เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
สายลมจากทิศอุดรพัดกระโชกเข้าใส่ใบหน้าประหนึ่งคมมีดที่กรีดผ่านผิวหนัง ท้องทะเลสีครามที่คุ้นเคยถูกทิ้งไว้เบื้องหลังไกลโพ้น บัดนี้เบื้องหน้าของพวกเขาคือมหาบรรพตที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้า ยอดเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนจนดูคล้ายกับยักษ์น้ำแข็งในตำนานที่กำลังหลับใหล ยอดเขาไท่ซาน สถานที่ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์และความตายห่างกันเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
เม่ื่อมังกรวารีเทียบท่า ณ เมืองชายฝั่งทางตอนเหนือได้เพียงไม่กี่ชั่วยาม หลี่หยางก็จัดหาอาชาฝีเท้าดีสามตัวและเสื้อคลุมขนสัตว์หนาหนักมาเตรียมพร้อม การเดินทางจากเมืองท่าสู่ตีนเขาไท่ซานเป็นไปอย่างเร่งรีบ ท่ามกลางอุณหภูมิที่ลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวขุ่น ทุกวินาทีที่ผันผ่านคือการนับถอยหลังของสารสกัดดาราสีทองที่นอนสงบนิ่งอยู่ในขวดที่ถูกห่อด้วยผ้าไหมเก็บซ่อนไว้ภายใต้เสื้อคลุมของเซียวหลัน
"อีกเพียงหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนเท่านั้น..." เซียวหลันพึมพำขณะบังคับม้าไปตามเส้นทางลาดชันที่เริ่มปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ผิวแก้มของนางแดงระเรื่อเพราะความหนาวจัด แต่นัยน์ตายังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว "หากเราขึ้นไม่ถึงจุดสูงสุดเพื่อพบกับอากาศที่เย็นบริสุทธิ์พอที่จะหยุดการสลายตัวของมัน ยาที่ข้าเพียรพยายามทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่า"
"คุณหนูเจ้าคะ ข้า... ข้าเริ่มรู้สึกว่านิ้วเท้าของข้ามันไม่มีความรู้สึกแล้วเจ้าค่ะ" เสี่ยวชุนเอ่ยเสียงสั่นฟันกระทบกันพลางกอดห่อสัมภาระแล้วห่อไหล่จนตัวลีบเล็กภายใต้ชุดขนหมีตัวหนา "ความหนาวที่นี่มันไม่ใช่ความหนาวธรรมดา แต่มันหนาวเข้ากระดูกเลยเจ้าค่ะ"
เซียวหลันหันไปมองสาวใช้ด้วยความห่วงใย “นั่นคือสัญญาณเตือนของร่างกาย เสี่ยวชุนเลือดในกายเจ้าเริ่มลดการไหลเวียนที่ส่วนปลายเพื่อรักษาความอบอุ่นให้หัวใจ อย่าหยุดขยับนิ้วมือและนิ้วเท้าเด็ดขาด หากมันเปลี่ยนเป็นสีซีดหรือม่วงคล้ำ นั่นคือเนื้อเริ่มตายเพราะความเย็น"
นางหยิบกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุน้ำขิงเข้มข้นผสมน้ำผึ้งและพริกไทยส่งให้เสี่ยวชุน "ดื่มนี่ซะ มันจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญจากภายในให้ร่างกายเจ้าสร้างความร้อนได้มากขึ้น"
หลี่หยางที่ควบม้านำอยู่ด้านหน้าหยุดกะทันหัน เขาชูมือขึ้นเป็นสัญญาณให้หยุดรถ แววตาพยัคฆ์จับจ้องไปยังทุ่งหิมะเบื้องหน้าที่มีความผิดปกติบางอย่าง "มีคนมาที่นี่ก่อนหน้าเรา และพวกเขาไม่ได้เดินกลับออกไป"
