เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
เสียงล้อรถเข็นบดไปบนพื้นหินที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำสลับกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ ท่ามกลางบรรยากาศวังเวงของเขตวังเก่าที่ถูกทิ้งร้าง รถขนผักคันเดิมค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่เขตกำแพงอิฐสีชาดที่หลุดร่อน ที่นี่คือที่พำนักของอ๋องสิบเอ็ดผู้ปลีกวิเวกจากโลกภายนอก
เบื้องหน้าของพวกเขาคือประตูไม้บานยักษ์ที่ประดับด้วยห่วงเหล็กสนิมเขรอะ ไร้ซึ่งทหารยามในชุดเกราะม่วง ไร้ซึ่งกลิ่นอายของน้ำทิพย์ลืมกาล มีเพียงกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรตากแห้งและกลิ่นหนังสือเก่าที่ลอยมาตามลม
หลี่หยางขยับมือส่งสัญญาณให้หยุดรถ เขาเดินเข้าไปเคาะประตูตามจังหวะลับที่ไป๋อวิ๋นเคยกำชับไว้ ไม่นานนักบานประตูสีกุหลาบหม่นก็แง้มออกเผยให้เห็นชายชราหลังค่อมในชุดขันทีเก่าๆ ที่จ้องมองพวกเขาด้วยสายตาหวาดระแวง
“คนของหอเมฆานำของสำคัญมาส่ง” หลี่หยางกล่าวเสียงต่ำ พลางยื่นตราหยกรูปพัดให้ดู
เมื่อประตูเปิดกว้างออก รถเข็นทั้งสี่คันก็ถูกเร่งเข็นเข้าไปด้านในก่อนที่ประตูจะปิดสนิทลงอีกครั้ง
ภายในโถงกลางของวังที่ดูเงียบเชียบและเย็นเยือก มีชายหนุ่มผู้หนึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นไม้แกะสลักลวดลายเมฆา ใบหน้าของเขาซูบซีดประหนึ่งหยกขาวที่ขาดการขัดเกลา ดวงตาแฝงไปด้วยรอยแห่งความอ่อนล้าแต่กลับมีความเฉลียวฉลาดที่ยากจะปกปิด เขาคืออ๋องสิบเอ็ดผู้เดียวในราชวงศ์ที่ยังครองสติท่ามกลางความบ้าคลั่งของจินหลิง
“เจ้ามาถึงช้ากว่าที่ไป๋อวิ๋นคาดไว้ แม่นางเซียวหลัน” เสียงของเขาแหบพร่าแต่กังวานในที “และท่านอดีตแม่ทัพหลี่ การกลับมาครั้งนี้ของพวกท่านเดิมพันด้วยชีวิตของคนทั้งเมือง”
“หม่อมฉันไม่ได้มาเพื่อรักษาราชบัลลังก์เพคะท่านอ๋อง” เซียวหลันก้าวออกมาข้างหน้า แววตาของนางนิ่งสนิท “แต่หม่อมฉันมาเพื่อหยุดยั้งการระบาดที่กำลังฆ่าคนทั้งเป็น และมาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตระกูลหม่อมฉัน”
นางพยักหน้าให้หลี่หยางเริ่มขยับหีบไม้ที่อำพรางโลงศพหินใบแรกออกมาวางกลางห้อง
กล่องที่หนึ่งที่เขียนว่า ‘ความทรงจำที่หายไป... กล่องที่หนึ่ง’ ถูกวางลงบนพื้นหิน เซียวหลันตรวจดูรอยปิดผนึกอย่างละเอียด นางไม่ได้ใช้กำลังเปิด แต่กลับหยิบขวดสารละลายบางอย่างออกมาหยดลงบนรอยแยกของฝาโลง
“มันคือสารละลายยางไม้ผสมด่างเพื่อละลายครั่งโบราณที่ปิดผนึกไว้” นางอธิบายสั้นๆ เมื่อสารละลายทำงาน ควันสีขาวจางๆ ก็พวยพุ่งออกมาพร้อมกับเสียงคลิกของกลไกหิน
หลี่หยางช่วยออกแรงเลื่อนฝาโลงศพหนักอึ้งออกทีละน้อย ทันทีที่ฝาโลงเปิดกว้าง สิ่งที่อยู่ภายในกลับไม่ใช่ซากศพของมนุษย์อย่างที่เสี่ยวชุนแอบกลัว แต่มันคือกระบอกแก้วสุญญากาศนับสิบใบที่บรรจุของเหลวสีเขียวเข้มและแผ่นกระดาษที่ถูกเคลือบด้วยขี้ผึ้งพิเศษ
“นี่มัน...” อ๋องสิบเอ็ดขยับรถเข็นเข้ามาใกล้ แววตาของเขาเบิกกว้าง “นี่คือบันทึกการทดลองหมอหลวงเมื่อยี่สิบปีก่อน!”
