เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

มธุรสวาทเจ้าสำนัก - บทที่ 48 กองพลกาลเวลา โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส

รายละเอียด

มธุรสวาทเจ้าสำนัก โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

ผู้แต่ง

หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳

เรื่องย่อ

สารบัญ

มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 2 คนตายไม่พูด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 3 เขตหวงห้าม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 4 วาจาสยบมาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 10 มัจจุราชไร้เงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 11 รอยสัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 13 เครือข่ายบุปผา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 14 หุบเขาเงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 16 อาคันตุกะชุดขาว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 17 หนอนกู่กินวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 18 กลิ่นสาบมรณะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 19 สูตรลับดินประสิว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 20 เพลิงกัมปนาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 21 ศึกสองด้าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 22 มารโลหิต,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 23 ราชโองการ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 24 เมืองหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 25 มังกรป่วย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 26 ปีศาจในหอปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 27 ถอดรหัสยามัจจุราช,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 28 เหมันต์สังหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 29 หมอกมรณะและรถม้าปริศนา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 31 พิชิตชีพจรมังกร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 33 ป่าร้อยพิษและคำสาปสีน้ำเงิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 35 หุบเขามังกรหลับ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 36 แผนที่ล่องหนและนครใต้พิภพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 37 หมอกหลอนประสาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 38 หน้ากากทองคำและน้ำยาราชันย์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 39 ปาฏิหาริย์แห่งสายน้ำมืด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 40 ความลับในห่อผ้าสีชาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 41 วิหารพฤกษาพันปี,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 42 เถ้าถ่านแห่งความทรงจำ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 43 ท่าเรือเฮยหลิง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 44 ยุทธนาวีมังกรวารี,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 45 เกาะกะโหลก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 46 ยอดเขาไท่ซาน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 47 ความลับ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 48 กองพลกาลเวลา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 49 ปลายทางทุ่งหิมะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 50 บททดสอบหัวใจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 51 ความลับที่ถูกซ่อนใต้ท้องเรือ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 52 การลักลอบเข้าเมืองจินหลิง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 53 วังร้างอ๋องสิบเอ็ด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 54 ฮองเฮา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 55 หมากล้อมตำหนักใน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 56 สุสานหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 57 แผนพ่นพิษกลางสุสาน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 58 จุดจบของจอมลวงโลก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 59 นครที่หลับใหล,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 60 ราตรีประหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 61 รุ่งอรุณชำระแผ่นดิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 62 ความลับอีกระดับ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 63 สัญลักษณ์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 64 การล่มสลาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 65 กลลวงของมังกรซ่อนเล็บ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 66 การเดิมพันด้วยชีวิตของแม่ทัพหลี่,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 67 ทางเลือกที่แลกด้วยวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 68 การตัดสิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 69 การกลับมาของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 70 กู้แผ่นดิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 71 แดนลับทุ่งน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 72 ด่านพิสูจน์ใจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 73 คมกระบี่,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 74 สภาโอสถใหม่,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 75 พันธมิตรปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 76 รสสัมผัส,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 77 การลักลอบออกนอกด่าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 78 ประลองโอสถ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 79 กบฏวังหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 80 มุกมังกรกับสายเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 81 รอยแยกแห่งมิติเวลา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 82 การชำระล้างสภาโอสถ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 83 การทรยศของมิตรเก่า,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 84 แผนลับของสหายผู้จงรัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 85 ความลับของพาหนะกาลเวลา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 86 ราชโองการเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 87 ยาถอนพิษชะตากรรม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 88 คมกระบี่แห่งมวลชน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 89 รสชาติของความธรรมดา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 90 การบรรจบกันของกาลเวลา (จบ))

