เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

มธุรสวาทเจ้าสำนัก - บทที่ 3 เขตหวงห้าม โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส

รายละเอียด

มธุรสวาทเจ้าสำนัก โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

ผู้แต่ง

หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳

เรื่องย่อ

สารบัญ

มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 2 คนตายไม่พูด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 3 เขตหวงห้าม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 4 วาจาสยบมาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 10 มัจจุราชไร้เงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 11 รอยสัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 13 เครือข่ายบุปผา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 14 หุบเขาเงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 16 อาคันตุกะชุดขาว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 17 หนอนกู่กินวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 18 กลิ่นสาบมรณะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 19 สูตรลับดินประสิว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 20 เพลิงกัมปนาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 21 ศึกสองด้าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 22 มารโลหิต,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 23 ราชโองการ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 24 เมืองหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 25 มังกรป่วย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 26 ปีศาจในหอปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 27 ถอดรหัสยามัจจุราช,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 28 เหมันต์สังหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 29 หมอกมรณะและรถม้าปริศนา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 31 พิชิตชีพจรมังกร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 33 ป่าร้อยพิษและคำสาปสีน้ำเงิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง

เนื้อหา

บทที่ 3 เขตหวงห้าม

ดวงตะวันคล้อยต่ำลงทอแสงสีส้มหม่นทาบทับไปทั่วทุ่งหญ้ารกร้างทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง ที่นั่นคือจุดหมายปลายทางของเหล่าผู้สิ้นหวัง

ค่ายลี้ภัยวัดกุ้ยหลิน

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเซียวหลันมิใช่วัดวาอารามที่สงบร่มเย็นแต่เป็นดั่งขุมนรกบนดิน กระโจมผ้าใบขาดวิ่นนับร้อยหลังตั้งเรียงรายอย่างแออัด กลิ่นเหม็นเน่าของอุจจาระ ปัสสาวะ และซากศพที่ยังจัดการไม่ทันลอยโชยตลบอบอวลจนแมลงวันบินว่อนเสียงดังหึ่งๆ ราวกับฝูงผึ้งแตกรัง

เซียวหลันในคราบขอทานอัปลักษณ์เดินกะเผลกเข้าไปในค่าย สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว

สุขอนามัยติดลบ... 

นี่มันแหล่งเพาะเชื้อชั้นดีเลยนี่

ผู้คนส่วนใหญ่นอนระเกะระกะอยู่บนพื้นดินที่เฉอะแฉะ หลายคนมีอาการถ่ายท้องรุนแรง อาเจียน และตัวร้อนจัด เสียงไอโขลกและเสียงครวญครางดังระงมไปทั่ว

ทันใดนั้นเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของค่าย กลุ่มชายฉกรรจ์สามสี่คนกำลังช่วยกันลากร่างของคนสองคนออกไป เป็นชายชราคนหนึ่งและเด็กสาวอีกคนหนึ่ง พวกเขาถูกลากถูไถไปกับพื้นดินหยาบกร้าน มุ่งหน้าไปยังหลุมลึกท้ายค่ายที่ใช้ทิ้งศพ

"ปล่อยนะ! ปล่อยท่านปู่! ปล่อยพี่สาวข้า!" เด็กสาวที่ถูกลากกรีดร้องเสียงแหบแห้งพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดไม่อาจสู้แรงผู้ชายได้

"นังตัวซวย! พวกเจ้ามันต้องสาป!" ชายหัวหน้ากลุ่มตะคอก "นอนซมไข้มาสามวัน ถ่ายจนเลอะเทอะไปหมด ผีห่าซาตานสิงสู่ชัดๆ ขืนให้อยู่ต่อ เดี๋ยวคนอื่นก็ติดเสนียดไปด้วย เอาไปโยนทิ้งหลุมซะ!"

"ไม่นะ! พวกเขายังไม่ตาย!"

เซียวหลันชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบเมื่อจำเสียงร้องนั้นได้แม้จะแหบพร่าแต่ก็คุ้นหูยิ่งนัก

นางเพ่งมองใบหน้าที่เปื้อนโคลนของคนทั้งสองก่อนจะพบว่านั่นคือ อาหลง บ่าวชราผู้ภักดี และ เสี่ยวชุน สาวใช้คนสนิทที่โตมาด้วยกัน 

ทั้งคู่หลบหนีออกมาได้ก่อนคืนเกิดเหตุตามคำสั่งลับของบิดานาง ไม่คิดเลยว่าจะมาตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาเช่นนี้

“หยุดเดี๋ยวนี้!" เสียงตวาดก้องดังขึ้นอย่างทรงพลังขัดแย้งกับรูปลักษณ์ขอทานอัปลักษณ์ เซียวหลันก้าวออกมาขวางทางกลุ่มชายฉกรรจ์ ยืนจังก้าด้วยท่วงท่าที่มั่นคง ดวงตาที่บวมช้ำฉายแววอำมหิตจนคนที่สบตาต้องชะงัก

"เจ้าเป็นใครวะ! อย่ามาแส่ นังหน้าผี!" ชายคนหนึ่งถ่มน้ำลายลงพื้น

"ข้าเป็นใครไม่สำคัญ" เซียวหลันกล่าวเสียงเย็น “แต่คนที่พวกเจ้ากำลังลากไป พวกเขายังไม่ตาย และสิ่งที่พวกเขาเป็นไม่ใช่คำสาปหรือผีสิง"

"เฮอะ! รู้ดีนักนะ ถ่ายท้องจนไส้จะไหลออกมาขนาดนี้ ไม่ใช่โรคห่าลงตับรึไง!"

"มันคือโรคระบาดจากน้ำสกปรกต่างหาก" นางตอบกลับด้วยศัพท์ที่พยายามให้เข้าใจง่ายที่สุด "เกิดจากการกินอยู่สกปรก แมลงวันตอมอาหาร และดื่มน้ำที่มีเชื้อโรค ไม่ใช่ผีสางที่ไหน"

นางชี้นิ้วไปยังชายหัวหน้ากลุ่ม "และถ้าพวกเจ้าเอาพวกเขาไปโยนทิ้งรวมกับศพเน่าๆ เชื้อโรคมันก็จะยิ่งแพร่กระจายแล้วพวกเจ้าทุกคนในนี้ก็จะต้องตายตกไปตามกันจนหมด!"

คำขู่ของนางได้ผล ความกลัวตายทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์เริ่มลังเล

"ละ... แล้วจะให้ทำยังไง!"

"วางพวกเขาลงแล้วถอยไปห่างๆ" เซียวหลันสั่งเฉียบขาด "ข้าจะรักษาพวกเขาเอง แต่มีข้อแม้ว่าพื้นที่ตรงนี้ในรัศมีสิบก้าวคือเขตหวงห้าม ห้ามใครเข้ามาเด็ดขาด ถ้าไม่อยากติดโรค!"

กลุ่มชายเหล่านั้นมองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนจะยอมวางร่างของอาหลงและเสี่ยวชุนลงแล้วรีบถอยกรูดออกไปเหมือนหนีตัวประหลาด

เซียวหลันรีบเข้าไปประคองร่างคนทั้งสอง อาหลงตัวร้อนจี๋ ตาเหลือกค้าง ริมฝีปากแห้งผากจนแตก ส่วนเสี่ยวชุนนอนหายใจรวยริน ชีพจรเต้นเร็วแต่เบาบาง

สัญญาณของภาวะช็อกจากการขาดน้ำ

"คุณ... หนู..." อาหลงปรือตาขึ้นมอง ภาพเลือนรางเบื้องหน้าคือขอทานหน้าตาน่ากลัวแต่แววตานั้นเขาจำได้แม่นยำ "คุณ... หนู... ปลอดภัย..."

