เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

มธุรสวาทเจ้าสำนัก - บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส

รายละเอียด

มธุรสวาทเจ้าสำนัก โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

ผู้แต่ง

หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳

เรื่องย่อ

สารบัญ

มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 2 คนตายไม่พูด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 3 เขตหวงห้าม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 4 วาจาสยบมาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 10 มัจจุราชไร้เงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 11 รอยสัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 13 เครือข่ายบุปผา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 14 หุบเขาเงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 16 อาคันตุกะชุดขาว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 17 หนอนกู่กินวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 18 กลิ่นสาบมรณะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 19 สูตรลับดินประสิว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 20 เพลิงกัมปนาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 21 ศึกสองด้าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 22 มารโลหิต,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 23 ราชโองการ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 24 เมืองหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 25 มังกรป่วย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 26 ปีศาจในหอปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 27 ถอดรหัสยามัจจุราช,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 28 เหมันต์สังหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 29 หมอกมรณะและรถม้าปริศนา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 31 พิชิตชีพจรมังกร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 33 ป่าร้อยพิษและคำสาปสีน้ำเงิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง

เนื้อหา

บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง

เสียงดาบปะทะกันดังก้องไปทั่วป่า หลี่หยางในสภาพโชกไปด้วยเลือดของตนเองและศัตรูกำลังตวัดดาบอ่อนในมือเป็นวงกว้าง ตัดเข้าที่คอหอยนักฆ่าสองคนสุดท้ายที่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน ร่างไร้วิญญาณร่วงลงสู่พื้นดินเฉอะแฉะ

แฮ่ก! แฮ่ก!

ชายหนุ่มทรุดฮวบลงคุกเข่าทันทีที่การต่อสู้จบลง ไอเย็นยะเยือกก็ระเบิดออกมาจากร่างกายของเขาอย่างรุนแรงจนเกล็ดน้ำแข็งเริ่มเกาะตามเส้นผมและขนคิ้ว ผิวหนังที่เคยเป็นสีแทนบัดนี้ซีดขาวราวกับกระดาษ

"หลี่หยาง!" เซียวหลันรีบวิ่งเข้าไปประคองเขา ร่างกายของเขาเย็นจัดจนนางสะดุ้งเหมือนกอดก้อนน้ำแข็ง

"รีบไป..." หลี่หยางกัดฟันพูด เสียงกระทบกันกึกๆ "พวกมัน... ยังมีอีก"

"ไม่ต้องพูดแล้ว" เซียวหลันแบกแขนข้างหนึ่งของเขาพาดบ่า แม้ตัวเขาจะหนักอึ้งแต่นางก็กัดฟันลากเขาเดินลึกเข้าไปในป่าทึบ "ข้าเห็นถ้ำหลังน้ำตกทางทิศเหนือ เราจะไปหลบที่นั่น"

ภายในถ้ำเล็กๆ หลังม่านน้ำตกที่เสียงดังสนั่นช่วยกลบเสียงฝีเท้าและร่องรอยได้เป็นอย่างดี เซียวหลันวางร่างของหลี่หยางลงบนโขดหินเรียบ นางรีบก่อกองไฟเล็กๆ ขึ้นแต่ดูเหมือนความร้อนจากไฟจะไม่ช่วยอะไรเขาได้เลย หลี่หยางนอนขดตัวสั่นเทา ริมฝีปากเป็นสีม่วงคล้ำ ลมหายใจแผ่วเบาและมีไอขาวพวยพุ่งออกมาทุกครั้งที่หายใจออก

"หนาว... หนาวเหลือเกิน" เขาเพ้อ

เซียวหลันรีบหยิบกล่องหยกออกมา เปิดฝาหยิบบัวอัคคีพันปีที่ส่องแสงสีแดงเรืองรองออกมา

"หลี่หยางแข็งใจไว้ กินนี่เข้าไปซะ” นางเด็ดกลีบบัวสีแดงสดป้อนใส่ปากเขา แต่หลี่หยางกัดฟันแน่นด้วยความทรมานจนไม่ยอมอ้าปาก