เนื้อหา

บทที่ 48 กองพลกาลเวลา

แรงสั่นสะเทือนจากเบื้องบนทวีความรุนแรงขึ้นประหนึ่งยักษ์ปักหลั่นที่กำลังทุบทำลายขุนเขา เศษน้ำแข็งแหลมคมร่วงหล่นลงมาจากเพดานโถงวิหารราวกับห่าฝนสีคราม เสียงกึกก้องกัมปนาทสะท้อนไปมาในอุโมงค์แคบๆ ที่ทอดตัวสู่บัลลังก์น้ำแข็ง ทว่าท่ามกลางความโกลาหลนั้น ร่างของหลี่หยางกลับยืนตระหง่านนิ่งสนิทประหนึ่งขุนเขาที่ไร้ความหวั่นไหว ดาบอ่อนในมือพริ้วไหวไปตามกระแสลมเย็นแผ่ซ่านรังสีฆ่าฟันที่เข้มข้นจนอากาศรอบกายแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง

เบื้องหน้าของเขา ณ ปากทางเข้าอุโมงค์ปรากฏเงาร่างในชุดเกราะสีดำสนิทที่ดูแปลกตา มันไม่ใช่เกราะเหล็กธรรมดา แต่กลับมีกลไกฟันเฟืองเล็กๆ ขยับเขยื้อนอยู่ตามข้อต่อ ส่งเสียงคลิกคลิกสม่ำเสมอประหนึ่งเสียงเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่ความตาย พวกเขาคือ กองพลกาลเวลา หน่วยรบที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นเพียงเรื่องเล่าเพื่อขู่ขวัญกบฏ ทว่าบัดนี้พวกเขามายืนอยู่ตรงหน้าในฐานะเพชฌฆาตที่ไร้หัวใจ

"ผู้บุกรุก... จงถอยไป" น้ำเสียงที่ลอดออกมาจากหน้ากากเหล็กนั้นราบเรียบและไร้โทนเสียงประหนึ่งโลหะกระทบกัน "คำสั่งของนายเหนือหัวคือการนำดาราสีทองกลับคืนสู่ราชสำนัก ใครที่ขัดขวางจักถูกลบเลือนไปจากกระแสแห่งเวลา"

หลี่หยางไม่ตอบคำถาม แต่เขากลับสะบัดดาบอ่อนออกไปด้านข้าง ประกายสีเงินวาบผ่านความมืด "หากจะผ่านไป ก็จงทิ้งลมหายใจไว้ที่นี่"

ฉัวะ!

การปะทะเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ตาเปล่าจะมองเห็น ทหารเกราะดำสามนายพุ่งเข้าหาหลี่หยางพร้อมกันด้วยท่วงท่าที่สอดประสานกันอย่างน่าประหลาด ราวกับพวกเขารู้ล่วงหน้าว่าหลี่หยางจะขยับไปทางทิศใด ดาบยักษ์สีดำสนิทฟาดฟันลงมาพร้อมกันประหนึ่งกรรไกรยักษ์ที่หมายจะบดขยี้พยัคฆ์หนุ่มให้แหลกลาญ

ทว่าหลี่หยางกลับเบี่ยงกายหลบวูบในองศาที่ดูเป็นไปไม่ได้ เขาอาศัยความอ่อนตัวของดาบตวัดอ้อมเข้าด้านหลังเกราะคอของศัตรู

เคร้ง!

เสียงดาบปะทะกับกลไกเฟืองดังสนิท ทว่าหลี่หยางกลับต้องขมวดคิ้ว เมื่อพบว่าชุดเกราะของพวกมันมีพลังสะท้อนกลับที่รุนแรงประหนึ่งแรงกระแทกจากลูกตุ้มเหล็ก เขาถูกดีดถอยหลังมาสามก้าว มือที่จับดาบเริ่มรู้สึกชาหนึบ

'ไม่ใช่แค่ฝีมือ... แต่ชุดเกราะพวกนี้มีความลับบางอย่าง' 

หลี่หยางคิดในใจ ขณะที่หูของเขาเริ่มได้ยินเสียงติ๊กๆ ที่ดังมาจากหัวหน้าหน่วยที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง

 

ภายในโถงบัลลังก์น้ำแข็งบรรยากาศกลับยิ่งตึงเครียดกว่าภายนอก เซียวหลันเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าแม้จะอยู่ท่ามกลางอากาศติดลบ มือของนางที่ถือปิ่นปักผมทองคำนิ่งสนิทประหนึ่งรูปปั้น ผลึกดาราสีทองข้างในขวดแก้วกำลังแผ่ขยายกิ่งก้านสาขาของเกล็ดอัญมณีสีทองออกมาอย่างงดงาม แต่มันกลับมีความเปราะบางอย่างยิ่งยวด

