เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

มธุรสวาทเจ้าสำนัก - บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส

รายละเอียด

มธุรสวาทเจ้าสำนัก โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

ผู้แต่ง

หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳

เรื่องย่อ

สารบัญ

มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 2 คนตายไม่พูด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 3 เขตหวงห้าม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 4 วาจาสยบมาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 10 มัจจุราชไร้เงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 11 รอยสัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 13 เครือข่ายบุปผา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 14 หุบเขาเงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 16 อาคันตุกะชุดขาว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 17 หนอนกู่กินวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 18 กลิ่นสาบมรณะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 19 สูตรลับดินประสิว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 20 เพลิงกัมปนาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 21 ศึกสองด้าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 22 มารโลหิต,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 23 ราชโองการ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 24 เมืองหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 25 มังกรป่วย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 26 ปีศาจในหอปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 27 ถอดรหัสยามัจจุราช,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 28 เหมันต์สังหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 29 หมอกมรณะและรถม้าปริศนา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 31 พิชิตชีพจรมังกร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 33 ป่าร้อยพิษและคำสาปสีน้ำเงิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง

เนื้อหา

บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ

กลิ่นเปรี้ยวของกรดผลไม้ลอยตลบอบอวลในห้องรับรองชั้นสองของหอโอสถเซียว ฮูหยินเจ้าเมืองนอนตัวเกร็งอยู่บนเตียงไม้สัก ใบหน้าของนางถูกพอกด้วยโคลนสมุนไพรสีเขียวขี้ม้าที่ส่งกลิ่นฉุนกึก นางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว

"แสบ! แสบยิบๆ เหมือนมีมดพันตัวมากัดหน้าข้า" ฮูหยินโวยวาย "เจ้าหมอปีศาจ นี่เจ้าเอาน้ำกรดมาราดหน้าข้าหรือ!!”

เซียวหลันซึ่งสวมผ้าปิดจมูกและถุงมือยืนคนถ้วยยาด้วยท่าทีใจเย็น "อดทนหน่อยเจ้าค่ะฮูหยิน นี่คือกรรมวิธีผลัดผิว ความแสบคือสัญญาณว่ายากำลังกัดกินผิวชั้นนอกที่ตายแล้วและเต็มไปด้วยสารพิษออกเจ้าค่ะ"

ในถ้วยยาของนางไม่ใช่เวทมนตร์แต่คือส่วนผสมของกรดทาร์ทาริกจากมะขามป้อมและกรดซาลิไซลิกที่สกัดจากเปลือกต้นหลิว มันเป็นสูตร AHA และ BHA เข้มข้นที่นางปรับปรุงให้เหมาะกับผิวที่พังยับเยินจากสเตียรอยด์นั่นเอง

"ถ้ายาไม่แสบ ก็แสดงว่ายาไม่ทำงาน" เซียวหลันขู่เบาๆ "ฮูหยินอยากกลับไปหน้าพังเหมือนศพเดินได้ หรือจะยอมแสบสักครึ่งชั่วยามแล้วตื่นมาหน้าเด้งเหมือนสาวรุ่นเจ้าคะ"

ฮูหยินเจ้าเมืองกัดฟันกรอด “ก็ได้ ข้ายอมแสบ แต่ถ้าหน้าข้าแหกกว่าเดิม ข้าจะสั่งโบยเจ้า!"

ระหว่างรอให้ยาออกฤทธิ์ เซียวหลันก็เริ่มปฏิบัติการล้วงความลับต่อทันที "ว่าแต่ฮูหยินไปได้เครื่องประทินผิวชุดก่อนมาจากไหนหรือเจ้าคะ" นางถามลอยๆ ขณะนวดมือให้ผ่อนคลาย "สารพิษในนั้นร้ายแรงมาก คนปรุงต้องมีความรู้เรื่องยาพิษพอตัว"

“เฮ้อ! ก็จากหอโฉมงามนิรันดร์ที่เพิ่งมาเปิดสาขาในเมืองเราน่ะสิ" ฮูหยินบ่นอุบ “เห็นว่าส่งตรงมาจากเมืองหลวงเป็นสูตรลับของท่านราชครูคนดัง บรรดาคุณหญิงคุณนายในเมืองหลวงใช้กันทุกคน ข้าเลยไม่อยากตกเทรนด์"

เซียวหลันหูผึ่ง "ราชครูผู้นี้คงเก่งกาจมากนะเจ้าคะ"

"เก่งสิ! เขาว่ากันว่าเขามียาอายุวัฒนะ ปรุงยาเก่งกว่าหมอหลวงเสียอีก แถมยังมีเส้นสายใหญ่โตในวัง" ฮูหยินลดเสียงลงกระซิบ "ลือกันว่าเขามีสัญลักษณ์รูปไฟสีดำปักอยู่ที่ชายเสื้อด้วย ดูขลังพิลึก"

เปรี้ยง!

เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจเซียวหลัน สำนักอัคคีทมิฬไม่ได้แค่แทรกซึมในยุทธภพแต่พวกมันแฝงตัวเป็นถึงราชครูในราชสำนักแล้ว มิน่าเล่าตระกูลเซียวที่เป็นขุนนางตงฉินถึงถูกกำจัดได้ง่ายดายนัก

"เสร็จแล้วเจ้าค่ะ" เซียวหลันรีบเช็ดหน้าฮูหยินออก นางไม่อยากให้ฮูหยินเห็นมือที่สั่นเทาของนาง

เมื่อเช็ดโคลนออกผิวหน้าที่เคยหมองคล้ำและขรุขระดูแดงระเรื่อขึ้น แม้จะยังไม่หายสนิทแต่สิวอักเสบก็ยุบลงและผิวดูเรียบเนียนขึ้นทันตาเห็น

ฮูหยินส่องกระจกทองเหลืองแล้วกรีดร้องด้วยความดีใจ "ว้าย! หน้าข้า! หน้าข้าดูดีขึ้นจริงๆ ด้วย!"

"นี่แค่ครั้งแรกเจ้าค่ะ" เซียวหลันยิ้มการค้า "มาทำต่อเนื่องอีกสามครั้งรับรองว่าท่านเจ้าเมืองจะไม่มองหญิงอื่นอีกเลย"

ฮูหยินเจ้าเมืองอารมณ์ดีจนทิ้งถุงเงินก้อนโตไว้ให้ก่อนจะเดินสะบัดก้นขึ้นรถม้ากลับไปอย่างมีความสุข

ทันทีที่รถม้าของฮูหยินลับสายตาไป บรรยากาศรอบหอโอสถเซียวก็เปลี่ยนไปทันที หลี่หยางเดินเข้ามาหาเซียวหลันที่ยืนอยู่หน้าร้าน สีหน้าของเขาเคร่งเครียด “แขกกลับไปหมดแล้ว แต่แขกที่ไม่ได้รับเชิญกำลังจะเข้ามา"

"กี่คน" เซียวหลันถามเสียงเรียบ มือกระชับถุงแป้งพิษในแขนเสื้อ

"สี่... ทางหลังคาหนึ่ง หลังบ้านสอง และหน้าร้านหนึ่ง" หลี่หยางตอบสายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ความมืด "ฝีเท้าเบา ลมปราณนิ่ง มืออาชีพ"

"เจ้าไหวไหม"

หลี่หยางแสยะยิ้มเย็นดึงดาบออกจากฝักช้าๆ “กับพวกสวะแค่นี้ ข้าใช้มือเดียวก็เกินพอ"

ฟิ้ว!

เสียงลูกธนูแหวกอากาศพุ่งตรงมาที่ศีรษะของเซียวหลัน หลี่หยางตวัดดาบวูบเดียวก็สามารถปัดลูกธนูทิ้งได้อย่างแม่นยำ

“ลงมือ!" สิ้นเสียงตะโกน เงาร่างสีดำสี่ร่างก็พุ่งออกมาจากเงามืดพร้อมกันรวดเร็วปานวอก พวกมันมุ่งเป้ามาที่เซียวหลันหมายสังหารทันที

"เสี่ยวชุน! อาหลง! หลบไปใต้โต๊ะ!" เซียวหลันตะโกนสั่ง

นักฆ่าคนแรกพุ่งชาร์จเข้ามาพร้อมดาบคู่ หลี่หยางก้าวเท้าขวางหน้า ใช้ดาบรับการโจมตีอย่างหนักหน่วง เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว

เคร้ง! 

เคร้ง!

