เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

มธุรสวาทเจ้าสำนัก - บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส

รายละเอียด

มธุรสวาทเจ้าสำนัก โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

ผู้แต่ง

หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳

เรื่องย่อ

สารบัญ

มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 2 คนตายไม่พูด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 3 เขตหวงห้าม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 4 วาจาสยบมาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 10 มัจจุราชไร้เงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 11 รอยสัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 13 เครือข่ายบุปผา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 14 หุบเขาเงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 16 อาคันตุกะชุดขาว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 17 หนอนกู่กินวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 18 กลิ่นสาบมรณะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 19 สูตรลับดินประสิว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 20 เพลิงกัมปนาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 21 ศึกสองด้าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 22 มารโลหิต,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 23 ราชโองการ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 24 เมืองหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 25 มังกรป่วย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 26 ปีศาจในหอปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 27 ถอดรหัสยามัจจุราช,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 28 เหมันต์สังหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 29 หมอกมรณะและรถม้าปริศนา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 31 พิชิตชีพจรมังกร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 33 ป่าร้อยพิษและคำสาปสีน้ำเงิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง

เนื้อหา

บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ

แสงแรกแห่งอรุณรุ่งสาดส่องกระทบกำแพงนครหลวงจินหลิงขับไล่ความมืดมิดและหมอกควันพิษที่ปกคลุมมาตลอดคืนให้จางหายไป

ประตูพระราชวังต้องห้ามเปิดอ้าออก ทว่าไม่ใช่ฝีมือขององค์ชายสาม แต่เป็นกองทัพอุดรนับแสนนาย ภายใต้การนำของแม่ทัพใหญ่หลี่เจิ้นที่ควบม้าฝ่าเข้าไปอย่างสง่างาม ธงรูปพยัคฆ์โบกสะบัดเหนือซากปรักหักพัง

ณ ลานหน้าท้องพระโรง 

องค์ชายสามในชุดเกราะทองคำที่หลุดลุ่ยยืนตัวสั่นเทาอยู่ท่ามกลางวงล้อมของทหารม้านับร้อย ดาบในมือของเขาสั่นกึกๆ

"เป็นไปไม่ได้! กองทัพอมตะของข้าอยู่ที่ไหน! ท่านราชครูอยู่ที่ไหน!" องค์ชายสามตะโกนอย่างคนเสียสติ "ข้าคือว่าที่ฮ่องเต้! ข้าคือผู้ถูกเลือก!"

"ราชครูของเจ้า... กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งอยู่ใต้ดินไปแล้ว"

เสียงทุ้มต่ำดุดันดังขึ้น หลี่หยางในสภาพชุดเปื้อนเลือดและเขม่าควันเดินก้าวออกมาจากเงามืดของตำหนัก เบื้องหลังของเขาคือเซียวหลันที่กำลังเช็ดคราบเขม่าออกจากแว่นตา

หลี่หยางโยนป้ายหยกประจำตัวราชครูที่แตกเป็นสองเสี่ยงลงแทบเท้าองค์ชายสาม

"เกมจบแล้ว องค์ชาย" หลี่หยางประกาศเสียงก้อง "ยอมจำนนซะเถอะ... เพื่อรักษาเกียรติสุดท้ายของเชื้อพระวงศ์"

องค์ชายสามมองป้ายหยกที่แตกละเอียด ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนทรุดลงคุกเข่ากับพื้น ดาบหลุดจากมือ ความฝันมักใหญ่ใฝ่สูงพังทลายลงในพริบตา

"จับกุมตัวองค์ชายสามและพรรคพวกทั้งหมดไปขังคุกหลวงรอรับการไต่สวน!" แม่ทัพหลี่เจิ้นออกคำสั่งเด็ดขาด

เจ็ดวันต่อมา...

วิกฤตการณ์น้ำดื่มปนเปื้อนพิษกู่ถูกแก้ไขอย่างเร่งด่วน

เซียวหลันร่วมมือกับไป๋อวิ๋นและหอเมฆาระดมสมุนไพรทั้งหมดในเมืองหลวงมาต้มในหม้อขนาดยักษ์ใจกลางจัตุรัสเมือง นางใช้สูตรยาถ่านกัมมันต์ผสมชะเอมเทศขับพิษออกจากร่างกายชาวเมืองนับหมื่นคน

ผู้คนที่เคยคลุ้มคลั่งค่อยๆ ได้สติกลับคืนมา แม้จะอ่อนเพลียและมึนงงเหมือนคนเมาค้างอย่างหนัก แต่ก็ไม่มีใครต้องกลายเป็นอมนุษย์หรือเสียชีวิตเพิ่ม

"หมอเทวดาเซียว!"

