เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
สามวันหลังจากหลี่หยางแสดงอิทธิฤทธิ์หมัดเดียวจอด ชื่อเสียงของหอโอสถเซียวก็พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ จากความกลัวของผู้คนมันถูกแปรเปลี่ยนเป็นความยำเกรงแทน ไม่มีอันธพาลหน้าไหนกล้าเข้ามาก่อกวนอีก ลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่จึงเป็นผู้ป่วยที่สิ้นหวังจากที่อื่น หรือไม่ก็พวกเศรษฐีที่แอบมารักษาโรคที่น่าอับอาย เช่น กามโรค หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางเพศ เพราะเชื่อถือในความสามารถของหมอปีศาจ
ที่หน้าร้านหลี่หยางในชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มนั่งกอดอกพิงเสา หลับตาพริ้มราวกับรูปปั้นหินสลัก เพียงแค่มีคนทำท่าจะแซงคิวหรือส่งเสียงดัง เปลือกตาคมกริบคู่นั้นก็จะลืมขึ้นพร้อมรังสีอำมหิตที่ทำให้คนมองเข่าอ่อน
แต่พอกลับมาอยู่หลังร้าน บรรยากาศกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
"อึก..." หลี่หยางกัดฟันแน่น เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก ขณะที่เซียวหลันค่อยๆ หมุนเข็มเงินที่ปักอยู่บนแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเขา
"อดทนหน่อย" เซียวหลันกล่าวเสียงเรียบ "พิษไอเย็นของเจ้าฝังลึกถึงไขกระดูก ข้าต้องใช้วิธีรมยาผ่านเข็มเพื่อไล่มันออกมา"
นางจุดไฟที่ก้อนสมุนไพรแห้งที่เสียบอยู่ปลายเข็ม ความร้อนค่อยๆ แผ่ซ่านลงไปตามตัวเข็มเข้าสู่จุดชีพจรที่หนาวเหน็บ หลี่หยางรู้สึกเหมือนมีถ่านไฟวิ่งพล่านในเส้นเลือด ทรมานแต่ก็รู้สึกถึงชีวิตชีวาที่ขาดหายไปนาน
"เจ้าเรียนรู้วิชาพวกนี้มาจากไหน" หลี่หยางถามเสียงหอบ "ข้าไม่เคยเห็นหมอคนไหนใช้วิธีนี้"
"ข้าเรียนมาจากตำราผีบอกกระมัง" เซียวหลันตอบกวนๆ พลางดึงเข็มออก “เสร็จแล้ว วันนี้เจ้าพักผ่อนได้ พรุ่งนี้ค่อยมาเป็นยามต่อ"
ยังไม่ทันที่หลี่หยางจะใส่เสื้อ เสียงเคาะประตูดังรัวเร็วและหนักหน่วงก็ดังขึ้นหน้าร้าน
ปัง! ปัง! ปัง!
"หมอปีศาจอยู่ไหม! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นี่คือเจ้าหน้าที่ทางการ!"
อาหลงวิ่งหน้าตื่นเข้ามา “คุณหนูแย่แล้วขอรับ มือปราบหม่าแห่งศาลว่าการเมืองหลี่เฉิงมาขอรับ"
เซียวหลันเลิกคิ้ว “มือปราบรึ? ข้าเพิ่งเปิดร้านได้ไม่กี่วันยังไม่ได้ไปฆ่าใครตายสักหน่อย"
นางพูดจบก็เดินออกไปหน้าร้านพบกับชายวัยกลางคนร่างสันทัด ผิวดำแดง สวมชุดเครื่องแบบมือปราบคาดดาบที่เอว ใบหน้าเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความร้อนรน
"เจ้าคือหมอแซ่เซียวใช่หรือไม่" มือปราบหม่ากวาดตามองนางด้วยความประหลาดใจที่เห็นดรุณีน้อยแทนที่จะเป็นหญิงแก่หน้าผีตามข่าวลือ
"ข้าน้อยเอง ใต้เท้ามีธุระอันใด"
“เก็บข้าวของเดี๋ยวนี้ ท่านเจ้าเมืองเรียกตัวเจ้าไปที่หอสุราบุปผาหอม"
"ไปทำไมรึ"
"ไปดูศพ!" มือปราบหม่ากระซิบเสียงเครียด “คุณชายรองตระกูลจาง หลานชายคนโปรดของท่านเจ้าเมือง จู่ๆ ก็ล้มตึงตายกลางงานเลี้ยง หมอชันสูตรบอกว่าหัวใจวายแต่ท่านเจ้าเมืองไม่เชื่อ เขาได้ยินชื่อเสียงเรื่องการขูดกระดูกของเจ้า เลยอยากให้เจ้าไปดูให้แน่ใจ"
