เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
เสียงดาบปะทะกันดังก้องไปทั่วป่า หลี่หยางในสภาพโชกไปด้วยเลือดของตนเองและศัตรูกำลังตวัดดาบอ่อนในมือเป็นวงกว้าง ตัดเข้าที่คอหอยนักฆ่าสองคนสุดท้ายที่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน ร่างไร้วิญญาณร่วงลงสู่พื้นดินเฉอะแฉะ
แฮ่ก! แฮ่ก!
ชายหนุ่มทรุดฮวบลงคุกเข่าทันทีที่การต่อสู้จบลง ไอเย็นยะเยือกก็ระเบิดออกมาจากร่างกายของเขาอย่างรุนแรงจนเกล็ดน้ำแข็งเริ่มเกาะตามเส้นผมและขนคิ้ว ผิวหนังที่เคยเป็นสีแทนบัดนี้ซีดขาวราวกับกระดาษ
"หลี่หยาง!" เซียวหลันรีบวิ่งเข้าไปประคองเขา ร่างกายของเขาเย็นจัดจนนางสะดุ้งเหมือนกอดก้อนน้ำแข็ง
"รีบไป..." หลี่หยางกัดฟันพูด เสียงกระทบกันกึกๆ "พวกมัน... ยังมีอีก"
"ไม่ต้องพูดแล้ว" เซียวหลันแบกแขนข้างหนึ่งของเขาพาดบ่า แม้ตัวเขาจะหนักอึ้งแต่นางก็กัดฟันลากเขาเดินลึกเข้าไปในป่าทึบ "ข้าเห็นถ้ำหลังน้ำตกทางทิศเหนือ เราจะไปหลบที่นั่น"
ภายในถ้ำเล็กๆ หลังม่านน้ำตกที่เสียงดังสนั่นช่วยกลบเสียงฝีเท้าและร่องรอยได้เป็นอย่างดี เซียวหลันวางร่างของหลี่หยางลงบนโขดหินเรียบ นางรีบก่อกองไฟเล็กๆ ขึ้นแต่ดูเหมือนความร้อนจากไฟจะไม่ช่วยอะไรเขาได้เลย หลี่หยางนอนขดตัวสั่นเทา ริมฝีปากเป็นสีม่วงคล้ำ ลมหายใจแผ่วเบาและมีไอขาวพวยพุ่งออกมาทุกครั้งที่หายใจออก
"หนาว... หนาวเหลือเกิน" เขาเพ้อ
เซียวหลันรีบหยิบกล่องหยกออกมา เปิดฝาหยิบบัวอัคคีพันปีที่ส่องแสงสีแดงเรืองรองออกมา
"หลี่หยางแข็งใจไว้ กินนี่เข้าไปซะ” นางเด็ดกลีบบัวสีแดงสดป้อนใส่ปากเขา แต่หลี่หยางกัดฟันแน่นด้วยความทรมานจนไม่ยอมอ้าปาก
“บ้าเอ๊ย!" เซียวหลันตัดสินใจเด็ดกลีบบัวใส่ปากตัวเองเคี้ยวจนละเอียดแล้วก้มลงประกบปากกับเขา ใช้ลิ้นดันยาที่เคี้ยวแล้วผ่านริมฝีปากที่เย็นเฉียบเข้าไปในปากของเขา
ความหวานล้ำปนความร้อนระอุของบัวอัคคีไหลลงสู่ลำคอของหลี่หยาง ทันทีที่ยาตกถึงท้องร่างกายของเขาก็กระตุกเฮือก
“อ๊ากกก!" หลี่หยางร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด พลังหยางอันมหาศาลของบัวอัคคีปะทะกับพลังหยินของพิษไอเย็นในร่างกายเกิดเป็นสงครามภายในที่รุนแรงราวกับระเบิด
"ร้อน ข้าร้อนนนน!!!” ชายหนุ่มเริ่มทุรนทุราย เขาพยายามฉีกทึ้งเสื้อผ้าของตัวเองออกจนเผยให้เห็นแผงอกกำยำที่แดงเถือกสลับกับสีม่วงคล้ำ เหงื่อกาฬไหลพรากแต่พอกระทบผิวก็กลายเป็นไอเย็น
"อยู่นิ่งๆ ข้าต้องเดินลมปราณให้เจ้า” เซียวหลันกดไหล่เขาไว้แต่นางสู้แรงคนคลุ้มคลั่งไม่ไหว
