เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

มธุรสวาทเจ้าสำนัก - บทที่ 37 หมอกหลอนประสาท โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส

รายละเอียด

มธุรสวาทเจ้าสำนัก โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

ผู้แต่ง

หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳

เรื่องย่อ

สารบัญ

มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 2 คนตายไม่พูด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 3 เขตหวงห้าม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 4 วาจาสยบมาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 10 มัจจุราชไร้เงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 11 รอยสัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 13 เครือข่ายบุปผา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 14 หุบเขาเงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 16 อาคันตุกะชุดขาว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 17 หนอนกู่กินวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 18 กลิ่นสาบมรณะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 19 สูตรลับดินประสิว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 20 เพลิงกัมปนาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 21 ศึกสองด้าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 22 มารโลหิต,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 23 ราชโองการ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 24 เมืองหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 25 มังกรป่วย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 26 ปีศาจในหอปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 27 ถอดรหัสยามัจจุราช,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 28 เหมันต์สังหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 29 หมอกมรณะและรถม้าปริศนา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 31 พิชิตชีพจรมังกร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 33 ป่าร้อยพิษและคำสาปสีน้ำเงิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 35 หุบเขามังกรหลับ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 36 แผนที่ล่องหนและนครใต้พิภพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 37 หมอกหลอนประสาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 38 หน้ากากทองคำและน้ำยาราชันย์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 39 ปาฏิหาริย์แห่งสายน้ำมืด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 40 ความลับในห่อผ้าสีชาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 41 วิหารพฤกษาพันปี,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 42 เถ้าถ่านแห่งความทรงจำ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 43 ท่าเรือเฮยหลิง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 44 ยุทธนาวีมังกรวารี,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 45 เกาะกะโหลก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 46 ยอดเขาไท่ซาน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 47 ความลับ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 48 กองพลกาลเวลา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 49 ปลายทางทุ่งหิมะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 50 บททดสอบหัวใจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 51 ความลับที่ถูกซ่อนใต้ท้องเรือ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 52 การลักลอบเข้าเมืองจินหลิง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 53 วังร้างอ๋องสิบเอ็ด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 54 ฮองเฮา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 55 หมากล้อมตำหนักใน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 56 สุสานหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 57 แผนพ่นพิษกลางสุสาน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 58 จุดจบของจอมลวงโลก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 59 นครที่หลับใหล,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 60 ราตรีประหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 61 รุ่งอรุณชำระแผ่นดิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 62 ความลับอีกระดับ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 63 สัญลักษณ์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 64 การล่มสลาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 65 กลลวงของมังกรซ่อนเล็บ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 66 การเดิมพันด้วยชีวิตของแม่ทัพหลี่,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 67 ทางเลือกที่แลกด้วยวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 68 การตัดสิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 69 การกลับมาของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 70 กู้แผ่นดิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 71 แดนลับทุ่งน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 72 ด่านพิสูจน์ใจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 73 คมกระบี่,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 74 สภาโอสถใหม่,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 75 พันธมิตรปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 76 รสสัมผัส,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 77 การลักลอบออกนอกด่าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 78 ประลองโอสถ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 79 กบฏวังหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 80 มุกมังกรกับสายเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 81 รอยแยกแห่งมิติเวลา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 82 การชำระล้างสภาโอสถ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 83 การทรยศของมิตรเก่า,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 84 แผนลับของสหายผู้จงรัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 85 ความลับของพาหนะกาลเวลา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 86 ราชโองการเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 87 ยาถอนพิษชะตากรรม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 88 คมกระบี่แห่งมวลชน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 89 รสชาติของความธรรมดา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 90 การบรรจบกันของกาลเวลา (จบ))

เนื้อหา

บทที่ 37 หมอกหลอนประสาท

แสงตะวันยามสายไม่อาจสาดส่องทะลุเรือนยอดไม้ที่หนาทึบราวกับกำแพงยักษ์ได้ ป่าดิบชื้นรอบนอกหลุมยุบเมืองบาดาลปกคลุมไปด้วยความมืดสลัวและเสียงกระซิบของสายลมที่ชวนให้ขนลุก

เซียวหลัน หลี่หยาง และเสี่ยวชุนเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่ปรากฏบนแผนที่หนังสัตว์ ยิ่งเดินลึกเข้าไปอากาศก็ยิ่งเย็นยะเยือกและชื้นแฉะ ต้นไม้รอบด้านมีรูปร่างบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติราวกับกำลังเอื้อมมือมาคว้าตัวผู้บุกรุก

"อากาศเปลี่ยนกะทันหัน..." เซียวหลันสังเกตละอองน้ำที่เกาะตามใบไม้ "เรากำลังเข้าใกล้เขตหลุมยุบแล้ว สภาพแวดล้อมแบบปิดทำให้เกิดภูมิอากาศเฉพาะถิ่น ความชื้นไม่ระเหยออกไปไหน ทำให้เกิดหมอกหนาทึบ ทุกคนใส่หน้ากากป้องกันเดี๋ยวนี้!"

