เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แสงจันทร์คืนแรมสาดส่องลงบนยอดไม้ของป่าทึบทางทิศเหนือของเมือง หุบเขาลึกที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอกหนาทึบนั้นเงียบสงัดราวกับไร้สิ่งมีชีวิต แต่สำหรับผู้ที่รู้ทางหนีทีไล่ ที่นี่คือสวรรค์ของเหล่านอกรีต
หุบเขาเงา
รถม้าหรูหราที่เช่ามาด้วยราคาแพงลิบแล่นผ่านด่านตรวจของคนสวมหน้ากากยักษ์เข้ามาจอดหน้าทางเข้าถ้ำขนาดมหึมา ชายหนุ่มรูปงามในชุดผ้าไหมสีแดงสดปักลายพยัคฆ์ทองคำก้าวลงจากรถ ท่าทางของเขายะโสโอหัง ใบหน้าหล่อเหลาติดจะเจ้าสำราญในมือถือพัดจีบสะบัดไปมาอย่างวางมาด นี่คือหลี่หยางในบทบาทคุณชายหลี่เศรษฐีใหม่จากต่างเมือง
ข้างกายเขามีสาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มที่แต้มไฝเม็ดใหญ่ไว้มุมปากเพื่อลดความงาม สวมชุดสีเขียวอ่อนคอยพัดวีให้ไม่ห่าง
นางคือเซียวหลันนั่นเอง
“เดินให้ไหล่มันตกหน่อย อย่าเดินตัวตรงแหน่วเหมือนทหารสวนสนามสิ" เซียวหลันกระซิบเสียงลอดไรฟันขณะเดินตามหลัง
หลี่หยางกระตุกมุมปากพยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เคยชินกับระเบียบวินัย "ข้าพยายามอยู่ แต่ชุดบ้านี่มันสีฉูดฉาดจนข้าอยากจะเผาทิ้ง"
"สีแดงเรียกทรัพย์จำไว้ หน้าที่ของท่านคือทำตัวรวยและโง่เข้าไว้"
ภายในถ้ำถูกดัดแปลงเป็นหอประมูลขนาดใหญ่ โคมไฟระย้าที่ทำจากกระดูกสัตว์ส่องแสงสลัว ผู้เข้าร่วมประมูลล้วนสวมหน้ากากหรือผ้าปิดหน้าเพื่ออำพรางตัวตน มีทั้งชาวยุทธ์ พ่อค้าทาส และขุนนางกังฉิน
หลี่หยางโยนถุงทองให้พนักงานต้อนรับอย่างไม่ไยดีเพื่อแลกกับที่นั่งในห้องรับรองพิเศษชั้นสองซึ่งสามารถมองเห็นเวทีได้ชัดเจนที่สุด
การประมูลเริ่มต้นขึ้น
สินค้าชิ้นแรกๆ เป็นของแปลกประหลาด เช่น หนังเสือขาว ดาบที่ตีจากเหล็กอุกกาบาต และทาสสาวจากแดนตะวันตก เสียงขานรับราคาดังกึกก้องแต่เซียวหลันนั่งจิบชาอย่างใจเย็น รอคอยเพียงเป้าหมายเดียว
"รายการต่อไป..." ผู้ดำเนินการประมูลซึ่งเป็นชายชราหลังค่อมประกาศเสียงแหบพร่า “สมุนไพรหายากจากยอดเขาไฟบรรลัยกัลป์บัวอัคคีพันปี"
กล่องหยกถูกเปิดออกเผยให้เห็นดอกบัวสีแดงเพลิงที่เปล่งแสงเรืองรองจางๆ ความร้อนแผ่ออกมาจนคนที่นั่งแถวหน้าสัมผัสได้
"บัวอัคคีนี้มีสรรพคุณเพิ่มพลังวัตรธาตุไฟ และรักษาพิษเย็นได้ชะงัดนัก ราคาเริ่มต้นที่ 1,000 ตำลึงทอง"
"1,500" เสียงแรกดังมาจากมุมมืดชั้นล่างเป็นชายชุดดำที่สวมหน้ากากรูปเปลวไฟ
หลี่หยางและเซียวหลันสบตากันทันที
คนของสำนักอัคคีทมิฬมาตามนัดจริงๆ
"2,000" เสียงจากอีกฝั่งดังขึ้น
"3,000"
ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเหลือผู้แข่งขันเพียงสองฝ่าย คือชายชุดดำจากสำนักอัคคีทมิฬกับชายชราท่าทางมั่งคั่งอีกคน
"5,000 ตำลึงทอง" ชายชุดดำตะโกนเสียงกร้าว “ข้าคือตัวแทนจากหอการค้าทมิฬ ใครกล้าแย่งข้าไม่รับประกันความปลอดภัย!"
