เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

มธุรสวาทเจ้าสำนัก - บทที่ 28 เหมันต์สังหาร โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส

รายละเอียด

มธุรสวาทเจ้าสำนัก โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

ผู้แต่ง

หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳

เรื่องย่อ

สารบัญ

มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 2 คนตายไม่พูด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 3 เขตหวงห้าม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 4 วาจาสยบมาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 10 มัจจุราชไร้เงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 11 รอยสัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 13 เครือข่ายบุปผา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 14 หุบเขาเงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 16 อาคันตุกะชุดขาว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 17 หนอนกู่กินวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 18 กลิ่นสาบมรณะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 19 สูตรลับดินประสิว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 20 เพลิงกัมปนาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 21 ศึกสองด้าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 22 มารโลหิต,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 23 ราชโองการ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 24 เมืองหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 25 มังกรป่วย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 26 ปีศาจในหอปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 27 ถอดรหัสยามัจจุราช,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 28 เหมันต์สังหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 29 หมอกมรณะและรถม้าปริศนา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 31 พิชิตชีพจรมังกร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 33 ป่าร้อยพิษและคำสาปสีน้ำเงิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง

เนื้อหา

บทที่ 28 เหมันต์สังหาร

เคร้ง! ฉัวะ!

เสียงดาบปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวในห้องบรรทมฮ่องเต้ หลี่หยางยืนปักหลักอยู่หน้าประตูบานใหญ่เพียงคนเดียวรับมือกับทหารองครักษ์นับสิบที่กรูเข้ามา ดาบในมือของเขารวดเร็วและแม่นยำ ทุกการตวัดคือหนึ่งชีวิตที่ร่วงหล่น แต่ศัตรูมีมากเกินไปราวกับฝูงมดแตกรัง

"ไปเร็วเข้า!" หลี่หยางตะโกนโดยไม่หันมอง "ข้าจะยันพวกมันไว้เอง!"

เซียวหลันกัดฟันแน่น นางประคองร่างฮ่องเต้ที่ยังอ่อนแรงไปที่รูปภาพมังกรขนาดใหญ่หลังบัลลังก์ นางคลำหาปุ่มกลไกที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของมังกร

กริ๊ก... ครืด...

ผนังหินเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นช่องทางลับที่มืดมิดและมีกลิ่นอับชื้นโชยออกมา

"ฝ่าบาท... ทางนี้เพคะ"

ฮ่องเต้หันกลับไปมองหลี่หยางและเหล่าทหารที่กำลังฆ่าฟันกันในห้องนอนของพระองค์ด้วยแววตาเจ็บปวด "อาณาจักรของข้ากลายเป็นโรงเชือดไปแล้วหรือนี่"

"รักษาชีวิตไว้ก่อนเพคะ ถึงจะมีโอกาสทวงคืน!" เซียวหลันดึงแขนเสื้อฮ่องเต้ ลากพระองค์เข้าไปในความมืด

เมื่อทั้งสองเข้าไปแล้ว หลี่หยางก็ถีบทหารสองคนกระเด็นแล้วรีบกระโดดม้วนตัวตามเข้าไปในช่องลับ ประตูกลไกเลื่อนปิดลงเฉียดปลายจมูกของทหารศัตรูไปเพียงเส้นยาแดง

ตึง! ตึง! ตึง!

เสียงทุบผนังและเสียงตะโกนของราชครูดังลอดเข้ามา "พังมันเข้าไป! อย่าให้พวกมันรอดไปได้!"

 

ภายในอุโมงค์ลับใต้ดินวังหลวง

ความมืดมิดปกคลุมจนมองไม่เห็นมือตัวเอง เซียวหลันหยิบแท่งเรืองแสง มันหลอดแก้วบรรจุสารฟอสฟอรัสที่นางสกัดจากกระดูกสัตว์และหินแร่ขึ้นมาเขย่า แสงสีเขียวนวลสว่างขึ้นพอให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ปูด้วยอิฐชื้นแฉะ

"ทางนี้จะนำไปสู่ตำหนักเย็นท้ายวัง" ฮ่องเต้ตรัสเสียงหอบ "แต่ข้าเกรงว่าราชครูจะรู้เส้นทางนี้"

"ทำไมเพคะ?"

"เพราะข้าเป็นคนบอกมันเอง ตอนที่ข้าไว้ใจมันที่สุด" ฮ่องเต้แค่นหัวเราะสมเพชตัวเอง "ข้าบอกทุกทางหนีทีไล่ให้มันรู้ เพื่อให้มันปกป้องข้า ไม่นึกว่ามันจะใช้เพื่อล่าข้า"

ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ไม่ใช่เสียงคนเดิน แต่เป็นเสียงกรงเล็บขูดกับพื้นหินก็ดังแว่วมาจากความมืดเบื้องหน้า

แกรก... แกรก...