"อย่าเพิ่งพูดอาหลง" เซียวหลันกระซิบ น้ำเสียงอ่อนลงวูบหนึ่ง "ข้าอยู่นี่แล้ว ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าตายแน่นอน"

นางเริ่มปฏิบัติการกู้ชีพทันทีในแบบฉบับหมอสนามที่นางเคยพอจะมีประสบการณ์มาบ้าง นางใช้มีดพกตัดชายกระโปรงของศพขอทานที่สวมใส่อยู่แล้วฉีกเป็นแถบยาวก่อนจะนำไปขึงกั้นเป็นเขตกักกันโรครอบบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ห่างไกลจากฝูงชน

จากนั้นนางก็รวบรวมเศษไม้แห้งมาก่อกองไฟขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบหม้อดินเผาแตกๆ ที่ตกอยู่แถวนั้นมาเช็ดทำความสะอาด แล้ววิ่งไปตักน้ำจากลำธารที่กำลังไหลไปตามทาง นำมาต้มจนเดือดปุดๆ เพื่อฆ่าเชื้อโรค

เพราะที่นี่ไม่มีน้ำเกลือ แต่หมออย่างนางรู้ดีว่าต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำเกลือแร่จากธรรมชาติซึ่งจำเป็นมากในสถานการณ์นี้

เซียวหลันล้วงหยิบห่อเกลือและน้ำตาลอ้อยก้อนเล็กๆ ที่นางฉกฉวยมาจากครัวก่อนหนีออกมาผสมลงในน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้อุ่นก่อนจะป้อนเข้าปากอาหลงและเสี่ยวชุนทีละน้อย

"กลืนลงไป... มันจะช่วยชีวิตเจ้า"

ตลอดทั้งคืนเซียวหลันไม่ได้พักเลยแม้แต่วินาทีเดียว นางคอยเช็ดตัวลดไข้ให้คนทั้งสองพร้อมจัดการกับสิ่งปฏิกูลของพวกเขาด้วยการขุดหลุมฝังกลบอย่างถูกสุขลักษณะ และล้างมือทุกครั้งด้วยน้ำต้มเดือด

ชาวค่ายลี้ภัยคนอื่นๆ เฝ้ามองดูการกระทำอันแปลกประหลาดของขอทานสาวด้วยความสงสัย บ้างก็ว่านางเป็นแม่มด บ้างก็ว่านางบ้าที่ต้มน้ำล้างมือจนมือแดงเถือก

จนกระทั่งรุ่งสางมาเยือน

เสี่ยวชุนที่นอนนิ่งมาตลอดคืนเริ่มขยับตัว ริมฝีปากที่เคยซีดขาวเริ่มมีสีเลือด นางค่อยๆ ลืมตาขึ้น

"น้ำ..."

เซียวหลันยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน นางรีบป้อนน้ำเกลือแร่ให้ทันที "ค่อยๆ ดื่มนะเสี่ยวชุน"

อาหลงเองก็ไข้ลดลง แม้จะยังอ่อนเพลียแต่พ้นขีดอันตรายแล้ว

"รอดแล้วนะ" เซียวหลันพึมพำ นางทิ้งตัวลงนั่งพิงโคนต้นไม้ด้วยความเหนื่อยอ่อน

ทว่าความสงบอยู่ได้ไม่นาน เงาร่างของใครบางคนทาบทับลงมา

เซียวหลันเงยหน้าขึ้นก่อนจะพบกับชายวัยกลางคนสวมชุดนักพรตเก่าๆ ถือแส้ปัดรังควาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ด้านหลังมีชาวบ้านกลุ่มใหญ่ตามมา

"นังปีศาจ!" นักพรตตวาดชี้หน้า "เจ้าทำพิธีกรรมอะไร! การต้มน้ำแล้วเททิ้งเทขว้างเป็นการลบหลู่ท่านเทพสายน้ำ! มิน่าเล่าโรคห่าถึงไม่หายไปจากค่ายนี้เสียที ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจ้า!"

เซียวหลันค่อยๆ ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นออกจากชุดขอทาน แววตาที่มองนักพรตกำมะลอผู้นั้นว่างเปล่าและเย็นเยียบ

"ข้ากำลังช่วยคนให้รอด" นางเอ่ยเสียงเรียบ "แต่เจ้านั่นแหละที่กำลังจะพาคนไปตายด้วยความโง่เขลาของตัวเจ้าเอง"