เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
มธุรสวาทเจ้าสำนักเมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!
สายลมยามดึกพัดเอากลิ่นอายความชื้นของฝนที่กำลังจะตกมาปะทะใบหน้า หน้าวัดร้างชานเมืองแม่ทัพใหญ่หลี่เจิ้นในชุดเกราะเก่าๆ ที่เก็บกู้มาจากห้องลับเหวี่ยงตัวขึ้นบนหลังม้าศึกอย่างคล่องแคล่ว แม้อายุจะล่วงเลยเข้าวัยกลางคนแต่ท่วงท่าและแววตายังคงดุดันสมฉายาแม่ทัพผู้ไร้พ่าย
"หยางเอ๋อ" หลี่เจิ้นก้มลงมองบุตรชายที่ยืนส่งอยู่ข้างรถม้า "พ่อจะรีบควบม้าไปค่ายอุดรใช้เวลาอย่างเร็วที่สุด 3 วัน กองทัพแสนนายจะมาถึงที่นี่ ระหว่างนี้ฝากดูแลฝ่าบาทด้วย"
"ท่านพ่อไม่ต้องห่วง" หลี่หยางประสานมือคารวะ "ลูกจะรักษาชีวิตฝ่าบาทและทุกคนไว้ด้วยชีวิต ท่านพ่อเดินทางปลอดภัย"
"ไป!" หลี่เจิ้นกระตุกบังเหียน ม้าศึกพุ่งทะยานออกไปในความมืด หายลับไปอย่างรวดเร็วเพื่อแข่งกับเวลา
ภายในวัดร้าง
เซียวหลันไม่ได้ออกไปส่งหลี่เจิ้น นางกำลังวุ่นอยู่กับการเปลี่ยนโถงพระพุทธรูปให้กลายเป็นสายการผลิตอาวุธ
"ไป๋อวิ๋น! ของที่สั่งได้หรือยัง?" นางตะโกนถาม
"มาแล้วๆ แม่นางใจร้อนไปแล้ว” ไป๋อวิ๋นเดินเข้ามาพร้อมลูกน้องหอเมฆาที่แบกกระสอบหนักอึ้งเข้ามาหลายใบ "ดินประสิว 500 ชั่ง กำมะถัน ยางไม้ และพิษงูเกล็ดหิมะ ตามที่เจ้าต้องการ"
เซียวหลันพยักหน้าอย่างพอใจ นางหันไปสั่งเสี่ยวชุนและเหล่าองครักษ์เสื้อแพรที่เหลือรอด
"ฟังข้าให้ดี! เราไม่มีเวลามาปั้นระเบิดน้ำแข็งทีละลูก ดังนั้นข้าจะทำลูกธนูเหมันต์แทน” นางอธิบายแผนการ “ข้าจะเคี่ยวดินประสิวและพิษงูเกล็ดหิมะจนเป็นยางเหนียวแล้วเคลือบที่หัวลูกธนู เมื่อมันเจาะเข้าไปในร่างที่ร้อนระอุของพวกองครักษ์ทมิฬ สารเคมีจะทำปฏิกิริยากับเลือดดูดความร้อนทันทีและทำให้เลือดแข็งตัวภายใน 3 ลมหายใจ"
"เรามีธนูแค่ไม่กี่ร้อยดอก" หลี่หยางเดินเข้ามาแย้ง "แต่ฝ่ายศัตรูมีเป็นกองทัพ"
"เราไม่ต้องยิงทุกคน" เซียวหลันเงยหน้าขึ้น แววตาเป็นประกาย “เราแค่ต้องยิงตัวสั่งการ ข้าสังเกตว่าพวกมันเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มเหมือนฝูงมดที่มีมดงานและมดทหาร ถ้าเราจัดการตัวจ่าฝูงได้ที่เหลือจะสับสน"
ตลอดทั้งคืนแสงไฟในวัดร้างไม่เคยดับลง ทุกคนช่วยกันจุ่มหัวธนูลงในหม้อยาพิษสูตรเย็นแล้วนำไปตากลมให้แห้ง กลิ่นฉุนของสารเคมีตลบอบอวล ผสมปนเปไปกับความหวังอันริบหรี่
ตัดกลับมาที่พระราชวังต้องห้ามหรือสิ่งที่อยู่ใต้นั้น ลึกลงไปใต้ท้องพระโรง ลึกกว่าอุโมงค์หนูที่ฮ่องเต้ใช้หลบหนี มีโถงถ้ำขนาดมหึมาตามธรรมชาติซ่อนอยู่ ที่นี่คือจุดบรรจบของชีพจรมังกรหรือเส้นทางน้ำบาดาลที่หล่อเลี้ยงเมืองหลวงทั้งเมือง ใจกลางโถงถ้ำมีแท่นบูชาหินสีดำขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่เหนือสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใสสะอาด
แต่บัดนี้สระน้ำนั้นกำลังถูกย้อมด้วยสีดำ
ราชครูเหยียนยืนอยู่บนแท่นบูชา สองมือชูขึ้นเหนือศีรษะพร้อมท่องมนต์คาถาภาษาโบราณที่ฟังดูวิปริต เบื้องหน้าเขามีก้อนเนื้อสีแดงสดขนาดมหึมาเท่าเกวียนเล่มหนึ่ง มันกำลังเต้นตุบๆ ราวกับหัวใจ และมีท่อระยางเชื่อมต่อลงไปในสระน้ำ
"ท่านราชครู" องค์ชายสามเดินเข้ามาพร้อมผ้าปิดจมูก "ท่านแน่ใจหรือว่าวิธีนี้จะได้ผล ถ้าทำแบบนี้คนทั้งเมืองหลวงจะ...”
