เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

มธุรสวาทเจ้าสำนัก - บทที่ 2 คนตายไม่พูด โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส

รายละเอียด

มธุรสวาทเจ้าสำนัก โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

ผู้แต่ง

หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳

เรื่องย่อ

สารบัญ

มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 2 คนตายไม่พูด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 3 เขตหวงห้าม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 4 วาจาสยบมาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 10 มัจจุราชไร้เงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 11 รอยสัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 13 เครือข่ายบุปผา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 14 หุบเขาเงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 16 อาคันตุกะชุดขาว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 17 หนอนกู่กินวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 18 กลิ่นสาบมรณะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 19 สูตรลับดินประสิว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 20 เพลิงกัมปนาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 21 ศึกสองด้าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 22 มารโลหิต,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 23 ราชโองการ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 24 เมืองหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 25 มังกรป่วย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 26 ปีศาจในหอปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 27 ถอดรหัสยามัจจุราช,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 28 เหมันต์สังหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 29 หมอกมรณะและรถม้าปริศนา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 31 พิชิตชีพจรมังกร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 33 ป่าร้อยพิษและคำสาปสีน้ำเงิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 35 หุบเขามังกรหลับ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 36 แผนที่ล่องหนและนครใต้พิภพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 37 หมอกหลอนประสาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 38 หน้ากากทองคำและน้ำยาราชันย์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 39 ปาฏิหาริย์แห่งสายน้ำมืด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 40 ความลับในห่อผ้าสีชาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 41 วิหารพฤกษาพันปี,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 42 เถ้าถ่านแห่งความทรงจำ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 43 ท่าเรือเฮยหลิง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 44 ยุทธนาวีมังกรวารี,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 45 เกาะกะโหลก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 46 ยอดเขาไท่ซาน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 47 ความลับ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 48 กองพลกาลเวลา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 49 ปลายทางทุ่งหิมะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 50 บททดสอบหัวใจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 51 ความลับที่ถูกซ่อนใต้ท้องเรือ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 52 การลักลอบเข้าเมืองจินหลิง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 53 วังร้างอ๋องสิบเอ็ด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 54 ฮองเฮา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 55 หมากล้อมตำหนักใน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 56 สุสานหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 57 แผนพ่นพิษกลางสุสาน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 58 จุดจบของจอมลวงโลก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 59 นครที่หลับใหล,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 60 ราตรีประหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 61 รุ่งอรุณชำระแผ่นดิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 62 ความลับอีกระดับ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 63 สัญลักษณ์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 64 การล่มสลาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 65 กลลวงของมังกรซ่อนเล็บ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 66 การเดิมพันด้วยชีวิตของแม่ทัพหลี่,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 67 ทางเลือกที่แลกด้วยวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 68 การตัดสิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 69 การกลับมาของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 70 กู้แผ่นดิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 71 แดนลับทุ่งน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 72 ด่านพิสูจน์ใจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 73 คมกระบี่,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 74 สภาโอสถใหม่,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 75 พันธมิตรปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 76 รสสัมผัส,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 77 การลักลอบออกนอกด่าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 78 ประลองโอสถ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 79 กบฏวังหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 80 มุกมังกรกับสายเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 81 รอยแยกแห่งมิติเวลา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 82 การชำระล้างสภาโอสถ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 83 การทรยศของมิตรเก่า,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 84 แผนลับของสหายผู้จงรัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 85 ความลับของพาหนะกาลเวลา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 86 ราชโองการเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 87 ยาถอนพิษชะตากรรม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 88 คมกระบี่แห่งมวลชน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 89 รสชาติของความธรรมดา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 90 การบรรจบกันของกาลเวลา (จบ))

เนื้อหา

บทที่ 2 คนตายไม่พูด

ความมืดมิดในช่องทางลับช่างยาวนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุด กลิ่นเหม็นเน่าของสิ่งปฏิกูลโชยคลุ้งจนแสบจมูก แต่สำหรับเซียวหลันกลิ่นเหล่านี้คือกลิ่นแห่งอิสรภาพ

นางใช้ศอกและเข่าตะเกียกตะกายไปตามทางแคบๆ ที่เปียกชื้น เลือดจากแผลที่หน้าท้องเริ่มซึมออกมาอีกครั้งตามจังหวะการขยับตัว ทุกความเจ็บปวดคอยย้ำเตือนว่านางยังมีชีวิตอยู่และต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้

