เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วแนวป่าดิบชื้นที่สงบเงียบลงหลังจากการล่มสลายของเมืองบาดาล กองไฟเล็กๆ ส่งเสียงปะทุเป็นระยะท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน เซียวหลันนั่งชันเข่าอยู่ข้างกองไฟ มือเรียวบางกำลังเช็ดทำความสะอาดมีดผ่าตัดเล่มเล็กอย่างประณีต แสงไฟสะท้อนบนใบมีดวาววับล้อไปกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความคิดของนาง
"แผลที่ไหล่ซ้ายของท่านยังไม่สนิทดีนัก ห้ามฝืนใช้กำลังภายในอย่างรุนแรงไปอีกเจ็ดวัน" เซียวหลันเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้า แต่นางรู้ดีว่าหลี่หยางกำลังยืนจ้องมองนางอยู่ทางด้านหลัง
"ข้าไม่เป็นไรแล้ว" หลี่หยางก้าวเดินเข้ามาในรัศมีแสงไฟ เขาถือปลาที่ย่างเสร็จใหม่ๆ มาส่งให้นาง "เจ้าต่างหากที่ควรพักผ่อน ร่างกายเจ้าบอบบางกว่าข้านัก แต่กลับต้องเป็นคนแบกรับความเสี่ยงมากที่สุด"
เซียวหลันรับปลามายิ้มๆ "ข้าไม่ได้ใช้กำลัง แต่ข้าใช้สมอง หลี่หยาง ท่านจำกล่องเหล็กใบเล็กที่เจ้านั่นพยายามจะทำลายก่อนตายได้ไหม?"
หลี่หยางพยักหน้าพลางนั่งลงข้างนาง เขาหยิบห่อผ้าสีแดงชาดที่เก็บกู้มาจากซากวิหารใต้น้ำออกมาวางลงบนพื้นที่ว่างระหว่างเขาทั้งสอง "มันเป็นเหล็กชนิดพิเศษที่ข้าไม่เคยเห็น แม้แต่ดาบอ่อนของข้ายังฟันไม่เข้า"
เซียวหลันวางมีดในมือลงแล้วหยิบกล่องเหล็กนั้นขึ้นมาพิจารณา ความรู้สึกเย็นเยียบและเรียบเนียนของผิวโลหะทำให้นางขมวดคิ้ว โลหะชนิดนี้ไม่มีรอยตะเข็บของการตีขึ้นรูป แต่มันดูเหมือนถูกหล่อขึ้นมาด้วยความร้อนที่สูงเกินกว่าเตาหลอมปกติจะทำได้
"นี่ไม่ใช่เหล็กธรรมดา" นางพึมพำด้วยน้ำเสียงแฝงไปด้วยความประหลาดใจ "แต่มันคือเหล็กกล้าไร้สนิมที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก ในยุคนี้ไม่ควรมีใครสามารถถลุงมันออกมาได้"
"เจ้าหมายความว่ายังไง? หรือว่ามีใครบางคนที่มีความรู้เหมือนเจ้าซ่อนตัวอยู่ในแผ่นดินนี้?" หลี่หยางถามอย่างรวดเร็ว แววตาแฝงความระแวดระวัง
"ข้าไม่แน่ใจ" เซียวหลันพลิกกล่องไปมาจนกระทั่งนิ้วของนางสัมผัสได้ถึงรอยบุ๋มเล็กๆ ที่ด้านข้าง "แต่มันมีกลไกบางอย่างซ่อนอยู่"
นางใช้ปลายเข็มเงินค่อยๆ แยงเข้าไปในรอยบุ๋มนั้นอย่างใจเย็น เสียงคลิกเบาๆ ดังขึ้นเพียงครั้งเดียว ฝากล่องที่ปิดสนิทก็เลื่อนเปิดออกเองราวกับมีชีวิต ภายในนั้นไม่มีทองคำหรือยาพิษ แต่กลับมีแผ่นหยกใสบางๆ ที่สลักตัวอักษรขนาดจิ๋วไว้นับพัน
เซียวหลันส่องแผ่นหยกกับแสงกองไฟ ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนหลี่หยางต้องขยับเข้ามาดูใกล้ๆ
"นั่นคือแผนผังอะไรบางอย่างรึ?"
"มันไม่ใช่แผนผังธรรมดา แต่มันคือตำรากายวิภาคและพฤกษศาสตร์ที่ละเอียดเกินกว่าที่หมอคนไหนในยุคนี้จะจินตนาการได้" เซียวหลันมือสั่นเล็กน้อย “ดูนี่สิ มันระบุถึงพืชชนิดหนึ่งที่เรียกว่าดาราสีทองที่สามารถกระตุ้นการเกิดใหม่ของเซลล์ได้ และที่ตั้งของมันอยู่ที่หุบเขาสมุนไพรพันปีทางทิศตะวันตกสุดของแดนใต้"
"หุบเขาสมุนไพรพันปี..." หลี่หยางพึมพำ "ข้าเคยได้ยินชื่อนั้นในตำนานของกองทัพ มันถูกเรียกว่าดินแดนต้องห้ามของทวยเทพ ใครที่เข้าไปจะไม่ได้กลับออกมาอีกเลย"
"นั่นเพราะพวกเขารักษาความลับไว้อย่างดีต่างหาก" เซียวหลันปิดกล่องเหล็กลง สีหน้าของนางกลับมาเด็ดเดี่ยว "หลี่หยาง... ข้าสังหรณ์ใจว่าความรู้ที่ข้ามี และสิ่งที่หัวหน้าพรรคหมื่นพิษพยายามจะครอบครองนั้นมันมาจากแหล่งที่มาเดียวกัน แหล่งที่มาที่อาจจะบอกได้ว่าข้ามาที่นี่ได้อย่างไร และทำไมพ่อของข้าถึงถูกไล่ล่าจนต้องหายสาบสูญไป"
หลี่หยางเอื้อมมือมากุมมือนางไว้แน่น สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงช่วยปลอบประโลมความสับสนในใจของนาง "ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะไปสู่หุบเขาเทพเจ้าหรือขุมนรก ข้าก็จะพาเจ้าไปให้ถึงที่นั่น"
เซียวหลันพยักหน้า ยิ้มรับความอบอุ่นนั้น "ข้ารู้... แต่ก่อนอื่น เราต้องสลัดเงาที่ตามเรามาตั้งแต่ตอนที่ออกจากหมู่บ้านวิหคเพลิงให้พ้นก่อน"
หลี่หยางไม่ได้หันกลับไปมองความมืดเบื้องหลัง แต่เขาขยับดาบอ่อนที่เอวให้พร้อมใช้งาน "เจ้าสังเกตเห็นตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ตั้งแต่ตอนที่ลมเปลี่ยนทิศ... มีกลิ่นของแป้งฝุ่นที่ใช้ปรุงยาจางๆ ลอยมาตามลม แต่ไม่ใช่กลิ่นของป่า ข้ามั่นใจ" เซียวหลันตอบพลางเทผงแป้งบางอย่างลงในกองไฟ
ฟู่!
เปลวไฟสีส้มเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตชั่วครู่ก่อนจะมอดดับลงทันที ทิ้งไว้เพียงกลุ่มควันที่หนาทึบและส่งกลิ่นหอมชวนง่วงนอน
"นั่นคือยาชาสกัดเข้มข้น" เซียวหลันกระซิบ “พวกมันที่แอบดูอยู่คงจะเคลิ้มไปสักพัก เราไปกันเถอะก่อนที่พวกมันจะรู้ตัวว่าเหยื่อหายไปจากกองไฟแล้ว”