เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
กลิ่นฉุนของกรดและควันเคมีลอยคลุ้งในเรือนพักท้ายสวนสมุนไพร เซียวหลันสวมแว่นขยายจ้องมองปฏิกิริยาเคมีในหลอดทดลองแก้วอย่างไม่วางตา ของเหลวสีใสที่นางสกัดจากยาเทพมังกรหวนคืนที่หลี่หยางขโมยมากำลังเดือดปุดๆ และเปลี่ยนสีจากแดงเป็นดำสนิทเมื่อหยดสารละลายซัลไฟด์ลงไป
"ชัดเจน" เซียวหลันพึมพำพลางจดบันทึกลงกระดาษรัวเร็ว “ปรอท 40 ส่วน ตะกั่ว 30 ส่วน กำมะถัน 20 ส่วน และอีก 10 ส่วนคือ...” นางคีบก้อนตะกอนเหนียวหนืดสีดำขึ้นมาดม กลิ่นคาวเอียนๆ และกลิ่นหอมหวานชวนคลื่นไส้ตีขึ้นจมูก "ยางฝิ่นผสมกับเมือกหนอนกู่" นางกล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงรังเกียจ "มิน่าเล่า ฮ่องเต้ถึงเสพติดยานี้งอมแงม ฝิ่นช่วยกดประสาทไม่ให้เจ็บปวดจากพิษโลหะหนัก ส่วนเมือกหนอนกู่ทำหน้าที่เป็นสื่อนำให้สารพิษซึมเข้าสู่สมองโดยตรง ทำให้เกิดอาการประสาทหลอนและเชื่อฟังคำสั่ง ราชครูเหยียนอัจฉริยะในทางที่ชั่วช้าจริงๆ"
หลี่หยางที่นั่งพันแผลตัวเองอยู่มุมห้องเงยหน้าขึ้น "แล้วมีทางแก้ไหม?"
"พิษฝิ่นเลิกยากแต่เลิกได้ แต่พิษปรอทที่สะสมในตับและไตมาเป็นปีๆ นี่สิปัญหา" เซียวหลันวางหลอดทดลองลง “ข้าต้องใช้สารจับโลหะหนักเพื่อดึงพิษออกจากเลือด ในยุคนี้ไม่มียาฉีดข้าต้องสังเคราะห์สารธรรมชาติที่ใกล้เคียงที่สุด"
นางหันไปสั่งเสี่ยวชุน “ไปเตรียมไข่ขาว 100 ฟอง น้ำนมโคสดๆ และต้มถั่วเขียวผสมชะเอมเทศให้เปื่อยที่สุด พรุ่งนี้เช้าฮ่องเต้จะต้องล้างท้องครั้งใหญ่"
เช้าวันต่อมา ณ ตำหนักหยางซิน บรรยากาศในห้องบรรทมตึงเครียดจนแทบขาดผึง ราชครูเหยียนยืนกอดอกมองดูการเตรียมการของเซียวหลันด้วยสายตาเย็นชา ข้างกายมีองค์ชายสามที่จ้องจับผิดทุกฝีก้าว เซียวหลันไม่สนใจสายตาเหล่านั้น นางสั่งให้ขันทีช่วยกันประคองร่างฮ่องเต้ให้ลุกขึ้นนั่งพิงหมอน
"เจ้าจะทำอะไร" ราชครูถามเสียงเรียบ "ไข่ดิบกับนมวัว นี่คืออาหารเช้าของหมอเทวดารึ"
"นี่คือตัวดูดพิษ" เซียวหลันตอบโดยไม่หันมอง "โปรตีนอัลบูมินในไข่ขาวและนมจะเข้าไปจับตัวกับปรอทในกระเพาะอาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพิ่ม จากนั้นข้าจะทำให้พระองค์อาเจียนออกมา"
นางกรอกไข่ขาวและนมสดเข้าพระโอษฐ์ฮ่องเต้ทีละช้อน ฮ่องเต้ที่มีสติเลือนรางพยายามขัดขืน แต่หลี่หยางช่วยจับล็อคตัวไว้อย่างนุ่มนวลแต่แน่นหนา
ผ่านไปครู่ใหญ่
"ได้เวลาแล้ว" เซียวหลันหยิบขนนกยูงที่ล้างสะอาดแล้วออกมา นางแยงเข้าไปในลำคอของฮ่องเต้เพื่อกระตุ้นรีเฟล็กซ์
"อุก... อื้อออ..."
