เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
ม่านควันสีเหลืองจางๆ เริ่มกระจายตัวออกตามแรงลมเย็นที่พัดผ่านสระบัวร้างหลังวังหลวง เซียวหลันอาศัยจังหวะที่เหล่านักฆ่าของตระกูลเยี่ยกำลังสำลักควันและพร่ามัวพุ่งตัวลัดเลาะไปตามเงามืดของกำแพงเมืองเก่า นางวิ่งจนปอดแทบจะระเบิดแต่ในมือยังกุมกุญแจหินสีดำไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
ในที่สุดเงาของวังร้างอ๋องสิบเอ็ดก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
“คุณหนู! ท่านกลับมาแล้ว!”
เสี่ยวชุนที่นั่งกระสับกระส่ายอยู่ตรงธรณีประตูพุ่งเข้ามากอดเจ้านายสาวทันทีที่นางก้าวพ้นประตูวัง ร่างเล็กๆ ของสาวใช้ตัวน้อยสั่นเทาด้วยความดีใจ “ข้าเกือบจะใจขาดตายอยู่แล้วเจ้าค่ะ เห็นท่านหลี่กำดาบแน่นจนหน้าเขียวหน้าเหลืองไปหมด!”
หลี่หยางเดินเข้ามาช้าๆ แม้สีหน้าจะยังดูเรียบเฉยตามนิสัย แต่แววตาที่สั่นไหวและลมหายใจที่พ่นออกมาอย่างโล่งอกก็ไม่อาจปกปิดความห่วงใยได้ เขาสำรวจรอยขาดบนชุดของเซียวหลันและคราบเขม่าบนใบหน้าอย่างละเอียด
“เจ้าบาดเจ็บตรงไหนไหม?” เสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยกระแสแห่งอารมณ์
“ข้าปลอดภัยดี... แต่เรามีเวลาไม่มาก” เซียวหลันหอบหายใจพลางยื่นกุญแจหินสีดำส่งให้เขา “ฮองเฮามอบสิ่งนี้ให้ข้า และนางเตือนว่ากล่องที่สองที่สุสานหลวงไม่ใช่แค่ตำรายา แต่มันคือระเบิดที่อาจทำลายความมั่นคงของราชวงศ์ได้เลย”
อ๋องสิบเอ็ดขยับรถเข็นเข้ามาใกล้พลางรับกุญแจหินไปพิจารณา แสงเทียนวูบไหวสะท้อนบนลวดลายดาวหกแฉกที่ซับซ้อน
สถานที่: สุสานหลวงบนเขาล้อมมังกร
ความพิเศษ: เป็นภูเขาที่มีความกดอากาศเฉพาะตัว และมีธารน้ำใต้ดินที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุเย็น
เงื่อนไข: โลงหินกล่องที่สองมีกลไกโบราณที่ตอบสนองต่ออุณหภูมิและความชื้นเฉพาะจุด หากเปิดที่อื่นสารเคมีข้างในจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนจนลุกไหม้ทันที
“พ่อของเจ้าช่างอัจฉริยะนัก” อ๋องสิบเอ็ดพึมพำ “เขาใช้เคมีของอากาศมาเป็นแม่กุญแจเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเปิดมันระหว่างทาง”
“นั่นคือเหตุผลที่พวกมันล่อเราไปที่นั่น” เซียวหลันสรุป “พวกมันเปิดเองไม่ได้ เลยต้องรอให้หมอที่มีสายเลือดตระกูลเซียวอย่างข้าไปเป็นคนปลดล็อคให้”
กลางดึกคืนนั้นพวกเขาตัดสินใจเคลื่อนพลทันที หลี่หยางใช้รถม้าที่ปรับปรุงใหม่เพื่อขนโลงหินที่เหลืออีกสองกล่อง โดยมีทหารฝีมือดีที่ไป๋อวิ๋นส่งมาแฝงตัวเป็นคนคุ้มกันสินค้า
เส้นทางสู่เขาล้อมมังกรลาดชันและเต็มไปด้วยหมอกหนา เสี่ยวชุนนั่งกอดตะกร้ายาอยู่ข้างโลงหิน พลางพึมพำบทสวดภาวนาไม่ขาดสาย
“ทำไมเราต้องไปเปิดของในที่น่ากลัวแบบนั้นด้วยเจ้าคะคุณหนู ในสุสานมีแต่คนตายทั้งนั้น...”
“เสี่ยวชุน คนตายพูดไม่ได้และไม่น่ากลัวเท่าคนเป็นหรอก” เซียวหลันปลอบพลางเช็ดทำความสะอาดมีดสั้นสแตนเลสของนาง “ที่นั่นคือกุญแจที่จะบอกว่า ทำไมแผ่นดินนี้ถึงถูกมอมเมาด้วยยาพิษ และพ่อของข้าหายไปไหนกันแน่”
เมื่อถึงยอดเขาหน้าประตูทางเข้าสุสานหลวง บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าขนลุก ประตูหินมหึมาสลักลายมังกรพ่นน้ำถูกปิดผนึกไว้ด้วยกลไกฟันเฟืองโบราณ หลี่หยางก้าวไปข้างหน้า ประสาทสัมผัสของเขาเตือนถึงกับดักที่ซ่อนอยู่ตามพื้นหิน
“อยู่ข้างหลังข้าไว้” เขาชักดาบอ่อนออกมา เตรียมพร้อมรับมือกับทุกอย่าง
เซียวหลันเดินไปที่แท่นหินหน้าประตู นางสังเกตเห็นช่องว่างที่มีขนาดพอดีกับกุญแจที่ฮองเฮามอบให้ นางเสียบกุญแจลงไปแล้วบิดตามเข็มนาฬิกา
ครืนนนน...
เสียงหินเสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหว ประตูสุสานค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นโถงทางเดินที่ประดับด้วยตะเกียงฟอสฟอรัสที่สว่างวาบขึ้นมาเองเมื่อสัมผัสกับอากาศภายนอก
“นี่มัน... ระบบเปิดไฟอัตโนมัติจากปฏิกิริยาเคมีชัดๆ” เซียวหลันตาเป็นประกาย
ทว่าในวินาทีที่พวกเขาก้าวเข้าไปในโถงกลางที่ซึ่งต้องวางโลงหินกล่องที่สองเพื่อเปิดออก เสียงหัวเราะเย็นเยียบก็ดังมาจากเงามืดด้านบนของบัลลังก์สุสาน
“ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของความลับ... เซียวหลัน”
เงาร่างของราชครูเหยียนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับนักฆ่าในชุดเกราะม่วงนับร้อยที่ซุ่มซ่อนอยู่ตามหลืบหิน
“เจ้าทำหน้าที่นำกุญแจมาส่งได้ดีมาก บัดนี้จงเปิดโลงที่สองเสีย แล้วข้าจะพิจารณาไว้ชีวิตชายคนรักของเจ้า!”