เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
รถม้าของจวนเจ้าเมืองมาส่งทั้งสามคนที่หน้าหอโอสถเซียวในยามดึกสงัดพร้อมกับหีบไม้ใบใหญ่ที่เป็นรางวัล เมื่อลับสายตาคนของทางการเซียวหลันก็ทิ้งมาดหมอผู้สุขุมลงทันที นางเดินตรงดิ่งเข้าไปหลังร้าน ใบหน้าซีดเผือดแต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยไฟแค้น
"อาหลงปิดประตูลงดานให้แน่นหนา เสี่ยวชุนดับไฟหน้าร้านซะ” คำสั่งของนางเร่งร้อนจนบ่าวทั้งสองตกใจ
หลี่หยางเดินตามเข้ามาเงียบๆ เขาวางหีบรางวัลลงแล้วยืนกอดอกพิงเสามองนางด้วยสายตาอ่านยาก "เจ้ากลัวพวกมันรึ"
เซียวหลันหันขวับ "ข้าไม่ได้กลัว แต่ข้ากำลังประเมินสถานการณ์รอยสักรูปเปลวไฟสีดำนั่น เจ้าเห็นมันชัดเจนใช่ไหม"
"ชัดเต็มสองตา" หลี่หยางพยักหน้าสีหน้าของเขาเคร่งขรึมลง “สัญลักษณ์ของสำนักอัคคีทมิฬ องค์กรนักฆ่าที่ชั่วร้ายที่สุดในยุทธภพ รับงานสังหารไม่เกี่ยงวิธีการ เชี่ยวชาญการใช้พิษและวิชามาร"
"สำนักอัคคีทมิฬ" เซียวหลันเคี้ยวคำนี้อย่างช้าๆ ราวกับจะบดขยี้มันให้แหลกคาปาก
ภาพความทรงจำในคืนที่จวนตระกูลเซียวถูกเผาผลาญผุดขึ้นมา ชายชุดดำที่สั่งฆ่าบิดาของนาง มันก็มีรอยสักนี้ที่หลังมือเช่นกัน
"พวกมันไม่ได้เป็นแค่โจรป่า" หลี่หยางก้าวเข้ามาใกล้นาง "การที่หญิงงามเมืองคนนั้นมีพิษแมงมุมโลหิตชาดและรอยสักนี้แสดงว่าพวกมันฝังรากลึกอยู่ในเมืองหลี่เฉิงแล้ว และการที่เจ้าไปกระชากหน้ากากพวกมันเท่ากับว่าเจ้าได้ประกาศสงครามกับพญายมเรียบร้อยแล้วล่ะ"
"แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร มุดหัวอยู่แต่ในกระดองรึ" เซียวหลันสวนกลับ "ข้าสาบานไว้แล้วว่าใครที่ทำร้ายคนของข้า ข้าจะลากคอมันมาชดใช้ พวกมันฆ่าคนตระกูลเซียว วันนี้ข้าแค่เปิดโปงสมุนปลายแถวของมัน ข้ายังถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ"
หลี่หยางชะงัก เขาจับสังเกตคำว่า ฆ่าคนตระกูลเซียว ได้
"เจ้ามีความแค้นส่วนตัวกับพวกมันงั้นหรือ"
เซียวหลันรู้ตัวว่าเผลอพูดมากไป นางจึงสูดหายใจลึกแล้วปรับอารมณ์ให้กลับมาเยือกเย็น "เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับเจ้า หน้าที่ของเจ้าคือรักษาตัวให้หาย แล้วทำหน้าที่ยามคุ้มกันข้าให้ดีที่สุด”
นางเดินไปเปิดหีบรางวัล ภายในบรรจุเงินแท่งจำนวน 100 ตำลึง และผ้าไหมเนื้อดีอีกหลายพับ "เงิน 100 ตำลึง" นางมองเงินก้อนโตด้วยสายตาว่างเปล่าก่อนจะหันไปสั่งอาหลง “พรุ่งนี้เช้าเอาเงินครึ่งหนึ่งไปซื้อสมุนไพร ข้าไม่ต้องการยารักษาแต่ข้าต้องการยาพิษ"