โอ๊กกก!
ฮ่องเต้อาเจียนของเหลวสีขาวขุ่นผสมกับคราบสีดำออกมาเต็มกระโถนทองคำ กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงจนขันทีและนางกำนัลต้องเบือนหน้าหนี
"ทรงพระอาเจียนแล้ว!" องค์ชายสามทำท่าตกใจ "เจ้ากำลังทรมานเสด็จพ่อ! ทหาร! ลากนางออกไป!"
"ช้าก่อน!" เซียวหลันยกมือห้าม นางชี้ไปที่สิ่งที่อยู่ในกระโถน
“ดูให้ดีๆ นั่นไม่ใช่แค่อาหารเก่า แต่มีตะกอนสีดำปนออกมาด้วย นั่นคือพิษที่ตกค้างในกระเพาะ"
ฮ่องเต้หอบหายใจหนักหน่วง แต่แววตาที่เคยลอยคว้างเริ่มกลับมาโฟกัสได้บ้างเล็กน้อย
"ข้า... ข้ารู้สึก... โล่งท้อง..." ฮ่องเต้ตรัสเสียงเบา
ราชครูเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง “แค่อาเจียนไม่ได้แปลว่าหาย พิษที่ซึมเข้าเลือดไปแล้วล่ะ"
"ข้าเตรียมยาต้มถั่วเขียวชะเอมเทศไว้ล้างพิษในเลือดและขับปัสสาวะ" เซียวหลันหันไปรับถ้วยยาจากเสี่ยวชุน "และข้ายังมีวิธีฟอกเลือดแบบเร่งด่วน"
นางหยิบเข็มเงินเล่มยาวพิเศษออกมา "ข้าจะฝังเข็มระบายพิษผ่านจุดชีพจร และใช้การครอบแก้วดึงพิษออกมาทางผิวหนัง"
ตลอดทั้งวันเซียวหลันง่วนอยู่กับการรักษาแบบมาราธอน นางใช้แก้วไม้ไผ่ที่ลนไฟจนร้อนครอบลงบนแผ่นหลังของฮ่องเต้ เมื่อดึงแก้วออก ผิวหนังบริเวณนั้นกลายเป็นสีม่วงคล้ำและมีตุ่มน้ำเหลืองผุดขึ้นมา นั่นคือพิษร้อนที่ถูกดึงออกมา
…
…
…
ตกดึก คืนวันที่ 3 ของการรักษา
ฮ่องเต้เริ่มมีสติสัมปชัญญะชัดเจนขึ้นสามารถเสวยโจ๊กเหลวได้ และมือที่เคยสั่นเทาก็เริ่มนิ่งลง เซียวหลันนั่งพักเหนื่อยอยู่มุมห้อง เหงื่อท่วมตัว
หลี่หยางเดินเข้ามาส่งกระบอกน้ำให้ “เจ้าทำได้แล้ว พระอาการดีขึ้นมาก"
“ใช่ แต่ศัตรูไม่ยอมอยู่เฉยแน่" เซียวหลันกระซิบ "ราชครูเงียบเกินไป เงียบจนน่ากลัว"
ทันใดนั้นนางเหลือบไปเห็นแผนผังร่างกายมนุษย์ที่หลี่หยางขโมยมาซึ่งนางกางทิ้งไว้บนโต๊ะข้างๆ แสงเทียนส่องกระทบจุดหนึ่งบนแผนผังที่นางวงกลมไว้
จุดอ่อนขององครักษ์ทมิฬ
เซียวหลันหยิบแผนผังขึ้นมาดูอีกครั้ง สมองของนักวิทยาศาสตร์ประมวลผลอย่างรวดเร็ว
“หลี่หยางเจ้าบอกว่าตอนที่เจ้าฟันพวกมัน พวกมันไม่เจ็บและไม่มีเลือดไหลใช่ไหม"
"ใช่ แผลแห้งสนิท เหมือนศพเดินได้"
"นั่นเพราะเลือดของพวกมันข้นหนืดจากพิษไฟและโลหะหนัก" เซียวหลันดวงตาเป็นประกาย "ระบบเผาผลาญของพวกมันทำงานสูงผิดปกติเพื่อให้ร่างกายขยับได้เหมือนเครื่องจักรที่ร้อนจัดตลอดเวลา"
"แปลว่า?"
