เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
กลิ่นเปรี้ยวของกรดผลไม้ลอยตลบอบอวลในห้องรับรองชั้นสองของหอโอสถเซียว ฮูหยินเจ้าเมืองนอนตัวเกร็งอยู่บนเตียงไม้สัก ใบหน้าของนางถูกพอกด้วยโคลนสมุนไพรสีเขียวขี้ม้าที่ส่งกลิ่นฉุนกึก นางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
"แสบ! แสบยิบๆ เหมือนมีมดพันตัวมากัดหน้าข้า" ฮูหยินโวยวาย "เจ้าหมอปีศาจ นี่เจ้าเอาน้ำกรดมาราดหน้าข้าหรือ!!”
เซียวหลันซึ่งสวมผ้าปิดจมูกและถุงมือยืนคนถ้วยยาด้วยท่าทีใจเย็น "อดทนหน่อยเจ้าค่ะฮูหยิน นี่คือกรรมวิธีผลัดผิว ความแสบคือสัญญาณว่ายากำลังกัดกินผิวชั้นนอกที่ตายแล้วและเต็มไปด้วยสารพิษออกเจ้าค่ะ"
ในถ้วยยาของนางไม่ใช่เวทมนตร์แต่คือส่วนผสมของกรดทาร์ทาริกจากมะขามป้อมและกรดซาลิไซลิกที่สกัดจากเปลือกต้นหลิว มันเป็นสูตร AHA และ BHA เข้มข้นที่นางปรับปรุงให้เหมาะกับผิวที่พังยับเยินจากสเตียรอยด์นั่นเอง
"ถ้ายาไม่แสบ ก็แสดงว่ายาไม่ทำงาน" เซียวหลันขู่เบาๆ "ฮูหยินอยากกลับไปหน้าพังเหมือนศพเดินได้ หรือจะยอมแสบสักครึ่งชั่วยามแล้วตื่นมาหน้าเด้งเหมือนสาวรุ่นเจ้าคะ"
ฮูหยินเจ้าเมืองกัดฟันกรอด “ก็ได้ ข้ายอมแสบ แต่ถ้าหน้าข้าแหกกว่าเดิม ข้าจะสั่งโบยเจ้า!"
ระหว่างรอให้ยาออกฤทธิ์ เซียวหลันก็เริ่มปฏิบัติการล้วงความลับต่อทันที "ว่าแต่ฮูหยินไปได้เครื่องประทินผิวชุดก่อนมาจากไหนหรือเจ้าคะ" นางถามลอยๆ ขณะนวดมือให้ผ่อนคลาย "สารพิษในนั้นร้ายแรงมาก คนปรุงต้องมีความรู้เรื่องยาพิษพอตัว"
“เฮ้อ! ก็จากหอโฉมงามนิรันดร์ที่เพิ่งมาเปิดสาขาในเมืองเราน่ะสิ" ฮูหยินบ่นอุบ “เห็นว่าส่งตรงมาจากเมืองหลวงเป็นสูตรลับของท่านราชครูคนดัง บรรดาคุณหญิงคุณนายในเมืองหลวงใช้กันทุกคน ข้าเลยไม่อยากตกเทรนด์"
เซียวหลันหูผึ่ง "ราชครูผู้นี้คงเก่งกาจมากนะเจ้าคะ"
"เก่งสิ! เขาว่ากันว่าเขามียาอายุวัฒนะ ปรุงยาเก่งกว่าหมอหลวงเสียอีก แถมยังมีเส้นสายใหญ่โตในวัง" ฮูหยินลดเสียงลงกระซิบ "ลือกันว่าเขามีสัญลักษณ์รูปไฟสีดำปักอยู่ที่ชายเสื้อด้วย ดูขลังพิลึก"
เปรี้ยง!
เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจเซียวหลัน สำนักอัคคีทมิฬไม่ได้แค่แทรกซึมในยุทธภพแต่พวกมันแฝงตัวเป็นถึงราชครูในราชสำนักแล้ว มิน่าเล่าตระกูลเซียวที่เป็นขุนนางตงฉินถึงถูกกำจัดได้ง่ายดายนัก
"เสร็จแล้วเจ้าค่ะ" เซียวหลันรีบเช็ดหน้าฮูหยินออก นางไม่อยากให้ฮูหยินเห็นมือที่สั่นเทาของนาง
เมื่อเช็ดโคลนออกผิวหน้าที่เคยหมองคล้ำและขรุขระดูแดงระเรื่อขึ้น แม้จะยังไม่หายสนิทแต่สิวอักเสบก็ยุบลงและผิวดูเรียบเนียนขึ้นทันตาเห็น
ฮูหยินส่องกระจกทองเหลืองแล้วกรีดร้องด้วยความดีใจ "ว้าย! หน้าข้า! หน้าข้าดูดีขึ้นจริงๆ ด้วย!"
"นี่แค่ครั้งแรกเจ้าค่ะ" เซียวหลันยิ้มการค้า "มาทำต่อเนื่องอีกสามครั้งรับรองว่าท่านเจ้าเมืองจะไม่มองหญิงอื่นอีกเลย"
ฮูหยินเจ้าเมืองอารมณ์ดีจนทิ้งถุงเงินก้อนโตไว้ให้ก่อนจะเดินสะบัดก้นขึ้นรถม้ากลับไปอย่างมีความสุข
ทันทีที่รถม้าของฮูหยินลับสายตาไป บรรยากาศรอบหอโอสถเซียวก็เปลี่ยนไปทันที หลี่หยางเดินเข้ามาหาเซียวหลันที่ยืนอยู่หน้าร้าน สีหน้าของเขาเคร่งเครียด “แขกกลับไปหมดแล้ว แต่แขกที่ไม่ได้รับเชิญกำลังจะเข้ามา"
"กี่คน" เซียวหลันถามเสียงเรียบ มือกระชับถุงแป้งพิษในแขนเสื้อ
"สี่... ทางหลังคาหนึ่ง หลังบ้านสอง และหน้าร้านหนึ่ง" หลี่หยางตอบสายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ความมืด "ฝีเท้าเบา ลมปราณนิ่ง มืออาชีพ"
"เจ้าไหวไหม"
หลี่หยางแสยะยิ้มเย็นดึงดาบออกจากฝักช้าๆ “กับพวกสวะแค่นี้ ข้าใช้มือเดียวก็เกินพอ"
ฟิ้ว!
เสียงลูกธนูแหวกอากาศพุ่งตรงมาที่ศีรษะของเซียวหลัน หลี่หยางตวัดดาบวูบเดียวก็สามารถปัดลูกธนูทิ้งได้อย่างแม่นยำ
“ลงมือ!" สิ้นเสียงตะโกน เงาร่างสีดำสี่ร่างก็พุ่งออกมาจากเงามืดพร้อมกันรวดเร็วปานวอก พวกมันมุ่งเป้ามาที่เซียวหลันหมายสังหารทันที
"เสี่ยวชุน! อาหลง! หลบไปใต้โต๊ะ!" เซียวหลันตะโกนสั่ง
นักฆ่าคนแรกพุ่งชาร์จเข้ามาพร้อมดาบคู่ หลี่หยางก้าวเท้าขวางหน้า ใช้ดาบรับการโจมตีอย่างหนักหน่วง เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว
เคร้ง!
เคร้ง!
แม้หลี่หยางจะยังมีพิษเย็นในตัวทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่เต็มร้อย แต่ประสบการณ์ในสนามรบของเขานั้นเหนือชั้นกว่ามาก เขาเบี่ยงตัวหลบคมดาบ แล้วใช้ด้ามดาบกระแทกเข้าลิ้นปี่ของนักฆ่าจนกระอักเลือด แต่นักฆ่าอีกสองคนอาศัยจังหวะนั้นอ้อมไปด้านหลังหมายจะแทงเซียวหลัน
"เสร็จข้าล่ะนังตัวดี!"