“บ้าเอ๊ย!" เซียวหลันตัดสินใจเด็ดกลีบบัวใส่ปากตัวเองเคี้ยวจนละเอียดแล้วก้มลงประกบปากกับเขา ใช้ลิ้นดันยาที่เคี้ยวแล้วผ่านริมฝีปากที่เย็นเฉียบเข้าไปในปากของเขา

ความหวานล้ำปนความร้อนระอุของบัวอัคคีไหลลงสู่ลำคอของหลี่หยาง ทันทีที่ยาตกถึงท้องร่างกายของเขาก็กระตุกเฮือก

“อ๊ากกก!" หลี่หยางร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด พลังหยางอันมหาศาลของบัวอัคคีปะทะกับพลังหยินของพิษไอเย็นในร่างกายเกิดเป็นสงครามภายในที่รุนแรงราวกับระเบิด

"ร้อน ข้าร้อนนนน!!!” ชายหนุ่มเริ่มทุรนทุราย เขาพยายามฉีกทึ้งเสื้อผ้าของตัวเองออกจนเผยให้เห็นแผงอกกำยำที่แดงเถือกสลับกับสีม่วงคล้ำ เหงื่อกาฬไหลพรากแต่พอกระทบผิวก็กลายเป็นไอเย็น

"อยู่นิ่งๆ ข้าต้องเดินลมปราณให้เจ้า” เซียวหลันกดไหล่เขาไว้แต่นางสู้แรงคนคลุ้มคลั่งไม่ไหว 

หลี่หยางในยามขาดสติพลิกตัวกดนางลงกับพื้นหิน ดวงตาแดงก่ำด้วยความทรมาน “ฆ่าข้า!! ฆ่าข้าที... มันเจ็บปวดเหลือเกิน"

"หลี่หยางมองข้า! นี่ข้าเองเซียวหลัน!!” นางตบหน้าเขาเรียกสติ "ข้าไม่ยอมให้เจ้าตาย และข้าก็จะไม่ฆ่าเจ้าด้วย"

เซียวหลันรวบรวมเข็มเงินในมือปักฉึกเข้าที่จุดตันเถียนตรงท้องน้อยและซานจงตรงกลางอกของเขาอย่างรวดเร็ว

“อึก!" หลี่หยางหยุดชะงัก ร่างกายแข็งเกร็ง

"พลังยามันแรงเกินไป ร่างกายเจ้าปรับตัวไม่ทัน" เซียวหลันวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว "ต้องใช้วิธีถ่ายเทอุณหภูมิ"

นางตัดสินใจทำในสิ่งที่สตรีในยุคนั้นคงไม่กล้าทำ นางปลดสายคาดเอวของตนเองออกถอดเสื้อตัวนอกที่เปื้อนโคลนทิ้ง เหลือเพียงเสื้อเอี๊ยมตัวในสีขาวบางเบาเผยให้เห็นผิวขาวเนียนดุจหิมะ นางโอบกอดร่างเปลือยท่อนบนของหลี่หยางไว้แน่น แนบผิวกายที่อบอุ่นของนางเข้ากับแผงอกที่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็นของเขา

"เซียว... หลัน..." หลี่หยางเริ่มได้สติเมื่อสัมผัสถึงความนุ่มนิ่มและกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคย

"กอดข้าไว้" นางกระซิบข้างหูเขา “ใช้ร่างกายข้าเป็นสื่อกลางถ่ายเทความร้อนส่วนเกินมาให้ข้าแล้วรับไออุ่นจากข้าไป"

หลี่หยางทำตามสัญชาตญาณ เขากอดนางแน่นจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ความเจ็บปวดจากการปะทะของพลังร้อนเย็นเริ่มทุเลาลงแทนที่ด้วยความรู้สึกวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ลมหายใจร้อนผ่าวที่รินรดต้นคอและเสียงหัวใจที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว

ในถ้ำมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟวูบวาบ ความรู้สึกบางอย่างที่มากกว่าหมอและคนไข้กำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ

"เจ้า... ตัวหอมจัง" หลี่หยางพึมพำด้วยเสียงแหบพร่า ฤทธิ์ยาทำให้สติของเขาพร่าเลือน เขาซุกหน้าลงกับซอกคอขาวผ่องของนางแล้วพรมจูบซับเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดพรายขึ้นมา

เซียวหลันตัวแข็งทื่อขนลุกซู่ไปทั้งตัว “หลี่หยางอย่าทำเช่นนี้ เจ้ากำลังเมายา"