คำขู่ทำให้ทั้งฮอลล์เงียบกริบ เพราะไม่มีใครอยากมีเรื่องกับสำนักอัคคีทมิฬ
"5,000 ครั้งที่หนึ่ง 5,000 ครั้งที่สอง..."
เซียวหลันสะกิดแขนหลี่หยาง "ถึงตาคุณชายเจ้าสำราญแล้ว"
หลี่หยางถอนหายใจสะบัดพัดดังพรึ่บแล้วเอ่ยเสียงเนิบนาบแต่ดังกังวานไปทั่วโถง
"10,000 ตำลึงทอง!"
เสียงฮือฮาดังสนั่นหวั่นไหว ทุกสายตาจับจ้องมาที่ห้องรับรองชั้นสอง
ชายชุดดำเงยหน้าขึ้นมองด้วยความโกรธจัด "เจ้าเป็นใคร! กล้าลองดีกับข้ารึ!!”
"ข้าก็แค่คนรวยที่อยากได้ดอกไม้ไปต้มซุปไก่กินแก้หนาว" หลี่หยางตอบกวนประสาท "ทำไม? หรือหอการค้าทมิฬไม่มีปัญญาจ่าย"
“เจ้า!!" ชายชุดดำกำหมัดแน่น "12,000"
"15,000" หลี่หยางเกทับทันที
เซียวหลันลอบปาดเหงื่อ เพราะเงินรางวัลจากเจ้าเมืองบวกกับกำไรขายครีมมีแค่ 13,000 ตำลึง
อีตานี่เกทับเกินงบแล้ว
“18,000!!” ชายชุดดำตะโกนเสียงสั่น มันได้รับคำสั่งมาว่าต้องเอาบัวอัคคีกลับไปให้ได้ไม่ว่าจะราคาเท่าไหร่เพื่อสกัดกั้นการรักษาของหลี่หยาง
หลี่หยางทำท่าจะตะโกนต่อ แต่เซียวหลันรีบกดมือเขาไว้
"เงินเราหมดแล้ว" นางกระซิบ
"แล้วจะทำยังไง"
เซียวหลันยิ้มมุมปาก นางหยิบขวดกระเบื้องใบเล็กออกมาจากอกเสื้อ ภายในบรรจุยาเม็ดสีทองที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งจรุงใจ
"ส่งสิ่งนี้ให้ผู้ดูแลหอประมูล" นางสั่ง "บอกว่าข้าขอประเมินราคาสิ่งนี้ร่วมด้วย"
ไม่กี่อึดใจต่อมาผู้ดำเนินการประมูลก็เดินกลับขึ้นเวทีด้วยมือที่สั่นเทา เขาถือขวดกระเบื้องนั้นราวกับของศักดิ์สิทธิ์
"ท่านสุภาพชนทั้งหลาย ขออภัยที่ขัดจังหวะ ทางห้องรับรองพิเศษได้เสนอสิ่งของแลกเปลี่ยน หลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญของเราตรวจสอบแล้วพบว่านี่คือยาอายุวัฒนะเก้าบุปผาที่หายสาบสูญไปนับร้อยปี สรรพคุณช่วยยืดอายุขัย 10 ปี และทำให้ผิวพรรณกลับเป็นหนุ่มสาว"
แม้สรรพคุณของมันจะถูกประกาศออกไปแบบนั้น แต่ในความเป็นจริงมันคือวิตามินรวมเข้มข้นผสมคอลลาเจนและสารต้านอนุมูลอิสระสูตรเซียวหลันที่นางเพิ่งปรุงเสร็จเมื่อวาน แต่ใส่สตอรี่ให้ดูเว่อร์วังเท่านั้นเอง
"ทางหอประมูลขอตีราคายาเม็ดนี้ที่ 20,000 ตำลึงทองรวมกับเงินสดที่มี ทำให้ยอดประมูลของคุณชายท่านนี้พุ่งไปที่ 35,000 ตำลึงทอง!!”
