เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

มธุรสวาทเจ้าสำนัก - บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส

รายละเอียด

มธุรสวาทเจ้าสำนัก โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

ผู้แต่ง

หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳

เรื่องย่อ

สารบัญ

มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 2 คนตายไม่พูด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 3 เขตหวงห้าม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 4 วาจาสยบมาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 10 มัจจุราชไร้เงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 11 รอยสัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 13 เครือข่ายบุปผา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 14 หุบเขาเงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 16 อาคันตุกะชุดขาว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 17 หนอนกู่กินวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 18 กลิ่นสาบมรณะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 19 สูตรลับดินประสิว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 20 เพลิงกัมปนาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 21 ศึกสองด้าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 22 มารโลหิต,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 23 ราชโองการ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 24 เมืองหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 25 มังกรป่วย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 26 ปีศาจในหอปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 27 ถอดรหัสยามัจจุราช,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 28 เหมันต์สังหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 29 หมอกมรณะและรถม้าปริศนา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 31 พิชิตชีพจรมังกร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 33 ป่าร้อยพิษและคำสาปสีน้ำเงิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง

เนื้อหา

บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร

“แป้งหอม?" หัวหน้าแก๊งมังกรดินเลิกคิ้วมองห่อกระดาษในมือหญิงสาวก่อนจะหัวเราะลั่นจนตัวงอ "ฮ่าๆๆ! นังหนูนี่จะมาไม้ไหนกันแน่ จะยั่วยวนข้าหรือไง ไหนๆ เอามาให้พี่ชายดมหน่อยซิ ถ้าหอมถูกใจพี่อาจจะลดค่าคุ้มครองให้ โอ๊ย!"

ยังไม่ทันสิ้นเสียงหัวเราะเซียวหลันก็สะบัดข้อมือวูบ ผงสีขาวละเอียดฟุ้งกระจายออกจากห่อปะทะเข้ากับใบหน้าของกลุ่มนักเลงที่ยืนเกาะกลุ่มกันอยู่อย่างจัง

"แค้ก! แค้ก! นี่มันอะไรวะ!” เหล่าชายฉกรรจ์ยกมือขึ้นปิดหน้าปิดตา ไอโขลกจนตัวโยน ทันใดนั้นความรู้สึกแสบร้อนราวนรกแตกก็แล่นพล่านไปทั่วผิวหนังและดวงตา น้ำหูน้ำตาไหลพรากไม่หยุด ลำคอแสบไหม้ราวกับกลืนถ่านแดงลงไป

"อ๊ากกก! ตาข้า! ตาข้าบอดแล้ว!" 

"ร้อน! ร้อนโว้ย! แสบไปหมดแล้ว!"

พวกเขาล้มกลิ้งไปกับพื้นพลางดิ้นทุรนทุรายพยายามเกาหน้าเกาตา แต่ยิ่งเกาก็ยิ่งแสบ ผิวหนังเริ่มแดงเถือกและบวมเป่ง

เสี่ยวชุนและอาหลงยืนตะลึงมองภาพเบื้องหน้าด้วยความสยดสยอง

“คุณหนู นั่นมัน..." เสี่ยวชุนกระซิบ

"ส่วนผสมง่ายๆ" เซียวหลันเอ่ยเสียงเรียบพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดนิ้ว “พริกปีศาจแห้งบดละเอียดผสมกับเกสรดอกหมามุ่ยและผงกำมะถัน ข้าเรียกมันว่าผงทลายทวาร"

นางเดินเข้าไปหาหัวหน้าแก๊งที่กำลังนอนน้ำลายฟูมปาก ร้องครวญครางเหมือนหมูถูกเชือด จากนั้นนางก็ใช้เท้าเขี่ยไหล่เขาเบาๆ

"เป็นยังไงบ้างพี่ชาย หอมชื่นใจไหม"

"นะ... นังแม่มด! แกใช้วิชามาร!" หัวหน้าแก๊งพยายามจะลุกขึ้นสู้ แต่ความเจ็บปวดและอาการหายใจไม่ออกทำให้เขาหมดแรง "แก... แกต้องตาย!"

