เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

มธุรสวาทเจ้าสำนัก - บทที่ 25 มังกรป่วย โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส

รายละเอียด

มธุรสวาทเจ้าสำนัก โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

ผู้แต่ง

หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳

เรื่องย่อ

สารบัญ

มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 2 คนตายไม่พูด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 3 เขตหวงห้าม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 4 วาจาสยบมาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 10 มัจจุราชไร้เงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 11 รอยสัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 13 เครือข่ายบุปผา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 14 หุบเขาเงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 16 อาคันตุกะชุดขาว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 17 หนอนกู่กินวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 18 กลิ่นสาบมรณะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 19 สูตรลับดินประสิว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 20 เพลิงกัมปนาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 21 ศึกสองด้าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 22 มารโลหิต,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 23 ราชโองการ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 24 เมืองหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 25 มังกรป่วย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 26 ปีศาจในหอปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 27 ถอดรหัสยามัจจุราช,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 28 เหมันต์สังหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 29 หมอกมรณะและรถม้าปริศนา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 31 พิชิตชีพจรมังกร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 33 ป่าร้อยพิษและคำสาปสีน้ำเงิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง

เนื้อหา

บทที่ 25 มังกรป่วย

แสงตะวันยามสายส่องกระทบกระเบื้องหลังคาสีทองของพระราชวังต้องห้ามจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับแสบตา ทหารองครักษ์นับพันนายยืนเรียงแถวราวกับรูปปั้นหินตลอดทางเดินเข้าสู่ ตำหนักหยางซิน ซึ่งเป็นที่ประทับของโอรสสวรรค์

เซียวหลันเดินเชิดหน้าก้าวผ่านประตูวังอย่างมั่นคง นางไม่ได้สวมชุดขุนนางชายโคร่งๆ ที่ถูกแกล้งให้มาเมื่อคืนแต่เป็นชุดที่นางปรับปรุงใหม่ เสื้อคลุมตัวนอกถูกตัดชายให้สั้นลงและเข้ารูปจีบเอวพอดีตัว แขนเสื้อที่ยาวรุ่มร่ามถูกเย็บเก็บให้กระชับพร้อมสำหรับการรักษาแล้วสวมทับด้วยกระโปรงจีบรอบสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆสีเงิน ผมยาวสลวยถูกรวบตึงเป็นมวยสูงปักด้วยปิ่นเงินเรียบง่าย ใบหน้าแต้มเครื่องสำอางบางเบาแต่ดูสง่างามและเด็ดเดี่ยว

เหล่าขุนนางและนางกำนัลที่เดินสวนมาต่างพากันเหลียวมองด้วยความตะลึงพรึงเพริด ไม่เคยมีสตรีคนใดกล้าแต่งกายเช่นนี้ในวังหลวง มันดูแปลกตาแต่กลับดูทะมัดทะแมงและน่าเกรงขาม

ด้านหลังนางคือหลี่หยางในชุดผู้ช่วยหมอสีเทา เขาแบกกล่องเครื่องมือแพทย์ใบใหญ่เดินก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อซ่อนแววตาคมกริบ แต่ท่วงท่าการเดินที่มั่นคงและไร้เสียงฝีเท้าก็ไม่อาจปิดบังรังสีนักฆ่าได้มิดชิด

"จำไว้นะ" เซียวหลันกระซิบโดยไม่ขยับปาก "ห้ามชักดาบ ห้ามฆ่าใครจนกว่าข้าจะสั่ง"

"ข้ารู้" หลี่หยางตอบเสียงเบา “แต่ถ้าใครแตะตัวเจ้า ข้าไม่รับปาก"

 

ภายในห้องบรรทมฮ่องเต้

กลิ่นกำยานหอมฉุนกึกตลบอบอวลจนเซียวหลันต้องย่นจมูก มันไม่ใช่กลิ่นหอมเพื่อความผ่อนคลาย แต่เหมือนกลิ่นที่ใช้กลบกลิ่นเหม็นเน่าบางอย่าง บนเตียงมังกรขนาดมหึมาร่างของชายชราผู้ครองแผ่นดินนอนหายใจรวยริน ผิวหนังเหี่ยวย่นและแห้งกรังเหมือนเปลือกไม้ สีหน้าหมองคล้ำ ดวงตาเหลือกตาลอยและมือสั่นเทาตลอดเวลา รอบเตียงมีหมอหลวงอาวุโส 5-6 คน รวมถึงหมอหลวงหลิวคู่ปรับเก่าของนางก็ยืนก้มหน้าตัวสั่นอยู่ด้วย

"ฝ่าบาท ได้เวลาเสวยพระโอสถแล้วพะยะค่ะ" ขันทีคนสนิทประคองถ้วยยาเข้าไป

"ออกไป! พวกเจ้าจะวางยาข้า!!” ฮ่องเต้ตวาดเสียงแหบพร่าพลางปัดถ้วยยาจนหกเลอะเทอะ "ไปตามราชครูมา ข้าจะกินแค่ยาของราชครูเท่านั้น!"

