เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

มธุรสวาทเจ้าสำนัก - บทที่ 24 เมืองหลวง โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส

รายละเอียด

มธุรสวาทเจ้าสำนัก โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

ผู้แต่ง

หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳

เรื่องย่อ

สารบัญ

มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 2 คนตายไม่พูด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 3 เขตหวงห้าม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 4 วาจาสยบมาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 10 มัจจุราชไร้เงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 11 รอยสัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 13 เครือข่ายบุปผา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 14 หุบเขาเงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 16 อาคันตุกะชุดขาว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 17 หนอนกู่กินวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 18 กลิ่นสาบมรณะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 19 สูตรลับดินประสิว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 20 เพลิงกัมปนาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 21 ศึกสองด้าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 22 มารโลหิต,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 23 ราชโองการ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 24 เมืองหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 25 มังกรป่วย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 26 ปีศาจในหอปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 27 ถอดรหัสยามัจจุราช,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 28 เหมันต์สังหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 29 หมอกมรณะและรถม้าปริศนา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 31 พิชิตชีพจรมังกร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 33 ป่าร้อยพิษและคำสาปสีน้ำเงิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง

เนื้อหา

บทที่ 24 เมืองหลวง

กำแพงเมืองสูงเสียดฟ้าสลักลวดลายมังกรห้าเล็บปรากฏแก่สายตา นี่คือ นครหลวงจินหลิง หัวใจแห่งมหาอำนาจที่รวบรวมความมั่งคั่งและอำนาจทั้งหมดของแผ่นดินเอาไว้ ขบวนรถม้าของราชสำนักแล่นผ่านประตูเมืองที่เปิดกว้าง เสียงอึกทึกของตลาดใหญ่และกลิ่นหอมของแป้งผัดหน้าโชยมาแตะจมูก

เซียวหลันเลิกม่านหน้าต่างขึ้นมองดูทิวทัศน์ เห็นถนนปูด้วยหินอ่อนสีขาวสะอาดตา สองข้างทางเต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องหรูหรา ผู้คนแต่งกายด้วยผ้าไหมเนื้อดีเดินขวักไขว่ ดูช่างแตกต่างจากเมืองชายแดนที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเลือดอย่างสิ้นเชิง

"สวยงามมาก" เซียวหลันพึมพำก่อนจะแค่นหัวเราะ "แต่เป็นความงามที่ฉาบฉวยเหลือเกิน"

หลี่หยางที่นั่งหลับตาพิงผนังรถลืมตาขึ้น "ทำไมเจ้าคิดเช่นนั้น"

"เจ้าลองมองดูดีๆ สิ" เซียวหลันชี้ไปที่มุมมืดของตรอกซอยที่รถม้าวิ่งผ่าน "ขอทานถูกทหารไล่ตีให้ไปหลบหลังร้านเพื่อไม่ให้รกหูรกตา คลองระบายน้ำส่งกลิ่นเหม็นเน่าถูกปิดทับด้วยแผ่นหินสลักลาย เมืองนี้เหมือนหญิงงามที่แต่งหน้าหนาเตอะเพื่อปกปิดรอยฝีหนองบนใบหน้า"

"และที่สำคัญ" หลี่หยางเสริม แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ "ข้าสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอย่างน้อยสิบจุด ตั้งแต่เราก้าวผ่านประตูเมืองเข้ามา เราถูกจับตามองแล้วล่ะ"

 

รถม้าไม่ได้มุ่งหน้าไปที่พระราชวังต้องห้ามแต่เลี้ยวเข้าไปจอดที่หน้าอาคารเก่าแก่ขนาดใหญ่ที่มีกลิ่นสมุนไพรลอยคลุ้ง ป้ายไม้สักทองสลักอักษรว่า สำนักหมอหลวง

"เชิญ" ขันทีผู้นำทางผายมือด้วยท่าทีแข็งกระด้าง "ตามกฎของวังหลวง หมอใหม่ทุกคนต้องผ่านการทดสอบจากหัวหน้าหมอหลวงก่อนจึงจะเข้าเฝ้าถวายการรักษาฝ่าบาทได้"

เซียวหลันก้าวลงจากรถพร้อมกล่องเครื่องมือโดยมีหลี่หยางและเสี่ยวชุนเดินตามประกบ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในโถงกลางสายตาเหยียดหยามนับสิบคู่ก็พุ่งตรงมาที่นาง เหล่าหมอหลวงชายชราในชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มนั่งเรียงรายกันอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ตรงกลางคือชายชราหนวดเคราขาวโพลนท่าทางเย่อหยิ่ง หัวหน้าหมอหลวงหลิว

"นี่น่ะรึ? หมอเทวดาจากชายแดนที่เขาลือกัน" หมอหลวงหลิวปรายตามองเซียวหลันตั้งแต่หัวจรดเท้า "ข้านึกว่าเป็นผู้วิเศษมาจากไหน ที่แท้ก็แค่นางเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม"