"จุ๊ๆ อย่าเพิ่งรีบตาย" เซียวหลันย่อตัวลงนั่งยองๆ "พิษนี้จะค่อยๆ ซึมเข้าสู่กระแสเลือด มันจะกัดกินอวัยวะภายในของเจ้าทีละส่วน เริ่มจากปอด แล้วก็ตับ ภายในหนึ่งชั่วยาม (2 ชั่วโมง) ถ้าไม่ได้ยาแก้พิษ ลำไส้เจ้าจะเน่าเปื่อยจนไหลออกมาทางทวารทั้งเก้า"

คำขู่ที่ผสมโรงกับความเจ็บปวดจริงที่ได้รับ ทำให้พวกนักเลงหน้าซีดเผือด ความกลัวตายเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะทันที

"ยะ... ยาแก้พิษ! ขอยาแก้พิษให้ข้า!" หัวหน้าแก๊งละล่ำละลักก้มหัวโขกพื้นโป๊กๆ "ข้ายอมแล้ว! แม่นาง... ไม่สิ ท่านย่า! ท่านบรรพบุรุษ! ไว้ชีวิตพวกข้าด้วย!"

เซียวหลันยิ้มเย็น “ข้าเป็นหมอย่อมมียารักษา แต่ยาของข้าราคาแพงนะ"

"เท่าไหร่! ข้ายอมจ่ายหมดตัวเลย!"

"ข้าไม่ต้องการเงินสกปรกของพวกเจ้า" เซียวหลันลุกขึ้นยืนกวาดสายตามองสภาพบ้านที่ผุพัง "แต่ข้าต้องการแรงงาน"

นางชี้มือไปรอบๆ ลานบ้าน "รื้อพื้นไม้ผุๆ นั่นออก ซ่อมหลังคา ขัดผนัง ขุดลอกบ่อน้ำ และทาสีใหม่ทั้งหลัง ถ้าพวกเจ้าทำงานเสร็จก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ข้าจะมอบยาแก้พิษให้ แต่ถ้าใครอู้งานก็เตรียมตัวไส้เน่าตายได้เลย"

"ทำ! ทำขอรับ! พวกข้าจะทำเดี๋ยวนี้!"

เหล่าแก๊งมังกรดินผู้ยิ่งใหญ่แห่งย่านตลาดรีบกระวีกระวาดลุกขึ้นทั้งน้ำตาจากฤทธิ์พริกแล้ววิ่งไปหาไม้กวาด ถังน้ำ และค้อนมาลงมือทำงานอย่างขยันขันแข็งยิ่งกว่าทาสในเรือนเบี้ย

อาหลงมองดูภาพนั้นด้วยความทึ่ง "คุณหนู ยาแก้พิษที่ว่า..."

“อ้อ! ก็แค่น้ำมันพืชผสมน้ำตาล" เซียวหลันกระซิบตอบ “พริกกับหมามุ่ยมันแพ้น้ำมัน แค่ล้างออกก็หายแล้ว แต่ปล่อยให้พวกมันแสบๆ คันๆ ไปสักพักเถอะ จะได้จำใส่กะโหลกไว้บ้าง”

 

ตลอดช่วงบ่ายเรือนกลืนวิญญาณที่เคยเงียบเหงากลับเต็มไปด้วยเสียงตอกตะปูและเสียงขัดถูปนเสียงสูดปากด้วยความแสบคันบนผิวหนัง ด้วยแรงงานชายฉกรรจ์ 6 คน งานที่ควรใช้เวลาสามวันก็เสร็จสิ้นภายในครึ่งวัน พื้นไม้ที่ขึ้นราถูกรื้อออกไปเผาทิ้ง หน้าต่างทุกบานถูกเปิดโล่งรับลม ผนังที่เคยดำมืดด้วยคราบราถูกขัดและทาทับด้วยปูนขาวจนสว่างไสว กลิ่นอับชื้นจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นสะอาดของปูนขาวและน้ำส้มสายชู

เมื่อพระอาทิตย์จวนจะลับขอบฟ้า บ้านผีสิงหลังนี้ก็ดูเหมือนบ้านใหม่ที่น่าอยู่ขึ้นมาถนัดตา

เซียวหลันเดินตรวจงานด้วยความพอใจก่อนจะโยนไหดินเผาใบเล็กให้หัวหน้าแก๊ง “เอ้านี่! ยาแก้พิษ" ที่ความเป็นจริงข้างในคือน้ำมันหมูผสมสมุนไพรเย็นๆ "ทาบริเวณที่แสบ แล้วกินน้ำตามเยอะๆ"