ทุกคนรีบดึงหน้ากากผ้าบุผงถ่านขึ้นมาปิดจมูกและปาก

เมื่อก้าวพ้นดงเถาวัลย์ยักษ์ พวกเขาก็พบกับม่านหมอกสีขาวอมม่วงลอยเรี่ยพื้น หมอกนี้ไม่ได้มีกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนกรดกำมะถันแต่กลับมีกลิ่นหอมหวานเย็นๆ คล้ายดอกไม้ป่า

"กลิ่นหอมแปลกๆ" เสี่ยวชุนพึมพำ

เซียวหลันขมวดคิ้ว "อย่าสูดดมลึก! กลิ่นหอมในป่าลึกมักเป็นเหยื่อล่อของพืชมีพิษ!"

แต่ดูเหมือนคำเตือนจะช้าไปนิด หรืออาจจะเป็นเพราะพิษนี้ไม่ได้ซึมผ่านแค่การหายใจแต่ซึมผ่านทางผิวหนังและเยื่อบุตาแทน

จู่ๆ หลี่หยางก็หยุดชะงัก ร่างกายสูงใหญ่ของเขาแข็งทื่อ มือที่จับด้ามดาบสั่นเทาอย่างรุนแรง นัยน์ตาสีดำสนิทเบิกกว้างและเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดง

"หลี่หยาง? เจ้าเป็นอะไร?" เซียวหลันหันไปถาม แตะแขนเขาเบาๆ

พรึ่บ!

หลี่หยางสะบัดแขนนางออกอย่างแรง ชักดาบอ่อนออกมาตวัดชี้หน้าเซียวหลัน

"อย่าเข้ามานะไอ้พวกกบฏ! ข้าจะฆ่าพวกแกให้หมด! คืนชีวิตท่านพ่อข้ามา!" เสียงของเขาแหบพร่าและดุดันราวกับสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ แววตาของเขามองเซียวหลัน แต่ภาพที่เขาสะท้อนเห็นในสมองกลับเป็นทหารพรรคหมื่นพิษที่กำลังลงดาบสังหารครอบครัวเขา

"คุณหนู! ท่านหลี่โดนผีเข้า!" เสี่ยวชุนร้องเสียงหลงพลางถอยกรูดไปหลบหลังต้นไม้

"ไม่ใช่ผี!" เซียวหลันหลบคมดาบที่แกว่งไปมาอย่างหวุดหวิด สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว “เขาโดนสารหลอนประสาท หมอกพวกนี้มีละอองเกสรของดอกลำโพงผสมกับเห็ดเมา มันไปกระตุ้นสารเคมีในสมอง ดึงเอาความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดออกมาสร้างเป็นภาพหลอน!"

"ตายซะ!" หลี่หยางพุ่งเข้ามาฟาดดาบใส่ก้อนหินข้างตัวเซียวหลันจนหินแตกกระจาย เขาไม่กล้าฟันผู้หญิงตรงหน้าแม้ในภาพหลอน แต่ความบ้าคลั่งทำให้เขาเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้

"ข้าต้องเรียกสติเขากลับมา!" เซียวหลันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ายา หยิบหลอดแก้วขนาดเล็กเท่าปลายนิ้วออกมาหลอดหนึ่งภายในบรรจุของเหลวใส

นางกะจังหวะที่หลี่หยางฟาดดาบลงมาแล้วเสียหลักพุ่งตัวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างกล้าหาญ

นางบีบหลอดแก้วในมือจนแตกแล้วประกบมือที่มีเศษผ้าซับของเหลวนั้นเข้าที่จมูกของหลี่หยางเต็มแรง

"สูดเข้าไปลึกๆ ไอ้คนบ้า!"

ฉ่าาา!