ปลายทางน่าจะออกไปสู่คลองระบายน้ำทิ้งท้ายจวน

นางประเมินในใจในระหว่างที่สองเท้ายังคงก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ ไม่ยอมหยุด กระทั่งเวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป (ประมาณ 15-30 นาที) แสงจันทร์รำไรก็ปรากฏขึ้นที่ปลายอุโมงค์ เซียวหลันผลักตะแกรงเหล็กสนิมเขรอะออกก่อนจะทิ้งร่างบอบบางของตนให้ร่วงหล่นลงสู่โคลนตมเย็นเฉียบของคลองระบายน้ำ

เห้อ~

นางถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วสูดอากาศหนาวเหน็บเข้าปอดอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ว่านางยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นก็กวาดสายตามองไปรอบๆ จึงได้พบว่าท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงย้อมไปด้วยสีแดงฉานจากเปลวเพลิงที่เผาผลาญจวนตระกูลเซียว เสียงระฆังเตือนภัยดังกังวานไปทั่วเมือง ทหารลาดตระเวนถือคบเพลิงวิ่งพล่านไปตามถนนสายหลัก

"ปิดประตูเมือง! ท่านแม่ทัพสั่งห้ามใครเข้าออกจนกว่าจะจับกบฏได้หมด!” เสียงตะโกนของนายกองทหารม้าดังแว่วมาตามลม เซียวหลันกัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความกังวล

ปิดประตูเมืองงั้นหรือ... 

ถ้าข้ายังอยู่ในคราบคุณหนูเซียวเหลียนคงไม่พ้นถูกลากไปตัดหัวเสียบประจานแน่

นางก้มลงมองสภาพตนเองในเสื้อผ้าไหมสีชมพูแม้จะเปื้อนโคลนและเลือด แต่เนื้อผ้าและการตัดเย็บยังบ่งบอกฐานะสูงศักดิ์ชัดเจน รองเท้าปักลายดอกเหมยก็ประณีตเกินกว่าชาวบ้านทั่วไปจะสวมใส่

นางต้องทิ้งตัวตนเดิมเดี๋ยวนี้

เซียวหลันพาร่างอันบอบช้ำลัดเลาะไปตามเงามืดของตรอกซอย นางไม่ได้มุ่งหน้าหนีออกจากเมืองทันทีเพราะรู้ดีว่าด่านตรวจคงเข้มงวดที่สุดในเวลานี้ ดังนั้นเป้าหมายปลายทางที่นางตัดสินใจไปก็คือย่านสลัมคนยากท้ายเมือง

ระหว่างทางนางสะดุดเข้ากับร่างไร้วิญญาณร่างหนึ่งที่นอนคุดคู้อยู่ข้างกองขยะ ร่างนั้นเป็นหญิงสาวขอทานวัยไล่เลี่ยกันที่น่าจะหนาวตายหรืออดตายมาได้ไม่นานนัก ผิวหนังเพิ่งจะเริ่มแข็งตัวและเขียวคล้ำ สำหรับคนทั่วไปอาจหวาดกลัวแต่สำหรับศัลยแพทย์ที่ผ่านการผ่าอาจารย์ใหญ่มานับไม่ถ้วนนี่คือโอกาสสำคัญ

“ขอโทษนะแม่นาง เสื้อผ้าของเจ้าข้าขอยืมก่อน ส่วนเสื้อผ้าของข้า เจ้าเอาไปใส่ในปรโลกเถิด เผื่อยมบาลจะเมตตาเจ้าบ้าง"

เซียวหลันกระทำด้วยความรวดเร็วและไร้ความลังเล นางถอดชุดผ้าไหมเปื้อนเลือดของตนออกแล้วสวมใส่ให้กับศพขอทานก่อนจะถอดเสื้อผ้ากระสอบหยาบๆ เหม็นอับของศพมาสวมใส่แทน

กลิ่นสาบสางของคนตายและกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของเสื้อผ้าช่วยกลบกลิ่นกายหอมกรุ่นของคุณหนูตระกูลใหญ่ได้ชะงัดนัก แต่แค่นี้ยังไม่พอเพราะใบหน้าของเซียวเหลียนงดงามเกินไป ผิวพรรณของนางขาวผ่องดุจหิมะจะกลายเป็นจุดสนใจได้

เซียวหลันตัดสินใจเปิดกล่องเข็มเงินออกมาอีกครั้ง นางเลือกหยิบเข็มเล่มเล็กที่สุดออกมาก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วแทงเข็มลงไปที่จุดชีพจรบนใบหน้าหลายจุดอย่างแม่นยำ