หลี่หยางในยามขาดสติพลิกตัวกดนางลงกับพื้นหิน ดวงตาแดงก่ำด้วยความทรมาน “ฆ่าข้า!! ฆ่าข้าที... มันเจ็บปวดเหลือเกิน"
"หลี่หยางมองข้า! นี่ข้าเองเซียวหลัน!!” นางตบหน้าเขาเรียกสติ "ข้าไม่ยอมให้เจ้าตาย และข้าก็จะไม่ฆ่าเจ้าด้วย"
เซียวหลันรวบรวมเข็มเงินในมือปักฉึกเข้าที่จุดตันเถียนตรงท้องน้อยและซานจงตรงกลางอกของเขาอย่างรวดเร็ว
“อึก!" หลี่หยางหยุดชะงัก ร่างกายแข็งเกร็ง
"พลังยามันแรงเกินไป ร่างกายเจ้าปรับตัวไม่ทัน" เซียวหลันวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว "ต้องใช้วิธีถ่ายเทอุณหภูมิ"
นางตัดสินใจทำในสิ่งที่สตรีในยุคนั้นคงไม่กล้าทำ นางปลดสายคาดเอวของตนเองออกถอดเสื้อตัวนอกที่เปื้อนโคลนทิ้ง เหลือเพียงเสื้อเอี๊ยมตัวในสีขาวบางเบาเผยให้เห็นผิวขาวเนียนดุจหิมะ นางโอบกอดร่างเปลือยท่อนบนของหลี่หยางไว้แน่น แนบผิวกายที่อบอุ่นของนางเข้ากับแผงอกที่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็นของเขา
"เซียว... หลัน..." หลี่หยางเริ่มได้สติเมื่อสัมผัสถึงความนุ่มนิ่มและกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคย
"กอดข้าไว้" นางกระซิบข้างหูเขา “ใช้ร่างกายข้าเป็นสื่อกลางถ่ายเทความร้อนส่วนเกินมาให้ข้าแล้วรับไออุ่นจากข้าไป"
หลี่หยางทำตามสัญชาตญาณ เขากอดนางแน่นจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ความเจ็บปวดจากการปะทะของพลังร้อนเย็นเริ่มทุเลาลงแทนที่ด้วยความรู้สึกวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ลมหายใจร้อนผ่าวที่รินรดต้นคอและเสียงหัวใจที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว
ในถ้ำมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟวูบวาบ ความรู้สึกบางอย่างที่มากกว่าหมอและคนไข้กำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ
"เจ้า... ตัวหอมจัง" หลี่หยางพึมพำด้วยเสียงแหบพร่า ฤทธิ์ยาทำให้สติของเขาพร่าเลือน เขาซุกหน้าลงกับซอกคอขาวผ่องของนางแล้วพรมจูบซับเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดพรายขึ้นมา
เซียวหลันตัวแข็งทื่อขนลุกซู่ไปทั้งตัว “หลี่หยางอย่าทำเช่นนี้ เจ้ากำลังเมายา"
"ข้าไม่ได้เมา." เขาเงยหน้าขึ้นสบตานาง ระยะห่างเพียงแค่ลมหายใจกั้น นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นบัดนี้หวานเชื่อมและเว้าวอน "ข้ารู้ดีว่าข้ากำลังกอดใคร และข้าไม่อยากปล่อย"
เขาก้มลงประทับริมฝีปากลงบนปากอิ่มของนางอย่างแผ่วเบา ไม่ใช่จูบที่เร่าร้อนเพื่อป้อนยาเหมือนครั้งแรกแต่เป็นจูบที่นุ่มนวล ลึกซึ้ง และโหยหา
