เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

มธุรสวาทเจ้าสำนัก - บทที่ 21 ศึกสองด้าน โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส

รายละเอียด

มธุรสวาทเจ้าสำนัก โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

ผู้แต่ง

หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳

เรื่องย่อ

สารบัญ

มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 2 คนตายไม่พูด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 3 เขตหวงห้าม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 4 วาจาสยบมาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 10 มัจจุราชไร้เงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 11 รอยสัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 13 เครือข่ายบุปผา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 14 หุบเขาเงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 16 อาคันตุกะชุดขาว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 17 หนอนกู่กินวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 18 กลิ่นสาบมรณะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 19 สูตรลับดินประสิว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 20 เพลิงกัมปนาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 21 ศึกสองด้าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 22 มารโลหิต,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 23 ราชโองการ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 24 เมืองหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 25 มังกรป่วย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 26 ปีศาจในหอปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 27 ถอดรหัสยามัจจุราช,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 28 เหมันต์สังหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 29 หมอกมรณะและรถม้าปริศนา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 31 พิชิตชีพจรมังกร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 33 ป่าร้อยพิษและคำสาปสีน้ำเงิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง

เนื้อหา

บทที่ 21 ศึกสองด้าน

“เขาคือจ้าวมู่ ศิษย์พี่ร่วมสำนักดาบของข้าเอง"

หลี่หยางกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว แววตาที่เคยนิ่งสงบดุจน้ำบัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟแค้นและความเจ็บปวดลึกๆ

“เขาคือคนที่ขายข้าให้สำนักอัคคีทมิฬ และเป็นคนเปิดประตูเมืองให้ข้าศึกเข้ามาฆ่าล้างตระกูลข้าในคืนนั้น"

เซียวหลันวางมือลงบนบ่ากว้างที่สั่นเทาของเขา “หลี่หยาง ถ้าเจ้าไปเจอเขาตอนนี้ เจ้าจะคุมสติได้หรือ"

"ข้าต้องไป" หลี่หยางหันมามองนางด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว "หุบเขาด้านหลังเป็นทางแคบชัยภูมิบังคับให้เดินทัพได้ทีละน้อย แม้ข้าศึกจะมีหมื่นคนแต่ถ้าข้าไปอุดที่ปากทาง ข้าจะยันพวกมันได้"

"แต่เจ้ามีทหารให้ใช้แค่ 500 นายนะ" เซียวหลันแย้ง "500 ปะทะ 10,000 มันคือการฆ่าตัวตายชัดๆ"

"มันคือทางรอดเดียว" หลี่หยางกระชับดาบ “ข้าจะซื้อเวลาให้เจ้าที่บริเวณด้านหน้าแม่น้ำ เจ้าต้องยันพวกมันให้อยู่ ถ้าเจ้าแตกพ่ายเมืองนี้ก็จบสิ้น"

เซียวหลันรู้ดีว่าเขาพูดถูก นางไม่มีเวลามาฟูมฟาย นางล้วงหยิบขวดกระเบื้องสีแดงเลือดนกออกมาจากอกเสื้อแล้วยัดใส่มือเขา

"นี่คือยาเม็ดโลหิตมาร" นางกระซิบเสียงเครียด “ข้าสกัดมันจากต่อมหมวกไตของสัตว์และสมุนไพรกระตุ้นหัวใจ จงกินเมื่อจำเป็นเท่านั้น มันจะทำให้เจ้าไม่รู้สึกเจ็บปวดและมีพละกำลังมหาศาลชั่วคราว แต่หลังจากนั้นเจ้าจะหมดสติไปสามวันสามคืน”

“ขอบใจเจ้ามาก”

“สัญญามาว่าเจ้าจะกินมันเพื่อรอดกลับมา ไม่ใช่กินเพื่อแลกชีวิตกับมัน"

หลี่หยางรับขวดยามากำไว้แนบอก เขาดึงร่างเล็กของเซียวหลันเข้ามากอดแน่นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจูบลงที่หน้าผากมนอย่างแผ่วเบา "ข้าสัญญา รอข้านะ” 

เขาผละออกแล้วกระโดดขึ้นหลังม้าสีนิลพร้อมตะโกนสั่งทหารกล้า 500 นาย "หน่วยพยัคฆ์ทมิฬ! ตามข้าไป! เราจะไปเด็ดหัวแม่ทัพปีศาจกัน!!”

