เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
"พังประตูเข้าไป! จับเป็นฮ่องเต้! ส่วนคนอื่นฆ่าทิ้งให้หมด!"
เสียงตะโกนสั่งการขององค์ชายสามดังก้องท่ามกลางแสงคบเพลิงที่สว่างไสวรอบตำหนักเย็น ประตูไม้ผุพังถูกทหารองครักษ์ใช้ท่อนซุงกระทุ้งจนเริ่มปริแตก
ตึง! ตึง! เปรี๊ยะ!
ภายในตำหนักเซียวหลันเทผงเคมีสีเหลืองอ่อนออกจากถุงผ้าลงในกระถางธูปใบใหญ่ที่มีถ่านไฟแดงฉานรออยู่ นางรีบหยิบผ้าชุบน้ำส้มสายชูมาปิดจมูกให้ฮ่องเต้และหลี่หยางอย่างแน่นหนา
"หายใจผ่านผ้าเท่านั้น!" นางกำชับเสียงเครียด “นี่คือหมอกกำมะถันพริกไทย มันไม่ใช่แก๊สพิษถึงตายแต่ฤทธิ์ของมันจะทำให้แสบตา แสบจมูก และสำลักจนเหมือนปอดจะระเบิด"
โครม!
ประตูตำหนักพังครืนลงมา ทหารองครักษ์ชุดเกราะหนักนับร้อยนายกรูเข้ามาพร้อมดาบและหอก
"อยู่นั่นไง! จับพวกมัน..."
ยังไม่ทันสิ้นเสียงหัวหน้าชุด กลิ่นฉุนกึกที่รุนแรงกว่าพริกเผาหมื่นเม็ดก็พุ่งเข้ากระแทกหน้าพวกเขา ควันสีเหลืองหนาทึบพวยพุ่งออกมาจากกระถางธูปอย่างรวดเร็วราวกับปีศาจร้ายที่ถูกปลดปล่อย
"แค่ก! แค่ก! อ๊ากกก! ตาข้า!” ทหารแถวหน้าทรุดฮวบลงทันที พวกเขาทิ้งอาวุธ ยกมือขยี้ตาและกุมลำคอด้วยความทรมาน น้ำหูน้ำตาไหลพราก หายใจไม่ออกเหมือนมีไฟมาเผาในปอด
"ถอย! ถอยออกไป!" องค์ชายสามที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบเอาแขนเสื้อปิดจมูก "นี่มันควันบ้าอะไรกัน!"
ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที ทหารที่วิ่งหนีตายชนกันเองจนล้มระเนระนาด
"ตอนนี้แหละ! ไป!"
เซียวหลันตะโกน หลี่หยางแบกฮ่องเต้ขึ้นหลัง แล้ววิ่งฝ่าดงควันพิษออกไปทางหน้าต่างด้านข้างที่พังเสียหาย ทหารที่ขวางทางอยู่ต่างนอนดิ้นพราดๆ ไม่มีใครมีแรงลุกขึ้นมาสู้
เมื่อทั้งสามกระโดดออกมาสู่ลานกว้างด้านนอก อากาศบริสุทธิ์ยามค่ำคืนช่วยให้หายใจได้ทั่วท้องขึ้น แต่พวกเขาก็ยังไม่พ้นขีดอันตราย
"ตรงนั้น! พวกมันหนีไปทางกำแพงวังทิศใต้!" ทหารหน่วยธนูที่อยู่นอกระยะควันพิษมองเห็นพวกเขา
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ลูกธนูนับร้อยดอกพุ่งแหวกอากาศมาดั่งห่าฝน
หลี่หยางวางฮ่องเต้ลงหลังโขดหินแล้วใช้ดาบปัดป้องลูกธนูที่พุ่งเข้ามาหาเซียวหลัน
"เยอะเกินไป! เราออกไปไม่ได้!" หลี่หยางกัดฟัน "กำแพงวังสูงเกินไปที่จะพาฝ่าบาทข้ามไปได้!"
ในวินาทีแห่งความสิ้นหวังนั้นเอง
โครมมม!!!
กำแพงวังส่วนที่ก่อด้วยอิฐเก่าแก่ถูกชนจนพังถล่มลงมา ฝุ่นตลบอบอวลรถม้าสีดำคันใหญ่ที่หุ้มด้วยแผ่นเหล็กหนาวิ่งทะลุกำแพงเข้ามาอย่างอุกอาจ ม้าสีขาวปลอดสี่ตัวลากรถม้ามาหยุดตรงหน้าพวกเขาอย่างแม่นยำ ประตูรถม้าเปิดผัวะออกเผยให้เห็นชายหนุ่มชุดขาวสวมหน้ากากเงินนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ท่ามกลางสมรภูมิ
"สวัสดีสหาย" ไป๋อวิ๋นยิ้มกริ่ม "ได้ยินว่ามีงานปาร์ตี้รมควัน ข้าเลยแวะมารับ ขึ้นมาสิ เร็วกว่านี้ก็คงต้องเหาะแล้วล่ะ"
"ไป๋อวิ๋น!" เซียวหลันร้องด้วยความดีใจ "มาได้จังหวะนางเอกจริงๆ!"