"คุณหนู... ท่านหลี่จะต้านไว้ไหวไหมเจ้าคะ?" เสี่ยวชุนกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ นางพยายามใช้ร่างกายเล็กๆ ของตนเองบังลมที่พัดกระโชกเข้ามาจากรอยแตกของเพดาน เพื่อไม่ให้อุณหภูมิรอบแท่นหินแปรปรวน

"ท่านหลี่ไม่เคยทำให้เราผิดหวังเสี่ยวชุน" เซียวหลันตอบโดยไม่ละสายตา "แต่สิ่งที่เราต้องทำคือรักษาผลึกดารานี้ให้สมบูรณ์ที่สุด หากหัวใจของมันไม่เสถียร ทุกอย่างที่หลี่หยางปกป้องก็จะสูญเปล่า... เยี่ยเฉิน! เพิ่มกำลังปราณเหมันต์ที่ฐานด้านซ้ายเดี๋ยวนี้! อุณหภูมิฝั่งนั้นกำลังพุ่งสูงขึ้นเพราะแรงระเบิดด้านบน!"

เยี่ยเฉินกัดฟันแน่น สองมือที่ยื่นออกไปแผ่ซ่านไอเย็นจัดจนผิวหนังของเขาเริ่มกลายเป็นสีขาวซีด "ข้ากำลังทำอยู่น่า! ยัยหนู... เจ้านี่มันใช้งานคนแก่ได้คุ้มค่าจริงๆ!"

สายตาของเซียวหลันจับจ้องไปที่จุดศูนย์กลางของผลึกทองคำ นางเห็นการเรียงตัวของอะตอมที่กำลังจัดระเบียบตัวเองใหม่ภายใต้แรงบีบคั้นของความเย็นและความดันอากาศบนยอดเขา มันคือความงามของวิทยาศาสตร์ที่ผสานเข้ากับพลังแห่งธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ นางต้องประคองสิ่งนี้ไว้ท่ามกลางความโกลาหลภายนอกให้ได้

 

ที่ปากอุโมงค์การต่อสู้ทวีความรุนแรงขึ้น หลี่หยางเริ่มจับทางศัตรูได้ เขาพบว่าทุกการเคลื่อนไหวของทหารเกราะดำจะสอดคล้องกับเสียงจังหวะติ๊กๆ นั้นราวกับพวกเขากำลังเต้นรำไปตามจังหวะที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า

"เจ้าเรียกมันว่ากองพลกาลเวลางั้นรึ?" หลี่หยางคำรามพลางพุ่งตัวรอดใต้คมดาบยักษ์ "สำหรับข้า... มันก็แค่เครื่องกลที่ไร้วิญญาณเท่านั้น!"

หลี่หยางตัดสินใจโคจรลมปราณโลหิตมารที่เขาไม่ค่อยอยากจะใช้นัก เส้นเลือดบนแขนของเขาปูดโปนเป็นสีคล้ำ ดวงตาเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ ดาบอ่อนในมือสั่นระริกด้วยความเร็วที่เหนือขีดจำกัดมนุษย์

เปรี้ยง!!!

ดาบสีเงินปะทะเข้ากับเกราะดำอย่างจัง แต่คราวนี้มันไม่ได้ถูกดีดกลับ พลังทำลายล้างจากปราณโลหิตมารทะลวงผ่านรอยต่อของเฟืองเกราะเข้าไปบดขยี้กลไกข้างในจนแตกละเอียด ทหารเกราะดำตนนั้นทรุดฮวบลงทันทีควันสีเทาพวยพุ่งออกมาจากหมวกเหล็ก

ทว่าหัวหน้าหน่วยกองพลกาลเวลาที่ยืนอยู่นิ่งๆ กลับค่อยๆ ยกมือขึ้น เขาถอดหน้ากากเหล็กออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หลี่หยางถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ

เป็นใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์แต่ดวงตากลับหม่นแสงประหนึ่งหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง และที่สำคัญบนโหนกแก้มซ้ายของเขามีรอยแผลเป็นรูปเข็มนาฬิกาสามแฉกแบบเดียวกับที่หลี่หยางเคยเห็นในคัมภีร์ลับของตระกูลหลี่ที่ถูกเผาทำลายไป

"แม่ทัพเหว่ย..." หลี่หยางพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้อน "ท่านยังมีชีวิตอยู่รึ? ท่านที่บิดาข้าเรียกว่าเป็นพี่น้องร่วมสาบานที่ตายไปในสนามรบเมื่อยี่สิบปีก่อนคนนั้นนะหรือ"

ชายที่ถูกเรียกว่าแม่ทัพเหว่ยกระตุกยิ้มบางๆ ที่ดูคล้ายกับการแสยะของซากศพ “เหว่ยคนเดิมได้ตายไปพร้อมกับกาลเวลาที่หยุดนิ่งนานแล้ว บัดนี้ข้าคือผู้คุมกฎกาลเวลา บิดาของเจ้าเลือกทางที่ผิด เขาเลือกที่จะปกป้องความลับแทนที่จะมอบมันให้แก่นายท่านเพื่อสร้างโลกที่ไร้ความเจ็บป่วยและไร้จุดจบ"

"โลกที่ไร้จุดจบคือโลกที่ไร้ความหมาย!" หลี่หยางตวาด "ท่านขายวิญญาณให้ปีศาจเพื่อแลกกับชุดเกราะเหล็กพวกนี้งั้นรึ!"

"เจ้าไม่รู้อะไรเลยหลี่หยาง..." เหว่ยชักดาบยาวสีดำที่ดูคล้ายเข็มนาฬิกายักษ์ออกมา “ดาราสีทองไม่ใช่แค่ยารักษา แต่มันคือกุญแจสู่ความเป็นอมตะที่สมบูรณ์แบบที่เราเฝ้าตามหามานับศตวรรษ และวันนี้ข้าจะนำมันกลับไป ไม่ว่าต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม"

เหว่ยขยับตัวเพียงนิดเดียวแต่ร่างกายของเขากลับไปปรากฏอยู่ตรงหน้าหลี่หยางในพริบตา ความเร็วของเขานั้นไม่ใช่ความเร็วของวิชาตัวเบา แต่มันเหมือนกับการตัดผ่านช่องว่างของเวลา

เคร้ง!!!

ดาบของทั้งสองปะทะกัน แรงอัดมหาศาลทำให้เพดานอุโมงค์เริ่มถล่มลงมา หลี่หยางถูกกดดันจนต้องถอยร่นเข้าไปในอุโมงค์ลึกขึ้นเรื่อยๆ มุ่งหน้าสู่โถงบัลลังก์น้ำแข็ง

 

"เสร็จแล้ว!"

เซียวหลันตะโกนสุดเสียง เมื่อแสงสีทองสว่างจ้าปานดวงตะวันระเบิดออกมาจากขวดแก้ว ผลึกดาราสีทองบัดนี้กลายเป็นผลึกรูปดาวหกแฉกที่ใสบริสุทธิ์และแผ่กลิ่นหอมสะอาดที่ทำให้ทุกคนรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างน่ามหัศจรรย์ ความอ่อนเพลียที่สั่งสมมานานมลายหายไปในพริบตา

ทว่าความปิติยินดีนั้นอยู่ได้เพียงเสี้ยววินาที เมื่อร่างของหลี่หยางกระเด็นทะลุหมอกน้ำแข็งเข้ามา ล้มลงแทบเท้าของเซียวหลัน พร้อมกับร่างของแม่ทัพเหว่ยที่เดินตามเข้ามาอย่างช้าๆ ดาบสีดำในมือเปื้อนเลือดสีคล้ำ

"ส่งมันมา..." เหว่ยเอ่ยเสียงเรียบ "แล้วข้าจะปล่อยให้พวกเจ้าไปตายข้างนอกอย่างสงบ"