 

ณ หุบเขาร้อยวิญญาณ หลังเมืองหลี่เฉิง

ลมภูเขาพัดกรรโชกแรงหวีดหวิวราวเสียงภูตผีกรีดร้อง ช่องเขาแคบที่มีหน้าผาสูงชันขนาบสองข้างทาง บัดนี้เต็มไปด้วยเงาทะมึนของกองทัพนับหมื่นที่เดินเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ

ผู้นำทัพบนหลังม้าสีโลหิตคือชายร่างยักษ์ในชุดเกราะสีแดงเข้ม ใบหน้ามีรอยสักรูปมังกรพาดผ่านดวงตาซ้าย แววตาเหี้ยมเกรียมดุจสัตว์ร้าย 

แม่ทัพจ้าวมู่

"หยุด!" จ้าวมู่ยกมือขึ้น สัญชาตญาณนักรบบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ที่ปากทางออกจากช่องเขา มีคนยืนขวางอยู่เพียงคนเดียว ชายหนุ่มในชุดเกราะสีดำสภาพยับเยิน ผ้าคลุมไหล่ขาดวิ่น ยืนปักหลักถือดาบยาวขวางทางกองทัพนับหมื่นอย่างไม่เกรงกลัว

จ้าวมู่หรี่ตามองก่อนจะแสยะยิ้มกว้าง "ฮ่าๆๆ! นึกว่าหมาจนตรอกตัวไหนที่แท้ก็ศิษย์น้องรองหลี่หยางผู้เก่งกาจนี่เอง ยังไม่ตายอีกรึ"

"ข้ามาจากนรกเพื่อลากเจ้าลงไปจ้าวมู่" หลี่หยางเอ่ยเสียงเย็น "เจ้าทรยศอาจารย์ ทรยศพี่น้อง และขายชาติ วันนี้ข้าจะชำระความกับเจ้า"

"ชำระความรึ" จ้าวมู่หัวเราะลั่น "โลกนี้ผู้ชนะคือผู้เขียนประวัติศาสตร์ เจ้ามันก็แค่หมาขี้แพ้ที่ยึดติดกับคุณธรรมจอมปลอม” พูดจบก็หันกลับไปหาเหล่าทหารของตัวเอง "ทหาร! ใครเด็ดหัวมันได้ข้าให้ทองพันชั่ง!!”

ทหารเลวนับร้อยกรูเข้าไปหาหลี่หยางพร้อมกัน

หลี่หยางคำรามลั่น "ตายซะ!"

ดาบในมือเขาวาดออกเป็นวงพระจันทร์เสี้ยว ปราณดาบคมกริบตัดร่างทหารแถวหน้าขาดสะบั้นเลือดสาดกระจาย เขาไม่ได้ตั้งรับแต่พุ่งเข้าหาศัตรูประดุจพายุหมุน ใช้ความแคบของช่องเขาให้เป็นประโยชน์ ศพแล้วศพเล่าล้มลงกองแทบเท้าเขาจนกลายเป็นกำแพงเนื้อมนุษย์ที่ขวางกั้นไม่ให้ทัพหลังขยับขึ้นมาได้

 

ตัดกลับมาที่หน้าประตูเมือง ริมแม่น้ำ

สถานการณ์ตึงเครียดไม่แพ้กัน แม่ทัพหน้ากากเหล็กสั่งให้ทหารรื้อบ้านเรือนฝั่งตรงข้ามมาทำแพไม้ไผ่เตรียมบุกข้ามแม่น้ำมาเป็นระลอกที่สอง

"พวกมันจะข้ามมาแล้ว!" เจ้าเมืองจางร้องโวยวาย

เซียวหลันยืนอยู่บนกำแพงเมือง มองดูทิศทางลม ลมตะวันออกกำลังพัดแรง พัดจากฝั่งเมืองออกไปสู่แม่น้ำ

"ลมเป็นใจ" นางพึมพำ "เสี่ยวชุน! อาหลง! ขนถังปูนขาวและถังน้ำมันขึ้นมาบนกำแพงเมืองให้หมด!"

"ปูนขาวหรือเจ้าคะ"

“ใช่... วิทยาศาสตร์ง่ายๆ ที่จะเปลี่ยนแม่น้ำให้เป็นนรก" เซียวหลันสั่งการ "รอให้แพพวกมันมาถึงกลางน้ำก่อน"

เมื่อแพข้าศึกลอยมาถึงกึ่งกลางแม่น้ำ เซียวหลันสั่งให้ทหารขว้างถุงผ้าที่บรรจุปูนขาวนับร้อยถุงลงไปในน้ำพร้อมกับยิงธนูไฟตามลงไป

ถุงผ้าแตกออก ปูนขาวเมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำจะเกิดความร้อนสูงจนน้ำเดือดพล่าน และเมื่อเจอกับน้ำมันที่ลอยอยู่ผิวน้ำและประกายไฟ

ฟึ่บ!