เซียวหลันหยิบกระบอกแก้วหนึ่งขึ้นมาอ่านผ่านแสงตะเกียง ลายมือของพ่อปรากฏชัดเจนบนแผ่นกระดาษ:
“วันที่ 14 เดือน 9 สารสกัดจากรากมังกรนิทราให้ผลดีในการระงับปวด แต่มีผลข้างเคียงคือการเสพติดอย่างรุนแรงและทำลายความทรงจำระยะสั้น ราชครูสั่งให้ข้าเพิ่มปริมาณสารสกัดเป็นสิบเท่า เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ข้าขอปฏิเสธ และนั่นคือวันที่ข้าเริ่มต้นเส้นทางของการเป็นผู้ทรยศ”
“น้ำทิพย์ลืมกาลแท้จริงแล้วมันคือยาผิดกฎหมายที่ราชครูและพ่อของหม่อมฉันเคยวิจัยร่วมกัน” เซียวหลันสรุปด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย “แต่พ่อเลือกที่จะทำลายการวิจัยและหนีไป ทว่าราชครูกลับสานต่อมันจนสำเร็จและนำมาใช้ในตอนนี้”
ขณะที่ทุกคนกำลังจมอยู่ในความตกตะลึงของความลับในโลงหิน จู่ๆ หลี่หยางก็ดีดตัวขึ้นยืน ดาบอ่อนในมือพุ่งออกจากฝักชี้ตรงไปยังหน้าต่างไม้ชั้นบนของโถงวิหาร
“ออกมา! ข้ารู้ว่าเจ้าแอบดูมานานแล้ว!”
เคร้ง!
เสียงหน้าต่างไม้แตกกระจาย เงาร่างสีดำสนิทร่วงลงมายังพื้นห้องอย่างแผ่วเบาประหนึ่งใบไม้ร่วง เขาไม่ได้สวมชุดเกราะม่วงหรือชุดนักบวชเงา แต่เขาสวมผ้าปิดตาข้างเดียวและมีรอยสักรูปแมงมุมสีขาวที่ลำคอ
“หน่วยล่าสังหารตระกูลเยี่ย...” อ๋องสิบเอ็ดสีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด “พวกมันคือหน่วยที่ขึ้นตรงต่อฮองเฮา พี่สะใภ้ของข้าเอง”
ชายปริศนาคนนั้นไม่ได้จู่โจมทันที เขามองไปที่กล่องผลึกดาราสีทองในมือเซียวหลันแล้วแสยะยิ้ม
“ความจริงที่พวกเจ้าหาเจอ มันก็แค่ยอดเขาน้ำแข็งเล็กๆ เท่านั้น” เขาเอ่ยเสียงเย็น “ถ้าอยากรู้ว่าใครคือคนสั่งฆ่าตระกูลหลี่ และใครคือคนที่ทำให้เซียวเยี่ยต้องหายสาบสูญไปจริงๆ จงนำกล่องที่เหลือไปเปิดที่สุสานหลวงในคืนวันไหว้พระจันทร์”
พูดจบเขาก็ปาระเบิดควันสีเทาลงพื้น ม่านควันหนาทึบปกคลุมไปทั่วโถงวิหารในพริบตา เมื่อควันจางลงเงาร่างของนินจาตระกูลเยี่ยก็หายวับไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและคำถามที่หนักอึ้งกว่าเดิม