เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
เมื่อพันธนาการทางเสียงถูกทำลาย หลี่หยางดีดตัวขึ้นจากพื้นประหนึ่งสปริงเหล็ก ดาบอ่อนในมือตวัดวาดเป็นวงกลมสีเงินยวงตัดผ่านม่านหมอกในยามราตรี
"เจ้าพวกนักพรตเก๊!" หลี่หยางคำราม พลังปราณที่อัดอั้นพุ่งทะลวงออกจากปลายดาบ บดขยี้ระฆังทองเหลืองในมือนักบวชเงาจนแตกละเอียด ร่างในชุดดำกระเด็นตกทะเลไปทีละคน ทว่าพวกมันกลับไร้เสียงร้องเจ็บปวด ราวกับว่าร่างกายนั้นเป็นเพียงเปลือกหุ้มที่ไร้ความรู้สึก
"หลี่หยาง ระวัง! พวกมันไม่ได้มาเพื่อฆ่าเราอย่างเดียว!" เซียวหลันตะโกนเตือนพลางสาดสายตาสำรวจรอบดาดฟ้า นางสังเกตเห็นว่านักบวชบางส่วนไม่ได้มุ่งเป้ามาที่พวกนาง แต่กลับกำลังเทของเหลวสีดำข้นลงไปตามรอยแตกของแผ่นไม้กระดานเรือ
กลิ่นเหม็นฉุนคล้ายน้ำมันดินปนกำมะถันโชยมาเข้าจมูก เซียวหลันหน้าซีดวูบ “นั่นมัน... เพลิงวารี! พวกมันจะเผาเรือลำนี้ทิ้ง!"
เพลิงวารีหรือน้ำมันดิบผสมสารไวไฟเข้มข้น คืออาวุธร้ายแรงที่ยากจะดับด้วยน้ำธรรมดา ทันทีที่นักบวชเงาคนสุดท้ายจุดชนวน เปลวไฟสีเขียวอมฟ้าก็ลุกพรึ่บขึ้นมาจากใต้ท้องเรือ มันลามเลียไปตามกราบเรืออย่างรวดเร็วประหนึ่งอสูรกายกระหายเลือด
"คุณหนูเจ้าคะ! ข้างล่างร้อนมากเลยเจ้าค่ะ!" เสี่ยวชุนวิ่งหน้าตื่นออกมาจากช่องทางเดินใต้ดิน ในอ้อมแขนกอดห่อผ้าไหมที่บรรจุกล่องผลึกดาราสีทองไว้แน่น "น้ำมันพวกนั้นมันไหลไปถึงห้องเก็บเสบียงแล้วเจ้าค่ะ!"
"เสี่ยวชุน ส่งกล่องนั่นมาให้ข้า!" เซียวหลันรับกล่องเหล็กมาสะพายไว้มั่น "หลี่หยาง! เราต้องควบคุมไฟก่อนที่มันจะเผาถังอากาศใต้ท้องเรือ!"
"ถังอากาศ?" หลี่หยางขมวดคิ้วขณะเตะร่างนักบวชคนสุดท้ายลงเรือ
"เรือของไป๋อวิ๋นไม่ได้มีไว้ขนแค่สินค้าธรรมดา" เซียวหลันพรรณนาด้วยความรวดเร็ว "ข้าแอบสำรวจมาเมื่อเย็น ใต้ท้องเรือลำนี้มีถังสารเคมีปริมาณมหาศาลที่ไป๋อวิ๋นแอบขนไปให้กลุ่มต่อต้านในเมืองหลวง หากไฟลามไปถึงที่นั่น เรือทั้งลำจะกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา!"
หลี่หยางไม่รอช้า เขาคว้าถังน้ำไม้บนดาดฟ้าเตรียมจะสาด
"อย่าใช้น้ำ!" เซียวหลันห้ามเสียงหลง "น้ำจะยิ่งทำให้ไฟจากน้ำมันกระจายตัวกว้างขึ้น! เสี่ยวชุน! ไปเอาถังทรายผสมเกลือในห้องครัวมาเร็วเข้า!"
ในขณะที่เสี่ยวชุนวิ่งไปตามคำสั่ง เซียวหลันก็รีบเปิดกระเป๋ายา หยิบขวดโหลที่บรรจุผงหินปูนและเบกกิ้งโซดาที่นางเตรียมไว้สำหรับปรุงยาในหุบเขาออกมา นางผสมพวกมันเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว
"หลี่หยาง! ใช้ปราณของท่านพัดผงพวกนี้ลงไปในช่องที่ไฟลุก!"