กลิ่นฉุนกึกรุนแรงระดับทะลวงแก้วหูพุ่งปะทะจมูกและสมองของหลี่หยางอย่างจัง มันคือแอมโมเนียความเข้มข้นสูงที่เซียวหลันสกัดเตรียมไว้สำหรับแก้อาการสลบหรือเรียกสติคนไข้ช็อก

หลี่หยางสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกฟ้าผ่า ความฉุนของแอมโมเนียไปกระตุ้นเส้นประสาทรับกลิ่นอย่างรุนแรง ทำให้ระบบทางเดินหายใจเกิดกระตุ้นให้สูดอากาศอึกใหญ่ ภาพหลอนในหัวแตกสลายหายไปในพริบตา

เขาหอบหายใจรุนแรง น้ำตาไหลพรากเพราะความฉุน ดาบร่วงหลุดจากมือ

"เซียว... หลัน?" เขากะพริบตาปริบๆ มองสตรีที่ยืนกำคอเสื้อเขาอยู่

"เออ! ข้าเอง!" เซียวหลันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปล่อยมือจากคอเสื้อเขา "เจ้าเกือบจะหั่นข้าเป็นชิ้นๆ แล้วรู้ตัวไหม!"

"ข้า... ข้าเห็นพวกมัน..." หลี่หยางทรุดลงคุกเข่า กุมขมับที่ยังปวดตุบๆ "หมอกนี่มันเล่นตลกกับสมองข้า"

"รีบเอาขี้ผึ้งการบูรผสมเมนทอลนี่ทาใต้จมูกและขมับซะ" เซียวหลันโยนตลับยาให้เขาและเสี่ยวชุน “มันจะช่วยปิดกั้นการรับกลิ่นและกระตุ้นประสาทให้ตื่นตัวตลอดเวลา เราต้องรีบออกจากดงหมอกนี่ให้เร็วที่สุด"

 

เมื่อทั้งสามคนเดินฝ่าหมอกหลอนประสาทมาได้ไม่นาน พวกเขาก็มาถึงขอบหน้าผาหินที่ตัดดิ่งลงไปเบื้องล่าง

เบื้องหน้าคือหลุมยุบเมืองบาดาลขนาดมหึมา ความกว้างของปากหลุมน่าจะกินพื้นที่หลายสิบไร่ มันลึกดิ่งลงไปจนมองไม่เห็นก้นหลุม มีเพียงแสงสลัวๆ และเถาวัลย์ยักษ์ที่ทิ้งตัวลงไปตามผนังหิน

"ทางลงมีแค่ทางเดียว คือไต่เถาวัลย์พวกนี้ลงไป" หลี่หยางดึงเถาวัลย์ขนาดเท่าท่อนแขนเพื่อทดสอบความเหนียว "ข้าจะลงไปก่อน เจ้าคอยตามหลังข้ามา"

ทั้งสามเริ่มไต่ลงไปตามผนังหลุมยุบอย่างระมัดระวัง ยิ่งลงลึก แสงแดดก็ยิ่งส่องไม่ถึง อากาศเย็นชื้นและกลิ่นขี้ค้างคาวลอยคละคลุ้ง

ทันใดนั้นเซียวหลันสังเกตเห็นผีเสื้อกลางคืนสีแดงเลือดตัวหนึ่งบินโฉบผ่านหน้าพวกนางไป ก่อนที่มันจะส่งเสียงหวีดแหลมเล็กๆ ออกมา

กี้! กี้!

"ผีเสื้อส่งเสียงได้ด้วยหรือเจ้าคะ?" เสี่ยวชุนถามเสียงสั่น

"นั่นไม่ใช่ผีเสื้อธรรมดา..." เซียวหลันหน้าตึง "มันคือสายลับที่ถูกเลี้ยงด้วยพิษกู่ และเสียงของมันคือสัญญาณเรียกพวก!"

ราวกับตอบรับคำพูดของนางเสียงกระพือปีกพรึ่บพรั่บนับพันนับหมื่นดังขึ้นจากซอกหลืบความมืดของผนังหลุมยุบ

ดวงตาสีแดงวาวโรจน์นับหมื่นคู่สว่างขึ้นในความมืด

"ค้างคาวดูดเลือดกลายพันธุ์!" หลี่หยางตะโกน "พวกมันถูกเลี้ยงด้วยกากสารเคมีของพรรคมาร ร่างกายพวกมันใหญ่กว่าปกติสองเท่า!"