องค์ชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ข้างเตียงรีบเข้ามากอดพระบาท "เสด็จพ่อโปรดระงับโทสะ หมอหลวงเซียวมาถึงแล้วพะยะค่ะ นางคือหมอเทวดาที่ปราบโรคระบาดที่ชายแดน นางอาจจะช่วยเสด็จพ่อได้"

เซียวหลันมองชายหนุ่มผู้นั้น รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเหมือนจะอ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ในดวงตาเรียวรี

องค์ชายสาม

ศัตรูตัวฉกาจที่นางรอคอย

"หมอเทวดารึ" องค์ชายสามหันมามองเซียวหลันก่อนที่รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้น “ได้ยินชื่อเสียงมานาน ไม่นึกว่าจะงดงามและเยาว์วัยเพียงนี้"

"ถวายบังคมเพคะ" เซียวหลันคุกเข่าลง "หม่อมฉันเซียวหลันขอพระราชทานอนุญาตตรวจพระอาการ"

ฮ่องเต้มองนางด้วยสายตาหวาดระแวง “เจ้ามียาอายุวัฒนะไหม"

“หม่อมฉันไม่มียาอายุวัฒนะเพคะ มีแต่ยาที่จะทำให้ฝ่าบาทตื่นจากฝันร้าย"

คำตอบนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบกริบ หมอหลวงหลิวแสยะยิ้มรอสมน้ำหน้า

"บังอาจ!" ขันทีตะโกน

"ปล่อยนาง..." ฮ่องเต้ยกมือสั่นเทาห้าม “เข้ามาเถอะ ถ้าเจ้ารักษาไม่ได้ ข้าจะสั่งตัดหัวเจ้าเสียบประจานหน้าวัง"

เซียวหลันลุกขึ้นเดินเข้าไปที่เตียงมังกร นางนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างเตียงแล้วเริ่มทำการตรวจโดยเริ่มจากการสังเกต นางจึงได้เห็นว่ามือของฮ่องเต้สั่นไม่หยุด ขอบเหงือกมีสีคล้ำดำ และฟันโยกหลุดร่วงไปหลายซี่ นางจึงตัดสินใจทำการซักถามประวัติและอาการต่อไปเพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัย 

"ฝ่าบาททรงรู้สึกมีรสเฝื่อนเหมือนเหล็กในปาก ทรงหงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ และขี้ลืมใช่หรือไม่เพคะ”

“ใช่”

“งั้นหม่อมฉันขอพระราชทานอนุญาตตรวจร่างกายหน่อยนะเพคะ” นางขออนุญาตเปิดเปลือกตาแล้วพบว่าเส้นเลือดฝอยขยายตัวผิดปกติ “หลี่หยาง ขอกล่องเครื่องมือหน่อย"

หลี่หยางยื่นกล่องให้ นางหยิบถุงมือผ้ามาสวมแล้วหยิบช้อนเงินออกมา "อ้าพระโอษฐ์เพคะ"

เซียวหลันใช้ช้อนเงินกดลิ้นฮ่องเต้แล้วส่องดูในลำคอ กลิ่นปากเหม็นเน่ารุนแรงโชยออกมา นางใช้สำลีพันปลายไม้กวาดเก็บตัวอย่างน้ำลายแล้วหยดน้ำยาเคมีลงไป

ฟู่...

สำลีเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท

เซียวหลันวางไม้ลง สีหน้าเคร่งเครียด นางลุกขึ้นยืนแล้วหันมาเผชิญหน้ากับทุกคนในห้อง

"ฝ่าบาทไม่ได้ประชวรด้วยโรคธรรมชาติ" นางประกาศเสียงดังฟังชัด "แต่ฝ่าบาททรงได้รับพิษโลหะหนักสะสมมาเป็นเวลานาน"

"สามหาว!" หมอหลวงหลิวตะโกน "หมอหลวงตรวจสอบอาหารทุกมื้อด้วยเข็มเงิน ไม่เคยพบพิษ เจ้ากล้ากล่าวหาว่ามีการลอบปลงพระชนม์รึ"

"เข็มเงินตรวจสอบได้แค่สารหนูและพิษพื้นบ้านบางชนิดเท่านั้น" เซียวหลันสวนกลับ "แต่พิษที่ฝ่าบาทได้รับคือปรอทและตะกั่วซึ่งเข็มเงินตรวจสอบไม่ได้"

นางหันไปจ้องตาองค์ชายสาม "และพิษพวกนี้มักจะพบมากที่สุดในสิ่งที่เรียกว่ายาอายุวัฒนะของพวกนักพรตจอมปลอม"