หลี่หยางหยุดกึก ยกมือห้าม "ข้างหน้ามีดักรอ"

"ข้างหลังพวกมันก็กำลังพังเข้ามา" เซียวหลันกระชับถุงผ้าที่เอวแน่น "เราถูกขนาบข้างแล้ว"

เงาร่างมหึมาสองร่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นในแสงสีเขียวสลัว องครักษ์ทมิฬหรือมนุษย์ดัดแปลง ร่างกายของพวกมันสูงเกือบเจ็ดศอก ผิวหนังสีเทาด้านเหมือนหิน ดวงตาสีขาวโพลนไร้แวว

"โฮก..." พวกมันคำรามต่ำๆ น้ำลายเหนียวหนืดไหลย้อย

"หลี่หยางจำทฤษฎีของข้าได้ไหม" เซียวหลันถามเสียงเรียบ มือล้วงเข้าไปในถุงผ้า

"เรื่องความเย็นรึ"

“ใช่ พวกนี้เลือดข้นคลั่กเพราะยาพิษ ถ้าอุณหภูมิตกวูบเดียว ระบบไหลเวียนเลือดพวกมันจะน็อกทันที"

นางหยิบลูกบอลดินเผาขนาดเท่ากำปั้นออกมาสองลูกส่งให้หลี่หยางลูกหนึ่ง

“นี่คือระเบิดน้ำแข็งข้างในบรรจุแอมโมเนียมไนเตรตเข้มข้นและถุงน้ำ เมื่อกระแทกแตกสารเคมีจะผสมกันและดูดความร้อนรอบข้างจนติดลบภายในพริบตา"

"ปาไปที่ตัวพวกมัน เล็งให้แตกกระจายทั่วตัว!"

องครักษ์ทมิฬพุ่งเข้ามาพร้อมดาบยักษ์ ความเร็วของพวกมันน่ากลัวผิดกับขนาดตัว

“ตอนนี้แหละ!" 

เซียวหลันและหลี่หยางขว้างลูกบอลดินเผาออกไปพร้อมกัน

เพล้ง! เพล้ง!

ลูกบอลกระทบหน้าอกของอสูรกายทั้งสอง แล้วแตกกระจายออก ของเหลวสีใสสาดกระเซ็นไปทั่วร่างพวกมัน ในตอนนั้นปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นทันที ไอเย็นยะเยือกสีขาวพวยพุ่งออกมาจากจุดที่เปียกชื้น เสียงเปรี๊ยะๆ ของเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะตัวดังขึ้นอย่างรวดเร็ว

"โฮก... กรร...” เสียงคำรามของพวกมันขาดห้วง การเคลื่อนไหวที่เคยรวดเร็วช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ผิวหนังสีเทาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำและมีรอยปริแตกเพราะของเหลวในร่างกายแข็งตัวขยายพอง

เพียงไม่กี่ลมหายใจ องครักษ์ทมิฬทั้งสองก็ยืนแข็งทื่อเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง เลือดที่ข้นหนืดภายในหยุดไหลเวียน หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

"สำเร็จ!" เซียวหลันกำหมัดแน่น "วิทยาศาสตร์ชนะไสยศาสตร์เสมอ"

ฮ่องเต้มองดูภาพเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง "นี่มันเวทมนตร์เหมันต์รึ"

"วิทยาศาสตร์เพคะฝ่าบาท" เซียวหลันรีบดึงแขนพระองค์ "รีบไปเถอะเพคะก่อนที่ความเย็นจะหายไปและพวกมันอาจจะฟื้นตัว"

หลี่หยางเดินเข้าไปถีบร่างที่แข็งทื่อนั้นเบาๆ

เพล้ง!

ร่างขององครักษ์ทมิฬแตกร้าวและร่วงกราวลงมาเป็นก้อนเนื้อแข็งๆ ราวกับก้อนน้ำแข็งที่ถูกทุบ

"ตายสนิท" หลี่หยางยืนยัน "รีบไปเถอะ!"

