เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
กำแพงเมืองสูงตระหง่านก่อด้วยอิฐสีเทาหมองคล้ำตั้งขวางกั้นระหว่างความป่าเถื่อนภายนอกและความศิวิไลซ์จอมปลอมภายใน ป้อมปราการแห่งนี้คือเมืองหลี่เฉิงด่านหน้าสุดขอบชายแดนที่เต็มไปด้วยพ่อค้าวาณิช ทหารหนีทัพ และจอมยุทธ์พเนจร
แถวของผู้คนที่รอตรวจเข้าเมืองยาวเหยียดไปจนสุดสายตา ทหารยามหน้าประตูตรวจค้นอย่างละเอียดพร้อมรีดไถสินบนอย่างเปิดเผย ใครไม่มีเงินก็ถูกถีบออกมาอย่างไม่ไยดี
เซียวหลัน อาหลง และเสี่ยวชุนในสภาพมอมแมมเดินตรงเข้าไปที่ช่องทางพิเศษซึ่งเป็นช่องทางสำหรับขุนนางและผู้มีอิทธิพล
"หยุด! ไอ้พวกขอทาน ตาบอดรึไง นี่มันช่องทาง..." ทหารยามตวาดเสียงดังเงื้อหอกขึ้นเตรียมฟาด
เซียวหลันไม่พูดพร่ำทำเพลง นางล้วงป้ายไม้สีดำสลักรูปหัวหมาป่าแยกเขี้ยวโยนใส่อกทหารนายนั้น
ทหารหนุ่มรับป้ายมาดู พอเห็นสัญลักษณ์ชัดเต็มตาเขาก็หน้าถอดสี มือไม้อ่อนแทบจะทำหอกหลุดมือ
"ปะ... ป้ายของกลุ่มหมาป่าดำ!" เขาละล่ำละลักรีบก้มหัวปลกๆ "ขออภัยขอรับแม่นาง! ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ เชิญ... เชิญผ่านได้เลยขอรับ!"
เซียวหลันกระตุกยิ้มมุมปากภายใต้คราบโคลน นางเดินเชิดหน้าผ่านประตูเมืองไปอย่างสง่าผ่าเผย ทิ้งให้ชาวบ้านที่ต่อแถวรอมาครึ่งค่อนวันมองตาค้าง
‘อำนาจเถื่อน บางครั้งก็ใช้งานง่ายกว่ากฎหมาย'
เมื่อเข้ามาภายในเมืองบรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ถนนหนทางปูด้วยหินแผ่นใหญ่ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงและโรงเตี๊ยมที่ส่งกลิ่นหอมของสุราและเนื้อย่าง ผู้คนเดินขวักไขว่มีทั้งชาวฮั่นและชนเผ่าต่างถิ่นที่แต่งกายแปลกตา
สิ่งแรกที่เซียวหลันทำคือพาพรรคพวกไปโรงอาบน้ำสาธารณะและร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป
หนึ่งชั่วยามผ่านไป...
ขอทานอัปลักษณ์ทั้งสามหายไปแทนที่ด้วยดรุณีน้อยหน้าตาหมดจดสวมชุดผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่ายแต่ดูสะอาดตา แม้เซียวหลันจะยังใช้เทคนิคแต่งหน้าบางๆ เพื่อพรางความงามที่โดดเด่นเกินไปแต่รัศมีความฉลาดเฉลียวในดวงตาก็ยากจะปิดบัง
"เงิน 50 ตำลึงใช้ซื้อเสื้อผ้าและอาหารไป 2 ตำลึง เหลือ 48" เซียวหลันคำนวณในใจ “เราต้องหาที่พักและร้านค้า แต่ด้วยเงินแค่นี้คงได้แค่เพิงหมาแหงนท้ายเมือง"
นางเดินนำพรรคพวกไปหานายหน้าค้าที่ดินที่ย่านตลาด นายหน้าเป็นชายร่างท้วมไว้หนวดจิ๋ม พอเห็นการแต่งกายของเซียวหลัน เขาก็ทำท่าทางเบื่อหน่าย "แม่นางน้อย เงินแค่นี้จะเอาตึกแถวสองชั้นติดถนนใหญ่ ฝันกลางวันอยู่รึเปล่า ไปหาเช่าห้องรูหนูอยู่เถอะไป"
"ข้าต้องการตึก..." เซียวหลันเอ่ยเสียงเรียบ "เก่าหน่อยไม่เป็นไร ขอแค่โครงสร้างแข็งแรง มีพื้นที่กว้างขวาง และราคาถูกที่สุด"
นายหน้ากลอกตาไปมา จู่ๆ เขาก็ชะงักเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“อ้อ! มีอยู่ที่หนึ่ง ถูกแสนถูก ถูกเหมือนให้เปล่า! เป็นตึกไม้สองชั้น มีลานหลังบ้าน กว้างขวางโอ่อ่า อยู่ท้ายตลาดสมุนไพรนี่เอง"
"ราคาเท่าไหร่"
"ขายขาด 30 ตำลึง!"