"เจ้าหมายความว่ายาของท่านราชครูเป็นพิษงั้นรึ" องค์ชายสามถามเสียงเย็น "ท่านราชครูปรุงยานี้จากเตาหลอมศักดิ์สิทธิ์ ใช้สมุนไพรล้ำค่า เจ้ากล้าดียังไงมาลบหลู่"

“สมุนไพรอาจจะใช่ แต่ส่วนผสมหลักคือชาด ซึ่งมีสารปรอทสูงมาก" เซียวหลันอธิบายหลักวิทยาศาสตร์ "การกินเข้าไปทุกวัน ปรอทจะไปสะสมที่สมองและไต ทำให้มือสั่น ประสาทหลอน และไตวาย ฝ่าบาทไม่ได้กำลังจะเป็นอมตะแต่กำลังถูกเร่งให้ไปสวรรค์ต่างหาก"

"ทหาร! จับนังหมอวิปลาสไปตัดหัว!!” องค์ชายสามหมดความอดทนจึงออกคำสั่งทันที

ทหารองครักษ์กรูกันเข้ามา

เคร้ง!

ดาบของทหารคนแรกถูกหยุดไว้ด้วยกล่องเครื่องมือแพทย์ที่หลี่หยางยกขึ้นรับ เขายืนขวางหน้าเซียวหลันไว้ แววตาเปลี่ยนเป็นนักฆ่าพร้อมจะสังหารทุกคนที่ขยับ

"ใครแตะนาง... ตาย!" หลี่หยางคำรามเสียงต่ำ

"หยุด!" เสียงฮ่องเต้ตะโกนแทรกขึ้นมา แม้จะเบาหวิวแต่ก็เปี่ยมด้วยอำนาจ "ข้า... ข้าอยากลองเชื่อ... นาง"

"เสด็จพ่อ!" องค์ชายสามหน้าเสีย

ฮ่องเต้มองมือที่สั่นเทาของตัวเอง “ข้ากินยาของราชครูมาสามปี อาการมีแต่แย่ลง ถ้าเจ้ารักษาข้าได้จริง ข้าจะให้ทุกอย่างที่เจ้าขอ แต่ถ้าไม่..."

"ถ้าภายใน 7 วัน ฝ่าบาทไม่ดีขึ้น" เซียวหลันเชิดหน้าขึ้น "หม่อมฉันยินดีมอบศีรษะให้องค์ชายสามใช้ต่างลูกบอลเตะเล่นเพคะ"

"ดี!" องค์ชายสามแสยะยิ้มเหี้ยม "7 วัน ข้าจะรอดูวันที่หัวเจ้าหลุดจากบ่า นังหมอเทวดา” เขาจ้องหน้าเซียวหลันและหลี่หยางเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสะบัดชายเสื้อเดินออกจากห้องไปพร้อมกับรังสีสังหาร

เมื่อลับหลังคนนอกเซียวหลันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความโล่งอก ขาของนางสั่นพับๆ

"เจ้าบ้าไปแล้วหรือ!" หลี่หยางกระซิบดุ "พิษปรอทสะสมขนาดนี้ หมอเทวดาที่ไหนก็ขับออกไม่หมดใน 7 วันหรอก"

“ขับออกไม่หมด แต่ทำให้อาการดีขึ้นจนเห็นได้ชัดน่ะทำได้แน่" เซียวหลันหยิบขวดแก้วที่บรรจุผงถ่านกัมมันต์และไข่ขาวออกมา "เราต้องล้างท้องแล้วขับพิษทางผิวหนัง และหยุดกินยาบ้านั่นทันที” นางมองไปที่ฮ่องเต้ที่นอนรอความหวัง “ศึกนี้ไม่ใช่แค่การรักษาโรค แต่เป็นการชิงไหวชิงพริบกับราชครู"

“หลี่หยาง คืนนี้เจ้าต้องไปขโมยตัวอย่างยาอายุวัฒนะจากตำหนักราชครูมาให้ข้า ข้าต้องรู้ส่วนผสมทั้งหมดเพื่อปรุงยาแก้พิษที่ตรงจุดที่สุด"

หลี่หยางถอนหายใจ "เพิ่งมาถึงเมืองหลวงวันแรกก็ใช้ข้าไปเป็นโจรย่องเบาซะแล้ว"

"ก็เจ้าเป็นโจรคนเดียวที่ข้ารู้จักนี่นา" เซียวหลันยิ้มหวานประจบ

"เฮ้อ... ก็ได้" หลี่หยางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ “เตรียมยาทำแผลรอไว้ด้วยล่ะ ตำหนักราชครูคงไม่ได้เข้าง่ายเหมือนสวนหลังบ้านแน่