"ข้าได้ยินว่านางใช้วิชามารผ่าท้องคน" หมออีกคนกระซิบเสียงดัง "ช่างอัปมงคลยิ่งนัก! จะให้คนแบบนี้ไปแตะต้องพระวรกายมังกรได้อย่างไร"

เซียวหลันยืนนิ่งไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคือง นางเพียงยิ้มบางๆ แล้วประสานมือคารวะตามมารยาท

"ข้าน้อยเซียวหลัน คารวะท่านหัวหน้าหมอหลวง ข้าอาจจะเป็นเด็กเมื่อวานซืน แต่ข้าก็รักษาคนเป็นให้รอดตายมานักต่อนัก ไม่เหมือนหมอบางคนที่แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นานแต่รักษาใครไม่หายสักคน"

"บังอาจ!" หมอหลวงหลิวตบโต๊ะผาง "ปากดีนัก! เข้ามาวันแรกก็กล้าสามหาวกับผู้ใหญ่!"

"ข้าแค่พูดความจริง" เซียวหลันยักไหล่ "ท่านเรียกข้ามาเพื่อทดสอบไม่ใช่หรือ เชิญทดสอบมาได้เลย ข้ามีเวลาน้อย ฮ่องเต้รอข้าอยู่"

หมอหลวงหลิวหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "ดี! งั้นข้าจะทดสอบเจ้า เด็กๆ เอาหุ่นทองแดงออกมา"

ลูกศิษย์หมอหลวงเข็นหุ่นทองแดงขนาดเท่าคนจริงออกมา บนหุ่นเจาะรูเล็กๆ นับพันรูตามจุดชีพจร รูเหล่านี้ถูกปิดด้วยขี้ผึ้งและภายในหุ่นบรรจุน้ำผสมปรอทเอาไว้

"นี่คือการทดสอบพื้นฐาน" หมอหลวงหลิวแสยะยิ้ม "เจ้าต้องปักเข็มลงไปในจุดชีพจรที่ข้าบอกให้ถูกต้องและแม่นยำ หากปักผิดน้ำปรอทจะไหลออกมา และหากชักช้าแม้แต่ลมหายใจเดียวจะถือว่าสอบตก"

“จุดแรก จิงหมิง (หัวตา)” หมอหลวงหลิวสั่งทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว

เซียวหลันไม่ขยับ

"ฮ่าๆๆ! กลัวจนก้าวขาไม่ออกล่ะสิ" เหล่าหมอหลวงหัวเราะเยาะ

"น่าเบื่อ" เซียวหลันถอนหายใจ "ข้าเป็นหมอรักษาคนเป็น ไม่ใช่หมอรักษาหุ่นกระป๋อง"

นางเดินอาดๆ เข้าไปหาหมอหลวงคนหนึ่งที่กำลังหัวเราะเสียงดังที่สุด เป็นชายอ้วนพุงพลุ้ย หน้าแดงก่ำ

"ท่านน่ะ" เซียวหลันชี้หน้าเขา "หัวเราะเสียงดังแบบนี้ระวังเส้นเลือดในสมองจะแตกตายเอานะ"

"เจ้าแช่งข้ารึ!" หมออ้วนโวยวาย

“ข้าไม่ได้แช่ง แต่ดูจากสีหน้าท่าน ท่านมีอาการความดันโลหิตสูง ตาขาวของท่านมีเส้นเลือดฝอยแตก หายใจหอบถี่ และที่สำคัญ...” เซียวหลันคว้าข้อมือหมออ้วนมาจับชีพจรแล้วกดนิ้วลงไปที่จุดข้างคอ

"โอ๊ย!" หมออ้วนร้องลั่น

"ชีพจรตึงเปรี๊ยะเหมือนสายพิณที่กำลังจะขาด" เซียวหลันปล่อยมือ "ถ้าท่านยังกินของมันๆ เค็มๆ และโมโหง่ายแบบนี้ ข้าให้เวลาท่านไม่เกินสามเดือน ท่านจะเป็นอัมพาตครึ่งซีก"

"เหลวไหล!" หมอหลวงหลิวตะโกน “เจ้ากำลังเบี่ยงประเด็น กลับไปที่หุ่นทองแดงเดี๋ยวนี้!"

ตุ้บ!

จู่ๆ ขันทีน้อยคนหนึ่งที่ยืนพัดวีอยู่มุมห้องก็ล้มตึงลงไปชักเกร็ง ตาเหลือก น้ำลายฟูมปาก

"แย่แล้ว! ผีเข้า!!” หมอหลวงคนหนึ่งตะโกน "เร็วเข้า! เอาผ้ายันต์มา!! เอาเลือดหมาดำมาราด!!!”

