เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

มธุรสวาทเจ้าสำนัก - บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์ โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ย้อนเวลา,ผจญภัย,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส

รายละเอียด

มธุรสวาทเจ้าสำนัก โดย หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อศัลยแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ต้องทะลุมิติมาเผชิญหน้ากับพิษร้ายและแผนชิงบัลลังก์!

ผู้แต่ง

หลูซื่อเต๋อ 卢赐徳

เรื่องย่อ

สารบัญ

มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 2 คนตายไม่พูด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 3 เขตหวงห้าม,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 4 วาจาสยบมาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 10 มัจจุราชไร้เงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 11 รอยสัก,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 13 เครือข่ายบุปผา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 14 หุบเขาเงา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 16 อาคันตุกะชุดขาว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 17 หนอนกู่กินวิญญาณ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 18 กลิ่นสาบมรณะ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 19 สูตรลับดินประสิว,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 20 เพลิงกัมปนาท,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 21 ศึกสองด้าน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 22 มารโลหิต,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 23 ราชโองการ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 24 เมืองหลวง,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 25 มังกรป่วย,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 26 ปีศาจในหอปรุงยา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 27 ถอดรหัสยามัจจุราช,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 28 เหมันต์สังหาร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 29 หมอกมรณะและรถม้าปริศนา,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 31 พิชิตชีพจรมังกร,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 32 รุ่งอรุณเหนือจินหลิง และทางเลือกของหมอปีศาจ,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 33 ป่าร้อยพิษและคำสาปสีน้ำเงิน,มธุรสวาทเจ้าสำนัก-บทที่ 34 หมู่บ้านวิหคเพลิง

เนื้อหา

บทที่ 30 ลูกธนูเหมันต์

สายลมยามดึกพัดเอากลิ่นอายความชื้นของฝนที่กำลังจะตกมาปะทะใบหน้า หน้าวัดร้างชานเมืองแม่ทัพใหญ่หลี่เจิ้นในชุดเกราะเก่าๆ ที่เก็บกู้มาจากห้องลับเหวี่ยงตัวขึ้นบนหลังม้าศึกอย่างคล่องแคล่ว แม้อายุจะล่วงเลยเข้าวัยกลางคนแต่ท่วงท่าและแววตายังคงดุดันสมฉายาแม่ทัพผู้ไร้พ่าย

"หยางเอ๋อ" หลี่เจิ้นก้มลงมองบุตรชายที่ยืนส่งอยู่ข้างรถม้า "พ่อจะรีบควบม้าไปค่ายอุดรใช้เวลาอย่างเร็วที่สุด 3 วัน กองทัพแสนนายจะมาถึงที่นี่ ระหว่างนี้ฝากดูแลฝ่าบาทด้วย"

"ท่านพ่อไม่ต้องห่วง" หลี่หยางประสานมือคารวะ "ลูกจะรักษาชีวิตฝ่าบาทและทุกคนไว้ด้วยชีวิต ท่านพ่อเดินทางปลอดภัย"

"ไป!" หลี่เจิ้นกระตุกบังเหียน ม้าศึกพุ่งทะยานออกไปในความมืด หายลับไปอย่างรวดเร็วเพื่อแข่งกับเวลา

 

ภายในวัดร้าง

เซียวหลันไม่ได้ออกไปส่งหลี่เจิ้น นางกำลังวุ่นอยู่กับการเปลี่ยนโถงพระพุทธรูปให้กลายเป็นสายการผลิตอาวุธ

"ไป๋อวิ๋น! ของที่สั่งได้หรือยัง?" นางตะโกนถาม

"มาแล้วๆ แม่นางใจร้อนไปแล้ว” ไป๋อวิ๋นเดินเข้ามาพร้อมลูกน้องหอเมฆาที่แบกกระสอบหนักอึ้งเข้ามาหลายใบ "ดินประสิว 500 ชั่ง กำมะถัน ยางไม้ และพิษงูเกล็ดหิมะ ตามที่เจ้าต้องการ"

เซียวหลันพยักหน้าอย่างพอใจ นางหันไปสั่งเสี่ยวชุนและเหล่าองครักษ์เสื้อแพรที่เหลือรอด