"บัดซบ!" ชายชุดดำสบถลั่น มันทุบโต๊ะจนพังครืน "ข้าไม่เชื่อ! มันเป็นยาปลอม!"
"ตรวจสอบแล้วโดยปรมาจารย์โอสถของหุบเขาเงา" ผู้ดำเนินการประมูลยืนยัน “ปิดการประมูล! บัวอัคคีพันปีตกเป็นของคุณชายห้องหมายเลขหนึ่ง!!”
หลี่หยางแสยะยิ้มเยาะเย้ยส่งไปให้ชายชุดดำที่กำลังเต้นเร่าๆ ด้วยความแค้น
"เก่งมากสาวใช้ของข้า" หลี่หยางกระซิบชม "เจ้าไปเอายาวิเศษนั่นมาจากไหน"
"ความลับทางการค้า" เซียวหลันยักไหล่ “รีบไปรับของแล้วเผ่นกันเถอะ ข้าสังหรณ์ใจว่าขากลับคงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่"
เมื่อทั้งคู่เดินออกจากห้องรับรองเพื่อไปรับสินค้าที่หลังเวที บรรยากาศรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนไป เงาทะมึนหลายสายเริ่มเคลื่อนไหวตามมุมมืด ไม่ใช่แค่คนของสำนักอัคคีทมิฬ แต่ยังมีกลุ่มโจรตาขาวที่จ้องจะชิงของจากเศรษฐีหน้าโง่อีกด้วย
"ได้ของแล้ว" หลี่หยางรับกล่องหยกมาเก็บไว้ในอกเสื้อสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมา
"ไปทางออกลับ" เซียวหลันชี้ทางที่นางศึกษาแผนผังมาล่วงหน้า
แต่ยังไม่ทันก้าวขาชายร่างสูงโปร่งในชุดขาวสะอาดตาก็มายืนขวางทางไว้ ใบหน้าของเขาถูกปิดด้วยหน้ากากเงินครึ่งหน้าเผยให้เห็นเพียงริมฝีปากที่ยิ้มละไมและดวงตาดอกท้อที่แพรวพราว
"ช้าก่อนคุณชาย แม่นาง" ชายชุดขาวเอ่ยเสียงนุ่ม “ยาเม็ดเมื่อครู่น่าสนใจนัก ไม่ทราบว่าพอจะมีแบ่งขายให้ข้าสักเม็ดหรือไม่"
หลี่หยางขยับตัวมาบังเซียวหลันไว้ทันที สัญชาตญาณบอกว่าชายผู้นี้อันตรายยิ่งกว่าสำนักอัคคีทมิฬ
"ของหมดแล้ว" หลี่หยางตอบห้วนๆ "หลีกไป"
"ใจร้อนจริง" ชายชุดขาวหัวเราะเบาๆ “ข้าชื่อ ไป๋อวิ๋น ข้าเพียงอยากผูกมิตร หวังว่าวันหน้าจะได้พบกันอีก ที่หอโอสถเซียว"
เซียวหลันเบิกตากว้าง
เขารู้!
ชายชุดขาวหลีกทางให้แต่โดยดี ทิ้งปริศนาไว้เบื้องหลัง
แต่ยังไม่มีเวลาให้สงสัยนาน เพราะทันทีที่ก้าวพ้นเขตหอประมูลเข้าสู่ป่าทึบนั้น
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
ลูกดอกอาบยาพิษนับสิบดอกพุ่งออกมาจากพุ่มไม้
"มาแล้วสินะ" หลี่หยางสะบัดพัดจีบในมือที่เสริมขอบเหล็กกล้าปัดลูกดอกทิ้งอย่างง่ายดาย
“เกาะหลังข้าไว้!!” เขาตะโกนบอกเซียวหลัน
ชายชุดดำจากสำนักอัคคีทมิฬกว่าสิบคนกระโดดออกมาล้อมกรอบพวกเขาไว้
“ส่งบัวอัคคีมา!! แล้วข้าจะให้พวกเจ้าตายสบายๆ" หัวหน้ามันตะคอก
หลี่หยางฉีกยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาโยนพัดทิ้งดึงดาบอ่อนที่ซ่อนไว้รอบเอวออกมาสะบัดจนเกิดเสียงกังวาน
“อยากได้ก็เข้ามาเอา แต่ข้าไม่รับประกันนะว่าพวกเจ้าจะได้กลับไปแบบครบ 32"