แม้หลี่หยางจะยังมีพิษเย็นในตัวทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่เต็มร้อย แต่ประสบการณ์ในสนามรบของเขานั้นเหนือชั้นกว่ามาก เขาเบี่ยงตัวหลบคมดาบ แล้วใช้ด้ามดาบกระแทกเข้าลิ้นปี่ของนักฆ่าจนกระอักเลือด แต่นักฆ่าอีกสองคนอาศัยจังหวะนั้นอ้อมไปด้านหลังหมายจะแทงเซียวหลัน

"เสร็จข้าล่ะนังตัวดี!"

เซียวหลันไม่ถอยหนี นางสะบัดแขนเสื้อโปรยผงแป้งสีเงินเข้าใส่คบเพลิงที่ติดอยู่ข้างผนัง

บึ้ม!!

เกิดระเบิดแสงสว่างจ้าจากปฏิกิริยาของแมกนีเซียมและกำมะถันที่นางเตรียมไว้

"อ๊ากกก! ตาข้า!" นักฆ่าทั้งสองร้องลั่นยกมือปิดตาด้วยความแสบพร่า

เซียวหลันฉวยโอกาสนั้นซัดเข็มพิษออกไปสามเล่มปักเข้าที่จุดชีพจรขาของพวกมันอย่างแม่นยำ

“อึก!" ขาของพวกมันชาหนึบทันที ล้มลงไปกองกับพื้นขยับไม่ได้

เหลือเพียงนักฆ่าคนสุดท้าย

หัวหน้าชุดสังหารที่ยืนอยู่บนหลังคา มันเห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจซัดอาวุธลับระลอกใหญ่ลงมาใส่หลี่หยางเพื่อเปิดทางหนี

“คิดจะหนีรึ!" หลี่หยางคำราม เขาไม่สนใจอาวุธลับที่เฉี่ยวแก้มจนเลือดซิบ เขากระโดดถีบเสาไม้ดีดตัวพุ่งขึ้นไปบนหลังคาราวกับพยัคฆ์ติดปีก

ฉับ!

ดาบในมือหลี่หยางตวัดผ่านอากาศตัดเส้นเอ็นข้อเท้าของหัวหน้านักฆ่าขาดสะบั้น ร่างของมันร่วงลงมากระแทกพื้นดินเสียงดังตุ้บ

การต่อสู้จบลงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป

รวดเร็ว เด็ดขาด และไร้ความปรานี

เซียวหลันเดินเข้าไปหานักฆ่าที่นอนร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น นางดึงผ้าปิดหน้าพวกมันออกเผยให้เห็นรอยสักรูปเปลวไฟสีดำที่คอของทุกคน

"สำนักอัคคีทมิฬจริงๆ ด้วย" เซียวหลันเสียงเย็น “พวกมันคงไม่ได้แค่มาลองเชิงหรอก แต่กะเอาให้ตายเลยต่างหาก"

หลี่หยางกระโดดลงมาจากหลังคา เขาโซเซเล็กน้อย ใบหน้าซีดเผือดลงกว่าเดิม ไอเย็นเริ่มแผ่ออกมาจากร่างกายอีกครั้ง การใช้วรยุทธ์ทำให้พิษในตัวกำเริบ

"หลี่หยาง!" เซียวหลันรีบวิ่งเข้าไปประคองเขา "เจ้าฝืนตัวเองอีกแล้ว"

"ข้าไม่เป็นไร..." หลี่หยางกัดฟันตอบ "แค่... เก็บกวาดพวกมันให้หมดก่อน"

เซียวหลันหันไปมองนักฆ่าทั้งสี่ที่สิ้นสภาพ "อาหลง! ไปตามมือปราบหม่ามา บอกว่ามีโจรปล้นร้าน เราจับตัวไว้ได้"

นางก้มลงกระซิบข้างหูหัวหน้านักฆ่าที่กำลังมองนางด้วยความเคียดแค้น "กลับไปบอกนายของเจ้าว่าหมอปีศาจไม่ใช่เหยื่อที่พวกแกจะเคี้ยวได้ง่ายๆ และระวังตัวไว้ให้ดีเพราะต่อไปนี้ข้าจะเป็นฝ่ายล่าพวกแกบ้าง"

นางยัดยาพิษสลายกระดูกใส่ปากมัน "ยานี้จะทำให้เจ้าพูดไม่ได้ และเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิตถือเป็นของขวัญฝากไปให้เจ้าสำนักของเจ้า"