ท่ามกลางพื้นสีขาวโพลนมีรอยเท้าเป็นแนวยาวมุ่งตรงสู่ช่องเขาแคบๆ รอยเท้านั้นลึกและสม่ำเสมอ แต่ที่น่าประหลาดคือรอบๆ รอยเท้ามีคราบสีน้ำเงินเข้มจางๆ กระจายตัวอยู่ราวกับมีใครบางคนเดินไปพร้อมกับการโปรยผงแป้งสีคราม
เซียวหลันลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว นางย่อตัวลงสำรวจคราบสีน้ำเงินนั้นพลางหยิบเศษน้ำแข็งขึ้นมาดม “กลิ่นสารเคมี… นี่คือกำมะถันสีคราม สารที่มีความเย็นจัดและมีพิษร้ายแรงหากสูดดมเข้าไปนานๆ มันถูกใช้เพื่อรักษาอุณหภูมิของบางสิ่งไม่ให้เน่าเสียระหว่างการเคลื่อนย้าย"
"หรือว่า... พวกมันกำลังขนศพ?" เสี่ยวชุนอุทานเสียงหลง
"ไม่ใช่ศพธรรมดาแน่เสี่ยวชุน" เซียวหลันลุกขึ้นยืนพลางมองไปตามรอยเท้าที่หายลับเข้าไปในม่านหมอกหิมะ “บันทึกของพ่อเตือนเรื่องผู้พิทักษ์หิมะ และรอยพวกนี้ก็มุ่งตรงไปยังวิหารเหมันต์ที่ยอดเขา เราต้องตามไป แต่จงระวัง เพราะกำมะถันสีครามนี้หากทำปฏิกิริยากับความชื้นในหมอก มันจะกลายเป็นก๊าซที่ทำให้ประสาทสัมผัสเชื่องช้าลง"
การเดินทางเดินเท้าเริ่มขึ้นเมื่อเส้นทางชันเกินกว่าที่ม้าจะรับไหว หลี่หยางใช้ดาบอ่อนในมือค้ำยันหิมะพลางกวาดตามองรอบทิศทาง ความเงียบของเทือกเขาไท่ซานช่างดูวังเวงประหนึ่งป่าช้ากลางเวหาจนกระทั่งพวกเขาเดินทางมาถึงบริเวณที่เรียกว่าลานหินอาบเลือด
ภาพเบื้องหน้าทำเอาเสี่ยวชุนเกือบจะกรีดร้องออกมา ร่างของทหารในชุดเกราะสีดำนับสิบนายถูกแช่แข็งอยู่ในท่าทางที่ดูสยดสยอง บางร่างยังคงกอดอาวุธไว้แน่น บางร่างกำลังอ้าปากค้างประหนึ่งกำลังกรีดร้องวินาทีสุดท้ายก่อนจะกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง แต่ที่น่าแปลกคือบนร่างกายของพวกเขาไม่มีบาดแผลจากการถูกฟันหรือแทงแม้แต่จุดเดียว
"พวกเขาไม่ได้ตายเพราะอาวุธ" เซียวหลันเดินเข้าไปตรวจร่างหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด นางใช้นิ้วเคาะไปที่ผิวหนังที่แข็งทื่อราวกับหิน "สีผิวของพวกเขาขาวซีดประหนึ่งหิมะ และเส้นเลือดที่คอปูดโปนเป็นสีเงิน มันคือภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันจากความเย็นจัดที่ถูกส่งเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง"
นางพบเข็มเงินเล็กๆ เล่มหนึ่งปักอยู่ที่ท้ายทอยของศพ เข็มนั้นมีคราบกำมะถันสีครามติดอยู่ "ผู้ลงมือมีความรู้เรื่องจุดชีพจรอย่างแม่นยำ เขาใช้เข็มที่เคลือบสารทำความเย็นจัดปักเข้าที่จุดรวมประสาท ทำให้หัวใจหยุดทำงานในพริบตาก่อนที่ร่างกายจะทันได้เจ็บปวด"
"ฝีมือระดับนี้" หลี่หยางขมวดคิ้ว "มีเพียงคนเดียวที่ข้านึกออก หมอหลวงผู้เชี่ยวชาญการฝังเข็มน้ำแข็ง... เยี่ยเฉิน สหายเก่าของพ่อเจ้า"
"เยี่ยเฉิน?" เซียวหลันชะงัก "พ่อเคยเล่าว่าเขาหายสาบสูญไปพร้อมกับกลุ่มคนค้นคว้าวิจัยยาเมื่อหลายปีก่อน หรือว่าเขาคือผู้พิทักษ์หิมะที่พ่อเตือนไว้?"
