เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
ท่ามกลางม่านควันสีม่วงแสบร้อนที่ตลบอบอวลไปทั่วโถงหิน เสียงฝีเท้าที่เคยหนักแน่นของเหล่านักฆ่ากลับกลายเป็นเสียงตะเกียกตะกายที่วุ่นวาย ราชครูเหยียนถอยกรูดไปพิงกับรูปปั้นมังกรหิน ดวงตาที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้แดงก่ำและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาจากการระคายเคืองของก๊าซกำมะถัน
เขากัดฟันดึงผ้าคลุมหน้าขึ้นมาปิดจมูก พลางล้วงหยิบตลับหยกสีดำออกมาจากแขนเสื้อ นี่คือไพ่ตายใบสุดท้ายที่เขาเก็บไว้ใช้ในยามคับขันที่สุด
"เจ้าคิดว่ากลวิธีเด็กเล่นพวกนี้จะหยุดข้าได้งั้นรึ!" ราชครูคำรามพลางสะบัดมือพ่นละอองผงสีเงินออกมา ละอองนี้เมื่อสัมผัสกับควันกำมะถันกลับทำให้ควันที่เคยแสบร้อนจับตัวเป็นก้อนแล้วร่วงหล่นลงพื้นอย่างรวดเร็ว ประดุจหิมะสีดำที่ตกลงมากลางสุสาน
เซียวหลันเบิกตากว้าง "สารดูดซับอนุภาค... ท่านอาศัยแรงดึงดูดทางไฟฟ้าของแร่เงินมาแก้ทางก๊าซของข้า!"
"ข้าอยู่กับพิษและยามานานกว่าอายุของเจ้าสองเท่า!" ราชครูพุ่งตัวเข้าหาเซียวหลันพร้อมกับเข็มยาวสีดำที่อาบพิษร้ายแรงที่สุดเท่าที่เขาเคยปรุงขึ้นมา
เคร้ง!
ดาบอ่อนของหลี่หยางพุ่งเข้ามารับคมเข็มนั้นไว้ได้ทันท่วงที แรงปะทะทำให้เกิดเสียงแหลมเล็กบาดแก้วหู หลี่หยางสะบัดข้อมือเพียงนิดเดียว ดาบสีเงินก็พริ้วไหวประหนึ่งสายน้ำพันธนาการแขนของราชครูไว้
"อย่าให้เขาเข้าใกล้เซียวหลัน!" หลี่หยางตะโกนบอกเสี่ยวชุนที่กำลังพยุงอ๋องสิบเอ็ดหนีไปทางประตูหลัง
"ท่านหลี่! ระวังนะเจ้าคะ! ตาแก่นี่ลูกไม้เยอะ!" เสี่ยวชุนร้องเตือนพลางเร่งฝีเท้า
ราชครูเหยียนแสยะยิ้มที่มุมปาก "หลี่หยาง... เจ้าปกป้องนางได้ แต่นางปกป้องความลับของตระกูลเจ้าไม่ได้หรอก!"
เขาสะบัดมืออีกข้างที่ว่างอยู่ปล่อยเข็มลับชุดที่สองออกมา ทว่าคราวนี้เป้าหมายไม่ใช่ที่จุดตาย แต่เป็นที่โคมไฟน้ำมันที่ตั้งอยู่รายรอบสุสาน เมื่อเข็มอาบสารเคมีสัมผัสกับไฟ เปลวไฟธรรมดากลับกลายเป็นสีเขียวสว่างจ้าและพวยพุ่งขึ้นสูงประหนึ่งกำแพงไฟที่กั้นระหว่างหลี่หยางและเซียวหลัน
"หลี่หยาง!" เซียวหลันร้องเรียก แต่กำแพงไฟนั้นมีความร้อนสูงมากจนหลี่หยางไม่อาจฝ่าเข้ามาได้ในทันที
นางยืนประจันหน้ากับราชครูเพียงลำพัง มือหนึ่งกุมห่อผ้าใส่หลักฐาน อีกมือถือขวดน้ำยาเร่งปฏิกิริยาที่สกัดจากดาราสีทองไว้มั่น
"สารสกัดจากดาราสีทองที่เจ้ามี... มันคือสิ่งที่ข้าโหยหามาตลอด" ราชครูเดินย่างสามขุมเข้ามา "ส่งมันมาให้ข้า แล้วข้าจะยอมเผยความลับว่าใครคือคนลงมือสังหารพ่อของเจ้าที่แท้จริง!"
เซียวหลันนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเย็นเยียบ "ท่านพ่อเคยสอนข้าว่า... หมอที่ใช้ความลับเป็นเครื่องต่อรอง คือหมอที่สูญเสียความเป็นคนไปแล้ว และข้าไม่จำเป็นต้องฟังความจริงจากปากของคนที่โกหกกระทั่งตัวเอง!"