เหล่าหมอหลวงแตกตื่นทำอะไรไม่ถูก บ้างก็เริ่มสวดมนต์ไล่ผี เซียวหลันกลอกตามองบน นี่หรือคือหมอหลวงแห่งราชสำนัก นางตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปหาขันทีน้อยแล้วผลักหมอที่กำลังจะเอายันต์แปะหน้าออกไป

"หลีกไปนี่ไม่ใช่ผีเข้า! เขาเป็นโรคลมบ้าหมู"

เซียวหลันจับขันทีน้อยนอนตะแคงเพื่อเปิดทางเดินหายใจ ไม่ให้ลิ้นตกไปอุดหลอดลมและปลดคอเสื้อที่รัดแน่นออก ผ่านไปครู่หนึ่งอาการชักเกร็งก็หยุดลง ขันทีน้อยเริ่มหายใจสม่ำเสมอและหลับไป เซียวหลันลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่กระโปรงแล้วหันมามองเหล่าหมอหลวงที่ยืนอ้าปากค้าง

"การทดสอบจบหรือยัง" นางถามเสียงเรียบ "หรือท่านอยากให้ข้าสาธิตวิธีรักษาโรคสมองฝ่อของพวกท่านด้วย"

หมอหลวงหลิวหน้าซีดเผือด เขาพูดไม่ออกเพราะการวินิจฉัยและการปฐมพยาบาลที่รวดเร็วแม่นยำเมื่อครู่เหนือชั้นกว่าตำราเล่มไหนๆ ที่เขาเคยอ่าน

"หึ..." หลี่หยางที่ยืนกอดอกดูอยู่มุมห้องแค่นหัวเราะ "ดูเหมือนหมอเทวดาของเราจะสอบผ่านนะ"

"ผะ... ผ่าน!” หมอหลวงหลิวกัดฟันพูดอย่างเสียไม่ได้ "จัดที่พักให้นางที่เรือนท้ายสวนสมุนไพร"

เหล่าหมอหลวงซุบซิบกันทันทีเพราะเรือนนั้นคือเรือนผีสิงประจำสำนักหมอหลวงที่ใครไปอยู่ก็มักจะเจอดีหรือไม่ก็ป่วยตาย

"ขอบคุณเจ้าค่ะ" เซียวหลันยิ้มหวานรับรู้ได้ถึงเจตนาชั่วร้าย "ข้าชอบที่เงียบๆ พอดี"

 

เรือนท้ายสวนสมุนไพรเป็นเรือนไม้เก่าคร่ำครึตั้งอยู่ติดกับกำแพงวังล้อมรอบด้วยป่าไผ่ทึบบรรยากาศวังเวงยิ่งกว่าสุสาน

"ที่นี่มัน" เสี่ยวชุนกอดแขนตัวเอง "น่ากลัวยิ่งกว่าบ้านผีสิงที่เราเจอที่หลี่เฉิงอีกนะเจ้าคะ"

"ไม่เป็นไรเสี่ยวชุน" เซียวหลันเดินเข้าไปเปิดหน้าต่าง "ผีน่ะไม่น่ากลัวเท่าคนหรอก"

หลี่หยางเดินสำรวจรอบๆ เรือนก่อนจะกลับมารายงาน "มีคนแอบดูเราอยู่บนต้นไผ่ 3 คน และในเรือนนี้มีกลิ่นกำยานรมวิญญาณจางๆ"

"กำยานรมวิญญาณ?" เซียวหลันขมวดคิ้ว “มันเป็นสารหลอนประสาทอ่อนๆ มิน่าเล่าคนเก่าๆ ถึงเห็นภาพหลอนว่าเป็นผี"

"พวกมันต้อนรับเราได้อบอุ่นดีจริงๆ" หลี่หยางแสยะยิ้ม "จะให้ข้าไปทักทายคนบนต้นไผ่หน่อยไหม"

"ยังก่อน" เซียวหลันยกมือห้าม นางหยิบราชโองการสีทองขึ้นมาดู "คืนนี้พักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้าข้าต้องเข้าเฝ้าฮ่องเต้ นั่นต่างหากคือสนามรบที่แท้จริง”

ก๊อก ก๊อก!

อยู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นในระหว่างนั้น

"ใคร?" หลี่หยางถามเสียงเข้ม มือจับด้ามดาบเตรียมความพร้อม

"ข้าน้อยนำชุดขุนนางมาให้ท่านหมอเซียวขอรับ" เสียงเล็กแหลมของขันทีดังเข้ามา

เสี่ยวชุนไปเปิดประตูเพื่อรับห่อผ้ามา และเมื่อเซียวหลันแกะห่อผ้าออกนางก็ต้องเลิกคิ้วสูง มันคือชุดขุนนางหมอหลวงจริงแต่เป็นขนาดของผู้ชายตัวใหญ่ยักษ์

"สำนักหมอหลวงไม่เคยมีสตรี" เซียวหลันหัวเราะแห้งๆ “พวกมันเลยเอาชุดผู้ชายมาให้ข้าใส่เพื่อกลั่นแกล้งสินะ" นางหันไปหยิบกรรไกรออกมาจากกล่องเครื่องมือ "เสี่ยวชุนเอาเข็มกับด้ายมา คืนนี้เรามีงานต้องทำ”

“งานอะไรหรือเจ้าคะ”

"เราจะแก้ทรงชุดใหม่ ให้พวกตาแก่พวกนั้นตาค้างไปเลย!”