"ยะ... ยาพิษหรือขอรับคุณหนู" อาหลงหน้าซีด
“ใช่! สารหนู ยางน่อง ดอกลำโพง และเลือดงูเห่า กวาดซื้อมาให้หมด" เซียวหลันประกาศก้อง "ถ้าพวกมันเชี่ยวชาญการใช้พิษ ข้าก็จะใช้พิษที่ร้ายแรงกว่าเล่นงานพวกมัน เพื่อที่จะฆ่าปีศาจ เราต้องกลายเป็นปีศาจที่น่ากลัวกว่า"
ตกดึกคืนนั้น หลี่หยางนั่งเปลือยท่อนบนอยู่บนตั่งเตียงในห้องรักษา เซียวหลันกำลังฝังเข็มรอบที่สองเพื่อกระตุ้นลมปราณของเขา บรรยากาศในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงหายใจและเสียงเข็มกระทบถาด
"แผลที่อกเจ้า" เซียวหลันเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบขณะใช้นิ้วกดลงบนรอยฝ่ามือสีม่วงคล้ำกลางอกเขา "เจ้าก็โดนคนของสำนักอัคคีทมิฬทำร้ายมาใช่ไหม"
กล้ามเนื้อหลังของหลี่หยางเกร็งวูบขึ้นมาทันที "รู้ไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น" เขาตอบเสียงแข็ง
"ข้าเป็นหมอเจ้า ข้าควรรู้ที่มาของโรค" เซียวหลันกดเข็มลงไปลึกกว่าเดิมเล็กน้อยจนเขาครางฮือ "ฝ่ามือเหมันต์เป็นวิชาเฉพาะทางที่หาได้ยาก คนที่ทำร้ายเจ้าต้องเป็นระดับผู้นำ"
หลี่หยางหลับตาลง ภาพการต่อสู้ที่นองเลือดในอดีตฉายชัด เขาคือแม่ทัพหนุ่มอนาคตไกลที่ถูกหักหลัง ถูกลอบสังหาร และต้องหนีตายมาอย่างหมาจนตรอก
"ใช่..." หลี่หยางยอมรับเสียงแผ่ว “คนระดับทูตฝั่งซ้ายของพรรค มันต้องการชีวิตข้า และตอนนี้มันคงรู้แล้วว่าข้ายังไม่ตาย"
"ศัตรูของเจ้า คือศัตรูของข้า" เซียวหลันกล่าวเรียบๆ แต่หนักแน่น
นางวางมือลงบนไหล่กว้างของเขา ไม่ใช่ในฐานะหมอ แต่ในฐานะพันธมิตร "ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ในหอโอสถเซียว ข้าจะรักษาเจ้า และข้าจะไม่ยอมให้ใครมาลากตัวคนไข้ของข้าไปฆ่าแกงเด็ดขาด ต่อให้มันผู้นั้นจะเป็นยมทูตก็ตาม"
ความอบอุ่นจากมือเล็กๆ นั้นแผ่ซ่านเข้าไปในใจที่ด้านชาของหลี่หยาง เขาหันกลับมามองนางแล้วสบตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า การหนีตายมาที่นี่อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คงเป็นโชคชะตาที่นำพาให้พวกเขาได้มาเจอกัน
"ข้าสัญญา" หลี่หยางเอ่ยคำสัตย์ "ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ จะไม่มีใครแตะต้องเจ้าได้แม้แต่ปลายเล็บ"
ณ มุมมืดบนหลังคาร้านตรงข้าม
เงาร่างหนึ่งหมอบนิ่งกลมกลืนไปกับความมืด สายตาจับจ้องไปที่หน้าต่างชั้นสองของหอโอสถเซียว มันคือนักฆ่าชุดดำที่มีผ้าปิดหน้าเหลือเพียงดวงตาเรียวรีดุจงูพิษ บนไหล่ของมันมีเหยี่ยวสีนิลเกาะอยู่