"ข้าไม่ได้เมา." เขาเงยหน้าขึ้นสบตานาง ระยะห่างเพียงแค่ลมหายใจกั้น นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นบัดนี้หวานเชื่อมและเว้าวอน "ข้ารู้ดีว่าข้ากำลังกอดใคร และข้าไม่อยากปล่อย"

เขาก้มลงประทับริมฝีปากลงบนปากอิ่มของนางอย่างแผ่วเบา ไม่ใช่จูบที่เร่าร้อนเพื่อป้อนยาเหมือนครั้งแรกแต่เป็นจูบที่นุ่มนวล ลึกซึ้ง และโหยหา 

เซียวหลันควรจะผลักเขาออกแต่มือของนางกลับยกขึ้นโอบรอบคอเขาและจูบตอบกลับไปอย่างลืมตัว

เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้จนกระทั่งความร้อนในตัวหลี่หยางสงบลง ลมหายใจของเขากลับมาสม่ำเสมอและผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของนาง

เซียวหลันค่อยๆ คลายอ้อมกอดออก หน้าของนางแดงซ่านจนลามไปถึงใบหู นางรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วมองดูชายหนุ่มที่นอนหลับปุ๋ยเหมือนเด็กน้อย

"คนบ้า" นางกระซิบด่าแก้เขินพลางแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ “หายดีเมื่อไหร่ แม่จะคิดบัญชีทบต้นทบดอกเลยคอยดู"

 

รุ่งเช้าเดินทางมาถึง แสงแดดสาดส่องเข้ามาทางปากถ้ำ หลี่หยางค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา เขารู้สึกเบาสบายตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พิษไอเย็นที่เคยเกาะกินกระดูกหายไปเกือบหมด เหลือเพียงความอบอุ่นสายหนึ่งที่หมุนวนอยู่ในจุดตันเถียน

เขาลุกขึ้นนั่งมองไปรอบๆ เห็นกองไฟที่มอดดับแล้ว และเห็นเซียวหลันนั่งหลับพิงผนังถ้ำอยู่ไม่ไกล ในมือยังกำมีดสั้นไว้แน่นราวกับคอยเฝ้ายามให้เขาตลอดทั้งคืน

หลี่หยางมองนางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกขอบคุณ ความประทับใจ และความรักใคร่เอ็นดูฉายชัดในแววตา เขาถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตนเดินไปคลุมไหล่ให้นางอย่างเบามือ ในระหว่างนั้นเซียวหลันก็สะดุ้งตื่น นางยกมีดขึ้นแทงสวนทันทีตามสัญชาตญาณ

"ข้าเอง!" หลี่หยางรับข้อมือนางไว้ได้ทัน

"หลี่หยางรึ" เซียวหลันกะพริบตา "เจ้าหายแล้วหรือ"

“ขอบคุณเจ้ามาก ข้าหายดีแล้ว และข้าจำได้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืน” หลี่หยางกล่าวพลางยิ้มให้

หน้าของเซียวหลันแดงแปร๊ดขึ้นมาทันที "เรื่องเมื่อคืนมันเป็นการรักษา เจ้าเพ้อเจ้อเพราะฤทธิ์ยา อย่าได้คิดเป็นอื่นเชียว"

หลี่หยางหัวเราะในลำคอ เขาขยับหน้าเข้าไปใกล้ "งั้นหรือ? ถ้าเป็นการรักษา งั้นข้าคงต้องป่วยบ่อยๆ เสียแล้วกระมัง"

"หลี่หยาง!" นางง้างมือจะตีเขา

"กลับกันเถอะ" หลี่หยางจับมือนางไว้แล้วดึงให้นางลุกขึ้น “ป่านนี้พวกมันคงพลิกแผ่นดินหาเราแล้ว ถึงเวลาที่เราต้องกลับไปคิดบัญชีพวกมันบ้าง"

เขากระชับมือนางแน่นแล้วเดินนำออกจากถ้ำด้วยความมั่นใจ พลังวรยุทธ์ที่ฟื้นคืนกลับมาเต็มสิบส่วน ทำให้เขากลับมาเป็นพยัคฆ์หนุ่มผู้ไร้เทียมทานอีกครั้ง