ควันสีขาวหนาทึบและไอความร้อนมหาศาลพวยพุ่งขึ้นมาจากผิวน้ำ ไม่ใช่แค่ควันธรรมดาแต่มันคือหมอกด่างกัดกร่อน

"อ๊ากกก! ตาข้า! ผิวข้า!"

ทหารข้าศึกบนแพกรีดร้องโหยหวน ละอองปูนขาวกัดกินดวงตาและผิวหนังจนแสบร้อนเหมือนถูกไฟคลอกบวกกับควันไฟที่ทำให้หายใจไม่ออก แพไม้ไผ่ชนกันเองจนล่มระเนระนาด ทหารจมลงสู่แม่น้ำที่ร้อนจัดราวกับกระทะทองแดง

"ยิงซ้ำ!" เซียวหลันสั่งอย่างไร้ปรานี

ลูกธนูนับพันดอกพุ่งเข้าใส่ศัตรูที่กำลังดิ้นทุรนทุรายในแม่น้ำ

แม่ทัพหน้ากากเหล็กมองดูทหารของตนถูกละลายในหมอกขาวด้วยความตื่นตะลึง “นังหมอปีศาจ มันใช้วิชามารอีกแล้ว!"

 

กลับไปที่หุบเขาร้อยวิญญาณ

การต่อสู้ดำเนินมานานนับชั่วโมง หลี่หยางเริ่มอ่อนแรง บาดแผลใหม่เพิ่มขึ้นนับสิบแห่ง เลือดไหลโซมกายจนแยกไม่ออกว่าเลือดใคร

“เก่งมาก ยื้อได้นานขนาดนี้" จ้าวมู่ปรบมือช้าๆ ขี่ม้าแหวกวงล้อมศพเข้ามา "แต่เจ้าเหนื่อยแล้ว ถึงเวลาที่พี่ชายจะสงเคราะห์ให้เจ้าได้พักผ่อนเสียที"

จ้าวมู่กระโดดลงจากหลังม้าดึงดาบใหญ่ยักษ์ที่หนักกว่าร้อยชั่งออกมาแล้วฟาดฟันลงมาที่หลี่หยางด้วยพละกำลังมหาศาล

เคร้ง!

หลี่หยางยกดาบรับแต่แรงกระแทกทำให้เขาทรุดฮวบลงคุกเข่า กระอักเลือดออกมาคำโต กระดูกข้อมือร้าวฉาน

"อ่อนหัด!" จ้าวมู่เตะเสยเข้าที่คางหลี่หยางจนลอยกระเด็นไปกระแทกหน้าผา

ตุ้บ!

หลี่หยางร่วงลงมากองกับพื้น สติเริ่มพร่าเลือน ภาพตรงหน้าเริ่มมืดลง

"จบกันแค่นี้แหละ ศิษย์น้อง" จ้าวมู่เงื้อดาบขึ้นเตรียมปลิดชีพ

'เซียวหลัน... ข้าขอโทษ...'

หลี่หยางหลับตาลง แต่แล้วมือของเขาก็สัมผัสโดนขวดกระเบื้องสีแดงในอกเสื้อ

‘กินเพื่อรอด ไม่ใช่กินเพื่อตาย'

ภาพใบหน้าเปื้อนยิ้มของเซียวหลันแวบเข้ามาในหัว นางกำลังรอเขาอยู่ หลี่หยางลืมตาโพลง นัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เขาคว้าขวดบีบจนแตกแล้วกลืนยาเม็ดโลหิตมารลงคอทันที

ตึกตัก! 

ตึกตัก!

หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบระเบิด ความเจ็บปวดหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยพละกำลังบ้าคลั่งที่เดือดพล่านราวกับลาวา

จ้าวมู่ฟาดดาบลงมาอีกครั้ง

หมับ!

หลี่หยางรับคมดาบยักษ์ด้วยมือเปล่า เลือดไหลซึมจากฝ่ามือ แต่ดาบนั้นหยุดชะงักไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว

"อะ... อะไรกัน!" จ้าวมู่เบิกตากว้าง

หลี่หยางเงยหน้าขึ้น แสยะยิ้มที่มุมปากอย่างปีศาจที่แท้จริง

"รอบที่สอง เริ่มได้!"