เซียวหลันนิ่งคิด
นี่เป็นโอกาสดีที่จะสร้างคอนเนกชันกับเจ้าเมืองแต่ก็มีความเสี่ยงสูง หากนางวินิจฉัยผิดหรือไปขัดขาใครเข้าอาจจะมีจุดจบไม่สวย
"หลี่หยาง" นางหันไปเรียกชายหนุ่มที่เดินตามออกมา “หยิบกล่องเครื่องมือข้ามา เราจะไปดูศพกัน"
หอสุราบุปผาหอมเป็นสถานที่เริงรมย์หรูหราที่สุดในเมืองหลี่เฉิง บัดนี้ถูกปิดล้อมด้วยทหาร บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความตึงเครียด แขกเหรื่อถูกกักตัวไว้ห้ามออก
ที่ห้องโถงกลางชั้นสอง ร่างของชายหนุ่มในชุดแพรพรรณหรูหรานอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน ริมฝีปากและเล็บมือเป็นสีม่วงคล้ำ ข้างๆ ศพมีชายชราหนวดเคราขาวกำลังโต้เถียงกับขุนนางชุดแดง
"ใต้เท้า ข้าตรวจดูแล้ว ไม่มีรอยแผลภายนอก เข็มเงินทดสอบพิษก็ไม่เปลี่ยนสี นี่มันคือโรคหัวใจกำเริบชัดๆ" หมอชันสูตรอู๋ยืนยันเสียงแข็ง
"เหลวไหล! หลานข้าแข็งแรงปานม้าศึกจะมาหัวใจวายตายได้ยังไง” เจ้าเมืองจางตวาดลั่น
“ท่านเจ้าเมือง หมอปีศาจมาถึงแล้วขอรับ" มือปราบหม่าเข้ามารายงาน
ทุกสายตาจับจ้องไปที่เซียวหลันที่เดินเข้ามาพร้อมกับผู้ติดตามหน้าโหดอย่างหลี่หยางและบ่าวชราถือกล่องไม้
หมอชันสูตรอู๋มองนางด้วยสายตาดูถูก "เฮอะ! นึกว่าใคร ที่แท้ก็นังเด็กเมื่อวานซืนที่หลอกชาวบ้านด้วยปาหี่ขูดกระดูก ใต้เท้า ท่านจะให้เด็กนี่มาชันสูตรศพหลานท่านรึ เป็นการลบหลู่คนตายชัดๆ"
"ถ้าท่านเก่งจริงก็บอกสาเหตุการตายให้ท่านเจ้าเมืองพอใจสิ" เซียวหลันสวนกลับเรียบๆ นางเดินตรงเข้าไปที่ศพโดยไม่สนใจคำด่าทอ
นางสวมถุงมือหนังบางๆ ที่นางเย็บเองเพื่อป้องกันเชื้อโรคแล้วเริ่มสำรวจศพทันที นางใช้สองนิ้วเปิดเปลือกตาของศพขึ้นเพื่อตรวจเช็คก่อนจะพบว่าเส้นเลือดฝอยในตาแตกและรูม่านตาขยาย ส่วนในช่องปากมีฟองน้ำลายฟูมเล็กน้อยที่มุมปาก มีกลิ่นอัลมอนด์จางๆ ไม่สิ กลิ่นเหมือนดอกราตรีเน่ามากกว่า นอกจากนี้เล็บมือยังมีสีม่วงคล้ำแสดงถึงการขาดออกซิเจนอย่างเฉียบพลัน
"หลี่หยาง เจ้าเห็นอะไรผิดปกติไหม" นางกระซิบถาม
หลี่หยางกวาดสายตาคมกริบมองศพแล้วมองไปที่แก้วสุราที่ล้มอยู่ข้างๆ “เขาเป็นคนฝึกยุทธ์ แม้จะไม่เก่งกาจแต่ลมปราณคุ้มครองกายระดับนี้ ไม่มีทางหัวใจวายตายง่ายๆ นอกจากจะโดนทำลายจากภายใน"
เซียวหลันพยักหน้า นางหยิบเข็มเงินออกมา แต่แทนที่จะจิ้มลงไปที่คอหอยเหมือนปกติ นางกลับหันไปสั่งอาหลงแทน
"เอาน้ำส้มสายชูมาหน่อย"
จากนั้นนางก็หยดน้ำส้มสายชูลงบนเข็มเงินแล้วแทงลงไปที่บริเวณ ตับของศพก่อนจะทิ้งไว้ครู่หนึ่งแล้วดึงขึ้นมา
ปลายเข็มเงินที่เคยแวววาว บัดนี้กลายเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต
เสียงฮือฮาดังไปทั่วห้อง หมอชันสูตรอู๋ตาถลน “สีแดงรึ! เป็นไปไม่ได้ ถ้าเป็นพิษทั่วไปต้องเป็นสีดำสิ"
"นี่ไม่ใช่พิษทั่วไป" เซียวหลันชูเข็มขึ้น “นี่คือพิษแมงมุมโลหิตชาด พิษชนิดนี้ทำมาจากต่อมพิษของแมงมุมหายากทางใต้ผสมกับสมุนไพรฤทธิ์ร้อน มันจะไม่ทำปฏิกิริยากับเข็มเงินธรรมดา แต่จะทำปฏิกิริยากับกรดในน้ำส้มสายชู” นางหันไปมองเจ้าเมืองจาง “คุณชายไม่ได้หัวใจวายเจ้าค่ะ แต่เขาถูกฆาตกรรม"
"ฆาตกรรม!" เจ้าเมืองจางคำราม "ใคร! ใครมันบังอาจ!"
