เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
“เขาคือจ้าวมู่ ศิษย์พี่ร่วมสำนักดาบของข้าเอง"
หลี่หยางกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว แววตาที่เคยนิ่งสงบดุจน้ำบัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟแค้นและความเจ็บปวดลึกๆ
“เขาคือคนที่ขายข้าให้สำนักอัคคีทมิฬ และเป็นคนเปิดประตูเมืองให้ข้าศึกเข้ามาฆ่าล้างตระกูลข้าในคืนนั้น"
เซียวหลันวางมือลงบนบ่ากว้างที่สั่นเทาของเขา “หลี่หยาง ถ้าเจ้าไปเจอเขาตอนนี้ เจ้าจะคุมสติได้หรือ"
"ข้าต้องไป" หลี่หยางหันมามองนางด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว "หุบเขาด้านหลังเป็นทางแคบชัยภูมิบังคับให้เดินทัพได้ทีละน้อย แม้ข้าศึกจะมีหมื่นคนแต่ถ้าข้าไปอุดที่ปากทาง ข้าจะยันพวกมันได้"
"แต่เจ้ามีทหารให้ใช้แค่ 500 นายนะ" เซียวหลันแย้ง "500 ปะทะ 10,000 มันคือการฆ่าตัวตายชัดๆ"
"มันคือทางรอดเดียว" หลี่หยางกระชับดาบ “ข้าจะซื้อเวลาให้เจ้าที่บริเวณด้านหน้าแม่น้ำ เจ้าต้องยันพวกมันให้อยู่ ถ้าเจ้าแตกพ่ายเมืองนี้ก็จบสิ้น"
เซียวหลันรู้ดีว่าเขาพูดถูก นางไม่มีเวลามาฟูมฟาย นางล้วงหยิบขวดกระเบื้องสีแดงเลือดนกออกมาจากอกเสื้อแล้วยัดใส่มือเขา
"นี่คือยาเม็ดโลหิตมาร" นางกระซิบเสียงเครียด “ข้าสกัดมันจากต่อมหมวกไตของสัตว์และสมุนไพรกระตุ้นหัวใจ จงกินเมื่อจำเป็นเท่านั้น มันจะทำให้เจ้าไม่รู้สึกเจ็บปวดและมีพละกำลังมหาศาลชั่วคราว แต่หลังจากนั้นเจ้าจะหมดสติไปสามวันสามคืน”
“ขอบใจเจ้ามาก”
“สัญญามาว่าเจ้าจะกินมันเพื่อรอดกลับมา ไม่ใช่กินเพื่อแลกชีวิตกับมัน"
หลี่หยางรับขวดยามากำไว้แนบอก เขาดึงร่างเล็กของเซียวหลันเข้ามากอดแน่นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจูบลงที่หน้าผากมนอย่างแผ่วเบา "ข้าสัญญา รอข้านะ”
เขาผละออกแล้วกระโดดขึ้นหลังม้าสีนิลพร้อมตะโกนสั่งทหารกล้า 500 นาย "หน่วยพยัคฆ์ทมิฬ! ตามข้าไป! เราจะไปเด็ดหัวแม่ทัพปีศาจกัน!!”