เหล่าอันธพาลรีบแย่งกันทายา พอความแสบร้อนทุเลาลง พวกเขาก็มองเซียวหลันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่กลัว แต่เป็นความเคารพในความเหี้ยมเกรียมของนาง

"ขอบพระคุณท่านหมอ!" หัวหน้าแก๊งประสานมือคารวะ “ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ วันหน้าหากท่านหมอต้องการอะไรบอกพวกข้าแก๊งมังกรดินได้เลย แถวนี้ไม่มีใครกล้าหือกับข้า เอ้ย! กับท่านแน่นอน"

"ดี..." เซียวหลันพยักหน้า “จำไว้ว่าที่นี่คือหอโอสถเซียว ใครป่วยให้มาหาข้า แต่ถ้าใครมารังแกข้า จุดจบจะไม่ใช่แค่คันคะเยอแน่ ไสหัวไปได้แล้ว!"

เมื่อพวกนักเลงจากไปอาหลงและเสี่ยวชุนก็ช่วยกันนำป้ายไม้เก่าๆ ที่อาหลงแกะสลักไว้อย่างประณีตขึ้นไปแขวนเหนือประตู ตัวอักษรคำว่าหอโอสถเซียวเด่นตระหง่านต้องแสงตะวันยามเย็น

"ในที่สุด..." อาหลงน้ำตาซึม "ตระกูลเซียวก็มีที่ยืนอีกครั้ง"

"นี่ยังเป็นแค่ก้าวแรกอาหลง" เซียวหลันกล่าว สายตามองไปยังผู้คนที่เดินผ่านไปมาแล้วชี้ชวนกันดูด้วยความประหลาดใจที่บ้านผีสิงกลับมาเปิดไฟสว่าง “ข่าวลือเรื่องผียังคงอยู่ คนยังไม่กล้าเข้ามาหรอก" นางวิเคราะห์ “เราต้องการจุดเปลี่ยน เราต้องการคนไข้สักคนที่สิ้นหวังพอที่จะยอมเสี่ยงกับผี เพื่อแลกกับชีวิต"

และราวกับสวรรค์รับรู้สิ่งที่นางหวัง

ท่ามกลางความมืดสลัวของยามพลบค่ำ รถลากเก่าๆ คันหนึ่งก็แล่นมาหยุดที่หน้าประตูร้าน ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งแบกร่างที่ห่อด้วยผ้าห่มวิ่งถลาเข้ามา

"ท่านหมอ! ที่นี่คือร้านหมอใช่ไหม!" ชายคนนั้นตะโกนเสียงสั่น "ช่วยด้วย! หมอในเมืองไม่มีใครยอมรักษาเขา เขาบอกว่าลูกข้าต้องสาป!"

เซียวหลันหันขวับ สัญชาตญาณแพทย์ตื่นตัวทันที "พาเข้ามา!"

เมื่อผ้าห่มถูกเปิดออก กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงก็โชยออกมาที่ขาของเด็กหนุ่มวัยรุ่นมีแผลขนาดใหญ่ที่เน่าเปื่อยจนเห็นกระดูก สีดำคล้ำลามขึ้นมาเกือบถึงหัวเข่า

"บาดทะยัก และเนื้อตายเน่า” เซียวหลันขมวดคิ้ว “ถ้ามาช้ากว่านี้อีกคืนเดียว ขาข้างนี้คงต้องตัดทิ้ง หรือไม่ก็ต้องแลกด้วยชีวิต"

"ท่านรักษาได้หรือ!" พ่อเด็กถามทั้งน้ำตา

“ได้!" เซียวหลันตอบเสียงหนักแน่น แววตาเป็นประกายวาวโรจน์ “แต่ข้าต้องขูดกระดูกและตัดเนื้อตายสดๆ เจ้าใจกล้าพอจะดูหรือไม่"

นี่แหละคือจุดเปลี่ยนที่นางรอคอย เคสผ่าตัดสุดหินที่จะประกาศศักดาว่าหอโอสถเซียวสามารถยื้อแย่งชีวิตคนจากมัจจุราชได้