เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

มธุรสวาทเจ้าสำนัก - บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส

รายละเอียด

มธุรสวาทเจ้าสำนัก โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

ผู้แต่ง

หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳

เรื่องย่อ

สารบัญ

มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 2 คนตายไม่พูด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 3 เขตหวงห้าม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 4 วาจาสยบมาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 10 มัจจุราชไร้เงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 11 รอยสัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 13 เครือข่ายบุปผา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 14 หุบเขาเงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 16 อาคันตุกะชุดขาว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 17 หนอนกู่กินวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 18 กลิ่นสาบมรณะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 19 สูตรลับดินประสิว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 20 เพลิงกัมปนาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 21 ศึกสองด้าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 22 มารโลหิต,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 23 ราชโองการ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 24 เมืองหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 25 มังกรป่วย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 26 ปีศาจในหอปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 27 ถอดรหัสยามัจจุราช,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 28 เหมันต์สังหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 29 หมอกมรณะและรถม้าปริศนา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 31 พิชิตชีพจรมังกร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 33 ป่าร้อยพิษและคำสาปสีน้ำเงิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง

เนื้อหา

บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง

ขบวนรถม้าเคลื่อนตัวผ่านซุ้มประตูไม้ไผ่ที่ประดับด้วยหัวกะโหลกสัตว์และขนนกสีแดงสดเข้าสู่หมู่บ้านวิหคเพลิง

ทันทีที่พวกเขาก้าวลงจากรถม้า สิ่งแรกที่ปะทะจมูกไม่ใช่กลิ่นหอมของดอกไม้ป่า แต่เป็นกลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงจนเสี่ยวชุนต้องยกผ้าขึ้นอุดจมูกแล้ววิ่งไปอาเจียนที่โคนต้นไม้

"กลิ่นเนื้อตาย" เซียวหลันขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดแบบที่ศัลยแพทย์นิติเวชคุ้นเคย "ไม่ใช่แค่คนสองคน แต่น่าจะเกินครึ่งหมู่บ้าน"

"เชิญทางนี้ท่านหมอ" ต้าหู่หัวหน้าเผ่าเดินนำทางด้วยสีหน้าหมองคล้ำ เขาพาเซียวหลันและหลี่หยางไปยังลานกว้างกลางหมู่บ้านซึ่งถูกดัดแปลงเป็นลานพยาบาลชั่วคราว

ภาพเบื้องหน้าชวนให้สลดใจยิ่งนัก ชาวบ้านทั้งชายหญิงและเด็กร่วมร้อยคนนอนร้องโอดโอยอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ตามแขนขาและลำตัวของพวกเขามีแผลพุพองสีดำคล้ำ บางรายเนื้อหลุดร่อนจนเห็นกระดูกขาวโพลน น้ำเหลืองและเลือดสีดำไหลซึมออกมาตลอดเวลา

เซียวหลันสวมถุงมือหนังที่ต้มฆ่าเชื้อแล้วเดินเข้าไปตรวจผู้ป่วยที่อาการหนักที่สุด

นางใช้อุปกรณ์คีบเศษเนื้อที่ตายแล้วขึ้นมาดู “นี่ไม่ใช่แค่โรคติดต่อธรรมดา ขอบแผลมีรอยไหม้เหมือนถูกสารเคมีกัดกร่อนก่อนที่จะลุกลามติดเชื้อแบคทีเรียกลายเป็นโรคเนื้อเน่า"

"ท่านหมายความว่าอย่างไร?" ต้าหู่ถามอย่างไม่เข้าใจ

"หมายความว่า หมอกควันที่ท่านพูดถึง ไม่ใช่หมอกผีสิง แต่เป็นไอระเหยของกรดพิษ" เซียวหลันลุกขึ้นยืน "เมื่อชาวบ้านสูดดมหรือสัมผัสน้ำที่มีกรดปนเปื้อน ผิวหนังจะถูกกัดจนเป็นแผลพุพอง จากนั้นแบคทีเรียกินเนื้อในป่าชื้นแฉะก็จะแทรกซึมเข้าไปทำลายเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว"

"แล้ว... แล้วท่านพอมีทางรักษาหรือไม่?"