อาหลงตาโต "30 ตำลึง! ถูกขนาดนี้เชียวรึขอรับ ตึกแถวนั้นราคาเป็นร้อยตำลึงนี่นา"
"แต่..." นายหน้ายิ้มแหยๆ "มันมี... เอ่อนิดหน่อย... คือเจ้าของเก่าตายยกครัว คนเช่ารายต่อมาก็ผูกคอตาย บ้างก็ว่าได้ยินเสียงคนร้องไห้ทุกคืน ชาวบ้านเรียกว่าเรือนกลืนวิญญาณ ไม่มีใครกล้าเฉียดใกล้มาสามปีแล้ว"
เสี่ยวชุนหน้าซีดเกาะแขนเซียวหลันแน่น "คะ... คุณหนู... มันมีผีนะเจ้าคะ"
เซียวหลันเลิกคิ้ว "คนตายเพราะโรคหรืออุบัติเหตุ"
"ตายแบบไม่มีสาเหตุ! นอนไหลตายบ้าง คลุ้มคลั่งฆ่าตัวตายบ้าง ซินแสบอกว่าฮวงจุ้ยมันกินคน!"
"น่าสนใจ" เซียวหลันพึมพำ ดวงตาเป็นประกายวาววับ ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความท้าทายของนักวิทยาศาสตร์อย่างนาง "พาข้าไปดูหน่อย"
เรือนกลืนวิญญาณตั้งอยู่สุดซอยของตลาดสมุนไพร ทำเลดีเยี่ยมแต่เงียบเหงาราวป่าช้า ตัวตึกไม้เก่าคร่ำครึสีดำทะมึน หน้าต่างปิดสนิททุกบาน มีเพียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านรอยแตกของไม้ทำให้เกิดเสียงคล้ายคนสะอื้น
"เชิญ... เชิญแม่นางดูตามสบาย ข้ารอตรงนี้นะ" นายหน้ายืนตัวสั่นอยู่หน้าประตูรั้ว ไม่กล้าก้าวเท้าเข้าไป
เซียวหลันผลักประตูไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเดินเข้าไป ภายในตึกมืดทึบและอับชื้น ฝุ่นจับหนาเตอะ
"กลิ่นนี้" จมูกของเซียวหลันกระตุก นางได้กลิ่นฉุนจางๆ ที่ไม่ใช่กลิ่นอายความตาย แต่เป็นกลิ่นที่คุ้นเคยในห้องแล็บเคมี นางตัดสินใจเดินสำรวจไปทั่วชั้นล่างก่อนจะขึ้นไปชั้นสอง และจบลงที่ห้องนอนใหญ่ที่ว่ากันว่าเจ้าของเดิมนอนตาย
"คุณหนู กลับกันเถอะเจ้าค่ะ ข้าขนลุกไปหมดแล้ว" เสี่ยวชุนกระซิบ
"อาหลง จุดไฟ" เซียวหลันสั่ง
เมื่อแสงเทียนสว่างขึ้น เซียวหลันก้มลงสำรวจพื้นไม้และผนังห้องอย่างละเอียด นางพบราสีดำเกาะกลุ่มกันหนาแน่นตามซอกมุมที่อับชื้น และที่ใต้เตียงนอนมีซากหนูตายแห้งกรังหลายตัว
"สปอร์ราดำที่ปล่อยสารพิษไมโคทอกซินบวกกับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากเตาผิงที่ระบายอากาศไม่ดี" เซียวหลันสรุปในใจ