"เจอตัวแล้ว" นักฆ่าพึมพำเสียงเบา "ไอ้สวะหลี่หยางซ่อนตัวอยู่ที่นี่เอง แถมยังมีนังหมอตัวแสบที่กล้ามาลองดีกับพรรคเราอีกคน” มันหยิบกระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็กออกมาเขียนข้อความลงบนกระดาษม้วนเล็กๆ แล้วผูกติดขาเหยี่ยว “เป้าหมายอยู่ที่หอโอสถเซียว กำลังพักฟื้น ขอคำสั่งสังหาร"
เหยี่ยวสีนิลโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี หายลับไปในความมืด มุ่งหน้าสู่รังใหญ่ของสำนักอัคคีทมิฬ
นักฆ่าแสยะยิ้มก่อนจะเลือนหายไปในเงามืด “สนุกแน่หอโอสถเซียว เตรียมตัวกลายเป็นหอศพได้เลย"
เช้าวันต่อมาบรรยากาศในหอโอสถเซียวกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่คราวนี้ลูกค้าที่มาไม่ได้มีแค่ชาวบ้านตาดำๆ รถม้าหรูหราคันหนึ่งแล่นมาจอดเทียบท่า คนรับใช้รีบกางร่มกันแดดให้สตรีผู้สูงศักดิ์ที่ก้าวลงมา นางแต่งกายด้วยผ้าไหมราคาแพง เครื่องประดับทองคำเต็มตัว แต่ใบหน้ากลับหมองคล้ำและเต็มไปด้วยสิวฝ้า
ฮูหยินเจ้าเมืองมาเยือนที่นี่ด้วยตัวเอง
"ได้ยินว่าหมอที่นี่เก่งกาจ ไขคดีให้ท่านพี่ได้" ฮูหยินเอ่ยเสียงเนิบนาบพลางใช้พัดปิดจมูกด้วยความรังเกียจกลิ่นสมุนไพร “ข้าเลยอยากจะมาลองดูฝีมือ หน้าข้าเป็นเช่นนี้มาหลายเดือน รักษาหมอหลวงก็ไม่หาย เจ้าช่วยได้หรือไม่"
เซียวหลันมองปราดเดียวก็รู้ทันที
สิวสเตียรอยด์ (Steroid Acne) จากการใช้เครื่องประทินผิวที่มีสารปรอทและสารหนูผสมอยู่ เป็นเทรนด์ความงามผิดๆ ของยุคนี้สินะ
"รักษาได้เจ้าค่ะ" เซียวหลันยิ้มการค้า “แต่ต้องใช้เวลาและต้องลอกหน้าด้วยสมุนไพรสูตรพิเศษ ราคาอาจจะสูงหน่อย"
"เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา" ฮูหยินตาวาว "ขอแค่หน้าข้ากลับมาเนียนใส ข้าจะแนะนำเจ้าให้คุณนายจวนแม่ทัพ จวนเสนาบดี จะแนะนำให้หมดเลย"
เซียวหลันลอบยิ้ม นี่แหละคือสิ่งที่นางต้องการ
เพราะนางไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่นางต้องการเครือข่ายข่าวสารในวงสังคมชั้นสูง หากนางรักษาฮูหยินเหล่านี้ได้ นางก็จะมีหูตาอยู่ในทุกจวนขุนนาง และการสืบหาความเคลื่อนไหวของศัตรูที่แฝงตัวในราชสำนักก็จะง่ายขึ้น
"เชิญทางนี้เจ้าค่ะฮูหยิน" เซียวหลันผายมือ
ในขณะที่หลี่หยางซึ่งยืนเฝ้าอยู่หน้าร้านสังเกตเห็นชายแปลกหน้าสองคนเดินป้วนเปี้ยนอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน สายตาของพวกมันไม่ได้มองสินค้าแต่จ้องมองมาที่ร้านตลอดเวลา
'พวกแมลงวันเริ่มบินมาตอมแล้วสินะ'