"ฟังข้าให้ดี! เราไม่มีเวลามาปั้นระเบิดน้ำแข็งทีละลูก ดังนั้นข้าจะทำลูกธนูเหมันต์แทน” นางอธิบายแผนการ “ข้าจะเคี่ยวดินประสิวและพิษงูเกล็ดหิมะจนเป็นยางเหนียวแล้วเคลือบที่หัวลูกธนู เมื่อมันเจาะเข้าไปในร่างที่ร้อนระอุของพวกองครักษ์ทมิฬ สารเคมีจะทำปฏิกิริยากับเลือดดูดความร้อนทันทีและทำให้เลือดแข็งตัวภายใน 3 ลมหายใจ"

"เรามีธนูแค่ไม่กี่ร้อยดอก" หลี่หยางเดินเข้ามาแย้ง "แต่ฝ่ายศัตรูมีเป็นกองทัพ"

"เราไม่ต้องยิงทุกคน" เซียวหลันเงยหน้าขึ้น แววตาเป็นประกาย “เราแค่ต้องยิงตัวสั่งการ ข้าสังเกตว่าพวกมันเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มเหมือนฝูงมดที่มีมดงานและมดทหาร ถ้าเราจัดการตัวจ่าฝูงได้ที่เหลือจะสับสน"

ตลอดทั้งคืนแสงไฟในวัดร้างไม่เคยดับลง ทุกคนช่วยกันจุ่มหัวธนูลงในหม้อยาพิษสูตรเย็นแล้วนำไปตากลมให้แห้ง กลิ่นฉุนของสารเคมีตลบอบอวล ผสมปนเปไปกับความหวังอันริบหรี่

ตัดกลับมาที่พระราชวังต้องห้ามหรือสิ่งที่อยู่ใต้นั้น ลึกลงไปใต้ท้องพระโรง ลึกกว่าอุโมงค์หนูที่ฮ่องเต้ใช้หลบหนี มีโถงถ้ำขนาดมหึมาตามธรรมชาติซ่อนอยู่ ที่นี่คือจุดบรรจบของชีพจรมังกรหรือเส้นทางน้ำบาดาลที่หล่อเลี้ยงเมืองหลวงทั้งเมือง ใจกลางโถงถ้ำมีแท่นบูชาหินสีดำขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่เหนือสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใสสะอาด

แต่บัดนี้สระน้ำนั้นกำลังถูกย้อมด้วยสีดำ

ราชครูเหยียนยืนอยู่บนแท่นบูชา สองมือชูขึ้นเหนือศีรษะพร้อมท่องมนต์คาถาภาษาโบราณที่ฟังดูวิปริต เบื้องหน้าเขามีก้อนเนื้อสีแดงสดขนาดมหึมาเท่าเกวียนเล่มหนึ่ง มันกำลังเต้นตุบๆ ราวกับหัวใจ และมีท่อระยางเชื่อมต่อลงไปในสระน้ำ

"ท่านราชครู" องค์ชายสามเดินเข้ามาพร้อมผ้าปิดจมูก "ท่านแน่ใจหรือว่าวิธีนี้จะได้ผล ถ้าทำแบบนี้คนทั้งเมืองหลวงจะ...”

"จะกลายเป็นสาวกผู้ภักดีของพระองค์พะยะค่ะ" ราชครูแสยะยิ้มที่ดูบิดเบี้ยว “นี่คือค่ายกลโลหิตมังกรทมิฬ ก้อนเนื้อนี้คือราชินีหนอนกู่ที่ข้าเพาะเลี้ยงมานับสิบปี มันจะปล่อยไข่หนอนกู่และพิษสั่งการลงสู่แหล่งน้ำบาดาล น้ำจะไหลไปตามท่อประปา เข้าสู่บ่อน้ำทุกแห่งในเมืองหลวง"

ราชครูหันมามององค์ชายสามด้วยแววตาคลั่งไคล้ “เมื่อชาวเมืองดื่มน้ำนี้เข้าไป พวกเขาจะสูญเสียสติสัมปชัญญะ ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีความกลัว และจะเชื่อฟังเพียงเสียงกลองศึกของข้า พระองค์จะได้กองทัพอมตะนับล้านคน กองทัพที่จะกวาดล้างแผ่นดินนี้ให้ราบคาบ"