ณ หุบเขาร้อยวิญญาณ หลังเมืองหลี่เฉิง
ลมภูเขาพัดกรรโชกแรงหวีดหวิวราวเสียงภูตผีกรีดร้อง ช่องเขาแคบที่มีหน้าผาสูงชันขนาบสองข้างทาง บัดนี้เต็มไปด้วยเงาทะมึนของกองทัพนับหมื่นที่เดินเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
ผู้นำทัพบนหลังม้าสีโลหิตคือชายร่างยักษ์ในชุดเกราะสีแดงเข้ม ใบหน้ามีรอยสักรูปมังกรพาดผ่านดวงตาซ้าย แววตาเหี้ยมเกรียมดุจสัตว์ร้าย
แม่ทัพจ้าวมู่
"หยุด!" จ้าวมู่ยกมือขึ้น สัญชาตญาณนักรบบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ที่ปากทางออกจากช่องเขา มีคนยืนขวางอยู่เพียงคนเดียว ชายหนุ่มในชุดเกราะสีดำสภาพยับเยิน ผ้าคลุมไหล่ขาดวิ่น ยืนปักหลักถือดาบยาวขวางทางกองทัพนับหมื่นอย่างไม่เกรงกลัว
จ้าวมู่หรี่ตามองก่อนจะแสยะยิ้มกว้าง "ฮ่าๆๆ! นึกว่าหมาจนตรอกตัวไหนที่แท้ก็ศิษย์น้องรองหลี่หยางผู้เก่งกาจนี่เอง ยังไม่ตายอีกรึ"
"ข้ามาจากนรกเพื่อลากเจ้าลงไปจ้าวมู่" หลี่หยางเอ่ยเสียงเย็น "เจ้าทรยศอาจารย์ ทรยศพี่น้อง และขายชาติ วันนี้ข้าจะชำระความกับเจ้า"
"ชำระความรึ" จ้าวมู่หัวเราะลั่น "โลกนี้ผู้ชนะคือผู้เขียนประวัติศาสตร์ เจ้ามันก็แค่หมาขี้แพ้ที่ยึดติดกับคุณธรรมจอมปลอม” พูดจบก็หันกลับไปหาเหล่าทหารของตัวเอง "ทหาร! ใครเด็ดหัวมันได้ข้าให้ทองพันชั่ง!!”
ทหารเลวนับร้อยกรูเข้าไปหาหลี่หยางพร้อมกัน
หลี่หยางคำรามลั่น "ตายซะ!"
ดาบในมือเขาวาดออกเป็นวงพระจันทร์เสี้ยว ปราณดาบคมกริบตัดร่างทหารแถวหน้าขาดสะบั้นเลือดสาดกระจาย เขาไม่ได้ตั้งรับแต่พุ่งเข้าหาศัตรูประดุจพายุหมุน ใช้ความแคบของช่องเขาให้เป็นประโยชน์ ศพแล้วศพเล่าล้มลงกองแทบเท้าเขาจนกลายเป็นกำแพงเนื้อมนุษย์ที่ขวางกั้นไม่ให้ทัพหลังขยับขึ้นมาได้
ตัดกลับมาที่หน้าประตูเมือง ริมแม่น้ำ
สถานการณ์ตึงเครียดไม่แพ้กัน แม่ทัพหน้ากากเหล็กสั่งให้ทหารรื้อบ้านเรือนฝั่งตรงข้ามมาทำแพไม้ไผ่เตรียมบุกข้ามแม่น้ำมาเป็นระลอกที่สอง
"พวกมันจะข้ามมาแล้ว!" เจ้าเมืองจางร้องโวยวาย
เซียวหลันยืนอยู่บนกำแพงเมือง มองดูทิศทางลม ลมตะวันออกกำลังพัดแรง พัดจากฝั่งเมืองออกไปสู่แม่น้ำ
"ลมเป็นใจ" นางพึมพำ "เสี่ยวชุน! อาหลง! ขนถังปูนขาวและถังน้ำมันขึ้นมาบนกำแพงเมืองให้หมด!"
"ปูนขาวหรือเจ้าคะ"
“ใช่... วิทยาศาสตร์ง่ายๆ ที่จะเปลี่ยนแม่น้ำให้เป็นนรก" เซียวหลันสั่งการ "รอให้แพพวกมันมาถึงกลางน้ำก่อน"
เมื่อแพข้าศึกลอยมาถึงกึ่งกลางแม่น้ำ เซียวหลันสั่งให้ทหารขว้างถุงผ้าที่บรรจุปูนขาวนับร้อยถุงลงไปในน้ำพร้อมกับยิงธนูไฟตามลงไป
ถุงผ้าแตกออก ปูนขาวเมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำจะเกิดความร้อนสูงจนน้ำเดือดพล่าน และเมื่อเจอกับน้ำมันที่ลอยอยู่ผิวน้ำและประกายไฟ
ฟึ่บ!