เซียวหลันรีบเก็บผลึกดาราเข้าใส่ในกล่องเหล็กพิเศษทันที นางพยุงหลี่หยางให้ลุกขึ้น แววตาของนางจ้องมองไปที่ชายชุดดำด้วยความรังเกียจและท้าทาย

"กาลเวลาที่ท่านภาคภูมิใจนักหนา" เซียวหลันเอ่ยพลางหยิบขวดเล็กๆ อีกขวดหนึ่งออกมาจากกระเป๋า "มันก็เป็นเพียงลำดับของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและดับไปตามกฎของธรรมชาติ แต่ท่านกลับพยายามจะแช่แข็งมันไว้ในชุดเกราะที่เน่าเฟะนี่!”

“เดี๋ยวเจ้าจะได้รู้ว่าเจ้าคิดผิด"

“หึ! ท่านรู้ไหมว่าทำไมเครื่องจักรถึงเสีย?” เซียวหลันแสยะยิ้มก่อนที่นางจะโยนขวดบางอย่างที่เพิ่งหยิบออกมาลงพื้นเบื้องหน้าแม่ทัพเหว่ย มีของเหลวสีใสที่เหนียวเหนอะหนะกระจายตัวออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับที่นางส่งสัญญาณให้เยี่ยเฉินปล่อยปราณเหมันต์ออกไปพร้อมกัน

เซียวหลันเลือกใช้สารละลายโพลิเมอร์แบบเร่งด่วนผสมกับความเย็นจัดเพื่อสร้างสภาวะที่เรียกว่าการแข็งตัวแบบฉับพลันของรอยต่อขึ้นมา

แม่ทัพเหว่ยที่กำลังจะพุ่งเข้ามาแต่กลับต้องชะงักกึก เมื่อพบว่าฟันเฟืองและข้อต่อในเกราะของเขาถูกยึดติดด้วยสารเหนียวที่แข็งตัวประหนึ่งเหล็กในพริบตา กลไกที่เคยลื่นไหลกลับกลายเป็นกรงขังที่พันธนาการตัวเขาไว้เอง

"อึก... นี่มันอะไรกัน!" เหว่ยพยายามจะขยับตัวแต่เกราะกลับส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดอย่างน่าสยดสยอง

"มันคือกาวที่แรงที่สุดในโลกของข้าไงล่ะ!" เซียวหลันคำราม "หลี่หยาง! ตอนนี้แหละ!"

หลี่หยางรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายก่อนจะพุ่งตัวผ่านร่างที่แข็งทื่อของเหว่ย ดาบสีเงินสะบัดเป็นเส้นโค้งสุดท้ายที่งดงามที่สุด ตัดผ่านรอยต่อของหน้ากากเหล็กที่เปิดออก

ฉัวะ!!!

ร่างของแม่ทัพเหว่ยล้มตึงลง บัลลังก์น้ำแข็งสั่นสะเทือนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เพดานวิหารจะถล่มลงมาปิดกั้นห้องโถงนั้นจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์

"ไป! เราต้องรีบออกจากที่นี่ก่อนวิหารจะถล่ม!" เยี่ยเฉินตะโกน

ทั้งสี่คนพุ่งตัวออกไปทางรอยแตกของกำแพงวิหารที่มองเห็นท้องฟ้าสีครามอยู่รำไร พวกเขาหนีรอดออกมาได้หวุดหวิดก่อนที่ยอดเขาไท่ซานจะถูกปกคลุมด้วยหิมะถล่มครั้งใหญ่ ฝังกลบความลับของกองพลกาลเวลาไว้ภายใต้สีขาวอันเป็นนิรันดร์

ท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่าน เซียวหลันกอดกล่องเหล็กที่มีดาราสีทองที่เสถียรแล้วไว้แน่น นางมองไปที่หลี่หยางและเพื่อนร่วมทางทุกคน

"เราทำสำเร็จแล้ว" นางพึมพำ “แต่หลังจากนี้คงมีแต่คนดาหน้าเข้ามาหาเราเป็นแน่ ถ้ารู้ว่าความลับของการเป็นอมตะอยู่ในมือของพวกเรา”