องค์ชายสามกลืนน้ำลาย แม้เขาจะโหดเหี้ยมแต่แผนการนี้มันบ้าคลั่งเกินขอบเขตมนุษย์

"แล้ว... ข้าจะปกครองใคร? ถ้าทุกคนเป็นปีศาจหมด"

"พระองค์จะปกครองความกลัวของโลกใบนี้" ราชครูหัวเราะเสียงต่ำ "เริ่มพิธีกรรมได้ ปล่อยพิษลงสู่ชีพจรมังกร"

ราชครูใช้กริชกรีดข้อมือตัวเองปล่อยเลือดหยดลงไปบนราชินีหนอนกู่ มันกรีดร้องเสียงแหลมสูงก่อนจะพ่นของเหลวสีดำสนิทลงสู่สระน้ำศักดิ์สิทธิ์

น้ำใสสะอาดเปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬทันทีและเริ่มไหลซึมออกไปตามช่องทางน้ำใต้ดิน มุ่งหน้าสู่บ้านเรือนของประชาชนนับแสนชีวิต

 

รุ่งเช้า ณ วัดร้าง

ไป๋อวิ๋นวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในโถงวัด สีหน้าของพ่อค้าหน้าเลือดผู้ไม่เคยหวั่นไหวบัดนี้ซีดเผือด

"แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"

"เกิดอะไรขึ้น?" เซียวหลันวางลูกธนูดอกสุดท้ายลง

“สายข่าวของข้ารายงานว่าน้ำในบ่อทิศเหนือเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ และชาวบ้านที่ตักน้ำไปกินเมื่อเช้าเริ่มมีอาการคลุ้มคลั่ง ไล่กัดกินคนในครอบครัว"

"อะไรนะ!" เซียวหลันเบิกตากว้าง สมองประมวลผลทันที "น้ำ... พวกมันใช้น้ำเป็นสื่อกลางสินะ"

"ชีพจรมังกร" ฮ่องเต้ตรัสเสียงสั่น “ใต้พระราชวังมีจุดกำเนิดน้ำบาดาลที่ไหลไปทั่วเมือง ราชครูต้องทำอะไรกับมันแน่ๆ"

"ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ไม่ต้องรอให้กองทัพท่านพ่อเจ้ามาถึงหรอก" เซียวหลันหันไปมองหลี่หยาง "ภายในเที่ยงวันนี้ เมืองหลวงทั้งเมืองจะกลายเป็นเมืองซอมบี้อย่างแน่นนอน"

หลี่หยางกำดาบแน่น "เราต้องไปหยุดมันที่ต้นตอ"

"แต่เรามีคนแค่นี้" ไป๋อวิ๋นมองดูองครักษ์เสื้อแพรที่มีไม่ถึง 50 คน

"คนน้อยแต่คล่องตัวกว่า" เซียวหลันตัดสินใจเด็ดขาด นางหยิบกระเป๋ายาและอาวุธขึ้นสะพาย

“ไป๋อวิ๋น ท่านกับฮ่องเต้รออยู่ที่นี่ ดูแลความปลอดภัย หากท่านพ่อหลี่เจิ้นมาถึงให้บอกเขานำทัพไปล้อมเมือง แต่อย่าเพิ่งบุกเข้าไปถ้าไม่เห็นพลุสัญญาณสีเขียว"

"ส่วนเจ้า หลี่หยาง" นางหันไปสบตาชายคนรัก

"ข้าจะไปกับเจ้า" หลี่หยางตอบโดยไม่ต้องรอคำถาม "บุกเข้าวังหลวง ทะลวงลงใต้ดิน เด็ดหัวราชครู งานถนัดข้า"

“เสี่ยวชุน เจ้าแจกจ่ายยาเม็ดถ่านกัมมันต์ให้ทุกคนที่ไปกับเรา กินดักไว้ก่อนเผื่อเผลอกลืนน้ำลายในนั้น"

เซียวหลันสูดหายใจลึกมองออกไปที่ทิศทางของพระราชวังที่ยอดหลังคาสีทองยังคงส่องประกายสวยงาม แต่ข้างใต้กลับซ่อนนรกเอาไว้

"ปฏิบัติการผ่าตัดมังกรเริ่มต้นได้"