เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
"นังปีศาจ! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาเถียงข้า!” นักพรตกำมะลอตวาดก้อง ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาสะบัดแส้หางม้าชี้หน้าเซียวหลัน นิ้วมือที่สวมแหวนหยกปลอมสั่นระริก "ข้าคือนักพรตเต้าจีผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน! ข้ากำลังทำพิธีปัดเป่าโรคร้ายด้วยน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ แต่เจ้ากลับเอาน้ำมาต้มจนเดือดพรากวิญญาณแห่งสายน้ำไป แล้วยังบังอาจกันท่าไม่ให้ข้าเข้าไปช่วยเหลือคนป่วยอีก!"
"เผานางเลย! เผานาง!" ชาวบ้านบางคนที่หวาดกลัวเริ่มตะโกนสนับสนุน ก้อนหินก้อนหนึ่งถูกปาเข้ามาเฉียดไหล่เซียวหลันไปเพียงนิดเดียว
เซียวหลันไม่ขยับหนี แม้บาดแผลที่หน้าท้องจะประท้วงด้วยความเจ็บปวดแต่นางยังคงยืนหลังตรงสู้เพื่อสู้กับกลุ่มคนตรงหน้า แววตาที่มองผ่านใบหน้าบวมปูดนั้นนิ่งสงบจนน่าขนลุก
"น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์งั้นรึ" นางเอ่ยเสียงเรียบแต่ดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบกริบลงชั่วขณะ “งั้นข้าขอถามท่านนักพรต น้ำมนต์ของท่าน รักษาคนหายไปกี่คนแล้ว"
นักพรตเต้าจีชะงัก "อะ... อะไรนะ?"
"ข้าถามว่าคนที่ดื่มน้ำมนต์ผสมขี้เถ้าของท่านรอดชีวิตกี่คน" เซียวหลันก้าวสามขุมเข้าไปหา อีกฝ่ายเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "หรือว่าดื่มแล้วตายเร็วขึ้นกันแน่"
"สามหาว! พวกเขาตายเพราะกรรมหนัก! เพราะพวกเขามีปีศาจสิงสู่เหมือนเจ้า!"
"งั้นหรือ..." เซียวหลันแสยะยิ้มเย็นเยียบ นางหันกลับไปชี้ที่ร่างของอาหลงและเสี่ยวชุนที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้ "ดูให้เต็มตา! เมื่อวานพวกเขานอนรอความตาย ร่างกายขาดน้ำจนช็อก ตาเหลือกค้าง แต่วันนี้พวกเขาลืมตาได้ ลุกขึ้นนั่งได้และมีชีวิตรอด นี่ไม่ใช่เพราะน้ำมนต์ของท่านแต่เป็นเพราะน้ำต้มสุกที่ท่านกล่าวหาว่าข้าลบหลู่นั่นแหละ!"
สายตาของฝูงชนหันขวับไปมองตามนิ้วของนาง ภาพที่เห็นคือเสี่ยวชุนกำลังจิบน้ำอย่างช้าๆ แม้จะยังดูอ่อนเพลียแต่สีหน้ากลับมีเลือดฝาด ไม่เหมือนคนใกล้ตายเมื่อวานเลยสักนิด
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น "เออจริงด้วย เมื่อวานข้าเห็นตาเฒ่านั่นแน่นิ่งไปแล้วนี่นา"
"หรือว่านางจะพูดจริง"
นักพรตเต้าจีเห็นท่าไม่ดีจึงรีบแก้เกม "นั่นมันมนตร์ดำ! นางใช้วิชาไสยเวทปลุกผี! อย่าไปหลงเชื่อ! ใครเชื่อมันข้าจะไม่แจกน้ำมนต์ให้อีก!"
คำขู่ว่าจะงดแจกน้ำมนต์ทำให้ชาวบ้านเริ่มลังเลอีกครั้ง ความกลัวตายทำให้มนุษย์ขาดสติ
เซียวหลันถอนหายใจเฮือกใหญ่
'คนพวกนี้... ต้องเห็นด้วยตาถึงจะเชื่อ'
"ถ้าเช่นนั้น..." นางหันไปคว้าถ้วยดินเผาจากมือหญิงชาวบ้านคนหนึ่งภายในมีน้ำสีขุ่นคลั่กผสมเศษขี้เถ้าที่นักพรตเพิ่งแจกให้ "ท่านบอกว่าน้ำนี้บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่"
"แน่นอน! ข้าปลุกเสกมากับมือ!"
เซียวหลันหยิบผ้าขาวบางที่ฉีกจากชายเสื้อซับในสะอาดของนางเองแล้วเอาออกมาวางปิดปากถ้วยเปล่าอีกใบ ก่อนจะเทน้ำมนต์นั้นผ่านผ้ากรองลงไป ผู้คนต่างชะเง้อค้อมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อน้ำไหลผ่านจนหมดเซียวหลันก็ชูผ้าขาวบางขึ้นสู่แสงตะวัน
"ดูซะ! นี่หรือคือความศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเจ้าดื่มกิน!"