นางเปิดจุกขวดออกแล้วเทสารสกัดดาราสีทองลงบนมีดสั้นสแตนเลสของนางทันที
ทันทีที่สารสกัดเข้มข้นสัมผัสกับโลหะสแตนเลสที่เซียวหลันลับมาจนคมกริบ มันเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศจนใบมีดทอแสงสีทองเรืองรองประหนึ่งอาวุธจากสวรรค์
"ท่านคิดว่ายานี้มีไว้เพื่ออมตะงั้นหรือ?" เซียวหลันพุ่งตัวเข้าหาความเร็วที่ไม่มีใครคาดคิด "มันมีไว้เพื่อเร่งการทำงานของเซลล์ และถ้าข้าใช้มันในปริมาณที่เข้มข้นเกินไปกับคนที่มีร่างกายเน่าเฟะด้วยพิษอย่างท่าน..."
ฉัวะ!
เซียวหลันตวัดมีดสั้นกรีดผ่านข้อมือของราชครูเหยียนเพียงถากๆ แผลนั้นเล็กนิดเดียว แต่ฤทธิ์ของสารสกัดดาราสีทองที่เข้มข้นจัดกลับซึมเข้าสู่กระแสเลือดของเขาในพริบตา
"อ๊ากกกกกก!"
ราชครูเหยียนล้มลงดิ้นทุรนทุราย ร่างกายของเขาเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าสยดสยอง เซลล์ในร่างกายที่เคยถูกกดไว้ด้วยพิษนับสิบชนิดถูกกระตุ้นให้แบ่งตัวอย่างรวดเร็วเกินขีดจำกัด ผิวหนังของเขาเริ่มพองออกและปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แผลที่เคยมีตามตัวเนื่องจากการทดลองยาของตัวเองเริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนดูเหมือนร่างกายกำลังจะระเบิดจากภายใน
"มัน... มันร้อน! หยุดมันที! เซียวหลัน!"
"นี่คือผลลัพธ์ของความโลภที่ท่านสะสมมานาน" เซียวหลันมองภาพนั้นด้วยสายตาที่สงบนิ่ง "ร่างกายมนุษย์มีขีดจำกัด และท่านเพิ่งจะก้าวข้ามมันไปสู่จุดที่ไม่มีวันหวนกลับ"
กำแพงไฟสีเขียวเริ่มลามไปยังเพดานไม้เก่าแก่ของสุสาน แรงสั่นสะเทือนจากการพังทลายของกลไกเริ่มทำให้หินขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมา
"เซียวหลัน! ไปกันเถอะ!" หลี่หยางฝ่ากองเพลิงเข้ามาคว้าตัวนางไว้ได้ทันท่วงที
พวกเขาทั้งคู่พุ่งตัวหนีออกไปทางประตูหลังที่เสี่ยวชุนและอ๋องสิบเอ็ดล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ทิ้งราชครูเหยียนให้เผชิญกับจุดจบอยู่ท่ามกลางเพลิงที่กำลังเผาไหม้หลักฐานแห่งความชั่วร้ายของเขาเอง
เมื่อออกมาพ้นเขตสุสาน แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณก็สาดส่องลงมากระทบหน้าผาไท่ซานพอดี เซียวหลันหันกลับไปมองยอดเขาที่เริ่มมีกลุ่มควันดำพวยพุ่งออกมา
"จบสิ้นเสียที..." นางพึมพำพลางตบย่ามใส่ฉลองพระองค์เปื้อนเลือดและตราประทับ "หลักฐานชิ้นสำคัญยังอยู่กับเรา"
ทว่าหลี่หยางกลับมองไปที่เส้นทางเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ยังไม่จบหรอกเซียวหลัน... ราชครูตายแล้ว แต่คนผู้นั้นที่คอยสั่งการกองพลกาลเวลายังคงอยู่ในวังหลวง และเขาได้สิ่งที่สำคัญกว่าความลับในโลงหินไปแล้ว"
"อะไรกัน?"
"โลงหินกล่องที่สาม..." หลี่หยางชี้ไปยังทิศทางของรถม้าที่ถูกทิ้งไว้เบื้องล่าง "มันหายไปพร้อมกับเงาร่างของนักฆ่าตระกูลเยี่ยตั้งแต่อยู่กลางทาง!"
เซียวหลันใจหายวาบ กล่องที่สามที่รวบรวมความลับสุดท้ายของพ่อ นางยังไม่ทันได้เห็นมันด้วยซ้ำ