"พิษนี้ออกฤทธิ์เร็วมากภายในครึ่งก้านธูป คนร้ายต้องอยู่ใกล้ตัวผู้ตายแน่นอน" เซียวหลันกวาดสายตามองแขกเหรื่อที่ยืนหน้าซีด "และคนที่มีโอกาสวางยาได้มากที่สุด"
หลี่หยางก้าวออกมาข้างหน้าทันที เขามองไปที่หญิงงามเมืองนางหนึ่งที่นั่งร้องไห้อยู่ไม่ไกล หญิงสาวผู้นั้นดูบอบบางน่าสงสาร แต่หลี่หยางจับสังเกตได้ถึงกลิ่นอายบางอย่าง
กลิ่นอายของนักฆ่าที่ซ่อนอยู่ภายใต้คราบน้ำตา
"แม่นางคนนั้น" หลี่หยางชี้มือ "ที่เล็บนิ้วก้อยของเจ้ามีคราบสีแดงจางๆ อยู่ใช่หรือไม่"
หญิงงามเมืองสะดุ้งเฮือก นางรีบซ่อนมือไว้ในแขนเสื้อ "จะ... เจ้าพูดเรื่องอะไร ข้าไม่รู้เรื่อง"
"จับนาง!" เจ้าเมืองจางสั่ง
หญิงสาวเห็นจวนตัว แววตาที่เคยโศกเศร้าพลันเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม นางสะบัดแขนเสื้อ มีดสั้นบินพุ่งออกมาใส่เซียวหลันที่ยืนขวางทางอยู่
"ระวัง!" มือปราบหม่าตะโกน
แต่ก็ยังช้ากว่าหลี่หยางที่ช่างรวดเร็วกว่าเสียงนัก เขาขยับตัววูบเดียวมายืนขวางหน้าเซียวหลันจากนั้นก็ใช้เพียงสองนิ้วคีบมีดบินนั้นไว้ได้อย่างง่ายดาย
เคร้ง!
เขาหักมีดสั้นด้วยมือเปล่าแล้วดีดเศษเหล็กกลับไป ปักเข้าที่ไหล่ของนักฆ่าสาวจนนางร้องกรี๊ดล้มลง
"อ๊ากกก!"
ทหารรีบเข้ามารวบตัวนางไว้ ค้นตัวพบขวดกระเบื้องใบเล็กที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อ มันเป็นขวดบรรจุพิษแมงมุมโลหิตชาด
"ยอดเยี่ยม!" เจ้าเมืองจางปรบมือด้วยความพอใจ "ทั้งฉลาดและมีฝีมือ ข้าไม่เคยเห็นใครไขคดีได้รวดเร็วและเฉียบขาดขนาดนี้มาก่อน"
เซียวหลันถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางหันไปมองหลี่หยางที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ แม้สีหน้าเขาจะดูเย็นชา แต่แววตาที่มองนางกลับมีความโล่งใจซ่อนอยู่
"ขอบใจนะ" นางกระซิบ
"ข้าแค่ไม่อยากให้หมอของข้าตายก่อนที่ข้าจะหายดี" หลี่หยางตอบเสียงเรียบ
เจ้าเมืองจางเดินเข้ามาหาเซียวหลัน "แม่นางเซียว เจ้าทำความดีความชอบครั้งใหญ่ ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม และต่อไปนี้หากใครหน้าไหนกล้ามารังแกหอโอสถเซียว ให้บอกข้า”
เซียวหลันใจชื้นขึ้นมาอีกเปราะหนึ่งเมื่อรู้ว่าเจ้าเมืองยอมที่จะเป็นแบ๊คหลังให้นางแล้ว แต่ในขณะเดียวกันเซียวหลันสังเกตเห็นรอยสักรูป เปลวไฟสีดำที่ข้อมือของนักฆ่าสาวขณะที่นางถูกลากตัวออกไป
รอยสักนั้นเหมือนกับสัญลักษณ์ที่นางเห็นในคืนวันที่ตระกูลเซียวถูกฆ่าล้างโคตร
'พรรคอัคคีทมิฬ... พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวในเมืองนี้แล้วสินะ'