"แปลว่าพวกมันแพ้ความเย็นจัด" เซียวหลันสรุป "ถ้าอุณหภูมิร่างกายลดลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง เลือดข้นๆ ของพวกมันจะจับตัวเป็นก้อนแข็งทันที หัวใจจะหยุดเต้น และระบบประสาทจะล้มเหลว"
"เราต้องใช้ระเบิดน้ำแข็ง"
"ระเบิดน้ำแข็ง?" หลี่หยางเลิกคิ้ว "เจ้าจะไปหาน้ำแข็งในฤดูร้อนแบบนี้มาจากไหน"
"วิทยาศาสตร์สร้างได้ทุกอย่าง" เซียวหลันยิ้มกริ่ม "ดินประสิวเมื่อละลายน้ำจะดูดความร้อนทำให้เกิดความเย็นจัด ถ้าข้าเพิ่มความเข้มข้น และอัดมันใส่ในลูกระเบิดดินเผา"
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะ
"ใคร?" หลี่หยางถามเสียงเข้ม
"หม่อมฉันเองเพคะ นางกำนัลห้องเครื่องนำพระกระยาหารว่างมาถวายฝ่าบาท"
เซียวหลันพยักหน้าให้หลี่หยางเปิดประตู นางกำนัลสาวหน้าตาซื่อๆ เดินถือถาดใส่รังนกตุ๋นเข้ามา กลิ่นหอมหวานน่าทาน
"เดี๋ยวก่อน" จมูกไวของเซียวหลันทำงานทันที “หยุดตรงนั้น" นางเดินเข้าไปหาถาดรังนก "ใครเป็นคนปรุง?"
"หัวหน้าห้องเครื่องเพคะ ท่านราชครูเป็นคนกำกับดูแลเป็นพิเศษเพื่อบำรุงพระวรกาย" นางกำนัลตอบตัวสั่น
เซียวหลันหยิบเข็มเงินออกมาจิ้ม
เข็มไม่เปลี่ยนสี
"ไม่มีพิษเพคะ" นางกำนัลรีบแก้ตัว
"เข็มเงินอาจไม่เปลี่ยนสี" เซียวหลันหยิบช้อนตักรังนกขึ้นมาดม "แต่กลิ่นอัลมอนด์ขมจางๆ นี่มัน...” นางหันขวับไปตะโกน "อย่าให้ใครแตะต้อง! นี่มันไซยาไนด์"
"จับนาง!" หลี่หยางพุ่งตัวเข้าล็อคนางกำนัลทันที
"กรี๊ดดด! หม่อมฉันไม่รู้เรื่อง! ท่านราชครูแค่ฝากมา!"
"หึ..." เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังมาจากหน้าประตู
ราชครูเหยียนเดินเข้ามาพร้อมกับองครักษ์นับสิบคน ไม่ได้มาเพื่อแก้ตัวแต่มาเพื่อปิดเกม
"เก่งมากแม่นางเซียว" ราชครูปรบมือช้าๆ “เจ้ารักษาฮ่องเต้ได้ดีเกินคาดและเจ้าก็ฉลาดเกินกว่าที่จะเก็บไว้ 7 วันยังไม่ครบกำหนดแต่ข้าเกรงว่าคืนนี้ฮ่องเต้จะต้องสวรรคตเพราะการรักษาผิดพลาดของเจ้าเสียแล้ว” ราชครูสะบัดมือ "ฆ่าให้หมด! แล้วจัดฉากว่านางวางยาฮ่องเต้!"
หลี่หยางชักดาบมายืนขวางหน้าเซียวหลันและเตียงฮ่องเต้ "เซียวหลันพาฮ่องเต้หนีไปทางช่องลับหลังรูปภาพ! ข้าจะถ่วงเวลาไว้เอง!!”
"แต่พวกเขาเยอะเกินไป!"
"ไปซะ! นี่คือคำสั่ง!" หลี่หยางคำราม ดวงตาสีเลือดเริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง
และเขากำลังจะใช้ยาเม็ดโลหิตมารเม็ดที่สอง