ฝูงค้างคาวนับหมื่นพุ่งโฉบลงมาประดุจพายุสีดำหมายจะฉีกทึ้งผู้บุกรุกที่กำลังห้อยต่องแต่งอยู่บนเถาวัลย์

"หลี่หยาง! เราปัดป้องมันกลางอากาศแบบนี้ไม่ไหวแน่ เถาวัลย์จะขาด!" เซียวหลันตะโกนแข่งกับเสียงปีก

"เจ้ามีระเบิดอะไรเหลือไหม!" หลี่หยางตวัดดาบอ่อนด้วยมือข้างเดียว ฟันค้างคาวที่พุ่งเข้ามาขาดกระเด็น แต่จำนวนมันมากเกินไป

"มี! แต่ไม่ใช่ระเบิดทำลายล้าง!"

เซียวหลันใช้มือข้างหนึ่งเกาะเถาวัลย์ อีกมือล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบลูกบอลทรงกระบอกที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่ออกมา

"ค้างคาวอาศัยอยู่ในที่มืดมิด ดวงตาของพวกมันไวต่อแสงมาก และพวกมันใช้คลื่นเสียงสะท้อนในการนำทาง"

นางใช้ฟันกัดดึงสลักชนวนออก "ถ้าตาบอดและหูหนวกพร้อมกัน พวกมันก็แค่หนูมีปีกโง่ๆ เท่านั้นแหละ”

“…”

"หลับตา! แล้วปิดหูแน่นๆ!"

เซียวหลันขว้างกระบอกไม้ไผ่ออกไปกลางฝูงค้างคาวมฤตยู

ภายในกระบอกนั้นคือผงแมกนีเซียมผสมกับ โพแทสเซียมคลอเรต

วาบบบบบบ!!!

แสงสว่างเจิดจ้าบาดตาราวกับดวงอาทิตย์ระเบิดขึ้นกลางหลุมยุบมืดมิด แสงสีขาวสว่างวาบจนทะลุเปลือกตาพร้อมกับเสียงระเบิดกัมปนาทที่สร้างคลื่นเสียงความถี่สูงกระแทกโสตประสาท

กี้ดดดด!!!

ฝูงค้างคาวกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ดวงตาที่ชินกับความมืดถูกแสงสว่างระดับเผาไหม้เรตินาทำลายจนบอดสนิท คลื่นเสียงอัดกระแทกจนระบบนำทางของพวกมันรวนเร

ค้างคาวนับหมื่นตัวบินชนกันเอง ชนผนังหิน และร่วงหล่นลงสู่ก้นหลุมยุบราวกับสายฝนสีดำ

"รีบลงไปเร็ว! ก่อนที่พวกมันจะตั้งตัวได้!" เซียวหลันตะโกน

ทั้งสามรูดตัวลงตามเถาวัลย์ด้วยความเร็วสูงสุด จนกระทั่งเท้าแตะพื้นดินที่ชื้นแฉะเบื้องล่าง

เมื่อลืมตาขึ้นและฝุ่นควันจางลง ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้พวกเขาต้องกลั้นหายใจ

ก้นหลุมยุบไม่ได้มืดมิดอย่างที่คิด แต่กลับสว่างไสวด้วยแสงเรืองรองสีฟ้าอมเขียวจากมอสและเห็ดเรืองแสงที่ขึ้นปกคลุมไปทั่ว

และใจกลางทุ่งเห็ดเรืองแสงนั้นคือซากปรักหักพังของวิหารหินอ่อนสีดำขนาดยักษ์ สถาปัตยกรรมโบราณที่ไม่เหมือนของยุคปัจจุบัน มันถูกสลักเสลาเป็นรูปงูและแมงมุมที่ดูน่าเกรงขาม

“นครใต้พิภพ หรือเมืองบาดาล" หลี่หยางพึมพำ กระชับดาบในมือ

"ยินดีต้อนรับสู่สุสานของพวกเจ้า..." เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังสะท้อนออกมาจากในวิหาร

เงาร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีทองอร่ามเดินก้าวออกมาจากเงามืด บนใบหน้าสวมหน้ากากทองคำรูปพระจันทร์เสี้ยวคู่

สัญลักษณ์แห่งราชวงศ์เก่า

"นายท่านพรรคหมื่นพิษ" เซียวหลันหรี่ตามอง "ในที่สุดก็โผล่หัวออกมาเสียทีนะ ไอ้พวกขี้แพ้!"