเก่งเรื่องรักษา ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่านางจะรักษาชีวิตตัวเองในกรงขังแห่งนี้ได้นานแค่ไหน"