"รีบขึ้นรถ!" หลี่หยางประคองฮ่องเต้และดันเซียวหลันขึ้นไปก่อนจะกระโดดตามขึ้นไปเป็นคนสุดท้าย
"ไปเลยพี่ชาย!" ไป๋อวิ๋นตะโกนสั่งสารถี
สารถีชุดดำสะบัดแส้ ม้าสี่ตัวออกวิ่งเต็มฝีเท้า รถม้าหุ้มเกราะพุ่งชนทหารที่ขวางทางจนกระเด็นกระดอน ฝ่าวงล้อมออกไปทางช่องกำแพงที่พังลงมา
"ตามไป! อย่าให้พวกมันหนีรอด!!” องค์ชายสามตะโกนก้องด้วยความแค้น "ส่งทหารม้าเกราะเหล็กตามไป จับตายให้หมด!!!”
บนรถม้าหุ้มเกราะ รถม้าของหอเมฆาวิ่งตะบึงไปตามถนนสายหลักมุ่งสู่ประตูเมืองทิศใต้ เสียงลูกธนูกระทบผนังเหล็กดังเป๊งๆ ไม่ขาดสาย ภายในรถม้าฮ่องเต้นั่งหอบหายใจพิงเบาะกำมะหยี่นุ่มสบาย เซียวหลันรีบตรวจชีพจรพระองค์
"ปลอดภัยแล้วเพคะ" เซียวหลันถอนหายใจ "แต่ฝ่าบาทต้องพักผ่อน ร่างกายพระองค์อ่อนเพลียมาก"
"ขอบใจเจ้ามาก" ฮ่องเต้มองไปที่ไป๋อวิ๋น "เจ้าคือ..."
"ข้าน้อยไป๋อวิ๋นแห่งหอเมฆาพะยะค่ะ" ไป๋อวิ๋นประสานมือ "บังเอิญเห็นพลุสัญญาณขอความช่วยเหลือของหุ้นส่วนข้า เลยถือวิสาสะพังกำแพงวังเข้ามารับ"
"ข้าติดหนี้เจ้าครั้งใหญ่" ฮ่องเต้ตรัส
"เรื่องหนี้ไว้ค่อยคิดบัญชีทีหลังพะยะค่ะ" ไป๋อวิ๋นหันไปเปิดช่องหน้าต่างเล็กๆ “ตอนนี้เรามีปัญหาใหญ่กว่า ทหารม้าเกราะเหล็กขององค์ชายสามตามมาติดๆ"
หลี่หยางมองออกไปด้านหลังเห็นกองทหารม้านับร้อยกำลังไล่กวดมา ระยะห่างลดลงเรื่อยๆ
"เซียวหลันระเบิดเหลือไหม" หลี่หยางถาม
"หมดเกลี้ยงแล้ว" เซียวหลันส่ายหน้า "ข้าใช้ทุกอย่างที่มีไปในตำหนักเย็นแล้ว"
ไป๋อวิ๋นหัวเราะเบาๆ "ไม่ต้องห่วงรถคันนี้ไม่ได้มีดีแค่กันกระสุน"
เขากดปุ่มกลไกสีแดงที่ข้างผนังรถ
กริ๊ก... แกรก...
ที่ด้านหลังรถม้าช่องลับเปิดออก ตะปูเรือใบนับพันตัวถูกโปรยลงบนพื้นถนน
"ฮี้!!!"