หลี่หยางรับผงสีขาวจากมือเซียวหลัน เขาโคจรพลังลมปราณไว้ที่ฝ่ามือแล้วซัดออกไปสุดแรงเกิด ผงละเอียดสีขาวกระจายตัวปกคลุมเปลวไฟสีเขียว ทันทีที่ผงเหล่านั้นสัมผัสความร้อน มันจะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเพื่อตัดวงจรการเผาไหม้ของออกซิเจน
เปลวไฟเริ่มมอดลงอย่างเห็นได้ชัด ทิ้งไว้เพียงควันสีเทาหนาทึบ
ทว่าเมื่อไฟสงบลง ความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ท้องเรือกลับปรากฏขึ้น
หลี่หยางและเซียวหลันรีบลงไปสำรวจความเสียหายใต้ห้องเก็บเสบียง ที่นั่นพวกเขาพบว่าแผ่นไม้ที่ถูกเผาจนเกรียมเผยให้เห็นห้องลับที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด ภายในห้องนั้นไม่ได้มีแค่ถังสารเคมีตามที่เซียวหลันคาดการณ์ไว้
แต่กลับมีโลงศพหินขนาดเล็กสามโลง วางเรียงรายอยู่ท่ามกลางควันไฟ
"โลงศพพวกนี้... มีตราประทับของตระกูลเซียว" หลี่หยางพึมพำ แววตาเต็มไปด้วยความฉงน
เซียวหลันเดินเข้าไปใกล้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว นางใช้ผ้าเช็ดคราบเขม่าออกจากฝาโลงหิน ปรากฏตัวอักษรโบราณที่นางจำได้ขึ้นใจ มันคือลายมือของพ่อที่เขียนชื่อกำกับไว้
‘ความทรงจำที่หายไป... กล่องที่หนึ่ง’
‘ความทรงจำที่หายไป... กล่องที่สอง’
‘ความทรงจำที่หายไป... กล่องที่สาม’
"พ่อไม่ได้แค่ทิ้งตำรายาไว้ให้ข้า..." เซียวหลันพึมพำ น้ำตาคลอเบ้า "แต่เขาทิ้งหลักฐานบางอย่างไว้ในโลงพวกนี้"
หลี่หยางพยายามจะเปิดฝาโลง แต่เซียวหลันกลับห้ามไว้ “อย่าเพิ่งเปิดตอนนี้โลงพวกนี้ถูกปิดผนึกด้วยก๊าซรักษาสภาพ หากเปิดออกท่ามกลางอากาศเสียจากควันไฟ สิ่งที่อยู่ข้างในอาจสลายไปในทันที"
หลี่หยางมองไปที่เซียวหลันด้วยสายตาเคร่งเครียด "ไป๋อวิ๋นคงไม่ได้แค่ต้องการรับพวกเรากลับเมืองหลวง แต่เขาต้องการให้เจ้าส่งมอบสิ่งนี้ให้ถึงมือคนผู้หนึ่งในจินหลิงด้วยสินะ คนนั้นอาจจะเป็นคนที่รู้ความจริงเรื่องการล่มสลายของตระกูลเซียว"
"ใครกันคะ?"
"ท่านอ๋องสิบเอ็ด... พระอนุชาที่ถูกลืมของฮ่องเต้" หลี่หยางเป็นคนตอบแทน “เขาคือคนเดียวที่เข้าถึงหอสมุดหลวงและไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับน้ำทิพย์ลืมกาลแน่นอน เพราะเขามีอาการป่วยเรื้อรังจนต้องปลีกวิเวก"
เซียวหลันมองดูโลงหินสลับกับกล่องผลึกดาราสีทองในมือ นางรู้สึกว่าหมากเกมนี้ใหญ่กว่าที่นางเคยจินตนาการไว้มากนัก ราชสำนักไม่ได้แค่ต้องการยา แต่น่าจะกำลังปิดบังข้อผิดพลาดทางการแพทย์ครั้งใหญ่ในอดีตที่ทำลายตระกูลของนาง
"เราต้องไปให้ถึงจินหลิงก่อนรุ่งเช้าของอีกสองวันข้างหน้า" เซียวหลันยืนขึ้น แววตามุ่งมั่น "เสี่ยวชุน ช่วยข้าเอาผ้าใบชุบน้ำมาคลุมโลงพวกนี้ไว้ เราจะขนพวกมันขึ้นรถม้าทันทีที่ถึงท่าเรือลับ"
"เจ้าค่ะคุณหนู! ข้าจะเฝ้าไว้ไม่ให้มดไต่ริ้นตอมเลยเจ้าค่ะ!" เสี่ยวชุนรับคำอย่างแข็งขัน