เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
เหนือผืนน้ำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เรือสำเภามังกรวารีแหวกฝ่าเกลียวคลื่นสีเงินยวงที่สะท้อนแสงจันทร์วันเพ็ญ ท้องทะเลในยามวิกาลดูเงียบสงบราวกับกระจกเงาบานยักษ์ที่สะท้อนภาพดารานับล้านดวง ทว่าภายใต้ความวิจิตรนั้นกลับมีกระแสคลื่นใต้น้ำที่เชี่ยวกรากประหนึ่งลางบอกเหตุร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
เซียวหลันนั่งอยู่ในห้องพักใต้ท้องเรือที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องปรุงยาชั่วคราว ตะเกียงน้ำมันแขวนผนังแกว่งไกวไปตามจังหวะการโคลงของเรือ ส่งแสงสลัวฉาบไปบนใบหน้าเคร่งขรึมของนาง ในมือนางถือกิ่งดาราสีทองที่บัดนี้เริ่มมีสีซีดจางลงตรงปลายกิ่ง
"วันที่สี่..." นางพึมพำกับตัวเอง "ความชื้นในทะเลสูงเกินไป สารชีวภาพในกิ่งไม้กำลังทำปฏิกิริยากับไอเกลือ ข้าต้องเร่งสกัดมันออกมาเดี๋ยวนี้"
"คุณหนูเจ้าคะ น้ำกลั่นที่ท่านสั่งได้แล้วเจ้าค่ะ" เสี่ยวชุนเดินประคองอ่างดินเผาเข้ามาอย่างระมัดระวัง สาวใช้ตัวน้อยพยายามกลั้นอาการเมาเรืออย่างสุดความสามารถ ใบหน้าของนางซีดเซียวแต่แววตายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ข้ากรองผ่านถ่านและผ้าเจ็ดชั้นตามที่ท่านบอกทุกประการเลยเจ้าค่ะ"
"ดีมากเสี่ยวชุน เจ้าไปพักเถอะ ที่เหลือข้าจัดการเอง" เซียวหลันรับอ่างน้ำมาพลางหยิบหลอดแก้วและมีดสั้นสแตนเลสขึ้นมาเตรียมพร้อม "เราจะสกัดเอาน้ำเลี้ยงเข้มข้นออกมาขังไว้ในน้ำกลั่น เพื่อหยุดการสลายตัวของเซลล์"
ทว่าก่อนที่คมมีดจะแตะลงบนกิ่งไม้สีทอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นแต่แผ่วเบาก็ดังขึ้นที่หน้าห้อง
ปัง!
ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของหลี่หยาง ดาบอ่อนในมือเขาสั่นระริก แววตาพยัคฆ์คู่นั้นดูดุดันกว่าทุกครั้ง "เซียวหลัน ดับไฟ! มีบางอย่างกำลังล้อมเรือเราอยู่"
เซียวหลันไม่ตั้งคำถาม นางสะบัดมือดับตะเกียงในทันที ความมืดเข้าปกคลุมห้องในพริบตา มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างวงกลมเล็กๆ เข้ามา
"ไม่ใช่เรือโจรสลัดธรรมดาใช่ไหม?" เซียวหลันกระซิบ
"ไม่มีเรือลำไหนตามเรือมังกรวารีทันในยามลมแรงเช่นนี้ เว้นเสียแต่ว่าพวกมันจะไม่ได้ใช้เพียงแค่ลม" หลี่หยางคว้าแขนเซียวหลันให้หมอบลงต่ำ “ข้าได้ยินเสียงพายนับร้อยที่ขยับพร้อมกันอย่างเป็นจังหวะใต้น้ำ พวกมันใช้เรือเร็วขนาดเล็กซุ่มโจมตี"
ทันใดนั้นเสียงหวีดหวิวของลูกธนูนับร้อยดอกก็แหวกฝ่าอากาศดังสนั่นหวั่นไหว!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงลูกธนูกระทบกับกราบเรือไม้เนื้อแข็งดังรัวประหนึ่งห่าฝน ทว่าสิ่งที่ตามมากลับน่ากลัวกว่านั้น กลิ่นฉุนกึกของน้ำมันดินและกำมะถันโชยมาตามลม ลูกธนูเหล่านั้นไม่ได้ติดไฟแต่มันบรรจุถุงเล็กๆ ที่บรรจุสารพิษระเหยได้มาด้วย
"พวกแมงมุมแดง!" เซียวหลันตะโกน "เสี่ยวชุน! เอาผ้าชุบน้ำผสมผงถ่านมาปิดจมูกเดี๋ยวนี้! นี่คือก๊าซประสาทที่สกัดจากรากไม้พิษแดนใต้!"