เซียวหลันไม่ถอยหนี นางสะบัดแขนเสื้อโปรยผงแป้งสีเงินเข้าใส่คบเพลิงที่ติดอยู่ข้างผนัง
บึ้ม!!
เกิดระเบิดแสงสว่างจ้าจากปฏิกิริยาของแมกนีเซียมและกำมะถันที่นางเตรียมไว้
"อ๊ากกก! ตาข้า!" นักฆ่าทั้งสองร้องลั่นยกมือปิดตาด้วยความแสบพร่า
เซียวหลันฉวยโอกาสนั้นซัดเข็มพิษออกไปสามเล่มปักเข้าที่จุดชีพจรขาของพวกมันอย่างแม่นยำ
“อึก!" ขาของพวกมันชาหนึบทันที ล้มลงไปกองกับพื้นขยับไม่ได้
เหลือเพียงนักฆ่าคนสุดท้าย
หัวหน้าชุดสังหารที่ยืนอยู่บนหลังคา มันเห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจซัดอาวุธลับระลอกใหญ่ลงมาใส่หลี่หยางเพื่อเปิดทางหนี
“คิดจะหนีรึ!" หลี่หยางคำราม เขาไม่สนใจอาวุธลับที่เฉี่ยวแก้มจนเลือดซิบ เขากระโดดถีบเสาไม้ดีดตัวพุ่งขึ้นไปบนหลังคาราวกับพยัคฆ์ติดปีก
ฉับ!
ดาบในมือหลี่หยางตวัดผ่านอากาศตัดเส้นเอ็นข้อเท้าของหัวหน้านักฆ่าขาดสะบั้น ร่างของมันร่วงลงมากระแทกพื้นดินเสียงดังตุ้บ
การต่อสู้จบลงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป
รวดเร็ว เด็ดขาด และไร้ความปรานี
เซียวหลันเดินเข้าไปหานักฆ่าที่นอนร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น นางดึงผ้าปิดหน้าพวกมันออกเผยให้เห็นรอยสักรูปเปลวไฟสีดำที่คอของทุกคน
"สำนักอัคคีทมิฬจริงๆ ด้วย" เซียวหลันเสียงเย็น “พวกมันคงไม่ได้แค่มาลองเชิงหรอก แต่กะเอาให้ตายเลยต่างหาก"
หลี่หยางกระโดดลงมาจากหลังคา เขาโซเซเล็กน้อย ใบหน้าซีดเผือดลงกว่าเดิม ไอเย็นเริ่มแผ่ออกมาจากร่างกายอีกครั้ง การใช้วรยุทธ์ทำให้พิษในตัวกำเริบ
"หลี่หยาง!" เซียวหลันรีบวิ่งเข้าไปประคองเขา "เจ้าฝืนตัวเองอีกแล้ว"
"ข้าไม่เป็นไร..." หลี่หยางกัดฟันตอบ "แค่... เก็บกวาดพวกมันให้หมดก่อน"
เซียวหลันหันไปมองนักฆ่าทั้งสี่ที่สิ้นสภาพ "อาหลง! ไปตามมือปราบหม่ามา บอกว่ามีโจรปล้นร้าน เราจับตัวไว้ได้"
นางก้มลงกระซิบข้างหูหัวหน้านักฆ่าที่กำลังมองนางด้วยความเคียดแค้น "กลับไปบอกนายของเจ้าว่าหมอปีศาจไม่ใช่เหยื่อที่พวกแกจะเคี้ยวได้ง่ายๆ และระวังตัวไว้ให้ดีเพราะต่อไปนี้ข้าจะเป็นฝ่ายล่าพวกแกบ้าง"
นางยัดยาพิษสลายกระดูกใส่ปากมัน "ยานี้จะทำให้เจ้าพูดไม่ได้ และเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิตถือเป็นของขวัญฝากไปให้เจ้าสำนักของเจ้า"