เสียงม้าข้าศึกร้องลั่นเมื่อเหยียบโดนตะปูเหล็กแหลมคม ม้าล้มลงระเนระนาด กองทหารม้าด้านหลังชนกันเองจนกลิ้งโค่โล่เหมือนพินโบว์ลิ่งที่ถูกสไตรค์
"โหดร้าย" เซียวหลันอุทานเบาๆ
"เรียกว่ายุทธวิธีดีกว่าแม่นาง" ไป๋อวิ๋นยักคิ้ว
รถม้าวิ่งผ่านประตูเมืองทิศใต้ที่ทหารยามซึ่งเป็นคนของหอเมฆาแฝงตัวอยู่เปิดรอไว้แล้วมุ่งหน้าสู่ความมืดของป่าชานเมือง
ณ วัดร้างชานเมืองทิศใต้
รถม้าแล่นเข้ามาจอดที่หน้าวัดเก่าคร่ำครึที่มีสภาพทรุดโทรม หญ้าขึ้นรกชัฏดูเหมือนไม่มีคนอาศัยอยู่มานานปี
"ถึงแล้ว" ฮ่องเต้ตรัสด้วยความตื่นเต้น พระองค์ประคองตัวลงจากรถ
หลี่หยางก้าวลงมา หัวใจเต้นแรงระรัว เขามองไปที่ประตูวัดที่ปิดสนิท
"ท่านพ่อ" เขาพึมพำ
ทันใดนั้นประตูวัดก็เปิดออก ชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ในชุดชาวบ้านธรรมดาแต่ท่วงท่าสง่างามดุจขุนเขาเดินออกมา แววตาคมกริบแต่เปี่ยมด้วยความเมตตา
แม่ทัพใหญ่หลี่เจิ้น
"ฝ่าบาท" หลี่เจิ้นคุกเข่าลงทันที น้ำตาคลอเบ้า "กระหม่อมมาช้าไปพะยะค่ะ"
"หลี่เจิ้น!" ฮ่องเต้รีบเข้าไปประคอง “ลุกขึ้นเถอะ เจ้าไม่ได้มาช้า เจ้ามาได้ทันเวลาพอดี"
จากนั้นสายตาของหลี่เจิ้นก็เลื่อนมาหยุดที่ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเปื้อนเลือดและเขม่าควัน
"หยางเอ๋อ" เสียงของแม่ทัพใหญ่สั่นเครือ “เจ้าโตขึ้นมาก และแข็งแกร่งขึ้นมาก"
หลี่หยางยืนนิ่ง ขอบตาแดงก่ำ เขาอยากจะโกรธที่ถูกปิดบังความจริงมาตลอด แต่เมื่อเห็นหน้าบิดาที่มีริ้วรอยแห่งความทุกข์ระทม ความโกรธก็มลายหายไปเหลือเพียงความคิดถึง
เขาทรุดตัวลงคุกเข่า โขกศีรษะลงกับพื้นดิน "ลูกอกตัญญูที่รักษาตระกูลหลี่ไว้ไม่ได้"
"ไม่" หลี่เจิ้นรีบดึงลูกชายขึ้นมากอดแน่น “เจ้าทำได้ดีที่สุดแล้ว เจ้าล้างแค้นให้พี่น้อง และเจ้าปกป้องฝ่าบาท พ่อภูมิใจในตัวเจ้า"
สองพ่อลูกกอดกันท่ามกลางความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไร เซียวหลันยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา
"ซึ้งจัง" ไป๋อวิ๋นกระซิบข้างหูนาง "แต่ข้าว่าเรารีบเข้าข้างในก่อนดีกว่า ข้าได้กลิ่นฝนและกลิ่นเลือดที่กำลังจะตามมา"
ภายในวัดร้าง ใต้ฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่มีห้องลับที่ซ่อนอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้มากมาย
"ฝ่าบาท" หลี่เจิ้นเปิดแผนที่บนโต๊ะ "กองกำลังที่จงรักภักดีของกระหม่อมซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาใกล้เคียงมีประมาณ 5,000 นาย น้อยกว่ากองทัพขององค์ชายสามที่มีถึง 50,000 นายในเมืองหลวง"
"เราสู้ซึ่งหน้าไม่ได้" หลี่หยางวิเคราะห์ "และเรายังมีปัญหากับกองทัพอมนุษย์ของราชครูอีก"
เซียวหลันก้าวออกมา “เรื่องมนุษย์ดัดแปลง ข้าพอมีวิธีรับมือ ข้าค้นพบจุดอ่อนของพวกมันแล้ว และข้าสามารถปรุงยาพิษที่จะทำให้เลือดพวกมันแข็งตัวได้ แต่ข้าต้องใช้วัตถุดิบจำนวนมหาศาล"
"เรื่องวัตถุดิบ หอเมฆาจัดการให้ได้" ไป๋อวิ๋นเสนอตัว "แต่เรื่องกำลังพล..."
ฮ่องเต้หยิบตราพยัคฆ์ทองคำอีกครึ่งซีกออกมาจากอกเสื้อแล้วนำมาประกบกับครึ่งซีกที่หลี่เจิ้นมีอยู่
กริ๊ก!
ตราพยัคฆ์ประกบกันสนิทกลายเป็นรูปเสือคำรามที่สมบูรณ์
"ด้วยตรานี้..." ฮ่องเต้ตรัสเสียงกังวาน "เจ้าสามารถระดมพลจากค่ายทหารทิศอุดรที่มีกำลังพล 100,000 นายได้ แม่ทัพที่นั่นเป็นศิษย์เก่าของเจ้าใช่หรือไม่หลี่เจิ้น"
"พะยะค่ะฝ่าบาท! แม่ทัพเฉินยังภักดีต่อพระองค์เสมอ"
"ดี!" ฮ่องเต้ดวงตาเป็นประกาย "หลี่เจิ้น! ข้าแต่งตั้งเจ้าเป็นแม่ทัพปราบกบฏ นำตรานี้ไปรวมพลแล้วยกทัพกลับมาบดขยี้ลูกทรพีและไอ้ราชครูมารนั่นให้สิ้นซาก"
“น้อมรับราชโองการ"