หนึ่งเข็มบริเวณโหนกแก้ม 

หนึ่งเข็มที่เปลือกตา 

และอีกหนึ่งเข็มที่ริมฝีปาก

เทคนิคนี้เรียกว่าการกระตุ้นเลือดคั่ง หลังจากนั้นเพียงไม่กี่อึดใจ ใบหน้าที่เคยงดงามก็เริ่มบวมเป่ง ผิวหนังขึ้นสีม่วงคล้ำเป็นจ้ำๆ ราวกับคนป่วยเป็นโรคระบาดร้ายแรง หรือไม่ก็คล้ายกับคนที่ถูกพิษแมลงสัตว์กัดต่อยจนเสียโฉม

ความเจ็บปวดเริ่มปะทุเป็นสัญญาณให้นางรู้ตัวว่าแผนสำเร็จ ขั้นตอนต่อไปนางก้มลงหยิบโคลนสีดำจากพื้นขึ้นมาทาทับผิวส่วนที่ยังขาวอยู่ ให้เปรอะเปื้อนแล้วขยี้ผมให้ยุ่งเหยิง ก่อนจะฉีกชายแขนเสื้อมาพันปิดแผลที่หน้าท้องให้แน่นขึ้น

เท่านี้ก็คงไม่มีใครจำคุณหนูเซียวเหลียนผู้เลอโฉมได้อีกแล้ว เพราะตอนนี้มีเพียงขอทานอัปลักษณ์ที่น่ารังเกียจผู้หนึ่งเท่านั้น

ยามเหม่า (05.00 - 07.00 น.) แสงแรกของวันมาเยือนพร้อมกับความวุ่นวาย ประตูเมืองทิศใต้เปิดออกเพียงแง้มเล็กๆ เพื่อให้รถขนศพและสิ่งปฏิกูลผ่านออกไป ผู้คนจำนวนมากที่ตื่นตระหนกจากเหตุการณ์เมื่อคืนพยายามจะเบียดเสียดออกนอกเมืองแต่ถูกทหารใช้หอกกันไว้อย่างโหดเหี้ยม

"ถอยไป! ใครไม่มีป้ายผ่านทาง ห้ามออก!" ทหารยามตวาดเสียงดัง

เซียวหลันเดินลากขาข้างหนึ่งแสร้งทำเป็นพิการเข้าไปต่อแถวปะปนกับกลุ่มขอทานที่กำลังถูกทหารไล่ต้อน

"หยุด! เงยหน้าขึ้น!" ทหารนายหนึ่งใช้ด้ามหอกเชยคางนางขึ้น

เซียวหลันแสร้งทำตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าบวมปูดสีม่วงคล้ำและดวงตาที่แดงก่ำจากการระคายเคือง

“อึก!" ทหารหนุ่มผงะถอยหลังด้วยความรังเกียจ "นี่มันตัวอะไรวะเนี่ย ผีรึคน!"

"นะ... นายท่าน..." เซียวหลันดัดเสียงให้แหบพร่าและสั่นเครือโดยการกดลิ้นไก่ลงต่ำ "ข้า... ข้าป่วย... มันเจ็บปวดเหลือเกิน... ได้โปรด...” นางทำท่าจะเอื้อมมือที่เปื้อนเลือดและหนองที่ทำปลอมขึ้นจากโคลนและยางไม้ไปจับแขนทหาร

"อย่าเข้ามานะเว้ย! นังขยะ!" ทหารถีบนางจนล้มกลิ้งไปกับพื้น "รีบไสหัวออกไป! อย่าเอาโรคมาติดพวกข้า!"

"ขอบคุณนายท่าน... ขอบคุณ...” เซียวหลันบอกก่อนจะรีบคลานตะเกียกตะกายผ่านประตูเมืองออกไปท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยและสายตารังเกียจของเหล่าทหาร

เมื่อนางหลบหนีจนพ้นเขตกำแพงเมืองและเดินลับสายตาผู้คนเข้าไปในป่าข้างทางได้แล้ว แววตาหวาดกลัวของขอทานสาวก็เลือนหายไป แล้วแทนที่ด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็ง

นางยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปากมันเป็นเลือดจริงที่เกิดจากการถูกถีบ ความเจ็บปวดที่หน้าท้องและแรงกระแทกเมื่อครู่ทำให้ร่างกายของนางแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่นางยังล้มไม่ได้

รอดแล้ว...

นางหันกลับไปมองยอดปราสาทราชวังที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ ภายในกำแพงนั้นมีคนสั่งฆ่าล้างโคตรตระกูลนางอยู่ และสักวันนางจะกลับไปเพื่อล่าทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

"จงจำไว้ว่าหนี้แค้นครั้งนี้ ข้าเซียวหลันจดบัญชีไว้แล้ว"