ความโกลาหลเกิดขึ้นบนดาดฟ้าเรือ เสียงร้องของลูกเรือที่เริ่มขาดสติและคุ้มคลั่งดังสลับกับเสียงฝีเท้าของศัตรูที่เริ่มใช้ตะขอเกี่ยวโยงและไต่ขึ้นเรือมังกรวารี
"เจ้าอยู่ดูแลดาราสีทองที่นี่ ข้าจะไปจัดการพวกมัน!" หลี่หยางสั่งเสียงเฉียบพร้อมขยับตัวจะพุ่งออกไป
"ช้าก่อนหลี่หยาง!" เซียวหลันรั้งชายเสื้อเขาไว้ นางส่งขวดแก้วเล็กๆ ที่บรรจุของเหลวสีน้ำเงินเข้มให้เขา "พวกมันอยู่ในน้ำ และพวกมันใช้พิษ เอานี่ไปด้วย สิ่งนี้คือสารสลายพันธะกล้ามเนื้อที่ข้าเตรียมไว้สู้กับพวกที่ใช้ความไว หากเจ้าเจอหัวหน้าพวกมัน จงสาดน้ำยานี้ใส่ผิวหนังของมัน มันจะทำให้ร่างกายมันแข็งทื่อราวกับหินในไม่กี่ลมหายใจ"
หลี่หยางรับขวดไป แย้มยิ้มที่มุมปากอย่างที่หาดูได้ยาก “สมเป็นหมอปีศาจจริงๆ ข้าจะรีบกลับมานะ"
หลี่หยางพุ่งตัวออกไปที่ดาดฟ้าเรือประหนึ่งสายฟ้าฟาด ดาบอ่อนในมือวาดวงสังหารท่ามกลางหมอกพิษสีเทาที่เริ่มปกคลุมเรือ ทุกครั้งที่ดาบสะบัด ร่างในชุดดำที่มีสัญลักษณ์แมงมุมแดงจะร่วงหล่นลงสู่ท้องทะเล
แต่แท้จริงแล้วภัยร้ายที่แท้จริงกลับไม่ได้มาจากด้านบน
เซียวหลันที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องเริ่มรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนแปลกๆ จากใต้ฝ่าเท้า มันคือเสียงไม้กระดานที่กำลังถูกเลื่อยอย่างช้าๆ จากด้านนอกของตัวเรือที่จมอยู่ใต้น้ำ
"พวกมันจะเจาะท้องเรือ!" เซียวหลันเบิกตากว้าง "เสี่ยวชุน! ไปเอาถังปูนที่เราผสมไว้ในโกดังหลังห้องมา! พวกมันพยายามจะทำให้เรือล่มเพื่อชิงเอาของวิเศษ!"
นางคว้ามีดและกล่องเหล็กใส่ย่ามแล้ววิ่งลงไปยังชั้นใต้ท้องเรือซึ่งเป็นที่เก็บเสบียงและน้ำมัน แสงจากช่องที่ถูกเจาะเริ่มมีน้ำทะเลพุ่งปรี๊ดเข้ามาประหนึ่งน้ำพุเล็กๆ ร่างของนักฆ่าพรรคแมงมุมแดงสองคนในชุดประดาน้ำแปลกประหลาดพยายามแทรกตัวผ่านช่องที่เจาะไว้เข้ามา
"อย่านึกว่าจะผ่านข้าไปได้!" เซียวหลันไม่ถอยหนี นางหยิบกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุปูนขาวเข้มข้นสาดเข้าใส่ใบหน้าของนักฆ่าที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำขึ้นมา
ทันทีที่ปูนขาวสัมผัสกับน้ำทะเลและดวงตาของศัตรู มันเกิดปฏิกิริยาคายความร้อนรุนแรงประหนึ่งน้ำเดือด
"อ๊ากกกกกก!" นักฆ่าผู้นั้นกรีดร้องด้วยความทรมานเมื่อดวงตาถูกแผดเผาด้วยความร้อนจากการสลายตัวของปูนขาว
เซียวหลันไม่รอช้า นางใช้เท้าถีบซากไม้ให้กลับไปอุดรูเดิม พลางสั่งให้เสี่ยวชุนเทปูนปลาสเตอร์เร่งแข็งทับลงไปเพื่อปิดรอยรั่วชั่วคราว "อัดเข้าไป! อย่าให้พรรคมารพวกนี้เข้ามาได้!"