"พระโพธิสัตว์มาโปรด!"

เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญดังกระหึ่มไปทั่วทุกตรอกซอกซอย ชื่อของหอโอสถเซียวและหมอปีศาจเซียวหลันกลายเป็นตำนานที่ชาวเมืองหลวงกราบไหว้

 

ท้องพระโรง ตำหนักหยางซิน

ฮ่องเต้ซึ่งบัดนี้พระพักตร์มีเลือดฝาดและกลับมาแข็งแรงขึ้นมากประทับอยู่บนบัลลังก์มังกร เบื้องล่างคือเหล่าขุนนางที่เหลือรอดและบุคคลสำคัญที่กอบกู้แผ่นดินเอาไว้

"แม่ทัพหลี่เจิ้น... ความจงรักภักดีของตระกูลหลี่เป็นที่ประจักษ์ต่อฟ้าดิน ข้าขอคืนตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ และพระราชทานป้ายทองเว้นตายให้แก่ตระกูลหลี่" ฮ่องเต้ประกาศ

"เป็นพระมหากรุณาธิคุณพะยะค่ะ!" หลี่เจิ้นโขกศีรษะ

ฮ่องเต้หันมามองหลี่หยางและเซียวหลัน

"หลี่หยาง... เจ้ามีฝีมือล้ำเลิศ ข้าอยากแต่งตั้งเจ้าเป็นผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร คอยอารักขาข้าและสืบทอดเจตนารมณ์ของบิดาเจ้า... เจ้าจะว่าอย่างไร?"

หลี่หยางประสานมือคารวะ แต่สีหน้ากลับนิ่งสงบ

"ฝ่าบาท... ข้าน้อยคุ้นชินกับการจับดาบเพื่อปกป้องคนเพียงคนเดียวมากกว่าการคุมกองทัพพะยะค่ะ ข้าน้อยขอสละสิทธิ์รับตำแหน่ง"

คำปฏิเสธนั้นทำให้ขุนนางทั้งท้องพระโรงฮือฮา แต่หลี่หยางกลับหันไปมองเซียวหลันด้วยสายตาที่ชัดเจนว่าคนเพียงคนเดียวนั้นหมายถึงใคร

ฮ่องเต้แย้มพระสรวลอย่างรู้ทัน ก่อนจะหันมาหาเซียวหลัน

"ส่วนเจ้า... หมอหญิงเซียวหลัน เจ้าช่วยชีวิตข้าและคนทั้งเมืองหลวง ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นหัวหน้าสำนักหมอหลวงมอบคฤหาสน์หลังใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง และทองคำหมื่นชั่งให้เจ้า... อยู่ที่นี่เพื่อเป็นเสาหลักทางการแพทย์ให้แก่ราชสำนักเถอะ"

บรรดาหมอหลวงเฒ่าต่างพากันก้มหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะอิจฉา เพราะฝีมือของนางเป็นที่ประจักษ์แล้ว

เซียวหลันคุกเข่าลง น้อมรับความเมตตา แต่นางกลับสูดลมหายใจลึก แล้วเงยหน้าขึ้นตอบด้วยน้ำเสียงกังวานใส

"หม่อมฉันขอบพระทัยในความเมตตาของฝ่าบาทเพคะ แต่หม่อมฉันขอปฏิเสธตำแหน่งหัวหน้าหมอหลวงเพคะ"

"หืม? ทำไมเล่า? หรือรางวัลยังไม่มากพอ?" ฮ่องเต้เลิกพระขนง

"มิใช่เพคะ..." เซียวหลันยิ้มบางๆ "แต่หม่อมฉันเป็นเพียงหมอชาวบ้าน คุ้นชินกับกลิ่นโคลนสาบควายและเตาต้มยา มากกว่ากลิ่นกำยานในวังหลวง ความฝันของหม่อมฉันไม่ใช่การรักษาเพียงคนกลุ่มเดียว แต่คือการนำความรู้วิทยาการแพทย์ไปเผยแพร่ให้คนทั่วทั้งแผ่นดินได้เข้าถึงต่างหากเพคะ"

นางสบตาฮ่องเต้ด้วยความมุ่งมั่น "หม่อมฉันตั้งใจจะเดินทางไปทั่วแผ่นดิน เพื่อเปิดหอโอสถเซียวในทุกเมือง สอนชาวบ้านให้รู้จักสุขอนามัย และรักษาผู้คนที่ยากไร้ นั่นคือหนทางที่หม่อมฉันเลือกเพคะ"