 

ปลายทางอุโมงค์ลับคือสถานที่ที่ตำหนักเย็นปักหลักอยู่ ทั้งสามคนโผล่ขึ้นมาจากบ่อน้ำร้างในสวนท้ายวังที่รกร้างว่างเปล่า หญ้าขึ้นสูงท่วมหัว บรรยากาศเงียบสงัดวังเวง

"เราออกมาได้แล้ว" ฮ่องเต้ทรุดตัวลงนั่งบนแท่นหิน หอบหายใจอย่างหมดแรง

"ยังวางใจไม่ได้เพคะ" เซียวหลันมองไปที่ท้องฟ้า เห็นพลุสัญญาณสีแดงถูกยิงขึ้นจากตำหนักราชครู "พวกมันกำลังสั่งปิดเมืองและค้นหาเรา"

"เราต้องหาที่ซ่อนหรือไม่ก็หาคนช่วย" หลี่หยางเสนอ "ฝ่าบาท มีทหารหน่วยไหนที่ยังจงรักภักดีและไม่อยู่ใต้อำนาจราชครูบ้าง"

ฮ่องเต้นิ่งคิด สีหน้าเคร่งเครียด "ทหารรักษาพระองค์ถูกซื้อตัวไปหมดแล้วเหลือเพียงหน่วยองครักษ์เสื้อแพรที่ขึ้นตรงต่อข้า แต่หัวหน้าหน่วยถูกส่งไปชายแดน"

"เดี๋ยวนะ" ฮ่องเต้คลำที่อกเสื้อหยิบตราพยัคฆ์ทองคำครึ่งซีกออกมา “ยังมีอีกคน คนที่ข้าเคยเนรเทศเขาออกไปเพราะคำยุยงของราชครู แต่ข้าเชื่อว่าเขายังภักดี"

"ใครเพคะ"

“แม่ทัพใหญ่หลี่เจิ้น บิดาของเจ้าไงหลี่หยาง"

หลี่หยางและเซียวหลันตะลึงงัน

“บิดาข้า ตายไปแล้ว" หลี่หยางเสียงสั่น "คืนนั้นที่ชายแดน..."

"ไม่" ฮ่องเต้ส่ายหน้า “หลี่เจิ้นที่ตายไปคือตัวตายตัวแทน ข้าแอบส่งราชโองการลับให้เขาแกล้งตายและหลบหนีไปซ่อนตัวเพื่อรอวันที่ราชครูจะเผยธาตุแท้ ข้าไม่นึกว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้จนข้าเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด"

หลี่หยางยืนนิ่งเหมือนถูกฟ้าผ่า เมื่อได้รู้ว่าพ่อของเขายังไม่ตาย ความแค้นและความเศร้าโศกที่แบกรับมาตลอด แท้จริงแล้วคือแผนซ้อนแผนของฮ่องเต้อย่างนั้นหรือ

"เจ้าโกรธข้าไหม" ฮ่องเต้ถามเสียงแผ่ว

หลี่หยางกำหมัดแน่น ขบกรามจนปวดหนึบ แต่เมื่อมองดูสภาพของฮ่องเต้ที่ชราและสำนึกผิด เขาก็ถอนหายใจยาว

“เรื่องนั้นไว้คุยกันทีหลัง ตอนนี้เราต้องตามหาเขา ท่านพ่อข้าอยู่ที่ไหน"

“เขาซ่อนตัวอยู่ที่วัดร้างชานเมืองทิศใต้ รอสัญญาณตราพยัคฆ์จากข้า"

"วัดร้างทิศใต้" เซียวหลันตาโต "นั่นมันใกล้กับโกดังเก็บสินค้าของหอเมฆา"

นางหยิบป้ายหยกเมฆาของไป๋อวิ๋นออกมา

"เราต้องการความช่วยเหลือจากคนนอก ไป๋อวิ๋นอาจจะเป็นทางรอดเดียวที่จะพาเราฝ่าวงล้อมออกไปหาท่านพ่อของเจ้าได้"

แต่ในขณะนั้นเองเสียงฝีเท้าม้านับร้อยก็ดังกระหึ่มมาจากรอบทิศทาง แสงคบเพลิงสว่างจ้าล้อมรอบตำหนักเย็นไว้ทุกด้าน

"ล้อมไว้ให้หมด! อย่าให้หนูสกปรกหนีไปได้!!” เสียงองค์ชายสามตะโกนก้อง

พวกมันตามมาทันแล้ว เซียวหลัน หลี่หยาง และฮ่องเต้ ถูกต้อนให้จนมุมอยู่ในตำหนักร้าง ทางหนีทีไล่ถูกปิดตายเหลือเพียงการสู้จนตัวตาย หรือยอมจำนน เซียวหลันมองหน้าหลี่หยาง ทั้งคู่สื่อสารกันทางสายตาโดยไม่ต้องพูด พวกเขาไม่มีทางยอมจำนนเด็ดขาด

เซียวหลันล้วงมือเข้าไปในถุงใบสุดท้าย ถุงที่บรรจุอาวุธเคมีที่ร้ายแรงที่สุดที่นางเตรียมไว้สำหรับกรณีเลวร้ายที่สุด

"หลี่หยางอุดจมูกฝ่าบาทไว้!" นางสั่ง

"เจ้าจะทำอะไร?"

“ข้าจะเปลี่ยนตำหนักเย็นแห่งนี้ให้กลายเป็นห้องรมแก๊ส"