บนดาดฟ้าเรือหลี่หยางกำลังเผชิญหน้ากับบุรุษร่างสูงโปร่งที่สวมหน้ากากครึ่งหน้าในชุดนักรบทางน้ำ ผู้นี้คือ จ้าวสมุทรพยัคฆ์ หนึ่งในสี่ขุนพลของพรรคแมงมุมแดงที่เหลือรอด
"ส่งดาราสีทองมาเสียดีๆ แล้วข้าจะเหลือศพเจ้าไว้ให้ฝังในทะเล!" จ้าวสมุทรพยัคฆ์คำรามพลางควงง้าวคู่ที่มีโซ่ล่ามไว้
"ข้าไม่เคยให้ของที่คนของข้าจองไว้แก่ใคร" หลี่หยางตอบเสียงเรียบเย็น ดาบอ่อนในมือเริ่มแผ่รังสีสังหารสีนวลตาออกมา
ทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือดท่ามกลางเสียงคลื่นและลมพายุที่เริ่มตั้งเค้า จ้าวสมุทรพยัคฆ์ใช้ความชำนาญในพื้นที่ที่โคลงเคลงเข้าจู่โจมด้วยโซ่ที่รวดเร็ว แต่หลี่หยางกลับนิ่งสงบประหนึ่งหินผากลางวารี
ในจังหวะที่ง้าวคู่พุ่งเข้ามาหมายจะตัดคอ หลี่หยางเบี่ยงตัวหลบวูบประหนึ่งไร้น้ำหนัก เขาอาศัยจังหวะประชิดตัวสาดของเหลวสีน้ำเงินเข้มจากขวดที่เซียวหลันให้มาเข้าที่หน้าอกของศัตรู
ของเหลวซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าสู่ผิวหนังในทันที
“น—นี่มัน… แค่ยาพิษกระจอกๆ รึ!" จ้าวสมุทรพยัคฆ์คำรามเตรียมจะฟันง้าวลงมาอีกครั้ง ทว่ามือของเขากลับค้างนิ่งอยู่กลางอากาศ กล้ามเนื้อทั่วร่างกระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน
"ท่านคิดผิดแล้วล่ะ" หลี่หยางเดินเข้าไปใกล้พลางตวัดดาบตัดหัวใจศัตรูในครั้งเดียว “มันคือวิทยาศาสตร์ของเซียวหลันต่างหากล่ะ!"
เมื่อเหตุการณ์สงบลงเรือมังกรวารียังคงลอยลำอยู่ได้แม้จะมีรอยซ่อมแซมใต้ท้องเรือ หลี่หยางเดินลงไปหาเซียวหลันที่กำลังนั่งหมดแรงอยู่บนกองกระสอบปูน ใบหน้าของนางเปื้อนไปด้วยคราบสีขาวแต่ดวงตากลับทอประกายแห่งชัยชนะ
"เรือปลอดภัยไหม?" นางถามเสียงแหบ
"ปลอดภัย... และข้าได้แผนที่เดินเรือลับจากตัวเจ้าสมุทรพยัคฆ์มาด้วย" หลี่หยางส่งม้วนหนังเปียกๆ ให้ "มันบอกเส้นทางลัดผ่านเกาะร้างที่สามารถไปถึงตีนเขาไท่ซานได้ภายในสามวัน"
เซียวหลันยิ้มออกมาอย่างโล่งอก นางมองกิ่งดาราสีทองในมือที่บัดนี้ถูกสกัดเอาของเหลวสีทองออกมาบรรจุในขวดแก้วเรียบร้อยแล้ว
สามวัน... ทันเวลาพอดี"
เสี่ยวชุนที่นั่งหอบอยู่ข้างๆ ปาดเหงื่อพลางบ่นพึมพำ "ครั้งหน้าข้าขอนั่งรถม้าธรรมดาๆ ได้ไหมเจ้าคะคุณหนู ทะเลนี่มันสยองกว่าป่าช้าเสียอีก"
เซียวหลันหัวเราะเบาๆ พลางเอนศีรษะพิงไหล่ของหลี่หยางที่ขยับเข้ามาประคองไว้ "การเดินทางยังอีกยาวไกลเสี่ยวชุน แต่ตราบใดที่เรายังมีกันและกัน ต่อให้ต้องข้ามมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยเลือด ข้าก็ไม่หวั่น”