เซียวหลันควรจะผลักเขาออกแต่มือของนางกลับยกขึ้นโอบรอบคอเขาและจูบตอบกลับไปอย่างลืมตัว
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้จนกระทั่งความร้อนในตัวหลี่หยางสงบลง ลมหายใจของเขากลับมาสม่ำเสมอและผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของนาง
เซียวหลันค่อยๆ คลายอ้อมกอดออก หน้าของนางแดงซ่านจนลามไปถึงใบหู นางรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วมองดูชายหนุ่มที่นอนหลับปุ๋ยเหมือนเด็กน้อย
"คนบ้า" นางกระซิบด่าแก้เขินพลางแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ “หายดีเมื่อไหร่ แม่จะคิดบัญชีทบต้นทบดอกเลยคอยดู"
รุ่งเช้าเดินทางมาถึง แสงแดดสาดส่องเข้ามาทางปากถ้ำ หลี่หยางค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา เขารู้สึกเบาสบายตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พิษไอเย็นที่เคยเกาะกินกระดูกหายไปเกือบหมด เหลือเพียงความอบอุ่นสายหนึ่งที่หมุนวนอยู่ในจุดตันเถียน
เขาลุกขึ้นนั่งมองไปรอบๆ เห็นกองไฟที่มอดดับแล้ว และเห็นเซียวหลันนั่งหลับพิงผนังถ้ำอยู่ไม่ไกล ในมือยังกำมีดสั้นไว้แน่นราวกับคอยเฝ้ายามให้เขาตลอดทั้งคืน
หลี่หยางมองนางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกขอบคุณ ความประทับใจ และความรักใคร่เอ็นดูฉายชัดในแววตา เขาถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตนเดินไปคลุมไหล่ให้นางอย่างเบามือ ในระหว่างนั้นเซียวหลันก็สะดุ้งตื่น นางยกมีดขึ้นแทงสวนทันทีตามสัญชาตญาณ
"ข้าเอง!" หลี่หยางรับข้อมือนางไว้ได้ทัน
"หลี่หยางรึ" เซียวหลันกะพริบตา "เจ้าหายแล้วหรือ"
“ขอบคุณเจ้ามาก ข้าหายดีแล้ว และข้าจำได้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืน” หลี่หยางกล่าวพลางยิ้มให้
หน้าของเซียวหลันแดงแปร๊ดขึ้นมาทันที "เรื่องเมื่อคืนมันเป็นการรักษา เจ้าเพ้อเจ้อเพราะฤทธิ์ยา อย่าได้คิดเป็นอื่นเชียว"
หลี่หยางหัวเราะในลำคอ เขาขยับหน้าเข้าไปใกล้ "งั้นหรือ? ถ้าเป็นการรักษา งั้นข้าคงต้องป่วยบ่อยๆ เสียแล้วกระมัง"
"หลี่หยาง!" นางง้างมือจะตีเขา
"กลับกันเถอะ" หลี่หยางจับมือนางไว้แล้วดึงให้นางลุกขึ้น “ป่านนี้พวกมันคงพลิกแผ่นดินหาเราแล้ว ถึงเวลาที่เราต้องกลับไปคิดบัญชีพวกมันบ้าง"
เขากระชับมือนางแน่นแล้วเดินนำออกจากถ้ำด้วยความมั่นใจ พลังวรยุทธ์ที่ฟื้นคืนกลับมาเต็มสิบส่วน ทำให้เขากลับมาเป็นพยัคฆ์หนุ่มผู้ไร้เทียมทานอีกครั้ง