ยังไม่ทันที่คำถามจะได้รับคำตอบ เสียงขลุ่ยผิวที่แหลมเล็กและเย็นเยียบก็ดังแว่วมาจากยอดเขาด้านบน หมอกหิมะที่เคยนิ่งสงบกลับเริ่มหมุนวนเป็นพายุขนาดย่อม และท่ามกลางละอองสีขาวนั้น เงาร่างของบุรุษในชุดสีขาวโพลนกลมกลืนกับหิมะก็ปรากฏขึ้น เขาขยับขลุ่ยในมือและเพียงพริบตาเดียว ลูกธนูน้ำแข็งนับสิบดอกก็พุ่งฝ่าม่านหมอกลงมาเป้าหมายคือคณะเดินทางทั้งสาม
"หมอบลงหลังโขดหิน!" หลี่หยางตะโกนพลางวาดวงดาบปัดป้องลูกธนูที่รวดเร็วประหนึ่งแสงสว่าง
เซียวหลันกระชากเสี่ยวชุนให้หลบเข้าหลังชะง่อนหินใหญ่ นางมองดูหัวลูกธนูที่ปักลงบนหิน มันไม่ได้แตกกระจายแต่กลับเริ่มแผ่ขยายเกล็ดน้ำแข็งออกมาปกคลุมพื้นผิวอย่างรวดเร็ว
"นั่นคือน้ำแข็งแห้ง" เซียวหลันอุทาน "หากโดนตัวเรา เราจะถูกแช่แข็งจากภายนอกเข้าสู่ภายในทันที!"
ชายชุดขาวหยุดขลุ่ยผิว เขาเดินช้าๆ ลงมาจากเนินหิมะ ใบหน้าของเขาดูเรียบเฉยและเยือกเย็นประหนึ่งรูปสลักจากขั้วโลก “ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่ไท่ซานพร้อมกับดาราสีทอง เจ้าเป็นใคร? และเหตุใดจึงถือครองสมบัติของตระกูลเซียว?"
เซียวหลันก้าวออกมาจากหลังโขดหิน นางชูเหรียญหยกประจำตระกูลขึ้น "ข้าคือเซียวหลัน บุตรสาวของเซียวเยี่ย ข้ามาที่นี่เพื่อนำดาราสีทองมาช่วยชีวิตแผ่นดิน และเพื่อตามหาความจริงที่ถูกฝังไว้!"
ชายชุดขาวชะงักไปเล็กน้อย แววตาที่เคยเย็นเยียบวูบไหวเพียงครู่เดียว "เซียวหลันงั้นหรือ... ลูกสาวของตาแก่นั่นโตขนาดนี้แล้วรึ? แต่เสียใจด้วยทางข้างหน้าคือพื้นที่หวงห้ามสำหรับคนมีลมหายใจ หากเจ้าต้องการผ่านไป จงพิสูจน์ว่ายาของเจ้านั้นแข็งแกร่งกว่าความเย็นของข้า!"
เขาพูดจบก็สะบัดมือขวาจนปรากฏเข็มเงินนับร้อยเล่มที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศด้วยพลังลมปราณอันมหาศาล บรรยากาศรอบตัวเขาเริ่มลดต่ำลงจนหิมะรอบข้างเริ่มจับตัวเป็นก้อนแข็ง
หลี่หยางก้าวมาข้างหน้าปกป้องเซียวหลัน "เซียวหลัน... เจ้านำดาราสีทองไปที่วิหารยอดเขา ข้าจะรับมือที่นี่เอง!"
"ไม่หลี่หยาง!" เซียวหลันดึงแขนเขาไว้ "เข็มพวกนั้นมีพิษทำความเย็นจัด ดาบของท่านจะถูกแช่แข็งจนเปราะหักหากปะทะโดยตรง ข้ามีวิธีที่ดีกว่านั้น"
นางหยิบขวดที่บรรจุฟอสฟอรัสขาวในน้ำมันออกมาจากย่าม แววตาของหมอปีศาจกลับมาฉายประกายอีกครั้ง “ในโลกของความเย็นที่สมบูรณ์แบบ สิ่งเดียวที่ทำลายมันได้คือเพลิงที่ดับไม่ได้”