บนผ้าขาวนั้นปรากฏคราบโคลนตมสีดำ เศษแมลงที่ตายแล้ว และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือตัวอ่อนของพยาธิสีแดงตัวเล็กๆ ที่กำลังดิ้นอยู่บนผืนผ้านั้น
"กรี๊ดดด!" หญิงเจ้าของถ้วยกรีดร้องก่อนจะล้มพับลงไปกองกับพื้นแล้วเริ่มล้วงคออาเจียน
ความเงียบงันเปลี่ยนเป็นความแตกตื่นสยดสยอง
"สิ่งนี้คือหนอนพยาธิและสิ่งสกปรก" เซียวหลันประกาศก้องเสียงแข็ง "มันอยู่ในน้ำดิบที่พวกเจ้าตักมาดื่มกินโดยไม่ต้ม มันเข้าไปฟักตัวในท้อง กัดกินลำไส้ ทำให้พวกเจ้าถ่ายท้อง อาเจียนจนตาย ท่านนักพรตผู้นี้ไม่ได้ช่วยพวกเจ้า แต่เขากำลังป้อนยาพิษให้พวกเจ้าต่างหาก!"
นักพรตเต้าจีหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก "มะ... ไม่จริง! เจ้าเล่นกล! เจ้าเสกหนอนใส่!"
"ช่วยด้วย! ท่านหมอ! ช่วยลูกข้าด้วย!"
จังหวะนั้นเองหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งอุ้มเด็กชายวัยห้าขวบวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามา เด็กน้อยตัวเขียวคล้ำ ชักเกร็ง ตาเหลือกขึ้นบน น้ำลายฟูมปาก
"ท่านนักพรตบอกว่าลูกข้าหมดทางเยียวยาแล้ว แต่ท่าน... ท่านช่วยคนตายให้ฟื้นได้ ได้โปรดช่วยลูกข้าด้วย!" หญิงคนนั้นคุกเข่าโขกศีรษะให้เซียวหลันจนเลือดซิบ
เซียวหลันทิ้งผ้าในมือทันที สัญชาตญาณแพทย์เข้าครอบงำ นางรับร่างเด็กน้อยมาวางราบกับพื้น
'ภาวะช็อกจากการขาดน้ำรุนแรง สมดุลเกลือแร่เสียจนเกิดอาการชัก'
"จับตัวเขาไว้!" นางสั่งแม่เด็กเสียงเฉียบขาด
มือข้างหนึ่งของเซียวหลันกดจุดเหรินจงบริเวณร่องเหนือริมฝีปากเพื่อเรียกสติ อีกมือคว้าเข็มเงินออกมาอย่างรวดเร็วก่อนจะปักลงไปที่จุดเน่ย-กวนตรงข้อมือและจู๋ซานหลี่บริเวณหน้าแข้ง เพื่อระงับอาการอาเจียนและปรับสมดุลช่องท้อง
การลงเข็มของนางรวดเร็ว แม่นยำ และเด็ดขาด ราวกับนางรำที่กำลังร่ายรำดาบ แค่เพียงไม่กี่อึดใจร่างที่เกร็งกระตุกของเด็กน้อยก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง ลมหายใจที่เคยติดขัดเริ่มกลับมาสม่ำเสมอ เปลือกตาที่เหลือกค้างค่อยๆ ปิดลงเข้าสู่ห้วงนิทรา
“เขาปลอดภัยแล้ว แค่ต้องการน้ำเกลือแร่และการพักผ่อน" เซียวหลันกล่าวพลางปาดเหงื่อที่ซึมเข้าตา
เสียงเฮลั่นดังกึกก้องไปทั่วค่ายลี้ภัย ชาวบ้านที่เคยถือหินเตรียมปาใส่ บัดนี้ต่างทิ้งอาวุธแล้วทรุดตัวลงคุกเข่า คำนับนางราวกับนางคือเทพธิดาจำแลง
"ท่านหมอเทวดา!"
"ขอบคุณท่านหมอ!"
"ช่วยพวกเราด้วย!"
นักพรตเต้าจีเห็นท่าไม่ดีรีบมุดหนีหายไปในฝูงชนทิ้งไว้เพียงความอับอายและความแค้นที่ถูกหักหน้า
เซียวหลันลุกขึ้นยืน แม้ขาจะสั่นพับๆ ด้วยความอ่อนล้า แต่นางก็กัดฟันฝืนยืนหยัด นางกวาดสายตามองผู้คนที่กำลังกราบไหว้ นางไม่ได้ต้องการการบูชา แต่ต้องการความเป็นระเบียบ
"ฟังข้า!" นางตะโกนเสียงดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ถ้าพวกเจ้าอยากรอดชีวิต จงฟังและทำตามกฎของข้า ข้อหนึ่ง! ห้ามดื่มน้ำดิบเด็ดขาด ต้องต้มจนเดือดปุดๆ เท่านั้น ข้อสอง! ห้ามถ่ายอุจจาระเรี่ยราดให้ไปถ่ายในหลุมที่ข้าจะกำหนดให้ แล้วกลบฝังทุกครั้ง ข้อสาม! ใครที่มีอาการป่วยให้แยกตัวออกมาที่โซนนี้ ห้ามปะปนกับคนปกติ!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากฝูงชนอีกครั้ง
"กฎของข้าคือกฎแห่งการอยู่รอด ใครทำตามรอด ใครฝ่าฝืนก็เชิญไปตามหานักพรตผู้นั้นที่ปรโลกซะ!"