อาการของพิษราดำและก๊าซพิษคือวิงเวียน เห็นภาพหลอน หายใจไม่ออก และอาจเสียชีวิตขณะหลับ นี่คือสาเหตุของผีที่ชาวบ้านหวาดกลัว
"ฮวงจุ้ยกินคนงั้นรึ? ไร้สาระชะมัด” เซียวหลันเดินกลับออกมาหานายหน้าพร้อมรอยยิ้มเย็น “ข้าเอาที่นี่! แต่ 30 ตำลึงแพงไปสำหรับบ้านที่ข้าต้องเสี่ยงชีวิตปราบผี 20 ตำลึง ขาดตัว ถ้าไม่ขาย ข้าจะไปป่าวประกาศว่าผีที่นี่ดุแค่ไหนจนท่านขายไม่ออกไปอีกสิบชาติ"
นายหน้าหน้าซีดเหงื่อตก อยากจะรีบปล่อยของร้อนเต็มแก่ "ตกลง! 20 ก็ 20! ทำสัญญาเดี๋ยวนี้เลย!”
เมื่อเซ็นสัญญาเสร็จสิ้นและนายหน้ารีบเผ่นแน่บไปแล้ว เซียวหลันก็หันมาสั่งงานบ่าวทั้งสอง "อาหลงไปจ้างช่างมาเจาะหน้าต่างเพิ่มให้อากาศถ่ายเท รื้อพื้นไม้ที่ขึ้นราออกให้หมดแล้วเอาน้ำส้มสายชูเช็ดทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม ส่วนเสี่ยวชุนไปซื้อปูนขาวมาโรยรอบบ้าน"
"คุณหนูจะปราบผีด้วยปูนขาวหรือเจ้าคะ"
"ข้าจะปราบเชื้อโรคต่างหาก" เซียวหลันยิ้มมุมปาก “ที่นี่แหละจะเป็นบ่อเงินบ่อทองของเรา หอโอสถเซียว จะกลับมาผงาดที่นี่!"
แต่ความวุ่นวายยังไม่จบสิ้น ขณะที่พวกเขากำลังเริ่มลงมือทำความสะอาด เสียงเอะอะก็ดังมาจากหน้าประตูรั้ว กลุ่มชายฉกรรจ์ท่าทางนักเลง 5-6 คน เดินอาดๆ เข้ามาในลานบ้าน แต่ละคนถือกระบองไม้กันหมด
"เฮ้ย! ใครอนุญาตให้พวกแกเข้ามาซั่วฮาในถิ่นข้า!" ชายหัวหน้าแก๊งที่มีแผลเป็นบนหน้าตะคอก "ที่นี่เป็นเขตดูแลของ แก๊งมังกรดิน จะซื้อจะขายต้องผ่านข้าก่อน จ่ายค่าคุ้มครองมาซะดีๆ ไม่งั้นข้าจะพังร้านให้เละ!"
เซียวหลันถอนหายใจยาว นางวางไม้กวาดในมือลงอย่างเชื่องช้า หันมาเผชิญหน้ากับเจ้าถิ่นกลุ่มใหม่
‘เพิ่งปราบผีราดำไป ต้องมาปราบผีเปรตต่ออีกหรือนี่'
นางล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ไม่ได้หยิบป้ายหมาป่าดำออกมาเพราะนั่นเป็นของแก๊งนอกเมืองหากเอามาใช้ในเมืองอาจจะเกิดปัญหาข้ามเขต แต่ครั้งนี้นางหยิบห่อผงสีขาวเล็กๆ ออกมาแทน
"ค่าคุ้มครองหรือ" นางถามเสียงหวาน "ข้าไม่มีเงินหรอก แต่ข้ามีแป้งหอมสูตรพิเศษ จะลองดมดูหน่อยไหมพี่ชาย”