ฮ่องเต้ถอนหายใจยาว ก่อนจะพยักหน้าอย่างชื่นชม

"นกอินทรีไม่อาจขังไว้ในกรงนกกระจอกสินะ... เอาเถอะ ข้าตามใจเจ้า"

ฮ่องเต้หยิบป้ายทองคำสลักลวดลายมังกรขึ้นมาแล้วให้ขันทีนำไปมอบแก่นาง

"ข้าขอมอบป้ายนี้ให้เจ้า ไม่ว่าเจ้าจะไปที่ใดในแผ่นดินนี้ เจ้าจะได้รับความคุ้มครองเทียบเท่าราชทูตของข้า และจำไว้ประตูวังหลวงเปิดต้อนรับเจ้าเสมอ"

 

สามวันต่อมา ณ ประตูเมืองทิศตะวันออก

ขบวนรถม้าธรรมดาๆ คันหนึ่งจอดเตรียมพร้อมออกเดินทาง

ไป๋อวิ๋นยืนโบกพัดจีบอยู่ข้างรถม้าอย่างยิ้มแย้ม "ตกลงเจ้าจะไปจริงๆ รึ? หอโอสถเซียวสาขาเมืองหลวงกำลังทำกำไรเป็นกอบเป็นกำเลยนะ ข้ายังอยากทำธุรกิจกับเจ้าต่อ"

"ข้ายกสาขาเมืองหลวงให้ท่านกับอาหลงดูแลก็แล้วกัน ส่งส่วนแบ่งกำไรไปให้ข้าตามที่ตกลงกันไว้ก็พอ" เซียวหลันจัดแจงสัมภาระ "โลกนี้ยังกว้างใหญ่ มีโรคระบาดและสมุนไพรแปลกๆ อีกมากที่ข้าอยากศึกษา"

หลี่เจิ้นเดินเข้ามาตบไหล่บุตรชาย "ดูแลนางให้ดีนะหยางเอ๋อ... และดูแลตัวเองด้วย ว่างๆ ก็พาว่าที่ลูกสะใภ้กลับมาเยี่ยมพ่อบ้างล่ะ"

คำว่าลูกสะใภ้ทำเอาเซียวหลันหน้าแดงซ่านไปถึงใบหู ส่วนหลี่หยางเพียงแค่ยิ้มมุมปากและพยักหน้ารับ

"ไปกันเถอะ" หลี่หยางช่วยประคองเซียวหลันขึ้นรถม้าก่อนที่เขาจะกระโดดขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ โดยมีเสี่ยวชุนนั่งยิ้มแฉ่งอยู่ด้านใน

"เราจะไปไหนกันดี คุณหนู?" เสี่ยวชุนถามเสียงใส

เซียวหลันมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าเห็นทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

"ลงใต้..." เซียวหลันตอบแววตาเป็นประกาย “ข้าได้ยินมาว่าทางใต้มีชนเผ่าลึกลับที่เก่งกาจเรื่องพิษแปลกประหลาดและสมุนไพรหายาก น่าสนุกดีออก"

หลี่หยางสะบัดบังเหียน รถม้าค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป เขาเอนหลังพิงกรอบประตูรถ หันไปมองเซียวหลันที่กำลังจดบันทึกตำรายาเล่มใหม่อย่างตั้งใจ

"สัญญา 3 เดือนที่เจ้าเคยจ้างข้าเป็นคนคุ้มครอง มันหมดอายุไปแล้วนะ" หลี่หยางเอ่ยขึ้นลอยๆ

เซียวหลันชะงักพู่กัน นางเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาซุกซน "อ้าวหรือ? แล้วนี่เจ้ายังตามข้ามาทำไมอีกล่ะ?"

หลี่หยางยิ้ม... 

รอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยมี เขาเอื้อมมือไปกุมมือเล็กๆ ของนางที่เปื้อนหมึกไว้หลวมๆ

"เพราะข้าขอต่อสัญญา... ตลอดชีวิต"

เซียวหลันหน้าแดงก่ำ นางไม่ได้ดึงมือกลับแต่กลับประสานนิ้วเข้ากับมือกร้านศึกของเขาอย่างแนบแน่น

"ค่าตัวแพงนะ... จ่ายไหวหรือ?"

"ข้ายอมยกให้ทั้งหัวใจเลย"