ควันสีขาวหนาทึบและไอความร้อนมหาศาลพวยพุ่งขึ้นมาจากผิวน้ำ ไม่ใช่แค่ควันธรรมดาแต่มันคือหมอกด่างกัดกร่อน
"อ๊ากกก! ตาข้า! ผิวข้า!"
ทหารข้าศึกบนแพกรีดร้องโหยหวน ละอองปูนขาวกัดกินดวงตาและผิวหนังจนแสบร้อนเหมือนถูกไฟคลอกบวกกับควันไฟที่ทำให้หายใจไม่ออก แพไม้ไผ่ชนกันเองจนล่มระเนระนาด ทหารจมลงสู่แม่น้ำที่ร้อนจัดราวกับกระทะทองแดง
"ยิงซ้ำ!" เซียวหลันสั่งอย่างไร้ปรานี
ลูกธนูนับพันดอกพุ่งเข้าใส่ศัตรูที่กำลังดิ้นทุรนทุรายในแม่น้ำ
แม่ทัพหน้ากากเหล็กมองดูทหารของตนถูกละลายในหมอกขาวด้วยความตื่นตะลึง “นังหมอปีศาจ มันใช้วิชามารอีกแล้ว!"
กลับไปที่หุบเขาร้อยวิญญาณ
การต่อสู้ดำเนินมานานนับชั่วโมง หลี่หยางเริ่มอ่อนแรง บาดแผลใหม่เพิ่มขึ้นนับสิบแห่ง เลือดไหลโซมกายจนแยกไม่ออกว่าเลือดใคร
“เก่งมาก ยื้อได้นานขนาดนี้" จ้าวมู่ปรบมือช้าๆ ขี่ม้าแหวกวงล้อมศพเข้ามา "แต่เจ้าเหนื่อยแล้ว ถึงเวลาที่พี่ชายจะสงเคราะห์ให้เจ้าได้พักผ่อนเสียที"
จ้าวมู่กระโดดลงจากหลังม้าดึงดาบใหญ่ยักษ์ที่หนักกว่าร้อยชั่งออกมาแล้วฟาดฟันลงมาที่หลี่หยางด้วยพละกำลังมหาศาล
เคร้ง!
หลี่หยางยกดาบรับแต่แรงกระแทกทำให้เขาทรุดฮวบลงคุกเข่า กระอักเลือดออกมาคำโต กระดูกข้อมือร้าวฉาน
"อ่อนหัด!" จ้าวมู่เตะเสยเข้าที่คางหลี่หยางจนลอยกระเด็นไปกระแทกหน้าผา
ตุ้บ!
หลี่หยางร่วงลงมากองกับพื้น สติเริ่มพร่าเลือน ภาพตรงหน้าเริ่มมืดลง
"จบกันแค่นี้แหละ ศิษย์น้อง" จ้าวมู่เงื้อดาบขึ้นเตรียมปลิดชีพ
'เซียวหลัน... ข้าขอโทษ...'
หลี่หยางหลับตาลง แต่แล้วมือของเขาก็สัมผัสโดนขวดกระเบื้องสีแดงในอกเสื้อ
‘กินเพื่อรอด ไม่ใช่กินเพื่อตาย'
ภาพใบหน้าเปื้อนยิ้มของเซียวหลันแวบเข้ามาในหัว นางกำลังรอเขาอยู่ หลี่หยางลืมตาโพลง นัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เขาคว้าขวดบีบจนแตกแล้วกลืนยาเม็ดโลหิตมารลงคอทันที
ตึกตัก!
ตึกตัก!
หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบระเบิด ความเจ็บปวดหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยพละกำลังบ้าคลั่งที่เดือดพล่านราวกับลาวา
จ้าวมู่ฟาดดาบลงมาอีกครั้ง
หมับ!
หลี่หยางรับคมดาบยักษ์ด้วยมือเปล่า เลือดไหลซึมจากฝ่ามือ แต่ดาบนั้นหยุดชะงักไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว
"อะ... อะไรกัน!" จ้าวมู่เบิกตากว้าง
หลี่หยางเงยหน้าขึ้น แสยะยิ้มที่มุมปากอย่างปีศาจที่แท้จริง
"รอบที่สอง เริ่มได้!"