เซียวหลันมองดูจำนวนผู้ป่วยแล้วถอนหายใจ "การรักษาโรคเนื้อเน่าที่เร็วที่สุดคือการตัดเนื้อตายทิ้งเพื่อไม่ให้แบคทีเรียลามไปกินเนื้อดี แต่คนเจ็บมีเป็นร้อย ข้าผ่าตัดคนเดียวไม่ทันแน่ และเราอพยพพวกเขาไปไหนไม่ได้แล้ว"

"ให้ข้าช่วยตัดไหม?" หลี่หยางเสนอตัว ดึงมีดสั้นออกมา "ข้ามือเบานะ"

"ขอบใจ แต่ถ้าเจ้ากะน้ำหนักมีดพลาดไปเพียงมิลลิเมตรเดียว คนไข้อาจจะเสียเลือดจนตายได้" เซียวหลันส่ายหน้าก่อนที่ดวงตาของนางจะทอประกายวาววับ 

มันประกายตาแบบเดียวกับตอนที่นางคิดจะรมแก๊สคนในวังหลวง

"แต่ข้ามีผู้ช่วยศัลยแพทย์ที่ทำงานเก่งและรวดเร็วกว่ามีดของข้าเป็นร้อยเท่า แถมพวกมันยังทำงานฟรีด้วย"

นางหันไปหาเสี่ยวชุนที่เพิ่งเช็ดปากเสร็จ "เสี่ยวชุน! ไปเอาขวดโหลเปล่ามาสิบใบ แล้วไปหาเนื้อหมูดิบหรือเนื้อสัตว์อะไรก็ได้ที่ทิ้งไว้จนเน่าให้ข้าที!"

"ค... คุณหนูจะเอาเนื้อเน่าไปทำไมเจ้าคะ?" เสี่ยวชุนหน้าซีด

"ข้าจะเอาไปจับหนอนแมลงวันน่ะสิ" เซียวหลันตอบหน้าตาเฉย

 

หนึ่งชั่วยามต่อมา

กลางลานหมู่บ้านวิหคเพลิงเกิดความโกลาหลขนาดย่อมขึ้น เมื่อเซียวหลันนำขวดโหลที่เต็มไปด้วยหนอนแมลงวันตัวอ้วนพีที่นางนำไปล้างผ่านน้ำเกลือเพื่อฆ่าเชื้อภายนอกแล้วมาวางเรียงรายเอาไว้

"ท่านจะทำอะไร! นั่นมันสัตว์สกปรก!" หมอผีชราประจำหมู่บ้านอีกคนชี้หน้าเซียวหลันด้วยความโกรธ "ท่านจะเอาของสกปรกมาใส่แผลคนเจ็บรึ! นี่มันวิชามารชัดๆ!"

ชาวบ้านเริ่มจับกลุ่มซุบซิบและทำท่าจะลุกฮือต่อต้าน

เคร้ง!

หลี่หยางปักดาบอ่อนลงกับพื้นหินตรงหน้าเซียวหลัน รังสีสังหารแผ่กระจายจนชาวบ้านผงะถอยหลัง

"ใครกล้าขัดขวางการรักษาของนาง... ข้าจะถือว่าเป็นศัตรู" หลี่หยางประกาศเสียงกร้าว

"ให้ท่านหมอทำ!" ต้าหู่ผู้เป็นหัวหน้าเผ่าก้าวออกมายืนยัน แม้เขาจะหวาดกลัวแต่เขาก็เชื่อใจคนที่ช่วยชีวิตลูกชาย "นางช่วยอาลู่ไว้ นางต้องช่วยพวกเราได้!"

เมื่อได้รับไฟเขียว เซียวหลันก็อธิบายหลักการวิทยาศาสตร์ให้ฟัง แม้พวกเขาจะไม่เข้าใจก็ตาม

"นี่เรียกว่าการรักษาด้วยหนอนบำบัด" เซียวหลันคีบหนอนตัวขาวอวบขึ้นมาวางลงบนแผลเนื้อเน่าของผู้ป่วยรายหนึ่ง

ชาวบ้านเบือนหน้าหนีด้วยความขยะแขยง แต่เซียวหลันกลับอธิบายอย่างใจเย็น

"หนอนแมลงวันสายพันธุ์นี้ พวกมันเป็นนักชิมที่เลือกกินเฉพาะเนื้อเยื่อที่ตายแล้วเท่านั้น! มันจะไม่แตะต้องเนื้อดีของคนเป็นเลยแม้แต่นิดเดียว ยิ่งไปกว่านั้นน้ำลายของพวกมันยังมีเอนไซม์ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และกระตุ้นให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ด้วย เรียกง่ายๆ ก็คือมันเป็นมีดผ่าตัดที่มีชีวิตนั่นแหละ!"

ท่ามกลางสายตาที่หวาดหวั่น เซียวหลันจัดการโรยตัวหนอนลงบนแผลเนื้อเน่าของผู้ป่วยทุกคนแล้วใช้ผ้าสะอาดพันทับหลวมๆ เพื่อไม่ให้หนอนหลุดออกมา

"เอาล่ะ... ทีนี้ก็ปล่อยให้พวกมันทำงาน" เซียวหลันตบมือ "พรุ่งนี้เช้า เรามาดูผลงานกัน อ้อ! ต้าหู่ ท่านช่วยเตรียมน้ำผึ้งป่าไว้เยอะๆ ด้วย พรุ่งนี้เราต้องใช้"

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

บรรยากาศในหมู่บ้านเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความตกตะลึงอ้าปากค้าง

เมื่อเซียวหลันเปิดผ้าพันแผลของผู้ป่วยออก ชิ้นเนื้อสีดำคล้ำและกลิ่นเหม็นเน่าหายไปจนเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงเนื้อเยื่อสีแดงสดที่ดูสะอาดสะอ้าน และตัวหนอนที่อ้วนกลมจากการกินอิ่ม

ชาวบ้านต่างส่งเสียงฮือฮาราวกับได้เห็นปาฏิหาริย์

"เนื้อเน่าหายไปแล้ว!" 