"จะกลายเป็นสาวกผู้ภักดีของพระองค์พะยะค่ะ" ราชครูแสยะยิ้มที่ดูบิดเบี้ยว “นี่คือค่ายกลโลหิตมังกรทมิฬ ก้อนเนื้อนี้คือราชินีหนอนกู่ที่ข้าเพาะเลี้ยงมานับสิบปี มันจะปล่อยไข่หนอนกู่และพิษสั่งการลงสู่แหล่งน้ำบาดาล น้ำจะไหลไปตามท่อประปา เข้าสู่บ่อน้ำทุกแห่งในเมืองหลวง"
ราชครูหันมามององค์ชายสามด้วยแววตาคลั่งไคล้ “เมื่อชาวเมืองดื่มน้ำนี้เข้าไป พวกเขาจะสูญเสียสติสัมปชัญญะ ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีความกลัว และจะเชื่อฟังเพียงเสียงกลองศึกของข้า พระองค์จะได้กองทัพอมตะนับล้านคน กองทัพที่จะกวาดล้างแผ่นดินนี้ให้ราบคาบ"
องค์ชายสามกลืนน้ำลาย แม้เขาจะโหดเหี้ยมแต่แผนการนี้มันบ้าคลั่งเกินขอบเขตมนุษย์
"แล้ว... ข้าจะปกครองใคร? ถ้าทุกคนเป็นปีศาจหมด"
"พระองค์จะปกครองความกลัวของโลกใบนี้" ราชครูหัวเราะเสียงต่ำ "เริ่มพิธีกรรมได้ ปล่อยพิษลงสู่ชีพจรมังกร"
ราชครูใช้กริชกรีดข้อมือตัวเองปล่อยเลือดหยดลงไปบนราชินีหนอนกู่ มันกรีดร้องเสียงแหลมสูงก่อนจะพ่นของเหลวสีดำสนิทลงสู่สระน้ำศักดิ์สิทธิ์
น้ำใสสะอาดเปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬทันทีและเริ่มไหลซึมออกไปตามช่องทางน้ำใต้ดิน มุ่งหน้าสู่บ้านเรือนของประชาชนนับแสนชีวิต
รุ่งเช้า ณ วัดร้าง
ไป๋อวิ๋นวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในโถงวัด สีหน้าของพ่อค้าหน้าเลือดผู้ไม่เคยหวั่นไหวบัดนี้ซีดเผือด
"แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
"เกิดอะไรขึ้น?" เซียวหลันวางลูกธนูดอกสุดท้ายลง
“สายข่าวของข้ารายงานว่าน้ำในบ่อทิศเหนือเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ และชาวบ้านที่ตักน้ำไปกินเมื่อเช้าเริ่มมีอาการคลุ้มคลั่ง ไล่กัดกินคนในครอบครัว"
"อะไรนะ!" เซียวหลันเบิกตากว้าง สมองประมวลผลทันที "น้ำ... พวกมันใช้น้ำเป็นสื่อกลางสินะ"
"ชีพจรมังกร" ฮ่องเต้ตรัสเสียงสั่น “ใต้พระราชวังมีจุดกำเนิดน้ำบาดาลที่ไหลไปทั่วเมือง ราชครูต้องทำอะไรกับมันแน่ๆ"
"ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ไม่ต้องรอให้กองทัพท่านพ่อเจ้ามาถึงหรอก" เซียวหลันหันไปมองหลี่หยาง "ภายในเที่ยงวันนี้ เมืองหลวงทั้งเมืองจะกลายเป็นเมืองซอมบี้อย่างแน่นนอน"
หลี่หยางกำดาบแน่น "เราต้องไปหยุดมันที่ต้นตอ"
"แต่เรามีคนแค่นี้" ไป๋อวิ๋นมองดูองครักษ์เสื้อแพรที่มีไม่ถึง 50 คน
"คนน้อยแต่คล่องตัวกว่า" เซียวหลันตัดสินใจเด็ดขาด นางหยิบกระเป๋ายาและอาวุธขึ้นสะพาย
“ไป๋อวิ๋น ท่านกับฮ่องเต้รออยู่ที่นี่ ดูแลความปลอดภัย หากท่านพ่อหลี่เจิ้นมาถึงให้บอกเขานำทัพไปล้อมเมือง แต่อย่าเพิ่งบุกเข้าไปถ้าไม่เห็นพลุสัญญาณสีเขียว"
"ส่วนเจ้า หลี่หยาง" นางหันไปสบตาชายคนรัก
"ข้าจะไปกับเจ้า" หลี่หยางตอบโดยไม่ต้องรอคำถาม "บุกเข้าวังหลวง ทะลวงลงใต้ดิน เด็ดหัวราชครู งานถนัดข้า"
“เสี่ยวชุน เจ้าแจกจ่ายยาเม็ดถ่านกัมมันต์ให้ทุกคนที่ไปกับเรา กินดักไว้ก่อนเผื่อเผลอกลืนน้ำลายในนั้น"
เซียวหลันสูดหายใจลึกมองออกไปที่ทิศทางของพระราชวังที่ยอดหลังคาสีทองยังคงส่องประกายสวยงาม แต่ข้างใต้กลับซ่อนนรกเอาไว้
"ปฏิบัติการผ่าตัดมังกรเริ่มต้นได้"