"เทพธิดา! ท่านเป็นเทพธิดาจริงๆ ด้วย!"

เซียวหลันใช้คีมคีบหนอนที่หมดหน้าที่ออกไปทำลายทิ้ง จากนั้นนางก็นำน้ำผึ้งป่ามาทาชโลมลงบนแผล

“น้ำผึ้งมีความเข้มข้นของน้ำตาลสูง แบคทีเรียไม่สามารถเติบโตได้ และมันยังมีสารฆ่าเชื้อตามธรรมชาติ" นางอธิบายให้เสี่ยวชุนฟังขณะสอนวิธีพันแผลใหม่ "แผลพวกเขาสะอาดแล้ว ที่เหลือคือให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเอง"

ต้าหู่คุกเข่าลงแทบเท้าเซียวหลัน “ท่านช่วยชีวิตพวกเราทั้งหมู่บ้าน ข้าต้าหู่ ขอสาบานว่าเผ่าวิหคเพลิงจะเป็นทาสรับใช้ท่านไปชั่วชีวิต!"

"ลุกขึ้นเถอะต้าหู่ ข้าไม่ต้องการทาส" เซียวหลันรีบพยุงเขาขึ้น "แต่สิ่งที่ข้าต้องการคือต้นตอของโรคนี้ต่างหาก"

นางหันไปมองยอดเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกครึ้มด้านหลังหมู่บ้าน

"น้ำที่มีฤทธิ์เป็นกรดรุนแรงขนาดนี้ ไม่น่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หมอกมฤตยูนั่นลอยมาจากไหน?"

ต้าหู่หน้าถอดสีเมื่อถูกถามถึงสถานที่นั้น "มันลอยมาจากหุบเขามังกรหลับทางต้นน้ำขอรับ เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามคนในเผ่าล่วงล้ำเข้าไป"

"เมื่อเดือนก่อน..." ชายหนุ่มชาวป่าคนหนึ่งพูดแทรกขึ้น "ข้าแอบขึ้นไปล่าสัตว์แถวนั้น ข้าเห็นคนนอกกลุ่มหนึ่งใส่ชุดคลุมสีดำสนิท มีสัญลักษณ์รูปแมงมุมแดงที่เสื้อ พวกมันลากเกวียนที่บรรทุกถังไม้แปลกๆ เข้าไปในหุบเขา หลังจากนั้นไม่นานลำธารก็เริ่มเปลี่ยนสีและหมอกนั่นก็ปรากฏขึ้น"

หลี่หยางกับเซียวหลันสบตากัน

"แมงมุมแดง..." หลี่หยางขมวดคิ้ว “สัญลักษณ์ของพรรคหมื่นพิษ พรรคมารที่ล่มสลายไปเมื่อสิบปีก่อน ทำไมพวกมันถึงมาโผล่ที่นี่?"

"ไม่ว่าพวกมันจะเป็นใคร แต่พวกมันกำลังเทกากสารเคมีหรือของเสียลงในแหล่งน้ำของหมู่บ้าน" เซียวหลันแววตาเปลี่ยนเป็นดุดัน "ถ้าเราไม่หยุดพวกมันที่ต้นน้ำ หมู่บ้านนี้ก็ต้องตายอยู่ดี"

นางหันไปหาหลี่หยาง "พร้อมจะไปเดินป่าปีนเขากันหรือยัง?"

หลี่หยางยิ้มมุมปาก เขาตรวจสอบดาบอ่อนและมีดสั้นรอบเอว "ข้าพร้อมเสมอ ว่าแต่เราจะจัดการพวกมันยังไง? รมควันอีกไหม?"

"คนพวกนี้เชี่ยวชาญเรื่องพิษ เราเล่นงานมันด้วยพิษธรรมดาไม่ได้หรอก" เซียวหลันจัดกระเป๋ายาและหยิบหน้ากากกันไอพิษที่ทำจากผ้าบุถ่านกัมมันต์ขึ้นมา

นางแสยะยิ้มที่ทำให้ต้าหู่ถึงกับขนลุกซู่

“เราจะไม่ใช้พิษแต่เราจะสอนให้พวกมันรู้ว่า มีสิ่งที่น่ากลัวกว่าพิษของพวกมันเป็นร้อยเท่า!"